ต้องเล่าย้อนก่อนครับว่า วันที่ 4/6/2565 ผมได้ไปขอติดตั้งอินเตอร์เน็ตบ้านของทรู โดยโปรที่ผมเลือกเป็นเน็ต 1000/500 ราคา 499 บาทครับ โดยก่อนตกลงใช้บริการผมก็ได้สอบถามเนอะว่าถ้าหากผมย้ายจุดติดตั้งจะย้ายฟรีไหม พนักงานขายแจ้งผมว่า “ฟรีครับ”เท่านั้นและผมสมัครเลย และก็ใช้งานอย่างมีความสุขจนกระทั้ง
วันที่ 1/5/2566 ผมย้ายที่พักเลยต้องการย้ายจุดติดตั้ง ก็กดโทรไปเบอร์ 1242 แล้วถือสายรออีก 10 ล้านปี (อันนี้ใส่อารมร์นะครับมันนานแหละแต่ไม่ได้นานขนาดนี้) ก็แจ้งไปว่าผมขอย้ายจุดติดตั้งหน่อยครับ จาก A ไป B พนักงานปลายสายแจ้งว่า “ลูกค้าคะ หากต้องการย้ายต้องจ่ายค่าย้ายด้วยนะคะ” เท่านั้นแหละผมโวยเลยว่า “อ้าวเห้ยไม่เหมือนที่คุยกันไว้หนิน่า ว่าผมย้ายได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย” ผมก็ถกไม่เถียงนานแรมปีจนได้ความว่า ***ให้ผมไปที่ shop เพื่อสอบถามรายละเอียดอีกที *** คุยมาตั้งนานไม่จบ วันรุ่งขึ้นผมก็ไปที่ Shop แล้วก็แจ้งไว้ตามเดิม ด้วยความสงสัยผมเลยถามว่าทำไมก่อนติดตั้งถึงบอกว่าย้ายได้ไม่เสียเงิน แล้วเมื่อวานผมโทรถาม 1242 กลับบอกว่าต้องเสีย คำตอบของคำถามนี้ที่พนักงานแจ้งกับผมคือ “โปรฯนั้นมันถูกยกเลิกแล้วคะ” แต่เค้าก็ยอมทำเรื่องย้ายให้นะไม่ต้องเสียตัง แต่ผมต้อง “ติดสัญญาต่ออีก 2 ปี” จำตรงนี้ไว้น๊ะครับ “ติดสัญญาต่ออีก 2 ปี” และก็ใช้งานอย่างมีความสุขจนกระทั้ง
วันที่ 12/5/2567 มีพนักงานcall center (1242) ก็โทรมาบอกผมว่า “จะขึ้นราคาเนื่องจากโปร 499 บาทเป็นราคา 999 บาท ค่ะ” ในหัวผมก็ประมวลว่า “ออ” สงสัยที่บอกเราว่าต่ออีก 2 ปีจากตอนที่ย้ายคงไม่ได้ลงระบบมั้งเพราะถ้าลง เค้าคงไม่ขึ้นราคาไม่ได้ลงระบบไว้มั้งว่าเราจะขอได้ขอย้ายตำแหน่งติดตั้ง อ๊ะ! ผมเลยแจ้งว่า”งั้นผมขอยกเลิกครับ”
วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ผมก็ถอดอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำไปคือ โดย shop ที่ใกล้ผมคือ True อยุธยาที่ยู่ใน CENTRAL โอเครไปถึงเราก็ก็ยื่นบัตรแจ้งเรื่องที่เรามาติดต่อ “สวัสดีครับผมมายกเลิกเน็ตครับ” ผมก็บอกไป พอมาถึงตรงนี้ทุกคนคงคิดว่าผมได้ยกเลิกเนอะ ปล่าวมันไม่ง่ายแบบนั้น
พนักงานบอกว่า”ถ้าผมตรงการที่จะยกเลิกผมต้องจ่ายค่าปรับเนื่องจากผมยกเลิกก่อนสัญญา” “เอ้า! ยกเลิกก่อนหมดสัญญาหรอ แล้วทำไม 1242 โทรมาบอกว่าจะขึ้นค่าบริการล่ะครับเพราะงั้นสัญญาผมมันก็ต้องหมดแล้วอ่ะดิ แล้วมาบอกว่าผมยังยกเลิกไม่ได้เพราะติดสัญญาหรอ มันยังไงครับ” ผมก็ถามไป
คำตอบที่ได้คือ “สัญญากับโปรฯโมชั่นมันคนละอันกันนะครับ มันไม่เกี่ยวกัน
คุณลูกค้ายังดีนะครับที่ 1242 โทรมาบอกก่อน ลูกค้าบางคน1242 ก็ไม่ได้โทรหาเลยน๊ะครับ” ผมนี้สตันเลย ว่าอยากเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยน ไม่ต้องบอกไม่ต้องถามหรอก ผมขยายความก่อนนะครับโปรฯที่ผมใช้เป็นโปรฯครึ่งราคา ตอนสมัครพนักงานขายไม่ได้บอกผมเหมือนกันนะโปรฯนี้มี วันสิ้นสุดด้วยสงสัยพนักกงานขายคงหิวยอดมั้งผมเดาเอา
กลับมาเส้นเรื่องของเราต่อ
ผมเองก็ไม่ยอมอ่ะดิบอกว่าไปว่าเราไม่ได้ตกลงกันไว้แบบนี้น่า ทำไมก่อนสมัครไม่ได้พูดแบบนี้ เถียงกันพอประมาณ ชั่วเคียวหมากแหลก ตอนนี้ผมเองก็เคว้งอ่ะดิไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องมาจ่ายตังค่าปรับตรงนี้ แต่ก่อนหน้าที่จะมาที่นี้ผมเองก็หาข้อมูลมาก่อนว่าถ้าต้องการยกเลิกก่อนที่จะหมดสัญญาให้เราติดต่อ กสทช.ก่อน
ผมเลยบอกกับพนักงานท่านั้นไปว่า “เค้าจะไปฟ้อง กสทช.”
พนักงานก็ตอบมาว่า”เอ็ง! ไปฟ้องเลย” และแล้วววผมก็เก็บของกลับมาที่บ้าน อย่างหมาง้อย
วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ผมโทรไปที่ เบอร์ 1200 เป็นเบอร์ของกสทช.และแจ้งเรื่องว่าเราอยากที่จะขอยกเลิก โดยที่เราไม่อยากเสียค่าปรับ พนังงานปลายสายก็แจ้งข้อมูลต่างๆที่เราต้องเตรียม และให้เราส่งเอกสารไปที่ tcp.service@nbtc.go.th ดูรูปประกอบนะครับว่าต้องใช้อะไรบ้างผมเองก็ร่างจดหมายและส่งไปในวันนั้นเลย
อยากจะบอกว่าตอนที่ส่งผมจดหมายไปผมลืมแนบเอกสารไปด้วย เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ก็น่ารักติดต่อให้ผมแนบ หลังจากนั้นไม่นาน

นี้คือคำร้องที่ผมเขียนไปครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
วันที่ 22 ก็มีเจ้าหน้าที่ True 1242 โทรเค้ามาหาบอกว่า”สวัสดีคะทางเราได้รับเรื่องร้องเรียนจากทาง กสทช.เรื่องยกเลิก บลาๆๆ”สรุปเลยนะครับ คือผมยกเลิกได้ไม่ต้องเสียค่าปรับ ทั้งที่ก่อนหน้าพนักงานที่ SHOP TRUE เถียงผมแทบขาดใจว่ายังไง”ผมก็ต้องเสีย” แล้วก็นัดวันที่จะคืนอุปกรณ์และสาขาที่ต้องการนำอุปกรณ์ไปคืน ผมก็เลยเลือกเป็นสาขาเดิมนั้นคือ True อยุธยาที่ยู่ใน CENTRAL เเล้วก็ส่งข้อความเพื่อยืนยันการยกเลิกครั้งนี้ด้วย
ผมอยากจะบอกว่าผมเองตื่นเต้นมาเลยที่จะได้ไปเจอพนักงานคนเดิมดนที่ดีที่บอกผมว่า”ผมนั้นต้องเสียค่าปรับ” แต่วันที่ไปก็ไม่ได้เจอ อย่างเซ็งบอกเลยวันนี้ผมก็คืนอุปกรณ์ตรวจเช็คว่าของครบไหม โดยวันที่ผมไปคืนผมไม่ได้เอาสาย HDMI ไปด้วยก็เลยต้องจ่ายเงินส่วนนี้ และค่าบริการเดือนสุดท้ายครับ และจำไว้เลยนะครับ ว่าเวลาที่เค้าโทรมาเสนอโปรฯที่ถูกกว่าเดิมแล้วเราตกลงที่จะเปลี่ยนโปรฯสัญญาจะเริ่มนับใหม่
สุดท้ายนี้หลังว่ากระทู้ผมกระทู้นี้จะมีประโยชน์กับทุกท่านครับ เพราะการที่เราต้องจ่ายเงิน 3000-4000 บาทนั้นมันเป็นเงินที่เยอะมากๆ สำหรับใครหลายๆคนรวมทั้งตัวผมเองด้วย
ปล.กระทู้นี้ไม่ได้ต้องการให้ใครเสียหายนะครับ เพราะเข้าใจว่าพนักงานที่ผมได้ไปติดต่อด้วยเค้าก็แค่คนทำงานที่ทำตามหน้าที่และบริษัทเองก็แค่ต้องการรักษาผลประโยชน์ของเขา แต่ผมอยากจะแบ่งปันเรื่องราวเพราะนี้คือสิทธิ์ของเราทุกคนในฐานะผู้บริโภคที่ควรได้รับก็เท่านั้นครับ ขอบคุณครับที่สละเวลาอ่านเรื่องราวนี้
หากท่านใดที่สงสัยหรืออยากจะปรึกษาเรื่องการขอยกเลิกการใช้บริการสอบถามมาหลังไมค์ได้นะครับ อาจจะตอบช้าหน่อยไม่ว่ากันน๊ะครับ
แชร์ประสบการณ์ขอยกเลิกการใช้บริการอินเตอร์เน็ตไม่ต้องเสียค่าปรับ
วันที่ 1/5/2566 ผมย้ายที่พักเลยต้องการย้ายจุดติดตั้ง ก็กดโทรไปเบอร์ 1242 แล้วถือสายรออีก 10 ล้านปี (อันนี้ใส่อารมร์นะครับมันนานแหละแต่ไม่ได้นานขนาดนี้) ก็แจ้งไปว่าผมขอย้ายจุดติดตั้งหน่อยครับ จาก A ไป B พนักงานปลายสายแจ้งว่า “ลูกค้าคะ หากต้องการย้ายต้องจ่ายค่าย้ายด้วยนะคะ” เท่านั้นแหละผมโวยเลยว่า “อ้าวเห้ยไม่เหมือนที่คุยกันไว้หนิน่า ว่าผมย้ายได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย” ผมก็ถกไม่เถียงนานแรมปีจนได้ความว่า ***ให้ผมไปที่ shop เพื่อสอบถามรายละเอียดอีกที *** คุยมาตั้งนานไม่จบ วันรุ่งขึ้นผมก็ไปที่ Shop แล้วก็แจ้งไว้ตามเดิม ด้วยความสงสัยผมเลยถามว่าทำไมก่อนติดตั้งถึงบอกว่าย้ายได้ไม่เสียเงิน แล้วเมื่อวานผมโทรถาม 1242 กลับบอกว่าต้องเสีย คำตอบของคำถามนี้ที่พนักงานแจ้งกับผมคือ “โปรฯนั้นมันถูกยกเลิกแล้วคะ” แต่เค้าก็ยอมทำเรื่องย้ายให้นะไม่ต้องเสียตัง แต่ผมต้อง “ติดสัญญาต่ออีก 2 ปี” จำตรงนี้ไว้น๊ะครับ “ติดสัญญาต่ออีก 2 ปี” และก็ใช้งานอย่างมีความสุขจนกระทั้ง
วันที่ 12/5/2567 มีพนักงานcall center (1242) ก็โทรมาบอกผมว่า “จะขึ้นราคาเนื่องจากโปร 499 บาทเป็นราคา 999 บาท ค่ะ” ในหัวผมก็ประมวลว่า “ออ” สงสัยที่บอกเราว่าต่ออีก 2 ปีจากตอนที่ย้ายคงไม่ได้ลงระบบมั้งเพราะถ้าลง เค้าคงไม่ขึ้นราคาไม่ได้ลงระบบไว้มั้งว่าเราจะขอได้ขอย้ายตำแหน่งติดตั้ง อ๊ะ! ผมเลยแจ้งว่า”งั้นผมขอยกเลิกครับ”
วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ผมก็ถอดอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำไปคือ โดย shop ที่ใกล้ผมคือ True อยุธยาที่ยู่ใน CENTRAL โอเครไปถึงเราก็ก็ยื่นบัตรแจ้งเรื่องที่เรามาติดต่อ “สวัสดีครับผมมายกเลิกเน็ตครับ” ผมก็บอกไป พอมาถึงตรงนี้ทุกคนคงคิดว่าผมได้ยกเลิกเนอะ ปล่าวมันไม่ง่ายแบบนั้น
พนักงานบอกว่า”ถ้าผมตรงการที่จะยกเลิกผมต้องจ่ายค่าปรับเนื่องจากผมยกเลิกก่อนสัญญา” “เอ้า! ยกเลิกก่อนหมดสัญญาหรอ แล้วทำไม 1242 โทรมาบอกว่าจะขึ้นค่าบริการล่ะครับเพราะงั้นสัญญาผมมันก็ต้องหมดแล้วอ่ะดิ แล้วมาบอกว่าผมยังยกเลิกไม่ได้เพราะติดสัญญาหรอ มันยังไงครับ” ผมก็ถามไป
คำตอบที่ได้คือ “สัญญากับโปรฯโมชั่นมันคนละอันกันนะครับ มันไม่เกี่ยวกัน คุณลูกค้ายังดีนะครับที่ 1242 โทรมาบอกก่อน ลูกค้าบางคน1242 ก็ไม่ได้โทรหาเลยน๊ะครับ” ผมนี้สตันเลย ว่าอยากเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยน ไม่ต้องบอกไม่ต้องถามหรอก ผมขยายความก่อนนะครับโปรฯที่ผมใช้เป็นโปรฯครึ่งราคา ตอนสมัครพนักงานขายไม่ได้บอกผมเหมือนกันนะโปรฯนี้มี วันสิ้นสุดด้วยสงสัยพนักกงานขายคงหิวยอดมั้งผมเดาเอา
กลับมาเส้นเรื่องของเราต่อ
ผมเองก็ไม่ยอมอ่ะดิบอกว่าไปว่าเราไม่ได้ตกลงกันไว้แบบนี้น่า ทำไมก่อนสมัครไม่ได้พูดแบบนี้ เถียงกันพอประมาณ ชั่วเคียวหมากแหลก ตอนนี้ผมเองก็เคว้งอ่ะดิไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องมาจ่ายตังค่าปรับตรงนี้ แต่ก่อนหน้าที่จะมาที่นี้ผมเองก็หาข้อมูลมาก่อนว่าถ้าต้องการยกเลิกก่อนที่จะหมดสัญญาให้เราติดต่อ กสทช.ก่อน
ผมเลยบอกกับพนักงานท่านั้นไปว่า “เค้าจะไปฟ้อง กสทช.”
พนักงานก็ตอบมาว่า”เอ็ง! ไปฟ้องเลย” และแล้วววผมก็เก็บของกลับมาที่บ้าน อย่างหมาง้อย
วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ผมโทรไปที่ เบอร์ 1200 เป็นเบอร์ของกสทช.และแจ้งเรื่องว่าเราอยากที่จะขอยกเลิก โดยที่เราไม่อยากเสียค่าปรับ พนังงานปลายสายก็แจ้งข้อมูลต่างๆที่เราต้องเตรียม และให้เราส่งเอกสารไปที่ tcp.service@nbtc.go.th ดูรูปประกอบนะครับว่าต้องใช้อะไรบ้างผมเองก็ร่างจดหมายและส่งไปในวันนั้นเลย
อยากจะบอกว่าตอนที่ส่งผมจดหมายไปผมลืมแนบเอกสารไปด้วย เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ก็น่ารักติดต่อให้ผมแนบ หลังจากนั้นไม่นาน
นี้คือคำร้องที่ผมเขียนไปครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
วันที่ 22 ก็มีเจ้าหน้าที่ True 1242 โทรเค้ามาหาบอกว่า”สวัสดีคะทางเราได้รับเรื่องร้องเรียนจากทาง กสทช.เรื่องยกเลิก บลาๆๆ”สรุปเลยนะครับ คือผมยกเลิกได้ไม่ต้องเสียค่าปรับ ทั้งที่ก่อนหน้าพนักงานที่ SHOP TRUE เถียงผมแทบขาดใจว่ายังไง”ผมก็ต้องเสีย” แล้วก็นัดวันที่จะคืนอุปกรณ์และสาขาที่ต้องการนำอุปกรณ์ไปคืน ผมก็เลยเลือกเป็นสาขาเดิมนั้นคือ True อยุธยาที่ยู่ใน CENTRAL เเล้วก็ส่งข้อความเพื่อยืนยันการยกเลิกครั้งนี้ด้วย
ผมอยากจะบอกว่าผมเองตื่นเต้นมาเลยที่จะได้ไปเจอพนักงานคนเดิมดนที่ดีที่บอกผมว่า”ผมนั้นต้องเสียค่าปรับ” แต่วันที่ไปก็ไม่ได้เจอ อย่างเซ็งบอกเลยวันนี้ผมก็คืนอุปกรณ์ตรวจเช็คว่าของครบไหม โดยวันที่ผมไปคืนผมไม่ได้เอาสาย HDMI ไปด้วยก็เลยต้องจ่ายเงินส่วนนี้ และค่าบริการเดือนสุดท้ายครับ และจำไว้เลยนะครับ ว่าเวลาที่เค้าโทรมาเสนอโปรฯที่ถูกกว่าเดิมแล้วเราตกลงที่จะเปลี่ยนโปรฯสัญญาจะเริ่มนับใหม่
สุดท้ายนี้หลังว่ากระทู้ผมกระทู้นี้จะมีประโยชน์กับทุกท่านครับ เพราะการที่เราต้องจ่ายเงิน 3000-4000 บาทนั้นมันเป็นเงินที่เยอะมากๆ สำหรับใครหลายๆคนรวมทั้งตัวผมเองด้วย
ปล.กระทู้นี้ไม่ได้ต้องการให้ใครเสียหายนะครับ เพราะเข้าใจว่าพนักงานที่ผมได้ไปติดต่อด้วยเค้าก็แค่คนทำงานที่ทำตามหน้าที่และบริษัทเองก็แค่ต้องการรักษาผลประโยชน์ของเขา แต่ผมอยากจะแบ่งปันเรื่องราวเพราะนี้คือสิทธิ์ของเราทุกคนในฐานะผู้บริโภคที่ควรได้รับก็เท่านั้นครับ ขอบคุณครับที่สละเวลาอ่านเรื่องราวนี้
หากท่านใดที่สงสัยหรืออยากจะปรึกษาเรื่องการขอยกเลิกการใช้บริการสอบถามมาหลังไมค์ได้นะครับ อาจจะตอบช้าหน่อยไม่ว่ากันน๊ะครับ