สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เรากับแฟนอายุ 27 ปี คบกันมาตั้งแต่มัธยม ตอนนี้คบกันมาได้ประมาณ 13 ปี ปีนี้เข้าปีที่ 14 ค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า 3 ปีก่อนแฟนเรากับที่บ้านแฟนตัดสินใจจะไปซื้อคอนโด แต่ดูไปดูมาไปเจอโครงการบ้านเดี่ยวที่นึงถูกใจแม่ของแฟนมาก แม่แฟนเลยตัดสินใจจองมัดจำไป 5000 บาท วันนั้นเราไม่ได้ไปด้วย พอหลังจากไปจองเสร็จแฟนก็มาเล่าให้เราฟังว่าแม่อยากได้ เราก็บอกไปประมาณ อย่าซื้อเลย ถ้าซื้อหลังนี้ เราแต่งกันก็จะซื้อไม่ได้อีกนะ และแฟนมีพี่สาวสองคน ตัวเองเป็นน้องคนสุดท้อง ซึ่งพี่สาวอยู่ต่างประเทศทั้ง 2 คน พี่สาวทั้ง 2 คนก็บอกว่า อย่าซื้อเลย เพราะเข้าใจหัวอกผู้หญิงเหมือนกัน ถ้าซื้อแล้วต้องอยู่กับพ่อแม่แฟนเดี๋ยวเราจะอัดอึด ให้แยกไปซื้ออยู่2คนดีกว่า
สุดท้ายแฟนเราก็ไม่ฟังเสียงใครเตือน ตัดสินใจซื้อบ้านเพราะสงสารแม่ อยากให้แม่มีบ้านใหม่ และบอกกับเราว่าในอนาคตเราค่อยซื้ออยู่กันอีกหลัง ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ พ่อแม่แฟนพูดว่า ที่ซื้อก็เพราะพวกเรานะจะได้อยู่สังคมดีๆ มีลูกก็จะได้อยู่ในสังคมที่ดี เขาอยู่แปปเดียวก็ทำให้พวกเรานี่แหละ
แฟนต้องกู้ร่วมกับพ่อ แต่พ่อแฟนกำลังจะเกษียณส่วนแม่เกษียณไปแล้ว เราฟังแบบนั้นก็เลยแล้วแต่แฟนตัดสินใจละกัน ซึ่งบ้านที่ซื้อราคาประมาณ 7-8 ล้าน จำราคาไม่ได้แน่ชัดค่ะ หลังจากซื้อบ้านมาพ่อแฟนเป็นคนจ่ายค่าซื้อของเข้าบ้านซะส่วนใหญ่ เพราะตอนนั้นเรากับแฟนพึ่งทำงานเงินเดือนยังไม่เยอะมาก แต่ของในห้องนอนของเรา เรากับแฟนเป็นคนออกเงินซื้อเองทั้งหมด
จนอยู่มาเรื่อยๆ เราเริ่มเกิดความรู้สึกอึดอัด ทั้งที่เราไม่ได้อยู่ทุกวันนะคะไปๆมาๆ เราเริ่มอึดอัดหลายๆเรื่อง ไม่มีอิสระในการใช้ชีวิตในบ้าน บางทีกินข้าวเสร็จยังไม่อยากล้างจานเราก็ทำไม่ได้กลัวเขาบ่น อยากลงมาข้างล่างแบบไม่ใส่เสื้อในก็ทำไม่ได้ อยากตกแต่งบ้าน อยากทำจัดสวนก็ทำได้ไม่อิสระต้องคอยเกรงใจ หนักสุดคือทุกครั้งที่มีแขกมาบ้านต้องให้มานอนห้องนอนเราตลอด บ้านมี 4 ห้องนอนนะคะ แต่น่าจะเพราะห้องนอนเราตกแต่งค่อนข้างดีมีของครบ ทีวี โต๊ะเครื่องแป้ง ห้องน้ำในตัว ซึ่งถ้าเป็นอย่างพี่สาวแฟนมาจากต่างประเทศเรายินดีให้นอนได้เลย แต่มันไม่ใช่แค่นั้น
มีญาติคนอื่นๆ หลานยาย ญาติจากต่างจังหวัดบ้างละ มาทีเรา็ต้องขนของกลับบ้าน ขนของย้ายไปนอนห้องอื่น เราก็เริ่มเกิดความอึดอัดว่า ต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดเลยหรอ ห้องนอนมันเป็นห้องส่วนตัวนะ แม่แฟนก็พูดว่าเกรงใจ แต่สุดท้ายญาติมาอีกก็ให้มานอนห้องเราอีก
เราเริ่มไม่อยากทนกับอะไรแบบนี้ เลยคุยกันกับแฟนว่าเราจะทำไงต่อไป ไหนบอกซื้อเพื่อเรา แต่รูปในบ้านสักรูปไม่มีรูปเราเลยแม้แต่ใบเดียวที่ตั้ง ขนาดรูปรวมที่ไปเที่ยวด้วยกันยังเลือกล้างรูปที่เราเป็นคนถ่าย ซึ่งก็คือไม่มีเราอยู่ในเฟรม เราเริ่มน้อยใจแม้มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย
แล้วพ่อแม่เราเริ่มกดดันเรื่องแต่งงานเมื่อไหร่จะแต่งสักที เพราะเราทำงานกันมา4ปีละ แฟนเราเก็บเงินไม่ได้เพราะต้องเอาไปผ่อนบ้านหมด ปีแรกเป็นพ่อออกกันกับแฟนคนละครึ่ง แต่พอปีที่สองแฟนเราเงินเดือนมากขึ้นก็เป็นคนผ่อนเองทั้งหมดมาตลอด
จนช่วงปลายปี เราตัดสินใจคุยกับแฟนว่า เราไม่อยากอยู่แบบนี้แล้ว เราอยากให้แต่งงานแล้วอยู่กันแค่ 2 คนได้ไหม แฟนก็เข้าใจ เพราะที่บ้านเราก็อยู่แบบครอบครัวเดี่ยวมาตลอด มาเจอสังคมครอบครัวขยายแบบนี้เราปรับตัวไม่ได้ แฟนเลยไปคุยกับพ่อแม่ว่าอีก 2 ปีจะแต่งงานกัน จะขอให้พ่อกับแม่ย้ายไปอยู่บ้านเก่าได้ไหม ซึ่งพ่อแฟนก็โกรธมากไม่ยอมย้ายออก ไล่ให้เรากับแฟนไปอยู่บ้านเก่า ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่แต่เค้าจะอยู่ที่นี่
ขอเล่าย้อนกลับไปนะคะพ่อแฟนเรามีบ้านที่ กทม 1 หลัง บ้านที่ต่างจังหวัดไม่มีคนอยู่อีก 1 หลัง และคอนโดที่ไม่มีใครอยู่อีก 1 ห้อง ส่วนแม่แฟนมีบ้าน 1 หลังที่กทม มีน้องสาวแม่แฟนกับยายอยู่ ซึ่งตอนจะซื้อบ้านก็ตกลงไว้ว่าจะขายคอนโดเอาเงินไปรีโนเวทบ้านที่ กทม. ปล่อยเช่า แล้วจะเอาเงินมาช่วยผ่อน แต่ผ่านมา 3 ปีทุกอย่างอยู่สภาพเดิม แฟนเลยคุยว่างั้นให้พ่อไปขายบ้านขายคอนโดเอามาโปะที่นี่ เค้าก็บอกว่าไม่ขายต่อให้ไม่มีกินเค้าก็จะไม่ขาย แฟนก็ถามแล้วใครจะผ่อนบ้านเค้าก็บอกให้แฟนผ่อน เค้าไม่มีเงินที่จะผ่อนไว้คนเดียวหรอก แต่ให้เรากับแฟนย้ายไปอยู่บ้านเก่า ถ้าไม่อยากอยู่ แต่ต้องผ่อนบ้านหลังใหม่เหมือนเดิม แล้วประโยคที่เค้าพูดว่า ซื้อให้พวกเรา เขาอยู่แค่แปปเดียว แปปเดียวของเขาคืออยู่จนตายค่ะ เราช็อดเลยพอฟังคำตอบ
พี่สาวแฟน 2 คนก็มาช่วยคุย ทำไมพ่อกับแม่ไม่กลับไปอยู่บ้านเก่า แล้วให้เรากับแฟนอยู่ที่นี่ เค้าก็พูดว่าเดิมที่พ่อแม่แฟนก็เคยอยู่บ้านที่มีตายาย สุดท้ายก็อยู่ไม่ได้ เลยต้องย้ายทั้งครอบครัวไปอยู่อีกหลัง พี่สาวก็พูดเรื่องนี้ เพราะน่าจะเข้าใจนะเพราะตัวเองก็เคยผ่านมา พ่อแฟนก็บอกว่ามันไม่เหมือนกัน เราฟังก็งงไม่เหมือนกันยังไง
แล้วเราไปแอบอ่านแชทแฟนคือพ่อเค้าคิดกับเราในทางไม่ดีประมาณว่าเราไปเสี้ยมแฟนเรา เพราะเราเงินเดือนน้อยจะหลอกให้แฟนเราซื้อบ้านให้แล้วเอาพ่อแม่เรามาอยู่ เพราะเราไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง เราอ่านแล้วเสียใจเลยทำไมคิดอคติได้ขนาดนี้ ซึ่งพ่อแม่เรามีบ้านอยู่แล้วนะคะ แล้วพ่อแม่เราก็ไม่เคยขอให้เราซื้อบ้านให้ใหม่ด้วย เราตัดสินใจเลยว่าจะไม่อยู่ที่นี่ต่อแล้วเราก็ถามแฟนว่าจะออกมาด้วยกันไหม แฟนเราก็ตัดสินใจออกมากับเรา
ซึ่งก่อนออก ก็ทำข้อตกลงกับพ่อแฟนไว้ว่าให้ผ่อนบ้านคนละครึ่ง บ้านผ่อน สามหมื่นกว่า ค่าส่วนกลาง สองหมื่น กับค่าประกันบ้านสองหมื่นต่อปี พ่อแฟนบอกจะผ่อนให้แค่ 5 ปีเท่านั้น ปีที่เหลือน่าจะเป็นแฟนเรารับจบค่ะ
สุดท้ายเราออกมาอยู่คอนโดเก่าของพ่อเราเองค่ะ ซึ่งลิฟต์เสียต้องเดินขึ้นลงบันไดทุกวันแล้วเราอยู่ชั้น 5 เราเริ่มมีอาการเหนื่อย เดิมเป็นโรคไทรอยด์ต่ำอยู่แล้ว เลยคิดว่าเหนื่อยจากโรคนี้ สรุปหมอส่งไปเป่าปอดเป็นโรคหอบหืดต้องพ่นยาเช้าเย็น และที่ร้ายที่สุดคือปวดหัวเรื้อรังมานานยิ่งเจอเรื่องพวกนี้ยิ่งปวดหัว หมอส่งไป mri เจอว่าก้อนที่ต่อมใต้สมอง
เราเลยมาคุยกับแฟนอีกครั้งว่าแผนในอนาคตจะเป็นยังไง เราต้องผ่อนค่าบ้านหลังนั้นที่เราไม่ได้อยู่ไปตลอด30ปีเลยหรอ ทำไมพ่อแม่ถึงร้องขอแต่จากคุณ แต่กับพี่สาว 2 เค้าไม่เคยขอเงินอะไรเลยนะคะ เราเลยบอกถ้าไม่ไหวก็แค่บอกเค้าไป แล้วเราไม่ต้องมีอนาคตกันเลยหรอ เงินเก็บจะแต่งงานก็ไม่มี เงินจะซื้อบ้านอยู่ด้วยกันสองคนก็หมดหวัง แฟนก็พูดว่าคิดซะว่าเค้าต้องตอบแทนคุณพ่อแม่ เราก็บอกว่าแล้วเราไม่ต้องใช้ชีวิตกันเลยหรอ ฉันต้องเดินขึ้นบันไดจนท้องจนคลอดเลยไหม
เราก็มีความรู้สึกเราทำงานมาจะ 5 ปีแต่เราต้องมาเริ่มต้นใหม่ เหมือนเด็กที่เพิ่งจบแล้ว เริ่มสร้างตัวทั้งที่อายุเราก็ใกล้จะ 30 แล้ว แถมในอนาคตยังไม่รู้ว่าเรื่องบ้านนี้จะจบยังไง เคยบอกให้เค้าขายไปเลยได้ไหมจะได้จบปัญหา แฟนก็บอกพ่อไม่ยอมขายพอเปิดปากคุยกันทีไรก็ทะเลาะกันทุกครั้ง
เราอยากแต่งงานมีครอบครัว มีบ้านอยู่กับลูกอยู่กันอย่างครอบครัวเดี่ยว แต่ตอนนี้เหมือนฝันสลายไปหมด เรานอนร้องไห้ทุกคืน ทำไมปัญหานี้ไม่จบไปสักที ซึ่งเงินแต่งงานเราก็ช่วยเก็บมาตลอดเพราะดูจากสภาพแฟนเราเก็บคนเดียวคงได้แต่งตอน 40 นู้นแหละค่ะ แต่บางทีเราก็เหมือนพยายามอยู่ฝ่ายเดียว แฟนเราก็ดูปลงกับเรื่องนี้บอกไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ก็บอกว่าถ้าอยากแต่งงานก็ให้ประหยัดๆ ซึ่งเราไม่เคยเอาเงินไปซื้ออะไรไร้สาระเลยด้วยซ้ำ ยิ่งฟังทุกวันก็ยิ่งหดหู่
ล่าสุดแพลนของครอบครัวแฟนจะไปเที่ยวต่างประเทศไปเยี่ยมพี่สาว เราฟังแล้วแบบเงินเก็บจะแต่งงานยังไม่มีแต่จะไปเที่ยว อนาคตของคุณมีฉันอยู่จริงๆหรอ ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะว่าเราควรทำยังไงต่อไปดีคะ
เคยคิดอยากจะเลิกไหมคะ ? เราคิดว่า จขกท.เสียเวลาชีวิตกับครอบครัวนี้มานานเกินไปแล้ว ถ้าให้แนะนำ
เราบอกได้แค่ว่า เลิกเถอะ ครอบครัวฝ่ายชายตั้งแง่รังเกียจคุณพอสมควร รู้ไหมว่าทำไมพ่อแม่ฝ่ายชายถึงไม่ยอมย้ายกลับไปบ้านหลังเก่า เพราะเขากลัวว่าคุณจะเอาพ่อแม่ของคุณเข้ามาอยู่แทนที่พวกเขา และจากที่คุณเล่ามา มันมีปมอะไรหลายอย่างที่เรารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยากรับคุณเข้ามาเป็นสะใภ้
เสียเวลาชีวิตไปแค่นี้ก็พอแล้วละ ถึงเวลาเดินหน้าหาสิ่งใหม่ๆ ถ้า จขกท.เป็นน้องสาวเรา คงจะขอร้องให้ทบทวนความสัมพันธ์ให้ดี
แต่ถ้าคิดว่า ไม่อยากเลิก แฟนไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ขอให้ จขกท.อดทนให้มาก งานแต่งก็ลองจัดเป็นงานเล็กๆ ญาติเราเคยจัดงานแต่งที่โรงแรม เป็นงานเล็กๆ ที่เชิญญาติไม่กี่คน ใช้เงินไม่มากเท่าไหร่ ลองเอาไปคุยกับแฟนดูนะ (เราเชื่อว่า ถ้าแฟน จขกท.เอาไปคุยกับพ่อแม่เขา ฝ่ายนั้นต้องออกอาการค้านแน่นอน ถ้ามาแนวนี้ก้คงคิดได้นะว่า ควรจะไปทางไหนต่อ)
เรื่องมีอยู่ว่า 3 ปีก่อนแฟนเรากับที่บ้านแฟนตัดสินใจจะไปซื้อคอนโด แต่ดูไปดูมาไปเจอโครงการบ้านเดี่ยวที่นึงถูกใจแม่ของแฟนมาก แม่แฟนเลยตัดสินใจจองมัดจำไป 5000 บาท วันนั้นเราไม่ได้ไปด้วย พอหลังจากไปจองเสร็จแฟนก็มาเล่าให้เราฟังว่าแม่อยากได้ เราก็บอกไปประมาณ อย่าซื้อเลย ถ้าซื้อหลังนี้ เราแต่งกันก็จะซื้อไม่ได้อีกนะ และแฟนมีพี่สาวสองคน ตัวเองเป็นน้องคนสุดท้อง ซึ่งพี่สาวอยู่ต่างประเทศทั้ง 2 คน พี่สาวทั้ง 2 คนก็บอกว่า อย่าซื้อเลย เพราะเข้าใจหัวอกผู้หญิงเหมือนกัน ถ้าซื้อแล้วต้องอยู่กับพ่อแม่แฟนเดี๋ยวเราจะอัดอึด ให้แยกไปซื้ออยู่2คนดีกว่า
สุดท้ายแฟนเราก็ไม่ฟังเสียงใครเตือน ตัดสินใจซื้อบ้านเพราะสงสารแม่ อยากให้แม่มีบ้านใหม่ และบอกกับเราว่าในอนาคตเราค่อยซื้ออยู่กันอีกหลัง ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ พ่อแม่แฟนพูดว่า ที่ซื้อก็เพราะพวกเรานะจะได้อยู่สังคมดีๆ มีลูกก็จะได้อยู่ในสังคมที่ดี เขาอยู่แปปเดียวก็ทำให้พวกเรานี่แหละ
แฟนต้องกู้ร่วมกับพ่อ แต่พ่อแฟนกำลังจะเกษียณส่วนแม่เกษียณไปแล้ว เราฟังแบบนั้นก็เลยแล้วแต่แฟนตัดสินใจละกัน ซึ่งบ้านที่ซื้อราคาประมาณ 7-8 ล้าน จำราคาไม่ได้แน่ชัดค่ะ หลังจากซื้อบ้านมาพ่อแฟนเป็นคนจ่ายค่าซื้อของเข้าบ้านซะส่วนใหญ่ เพราะตอนนั้นเรากับแฟนพึ่งทำงานเงินเดือนยังไม่เยอะมาก แต่ของในห้องนอนของเรา เรากับแฟนเป็นคนออกเงินซื้อเองทั้งหมด
จนอยู่มาเรื่อยๆ เราเริ่มเกิดความรู้สึกอึดอัด ทั้งที่เราไม่ได้อยู่ทุกวันนะคะไปๆมาๆ เราเริ่มอึดอัดหลายๆเรื่อง ไม่มีอิสระในการใช้ชีวิตในบ้าน บางทีกินข้าวเสร็จยังไม่อยากล้างจานเราก็ทำไม่ได้กลัวเขาบ่น อยากลงมาข้างล่างแบบไม่ใส่เสื้อในก็ทำไม่ได้ อยากตกแต่งบ้าน อยากทำจัดสวนก็ทำได้ไม่อิสระต้องคอยเกรงใจ หนักสุดคือทุกครั้งที่มีแขกมาบ้านต้องให้มานอนห้องนอนเราตลอด บ้านมี 4 ห้องนอนนะคะ แต่น่าจะเพราะห้องนอนเราตกแต่งค่อนข้างดีมีของครบ ทีวี โต๊ะเครื่องแป้ง ห้องน้ำในตัว ซึ่งถ้าเป็นอย่างพี่สาวแฟนมาจากต่างประเทศเรายินดีให้นอนได้เลย แต่มันไม่ใช่แค่นั้น
มีญาติคนอื่นๆ หลานยาย ญาติจากต่างจังหวัดบ้างละ มาทีเรา็ต้องขนของกลับบ้าน ขนของย้ายไปนอนห้องอื่น เราก็เริ่มเกิดความอึดอัดว่า ต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดเลยหรอ ห้องนอนมันเป็นห้องส่วนตัวนะ แม่แฟนก็พูดว่าเกรงใจ แต่สุดท้ายญาติมาอีกก็ให้มานอนห้องเราอีก
เราเริ่มไม่อยากทนกับอะไรแบบนี้ เลยคุยกันกับแฟนว่าเราจะทำไงต่อไป ไหนบอกซื้อเพื่อเรา แต่รูปในบ้านสักรูปไม่มีรูปเราเลยแม้แต่ใบเดียวที่ตั้ง ขนาดรูปรวมที่ไปเที่ยวด้วยกันยังเลือกล้างรูปที่เราเป็นคนถ่าย ซึ่งก็คือไม่มีเราอยู่ในเฟรม เราเริ่มน้อยใจแม้มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย
แล้วพ่อแม่เราเริ่มกดดันเรื่องแต่งงานเมื่อไหร่จะแต่งสักที เพราะเราทำงานกันมา4ปีละ แฟนเราเก็บเงินไม่ได้เพราะต้องเอาไปผ่อนบ้านหมด ปีแรกเป็นพ่อออกกันกับแฟนคนละครึ่ง แต่พอปีที่สองแฟนเราเงินเดือนมากขึ้นก็เป็นคนผ่อนเองทั้งหมดมาตลอด
จนช่วงปลายปี เราตัดสินใจคุยกับแฟนว่า เราไม่อยากอยู่แบบนี้แล้ว เราอยากให้แต่งงานแล้วอยู่กันแค่ 2 คนได้ไหม แฟนก็เข้าใจ เพราะที่บ้านเราก็อยู่แบบครอบครัวเดี่ยวมาตลอด มาเจอสังคมครอบครัวขยายแบบนี้เราปรับตัวไม่ได้ แฟนเลยไปคุยกับพ่อแม่ว่าอีก 2 ปีจะแต่งงานกัน จะขอให้พ่อกับแม่ย้ายไปอยู่บ้านเก่าได้ไหม ซึ่งพ่อแฟนก็โกรธมากไม่ยอมย้ายออก ไล่ให้เรากับแฟนไปอยู่บ้านเก่า ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่แต่เค้าจะอยู่ที่นี่
ขอเล่าย้อนกลับไปนะคะพ่อแฟนเรามีบ้านที่ กทม 1 หลัง บ้านที่ต่างจังหวัดไม่มีคนอยู่อีก 1 หลัง และคอนโดที่ไม่มีใครอยู่อีก 1 ห้อง ส่วนแม่แฟนมีบ้าน 1 หลังที่กทม มีน้องสาวแม่แฟนกับยายอยู่ ซึ่งตอนจะซื้อบ้านก็ตกลงไว้ว่าจะขายคอนโดเอาเงินไปรีโนเวทบ้านที่ กทม. ปล่อยเช่า แล้วจะเอาเงินมาช่วยผ่อน แต่ผ่านมา 3 ปีทุกอย่างอยู่สภาพเดิม แฟนเลยคุยว่างั้นให้พ่อไปขายบ้านขายคอนโดเอามาโปะที่นี่ เค้าก็บอกว่าไม่ขายต่อให้ไม่มีกินเค้าก็จะไม่ขาย แฟนก็ถามแล้วใครจะผ่อนบ้านเค้าก็บอกให้แฟนผ่อน เค้าไม่มีเงินที่จะผ่อนไว้คนเดียวหรอก แต่ให้เรากับแฟนย้ายไปอยู่บ้านเก่า ถ้าไม่อยากอยู่ แต่ต้องผ่อนบ้านหลังใหม่เหมือนเดิม แล้วประโยคที่เค้าพูดว่า ซื้อให้พวกเรา เขาอยู่แค่แปปเดียว แปปเดียวของเขาคืออยู่จนตายค่ะ เราช็อดเลยพอฟังคำตอบ
พี่สาวแฟน 2 คนก็มาช่วยคุย ทำไมพ่อกับแม่ไม่กลับไปอยู่บ้านเก่า แล้วให้เรากับแฟนอยู่ที่นี่ เค้าก็พูดว่าเดิมที่พ่อแม่แฟนก็เคยอยู่บ้านที่มีตายาย สุดท้ายก็อยู่ไม่ได้ เลยต้องย้ายทั้งครอบครัวไปอยู่อีกหลัง พี่สาวก็พูดเรื่องนี้ เพราะน่าจะเข้าใจนะเพราะตัวเองก็เคยผ่านมา พ่อแฟนก็บอกว่ามันไม่เหมือนกัน เราฟังก็งงไม่เหมือนกันยังไง
แล้วเราไปแอบอ่านแชทแฟนคือพ่อเค้าคิดกับเราในทางไม่ดีประมาณว่าเราไปเสี้ยมแฟนเรา เพราะเราเงินเดือนน้อยจะหลอกให้แฟนเราซื้อบ้านให้แล้วเอาพ่อแม่เรามาอยู่ เพราะเราไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง เราอ่านแล้วเสียใจเลยทำไมคิดอคติได้ขนาดนี้ ซึ่งพ่อแม่เรามีบ้านอยู่แล้วนะคะ แล้วพ่อแม่เราก็ไม่เคยขอให้เราซื้อบ้านให้ใหม่ด้วย เราตัดสินใจเลยว่าจะไม่อยู่ที่นี่ต่อแล้วเราก็ถามแฟนว่าจะออกมาด้วยกันไหม แฟนเราก็ตัดสินใจออกมากับเรา
ซึ่งก่อนออก ก็ทำข้อตกลงกับพ่อแฟนไว้ว่าให้ผ่อนบ้านคนละครึ่ง บ้านผ่อน สามหมื่นกว่า ค่าส่วนกลาง สองหมื่น กับค่าประกันบ้านสองหมื่นต่อปี พ่อแฟนบอกจะผ่อนให้แค่ 5 ปีเท่านั้น ปีที่เหลือน่าจะเป็นแฟนเรารับจบค่ะ
สุดท้ายเราออกมาอยู่คอนโดเก่าของพ่อเราเองค่ะ ซึ่งลิฟต์เสียต้องเดินขึ้นลงบันไดทุกวันแล้วเราอยู่ชั้น 5 เราเริ่มมีอาการเหนื่อย เดิมเป็นโรคไทรอยด์ต่ำอยู่แล้ว เลยคิดว่าเหนื่อยจากโรคนี้ สรุปหมอส่งไปเป่าปอดเป็นโรคหอบหืดต้องพ่นยาเช้าเย็น และที่ร้ายที่สุดคือปวดหัวเรื้อรังมานานยิ่งเจอเรื่องพวกนี้ยิ่งปวดหัว หมอส่งไป mri เจอว่าก้อนที่ต่อมใต้สมอง
เราเลยมาคุยกับแฟนอีกครั้งว่าแผนในอนาคตจะเป็นยังไง เราต้องผ่อนค่าบ้านหลังนั้นที่เราไม่ได้อยู่ไปตลอด30ปีเลยหรอ ทำไมพ่อแม่ถึงร้องขอแต่จากคุณ แต่กับพี่สาว 2 เค้าไม่เคยขอเงินอะไรเลยนะคะ เราเลยบอกถ้าไม่ไหวก็แค่บอกเค้าไป แล้วเราไม่ต้องมีอนาคตกันเลยหรอ เงินเก็บจะแต่งงานก็ไม่มี เงินจะซื้อบ้านอยู่ด้วยกันสองคนก็หมดหวัง แฟนก็พูดว่าคิดซะว่าเค้าต้องตอบแทนคุณพ่อแม่ เราก็บอกว่าแล้วเราไม่ต้องใช้ชีวิตกันเลยหรอ ฉันต้องเดินขึ้นบันไดจนท้องจนคลอดเลยไหม
เราก็มีความรู้สึกเราทำงานมาจะ 5 ปีแต่เราต้องมาเริ่มต้นใหม่ เหมือนเด็กที่เพิ่งจบแล้ว เริ่มสร้างตัวทั้งที่อายุเราก็ใกล้จะ 30 แล้ว แถมในอนาคตยังไม่รู้ว่าเรื่องบ้านนี้จะจบยังไง เคยบอกให้เค้าขายไปเลยได้ไหมจะได้จบปัญหา แฟนก็บอกพ่อไม่ยอมขายพอเปิดปากคุยกันทีไรก็ทะเลาะกันทุกครั้ง
เราอยากแต่งงานมีครอบครัว มีบ้านอยู่กับลูกอยู่กันอย่างครอบครัวเดี่ยว แต่ตอนนี้เหมือนฝันสลายไปหมด เรานอนร้องไห้ทุกคืน ทำไมปัญหานี้ไม่จบไปสักที ซึ่งเงินแต่งงานเราก็ช่วยเก็บมาตลอดเพราะดูจากสภาพแฟนเราเก็บคนเดียวคงได้แต่งตอน 40 นู้นแหละค่ะ แต่บางทีเราก็เหมือนพยายามอยู่ฝ่ายเดียว แฟนเราก็ดูปลงกับเรื่องนี้บอกไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ก็บอกว่าถ้าอยากแต่งงานก็ให้ประหยัดๆ ซึ่งเราไม่เคยเอาเงินไปซื้ออะไรไร้สาระเลยด้วยซ้ำ ยิ่งฟังทุกวันก็ยิ่งหดหู่
ล่าสุดแพลนของครอบครัวแฟนจะไปเที่ยวต่างประเทศไปเยี่ยมพี่สาว เราฟังแล้วแบบเงินเก็บจะแต่งงานยังไม่มีแต่จะไปเที่ยว อนาคตของคุณมีฉันอยู่จริงๆหรอ ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะว่าเราควรทำยังไงต่อไปดีคะ
เคยคิดอยากจะเลิกไหมคะ ? เราคิดว่า จขกท.เสียเวลาชีวิตกับครอบครัวนี้มานานเกินไปแล้ว ถ้าให้แนะนำ
เราบอกได้แค่ว่า เลิกเถอะ ครอบครัวฝ่ายชายตั้งแง่รังเกียจคุณพอสมควร รู้ไหมว่าทำไมพ่อแม่ฝ่ายชายถึงไม่ยอมย้ายกลับไปบ้านหลังเก่า เพราะเขากลัวว่าคุณจะเอาพ่อแม่ของคุณเข้ามาอยู่แทนที่พวกเขา และจากที่คุณเล่ามา มันมีปมอะไรหลายอย่างที่เรารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยากรับคุณเข้ามาเป็นสะใภ้
เสียเวลาชีวิตไปแค่นี้ก็พอแล้วละ ถึงเวลาเดินหน้าหาสิ่งใหม่ๆ ถ้า จขกท.เป็นน้องสาวเรา คงจะขอร้องให้ทบทวนความสัมพันธ์ให้ดี
แต่ถ้าคิดว่า ไม่อยากเลิก แฟนไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ขอให้ จขกท.อดทนให้มาก งานแต่งก็ลองจัดเป็นงานเล็กๆ ญาติเราเคยจัดงานแต่งที่โรงแรม เป็นงานเล็กๆ ที่เชิญญาติไม่กี่คน ใช้เงินไม่มากเท่าไหร่ ลองเอาไปคุยกับแฟนดูนะ (เราเชื่อว่า ถ้าแฟน จขกท.เอาไปคุยกับพ่อแม่เขา ฝ่ายนั้นต้องออกอาการค้านแน่นอน ถ้ามาแนวนี้ก้คงคิดได้นะว่า ควรจะไปทางไหนต่อ)
สมาชิกหมายเลข 5218203 ถูกใจ, ลดน้ำหนักไปทางไหน? ถูกใจ, เจ็ดหนึ่งแปด ถูกใจ, Silent Majority ถูกใจ, มังกรเผือก ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7236126 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 851769 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4095539 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1339734 ซึ้ง, สมาชิกหมายเลข 7347935 ถูกใจรวมถึงอีก 19 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 24
ในเรื่องนี้ก็มีปัญหาทุกคน
เริ่มแรกคือแฟนและพ่อคิดน้อยไปซื้อบ้านซะแพง โดยที่แฟนเพิ่งเริ่มทำงาน พ่อกำลังเกษียณ ที่จริงไม่ต้องแบ่งบ้านหลังนี้กันก็ได้นะ อีกไม่นานมันก็ผ่อนไม่ไหวอยู่แล้ว แฟนคุณจะแบกได้นานแค่ไหนกับเศรษฐกิจแบบนี้
แฟนเป็นคนกลางที่ไม่สามารถจัดการอะไรได้ ทั้งๆที่ต้องจ่ายค่าบ้าน พ่อก็ดื้อ เอาแต่ใจ
ส่วนคุณเองก็เอาแต่ใจเหมือนกันนะ คือบ้านมันก็ซื้อไปแล้วอะ ถ้าอยากแต่งกันเป็นครอบครัวกันมันก็ต้องอยู่กันให้ได้ ถ้าคิดว่าเค้าเป็นพ่อแม่ตัวเอง เวลาทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆ คุณจะหนีออกจากบ้านไหม ก็คงไม่ แต่เพราะนี่เป็นพ่อแม่แฟน ไม่พอใจก็อยากจะเดินออกไป ที่พ่อเค้าคิดว่าคุณเสี้ยมให้ลูกเค้าเลือกทางนี้ พ่อเค้าก็ไม่ได้เข้าใจผิด
ถ้าคุณคิดว่ายังไงก็ต้องอยู่กันให้ได้ มันมีทางจะพูดคุยกันอยู่เรื่องเอาญาติมา ลูกชายก็ต้องไปบอกว่าไม่ได้ อยากนอนก็นอนห้องอื่น ส่วนเรื่องล้างจานกับเสื้อใน เป็นเรื่องเล็กกระติ๋วเดียว ไม่เห็นว่าจะอยู่ไม่ได้ยังไง
ครอบครัวอะ มันก็ชุลมุนแบบนี้ ทางเลือกสำหรับคุณน่ะ คืออยากเป็นครอบครัวเดียวกับเค้าหรือไม่ แค่นั้นแหล่ะ
เริ่มแรกคือแฟนและพ่อคิดน้อยไปซื้อบ้านซะแพง โดยที่แฟนเพิ่งเริ่มทำงาน พ่อกำลังเกษียณ ที่จริงไม่ต้องแบ่งบ้านหลังนี้กันก็ได้นะ อีกไม่นานมันก็ผ่อนไม่ไหวอยู่แล้ว แฟนคุณจะแบกได้นานแค่ไหนกับเศรษฐกิจแบบนี้
แฟนเป็นคนกลางที่ไม่สามารถจัดการอะไรได้ ทั้งๆที่ต้องจ่ายค่าบ้าน พ่อก็ดื้อ เอาแต่ใจ
ส่วนคุณเองก็เอาแต่ใจเหมือนกันนะ คือบ้านมันก็ซื้อไปแล้วอะ ถ้าอยากแต่งกันเป็นครอบครัวกันมันก็ต้องอยู่กันให้ได้ ถ้าคิดว่าเค้าเป็นพ่อแม่ตัวเอง เวลาทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆ คุณจะหนีออกจากบ้านไหม ก็คงไม่ แต่เพราะนี่เป็นพ่อแม่แฟน ไม่พอใจก็อยากจะเดินออกไป ที่พ่อเค้าคิดว่าคุณเสี้ยมให้ลูกเค้าเลือกทางนี้ พ่อเค้าก็ไม่ได้เข้าใจผิด
ถ้าคุณคิดว่ายังไงก็ต้องอยู่กันให้ได้ มันมีทางจะพูดคุยกันอยู่เรื่องเอาญาติมา ลูกชายก็ต้องไปบอกว่าไม่ได้ อยากนอนก็นอนห้องอื่น ส่วนเรื่องล้างจานกับเสื้อใน เป็นเรื่องเล็กกระติ๋วเดียว ไม่เห็นว่าจะอยู่ไม่ได้ยังไง
ครอบครัวอะ มันก็ชุลมุนแบบนี้ ทางเลือกสำหรับคุณน่ะ คืออยากเป็นครอบครัวเดียวกับเค้าหรือไม่ แค่นั้นแหล่ะ
สมาชิกหมายเลข 8353289 สยอง, KARTOON_KT ถูกใจ, แกลลุ ถูกใจ, basicguy ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1339734 ซึ้ง, Bennie_CarameL ถูกใจ, เสือคุง ถูกใจ, MiKi_Oka ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3422241 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5021567 ถูกใจรวมถึงอีก 7 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 17
ถ้าคุณมีเงินเดือนเยอะๆ คงจะ smart. กว่านี้
จะสร้างอะไร ก็สร้างเอง ไม่ต้องรอแฟน ลองกลับมาทบทวนตัวเองก่อนก็ดีครับ งาน เงิน โอเคแล้วยัง ถ้ายังหางานหรือพัฒนาตัวเองเพื่อให้มีเงินเยอะๆแล้วอะไรๆก็จะง่ายขึ้นครับ
ดูๆแล้วเหมือนคุณจะฝากชีวิตที่แฟนทุกอย่างเลย
พอแฟนเริ้มติดขัด ชีวิตคุณก็ดูเหมือนจะตันไปด้วยเลย
ให้กำลังใจนะครับ
จะสร้างอะไร ก็สร้างเอง ไม่ต้องรอแฟน ลองกลับมาทบทวนตัวเองก่อนก็ดีครับ งาน เงิน โอเคแล้วยัง ถ้ายังหางานหรือพัฒนาตัวเองเพื่อให้มีเงินเยอะๆแล้วอะไรๆก็จะง่ายขึ้นครับ
ดูๆแล้วเหมือนคุณจะฝากชีวิตที่แฟนทุกอย่างเลย
พอแฟนเริ้มติดขัด ชีวิตคุณก็ดูเหมือนจะตันไปด้วยเลย
ให้กำลังใจนะครับ
สมาชิกหมายเลข 6924316 ถูกใจ, แกลลุ ถูกใจ, shalimar ถูกใจ, BONGKOCH.SP ถูกใจ, Sunny Moony ถูกใจ, เหนียงของเธอน่ารักมากเลยนะ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7347935 ถูกใจ, Bennie_CarameL ถูกใจ, วัง_เวียง ถูกใจ, Mrs Night Jasmine ถูกใจรวมถึงอีก 4 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ปัญหาความรัก
ปัญหาครอบครัว
ปัญหาชีวิต
ประสบการณ์ชีวิตคู่
วางแผนครอบครัว
แฟนซื้อบ้านให้พ่อแม่อยู่ แต่ตัวเองต้องออกมาอยู่ข้างนอกอย่างประหยัด ควรจัดการปัญหานี้ยังไงดีคะ
ตอนนี้ทาง จขกท.ได้คิดไตร่ตรองอะไรได้เยอะขึ้นเลยค่ะขอบคุณจากใจจริงค่ะ🥹
ขออนุญาตเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนที่ไม่ได้อธิบายชัดเจนตั้งแต่แรกนะคะ
1. ทางเรากับแฟนมีแผนจะแต่งงานกันตั้งแต่เรียนจบทำงานสักปีสองปีเนื่องจากคบกันมาค่อนข้างนานแต่ทางแฟนเราเก็บเงินยังไม่ได้เนื่องจากติดปัญหาเรื่องบ้าน
2. เราไม่ได้อยู่บ้านแฟนถาวรนะคะ เราไปแค่วันที่หยุดงาน เดือนละไม่กี่ครั้ง ที่เหลือเรานอนอยู่บ้านตัวเองค่ะ ยังไม่เชิงไปอยู่กินกันก่อน
3. บ้านหลังนี้ตอนแรกที่คุยกันคือให้พวกเราอยู่เพราะเห็นว่ากำลังจะสร้างตัวเก็บตังค์แต่งงาน ชื่อบ้านเป็นชื่อแฟนค่ะ แฟนเงินเดือนค่อนข้างเยอะสามารถผ่อนคนเดียวได้ ต่อให้พ่อเค้าเกษียณแล้ว ทางเราเคยตกลงกันว่าถ้าแต่งงานเราก็จะมาช่วยผ่อนแต่เราอยากให้บ้านเป็นแค่ของเราสองคน เงินที่พ่อเคยช่วยก็จะเอาคืน เพราะเราคิดว่าถ้าวันนึงเรามีลูก แล้วพ่อแม่เราอยากจะมาเล่นมานอนกับหลานพ่อแม่เราก็จะอึดอัด ถ้ามีพ่อแม่แฟนอยู่บ้านด้วย เราอยากให้บ้านเป็นแค่ของเรากับแฟนจะได้สามารถต้อนรับได้ทั้ง 2 ฝั่งไม่ต้องมีฝ่ายไหนต้องอึดอัดใจ แต่ทางเราก็ผิดที่ไม่เข้าใจว่า พ่อเขาพูดว่าช่วยสร้างให้เค้าอยู่แปปเดียวก็ไป คือทุกคนคิดว่าเค้าแค่มาอยู่ช่วงแรก ถ้าเราแต่งงานกันแล้วเค้าคงย้ายออกให้ เพราะเค้าพูดเชิงประมาณนี้มาตลอดค่ะเลยทำให้เราสองคนเข้าใจผิด เพราะตอนที่แฟนบอกว่าจะไม่ซื้อบ้านแล้วทางพ่อแม่แฟนก็เป็นคนเอ่ยปากว่าซื้อเพราะให้พวกเราอยู่กัน แต่ก็นั่นแหละค่ะเราไม่ได้คุยกันให้เข้าใจตั้งตอนนั้นถ้าเข้าใจว่าเค้าจะอยู่ด้วยไปตลอดแฟนก็ไม่ซื้อบ้านนี้ค่ะ
4. หน้าที่การงานและเงินเราค่อนข้างมั่นคงค่ะ ไม่ว่าเจอวิกฤตอะไรงานที่เราทำไม่เคยได้รับผลกระทบ ทุกคนอาจมองว่าเราพึ่งพาแฟนมากเกินไป เราขออธิบายในส่วนนี้ว่าเราคิดว่าเราสามารถออกมาซื้อบ้านด้วยกันได้อีกหลังหรือให้เราซื้อคนเดียวก็น่าจะพอได้ แต่เรากลัวปัญหาในอนาคตเกี่ยวกับบ้านหลังเดิมที่เค้าเคยซื้อให้พ่อแม่ จะตามมาเป็นปัญหาในชีวิตคู่ของเราในอนาคต หากวันนึงเรามีลูกต้องส่งเสียเลี้ยงดูลูก ต้องจ่ายค่าเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เรายังไม่มีความมั่นใจว่าแฟนเราจะรับผิดชอบเรื่องที่จะเกิดขึ้นได้
5. แฟนเราไม่ได้ไล่ให้พ่อกลับไปอยู่บ้านเก่าในทันทีนะคะ มีการพูดคุยเจรจากันก่อนว่าอีก 2 ปี จะแต่งงานกันเราอยากอยู่กันแบบครอบครัวสองคน ทางแฟนเราพูดดีด้วยแล้วแต่พ่อแฟนก็ด่าว่าแฟนเรา ประมาณเป็นผู้ชายก็ต้องเป็นผู้นำแสดงความเป็นใหญ่ไม่ใช่แฟนพูดอะไรก็ต้องคล้อยตาม พูดประมาณว่าก็ต้อกดให้เราอยู่ใต้อำนาจการตัดสินใจของแฟนสิ เราก็ถามแฟนว่าแล้วคุณอยากอยู่บ้านที่มีพ่อแม่แบบนี้ต่อไปไหม แฟนเราก็บอกไม่ อยากอยู่กันแค่ 2 คน น่าจะดีกว่าจะได้ไม่เกิดปัญหา ก็พูดว่าให้เขาขายบ้านหลังเก่าได้ไหมแล้วเอามาโปะหลังนี้ ทีเหลือแฟนก็จะช่วยจ่ายให้ แต่เค้าก็ไม่เอาจะอยู่แต่ไม่ขายอะไรทั้งนั้น ก็ไล่ให้เรา 2 คนไปอยู่บ้านหลังเก่าถ้าอยากทดลองอยู่กันสองคนแต่ต้องผ่อนบ้านหลังใหม่ให้เค้าอยู่ แฟนเลยบอกให้เขาไปอยู่บ้านเก่าได้ไหม ถ้าจะให้แฟนผ่อนต่อหลังนี้ ก็ผิดจริงๆนั่นแหละค่ะที่ไปไล่เค้ากลับไปหลังเก่า ข้อเสนอสุดท้ายแฟนเลยบอกให้ขายเลยไหมไม่ต้องมีใครอยู่แล้วไปเริ่มใหม่กันจะได้ตัดปัญหาพ่อแฟนก็ไม่ยอมอีก จนทางเราก็จนปัญญา ถ้าอยู่กันไปก็มีแต่จะอึดอัดเราเลยตัดสินใจถอยออกมา ถ้าเรายังอยู่แบบนี้ต่อไปก็ต้องมีปัญหาพ่อแม่ผัวลูกสะใภ้อยู่ดี เราเลือกที่จะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม และเราก็ไม่เคยเสี้ยมแฟนให้ไล่พ่อแม่ออกจากบ้านนะคะ แฟนเราเป็นคนไปคุยเจรจากับทางบ้านเองแค่เค้ากับ่อแม่เค้า เราแค่หวังให้เค้าได้คิดบ้างว่าลูกเขาก็ต้องสร้างอนาคตสร้างครอบครัวเหมือนกันนะ
6. ที่แฟนเราซื้อบ้านหลังนี้เจตนาคือซื้อเพื่อสร้างครอบครัวกับเราค่ะ ตามที่พ่อแม่เค้าแนะนำว่าอยากให้อยู่ในสังคมที่ดีถ้าแต่งงานมีลูกก็อยากให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อนบ้านที่ดี สถานะของเราไม่ใช่แค่ผู้มาขออาศัยเพราะในอนาคตแต่งงานเราต้องช่วยผ่อนอยู่แล้วค่ะ แต่ก็นั่นแหละค่ะเราไม่ได้คุยกันชัดเจนว่าเค้าจะขอมาอยู่กับเราตลอดไป
7. เราไม่เลือกกลับไปอยู่บ้านเก่าแฟน เพราะเราคิดว่าไม่อยากไปแตะต้องทรัพย์สินอะไรของเค้า ในเมื่อเรามีบ้านพ่อแม่เรา มีคอนโดอยู่เราไม่จำเป็นต้องไปพึ่งเค้าเลยค่ะ แค่นี้เค้าก็ดูถูกเราสองคนมากพอแล้วค่ะ
8. เรื่องห้องนอนที่ให้แขกมานอนเราเคยพูดกับแฟนแล้วว่าเราไม่โอเค นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของเรา ของในห้องเราก็เป็นคนซื้อเองทั้งหมด แฟนเราเป็นคนขี้เกรงใจ เค้าก็ไปพูดกับแม่ แม่เค้าก็บอกว่าเกรงใจแต่สุดท้ายแขกมาก็ให้มานอนอีกซึ่งตรงนีเราก็ไม่เห็นด้วยค่ะ
9. ต่อให้เรามีบ้านใหม่ เราเคยคุยกับพ่อแม่เราแล้วยังไงเค้าก็ไม่มาอยู่ด้วยค่ะ เพราะเค้าอยากให้พวกเราใช้ชีวิตกันเองยิ่งคนเยอะยิ่งมากปัญหาเพราะเราก็โตมาแบบครอบครัวเดี่ยว ตัดปัญหาเรื่องที่พ่อแม่เราจะมาขออยู่ด้วยได้เลยค่ะ
10. ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับทุกคำตอบที่ทั้งให้กำลังใจแล้วด่าเตือนสติเรา ตอนนี้คิดได้เยอะขึ้นเลยค่ะขอบคุณมากๆนะคะ🥰