พี่เห็นข่าวนี้ยังคะ
ฮือฮา! ฝั่งลาวพบพระพุทธรูปใต้น้ำโขง 4 องค์ ตรงข้ามเชียงแสน
https://www.matichon.co.th/region/news_4476427
เป็นอีกเช้าหนึ่งที่เจ้าหนูจัมมัย คนดีคนเดิม กระโดดดักเข้ามาถามผม
พร้อมกับอวดข่าวจากโทรศัพท์และเริ่มบทสนทนากับผมหน้าร้านกาแฟในที่ทำงาน
หลังจากมองผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ผมก็ได้แต่ส่ายหัว
“ขยายให้ตัวใหญ่ ๆๆๆ หน่อยเซ่ พี่มองไม่เห็นโว๊ยยยยย”
“พี่แก่แล้ว อ๊ะ สายตาเริ่มยาวแล้วใช่ไหมค่ะ ”
เจ้าหนูจัมมัยตอบกลับผมด้วยสีหน้าเย้ยหยัน พร้อมกับขยายหน้าจอโทรศัพท์ให้ผมดู
ก็เห็นแล้ว ก็น่าสนใจดี อยากรู้เหมือนกันว่าองค์พระสร้างเมื่อไหร่ ? มีประวัติยังไงบ้าง ?
หนูก็สนใจ แต่หนูก็สงสัยอะคะพี่ ?
สนใจอารายยย สนใจว่าพระสร้างเมื่อไหร่เหรอ ?
หนูสนใจเรื่องสีขององค์พระค่า !!
เรื่องพระสร้างเมื่อไหร่ หนูก็สนใจ แต่หนูสนใจเรื่องสีขององค์พระมากกว่า
หนูสงสัยว่า ทำไมพระที่ขุดเจอที่ริมฝั่งโขง ทำไมบางองค์ถึงมีสี ออกแดงอมชมพู ละคะ
หนูเคยเห็นแต่พระเก่า ๆ ที่ทำจากโลหะส่วนใหญ่หากไม่ได้ปิดทองจะมีคล้ำ ๆ ออกไปทางสีน้ำตาลซะมากกว่า
อ้อ แบบนี้นะเหรอ ?
องค์พระน่าจะหล่อมาจากหล่อจากทองเหลืองที่มีสังกะสีผสมอยู่ราว 35-45 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก
ผมตอบกลับเจ้าหนูจัมมัยหลังจากเห็นรูปที่เจ้าหนูจัมมัยขยายความผิดปกติขององค์พระให้ผมดู
พี่รู้ได้ไงค่ะ ตาพี่ปล่อยรังสีเอ็กซ์ออกไปกระตุ้นอิเล็กตรอนของธาตุต่าง ๆ ที่อยู่ในวัสดุ
แล้วตรวจสอบสเปคตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่วัสดุปล่อยคืนกลับได้ แบบเครื่อง XRF หรือไงคะ ?
ไม่ได้โว๊ยยยยยย เพียงแต่ว่า สีชมพู ๆ ที่เราเห็นนั้น เป็นไปได้ว่าเกิดจากการกัดกร่อนรูปบบหนึ่ง
ที่เขาเรียกว่า Dealloying หรือ Selective Leaching
และถ้าเกิดในทองเหลือง (Brass) เขาจะเรียกว่า Dezincification
ทองเหลืองสนิมมันเป็นสีชมพูหรือคะพี่ ?
ไม่ใช่อะ ทองเหลืองสนิมมันไม่ได้สีชมพู
แล้วมันเป็นสีชมพูได้ยังไงละคะ ?
คำถามจากเจ้าหนูจัมมัยยังคงยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง
คืองี้ เรารู้ใช่ไหมว่าทองเหลือง มันคือโลหะผสมระหว่างทองแดงกับสังกะสี (Copper-Zinc Alloy)
รู้ค่า............
แล้วเรารู้ไหมว่าโลหะที่ผสมกันบางส่วนอาจจะละลายด้วยกันได้ (Solid Solution)
บางส่วนอาจจะละลายได้ระดับหนึ่งแล้วแยกตัวเป็นอัลลอยใหม่ / เฟสใหม่
หรือ บางทีก็อาจตกตะกอนกลายเป็นสารประกอบก็ได้ (Precipitation)
ทราบค่า..................
นั้นแหละ ทองเหลืองก็เป็นเช่นนั้นแหละ
ถ้าเรามีสังกะสีลงในทองแดงในช่วง 35-45 เปอร์เซ็นต์ มันจะเกิดเป็นโลหะผสมที่มี 2 เฟส
เฟสแรกที่เราเรียกว่า อัลฟ่าเฟส เฟสนี้จะมีทองแดงสูง
เฟสที่สองเราเรียกว่า เบต้าเฟส เฟสนี้จะมีสังกะสีสูง
ถ้าทองเหลืองที่มีสังกะสีต่ำกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ มันจะมีเฟสเดียวคือ เฟสอัลฟ่า
โอเคค่า.........................ต่อค่า..................
ทีนี้มันสองเฟสใช่ไหม เฟสหนึ่งทองแดงสูง อีกเฟสหนึ่งสังกะสีสูง แล้วการที่องค์พระแช่ในที่ชื้นอย่างริมฝั่งโขง
ซึ่งหากเราดูจากกัลวานิกซีรีย์จะเห็นชัดเลยว่า สมบัติการกัดกร่อนของทองแดงกับสังกะสีมันต่างกันมากเลยเกิดการกัดกร่อนแบบไมโครกัลวานิก
โดยเฟสที่มีทองแดงสูง ที่ทนการกัดกร่อนได้ดีกว่า จะทำหน้าที่เป็นคาโธด (Cathode)
เฟสที่มีสังกะสีสูง ที่มีสมบัติการกัดกร่อนที่แย่ เลยทำหน้าที่เป็นอาโนด (Anode)
ดังนั้นถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่กัดกร่อนเฟสที่มีสังกะสีสูงเขาจะเกิดการกัดกร่อนและละลายออกไปอยู่เฟสเดียว เราถึงเรียกว่า Dezincification
แล้วพอสังกะสีที่เราเห็นในรูปว่าเป็นสีอ่อนกว่าละลายออกไป ที่นี้มันจะเหลือแต่เฟสที่มีทองแดงสูง มีมันเลยออกมาแดง ๆ อมชมพู จากสีของทองแดง
อ๋อเข้าใจแล้วค่า.....................เหตุผลเดียวกับที่ทำไมต้องใช้กระทะทองแดง ไม่ใช่กระทะทองเหลือง เลยนี้คะ
เออนั้นแหละ สังกะสีละลายออกไปมาก ๆ เดี๋ยวกระทะมันจะทะลุได้
แล้วแบบนี้ทางโลหะจะพอแยกได้ไหมคะ ว่าองค์พระมาจากยุคไหน ?
ตรวจจากส่วนผสมนะเหรอ ? ก็ยากนะ พอบอกได้เป็นไกด์แหละ ใช้เป็นข้อมูลประกอบได้
บอกได้ยังไงเหรอคะ ?
อย่างสัมฤทธิ์หรือทองเหลืองสมัยก่อน อย่างยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคบรอนซ์ ไม่ใช่ว่าเขาจะเอาโลหะทองแดง มาผสมกับดีบุกหรือ เอามาผสมสังกะสีโดยตรงเมื่อสมัยนี้นะ
แต่เกิดจากการพยายามเอาทองแดงมาใช้ ทีนี้บางแหล่งที่พบทองแดง เขาก็พบ แร่ดีบุก หรือ แร่สังกะสี ด้วย เวลาหลอมทองแดง แร่ดีบุก แร่สังกะสี หรือโลหะอื่น ๆ ก็จะถูกรีดิวซ์ โดยบังเอิญติดมาด้วย จึงเกิดเป็นสัมฤทธิ์หรือทองเหลือง
ดังนั้นสัมฤทธิ์โบราณ ทองเหลืองโบราณ จึงมักมีองค์ประกอบของธาตุ ตามลักษณะแหล่งแร่ที่พบ
อย่างทองเหลืองโบราณที่พบ ก็มักจะพบว่ามีสังกะสีต่ำไม่ค่อยถึง 35 เปอร์เซ็นต์ ใขขณะที่ทองเหลืองเกรดยอดฮิตที่ใช้ในปัจจุบันที่มักมีส่วนผสมทองแดง 60 เปอร์เซ็นต์ และมีสังกะสี 40 เปอร์เซ็นต์ ที่มีการควบคุมส่วนผสมตามเกรดแบบเป๊ะ ๆ
สาธุ สุดยอดเลยค่ะ !! พี่นี่สุดยอดจริง ๆ ขอบคุณนะคะ
เรื่องโบราณแบบนี้ ถามคนโบราณแบบพี่นี้ ถูกต้องที่สุดแล้ว !!
หลังจากอธิบายเรื่องทองเหลืองเสร็จสรรพ เจ้าหนูจัมมัยก็กล่าวขอบคุณผม
แต่เอ๊ะ ทำไมผมถึงไม่ได้รู้สึกว่าดีใจที่มีคนชม
และราวกับว่ามันมีอะไรที่ผิดพลาดตรงไหนซักแห่ง !!
#เหล็กไม่เอาถ่าน
Ref.
1. Craddock, P. T. and Eckstein, K (2003) "Production of Brass in Antiquity by Direct Reduction" in Craddock, P. T. and Lang, J. (eds.)
Mining and Metal Production Through the Ages. London: British Museum, pp. 226–27
2. Christopher P. Thornton, Of brass and bronze in prehistoric Southwest Asia.
3. Peng Zhou, An in situ kinetic investigation of the selective dissolution mechanism of Cu alloys.
4. The International Journal of Advanced Manufacturing Technology (2023) 129:4317–4333.
5. ASM Handbook Volume 13, Corrosion, 4th edition, ASM International, USA, 1992.
บรรลัยวิทยา: พบพระ
ฮือฮา! ฝั่งลาวพบพระพุทธรูปใต้น้ำโขง 4 องค์ ตรงข้ามเชียงแสน
https://www.matichon.co.th/region/news_4476427
เป็นอีกเช้าหนึ่งที่เจ้าหนูจัมมัย คนดีคนเดิม กระโดดดักเข้ามาถามผม
พร้อมกับอวดข่าวจากโทรศัพท์และเริ่มบทสนทนากับผมหน้าร้านกาแฟในที่ทำงาน
หลังจากมองผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ผมก็ได้แต่ส่ายหัว
“ขยายให้ตัวใหญ่ ๆๆๆ หน่อยเซ่ พี่มองไม่เห็นโว๊ยยยยย”
“พี่แก่แล้ว อ๊ะ สายตาเริ่มยาวแล้วใช่ไหมค่ะ ”
เจ้าหนูจัมมัยตอบกลับผมด้วยสีหน้าเย้ยหยัน พร้อมกับขยายหน้าจอโทรศัพท์ให้ผมดู
ก็เห็นแล้ว ก็น่าสนใจดี อยากรู้เหมือนกันว่าองค์พระสร้างเมื่อไหร่ ? มีประวัติยังไงบ้าง ?
หนูก็สนใจ แต่หนูก็สงสัยอะคะพี่ ?
สนใจอารายยย สนใจว่าพระสร้างเมื่อไหร่เหรอ ?
หนูสนใจเรื่องสีขององค์พระค่า !!
เรื่องพระสร้างเมื่อไหร่ หนูก็สนใจ แต่หนูสนใจเรื่องสีขององค์พระมากกว่า
หนูสงสัยว่า ทำไมพระที่ขุดเจอที่ริมฝั่งโขง ทำไมบางองค์ถึงมีสี ออกแดงอมชมพู ละคะ
หนูเคยเห็นแต่พระเก่า ๆ ที่ทำจากโลหะส่วนใหญ่หากไม่ได้ปิดทองจะมีคล้ำ ๆ ออกไปทางสีน้ำตาลซะมากกว่า
อ้อ แบบนี้นะเหรอ ?
องค์พระน่าจะหล่อมาจากหล่อจากทองเหลืองที่มีสังกะสีผสมอยู่ราว 35-45 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก
ผมตอบกลับเจ้าหนูจัมมัยหลังจากเห็นรูปที่เจ้าหนูจัมมัยขยายความผิดปกติขององค์พระให้ผมดู
พี่รู้ได้ไงค่ะ ตาพี่ปล่อยรังสีเอ็กซ์ออกไปกระตุ้นอิเล็กตรอนของธาตุต่าง ๆ ที่อยู่ในวัสดุ
แล้วตรวจสอบสเปคตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่วัสดุปล่อยคืนกลับได้ แบบเครื่อง XRF หรือไงคะ ?
ไม่ได้โว๊ยยยยยย เพียงแต่ว่า สีชมพู ๆ ที่เราเห็นนั้น เป็นไปได้ว่าเกิดจากการกัดกร่อนรูปบบหนึ่ง
ที่เขาเรียกว่า Dealloying หรือ Selective Leaching
และถ้าเกิดในทองเหลือง (Brass) เขาจะเรียกว่า Dezincification
ทองเหลืองสนิมมันเป็นสีชมพูหรือคะพี่ ?
ไม่ใช่อะ ทองเหลืองสนิมมันไม่ได้สีชมพู
แล้วมันเป็นสีชมพูได้ยังไงละคะ ?
คำถามจากเจ้าหนูจัมมัยยังคงยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง
คืองี้ เรารู้ใช่ไหมว่าทองเหลือง มันคือโลหะผสมระหว่างทองแดงกับสังกะสี (Copper-Zinc Alloy)
รู้ค่า............
แล้วเรารู้ไหมว่าโลหะที่ผสมกันบางส่วนอาจจะละลายด้วยกันได้ (Solid Solution)
บางส่วนอาจจะละลายได้ระดับหนึ่งแล้วแยกตัวเป็นอัลลอยใหม่ / เฟสใหม่
หรือ บางทีก็อาจตกตะกอนกลายเป็นสารประกอบก็ได้ (Precipitation)
ทราบค่า..................
นั้นแหละ ทองเหลืองก็เป็นเช่นนั้นแหละ
ถ้าเรามีสังกะสีลงในทองแดงในช่วง 35-45 เปอร์เซ็นต์ มันจะเกิดเป็นโลหะผสมที่มี 2 เฟส
เฟสแรกที่เราเรียกว่า อัลฟ่าเฟส เฟสนี้จะมีทองแดงสูง
เฟสที่สองเราเรียกว่า เบต้าเฟส เฟสนี้จะมีสังกะสีสูง
ถ้าทองเหลืองที่มีสังกะสีต่ำกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ มันจะมีเฟสเดียวคือ เฟสอัลฟ่า
โอเคค่า.........................ต่อค่า..................
ทีนี้มันสองเฟสใช่ไหม เฟสหนึ่งทองแดงสูง อีกเฟสหนึ่งสังกะสีสูง แล้วการที่องค์พระแช่ในที่ชื้นอย่างริมฝั่งโขง
ซึ่งหากเราดูจากกัลวานิกซีรีย์จะเห็นชัดเลยว่า สมบัติการกัดกร่อนของทองแดงกับสังกะสีมันต่างกันมากเลยเกิดการกัดกร่อนแบบไมโครกัลวานิก
โดยเฟสที่มีทองแดงสูง ที่ทนการกัดกร่อนได้ดีกว่า จะทำหน้าที่เป็นคาโธด (Cathode)
เฟสที่มีสังกะสีสูง ที่มีสมบัติการกัดกร่อนที่แย่ เลยทำหน้าที่เป็นอาโนด (Anode)
ดังนั้นถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่กัดกร่อนเฟสที่มีสังกะสีสูงเขาจะเกิดการกัดกร่อนและละลายออกไปอยู่เฟสเดียว เราถึงเรียกว่า Dezincification
แล้วพอสังกะสีที่เราเห็นในรูปว่าเป็นสีอ่อนกว่าละลายออกไป ที่นี้มันจะเหลือแต่เฟสที่มีทองแดงสูง มีมันเลยออกมาแดง ๆ อมชมพู จากสีของทองแดง
อ๋อเข้าใจแล้วค่า.....................เหตุผลเดียวกับที่ทำไมต้องใช้กระทะทองแดง ไม่ใช่กระทะทองเหลือง เลยนี้คะ
เออนั้นแหละ สังกะสีละลายออกไปมาก ๆ เดี๋ยวกระทะมันจะทะลุได้
แล้วแบบนี้ทางโลหะจะพอแยกได้ไหมคะ ว่าองค์พระมาจากยุคไหน ?
ตรวจจากส่วนผสมนะเหรอ ? ก็ยากนะ พอบอกได้เป็นไกด์แหละ ใช้เป็นข้อมูลประกอบได้
บอกได้ยังไงเหรอคะ ?
อย่างสัมฤทธิ์หรือทองเหลืองสมัยก่อน อย่างยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคบรอนซ์ ไม่ใช่ว่าเขาจะเอาโลหะทองแดง มาผสมกับดีบุกหรือ เอามาผสมสังกะสีโดยตรงเมื่อสมัยนี้นะ
แต่เกิดจากการพยายามเอาทองแดงมาใช้ ทีนี้บางแหล่งที่พบทองแดง เขาก็พบ แร่ดีบุก หรือ แร่สังกะสี ด้วย เวลาหลอมทองแดง แร่ดีบุก แร่สังกะสี หรือโลหะอื่น ๆ ก็จะถูกรีดิวซ์ โดยบังเอิญติดมาด้วย จึงเกิดเป็นสัมฤทธิ์หรือทองเหลือง
ดังนั้นสัมฤทธิ์โบราณ ทองเหลืองโบราณ จึงมักมีองค์ประกอบของธาตุ ตามลักษณะแหล่งแร่ที่พบ
อย่างทองเหลืองโบราณที่พบ ก็มักจะพบว่ามีสังกะสีต่ำไม่ค่อยถึง 35 เปอร์เซ็นต์ ใขขณะที่ทองเหลืองเกรดยอดฮิตที่ใช้ในปัจจุบันที่มักมีส่วนผสมทองแดง 60 เปอร์เซ็นต์ และมีสังกะสี 40 เปอร์เซ็นต์ ที่มีการควบคุมส่วนผสมตามเกรดแบบเป๊ะ ๆ
สาธุ สุดยอดเลยค่ะ !! พี่นี่สุดยอดจริง ๆ ขอบคุณนะคะ
เรื่องโบราณแบบนี้ ถามคนโบราณแบบพี่นี้ ถูกต้องที่สุดแล้ว !!
หลังจากอธิบายเรื่องทองเหลืองเสร็จสรรพ เจ้าหนูจัมมัยก็กล่าวขอบคุณผม
แต่เอ๊ะ ทำไมผมถึงไม่ได้รู้สึกว่าดีใจที่มีคนชม
และราวกับว่ามันมีอะไรที่ผิดพลาดตรงไหนซักแห่ง !!
#เหล็กไม่เอาถ่าน
Ref.
1. Craddock, P. T. and Eckstein, K (2003) "Production of Brass in Antiquity by Direct Reduction" in Craddock, P. T. and Lang, J. (eds.)
Mining and Metal Production Through the Ages. London: British Museum, pp. 226–27
2. Christopher P. Thornton, Of brass and bronze in prehistoric Southwest Asia.
3. Peng Zhou, An in situ kinetic investigation of the selective dissolution mechanism of Cu alloys.
4. The International Journal of Advanced Manufacturing Technology (2023) 129:4317–4333.
5. ASM Handbook Volume 13, Corrosion, 4th edition, ASM International, USA, 1992.