รายการสุขุมxนันทนา เฮฮาสภากาแฟ EP.19 ลอกคราบสังคมไทย จาก เซาะกร่อนฯ ถึง เปื่อยยุ่ย
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_4441621
รายการ สุขุมxนันทนา เฮฮาสภากาแฟ โดย อ.สุขุม นวลสกุล และ อ.นันทนา นันทวโรภาส หลัง ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษ ศูนย์กลางการเมืองเคลื่อนจากทำเนียบไปจันทร์ส่องหล้า เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ตามกฎหมาย แต่ยังมีนายกรัฐมนตรีซ้อนอยู่อีก 2 คนจากตระกูลชินวัตร แถมอาจจะงอกอีก 1 เมื่อคนที่บ้านป่ารอยต่อก็ยังไม่ยอมหมดหวัง
“นิด้าโพล”ปชช.50.38%”ทักษิณ”จะมีบทบาทให้คำปรึกษาเพื่อไทย
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_681470/
“นิด้าโพล”ปชช.50.38% เชื่อ “ทักษิณ”จะมีบทบาทในการให้คำปรึกษากับพรรคเพื่อไทย ขณะ 40.0% ไม่เห็นด้วยราชทัณฑ์พิจารณาลดโทษ หรือพักโทษ แต่ 28.93% ยังเชื่อม็อบต้าน”ทักษิณ”จะไม่สามารถจุดติด
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “
นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “
อำนาจราชทัณฑ์กับการเมืองหลังพักโทษ” ทำการสำรวจระหว่าง วันที่ 20-22 ก.พ. 2567 ที่ผ่านมา จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับอำนาจของกรมราชทัณฑ์กับการเมืองหลังพักโทษ โดยการสุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
จากการสำรวจ ความคิดเห็นของประชาชนต่ออำนาจของกรมราชทัณฑ์ในการพิจารณาลดโทษ หรือพักโทษให้กับนักโทษหลังจากศาลมีคำพิพากษา พบว่า ร้อยละ 40.00 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 19.47 ระบุ เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 19.16 ระบุ ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 18.01 ระบุ ค่อนข้างเห็นด้วย และ ร้อยละ 3.36 ระบุ ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ส่วนความคิดเห็นของประชาชนต่อการพิจารณาลดโทษ หรือพักโทษของกรมราชทัณฑ์ ควรมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกร่วมเป็นกรรมการ พบว่า ร้อยละ 41.69 ระบุ เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 24.58 ระบุ ค่อนข้างเห็นด้วย,ร้อยละ 24.27 ระบุ ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 8.70 ระบุ ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.76 ระบุ ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองหลัง “
ทักษิณ ชินวัตร” ได้รับการพักโทษ ร้อยละ 50.38 ระบุ “
ทักษิณ” จะมีบทบาทในการให้คำปรึกษากับพรรคเพื่อไทย, ร้อยละ 28.93 ระบุ การชุมนุมต่อต้าน “
ทักษิณ” จะไม่สามารถจุดติดเป็นการชุมนุมใหญ่, ร้อยละ 26.72 ระบุ คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยจะลดลงจากบทบาทที่มากขึ้นของ”
ทักษิณ” ร้อยละ 21.68 ระบุ การชุมนุมต่อต้าน”
ทักษิณ” จะสามารถจุดติดเป็นการชุมนุมใหญ่, ร้อยละ 19.69 ระบุ การต่อสู้ทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลจะเข้มข้นขึ้น, ร้อยละ 19.24 ระบุ เร็ว ๆ นี้จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี, ร้อยละ 17.63 ระบุ”
ทักษิณ” จะไม่ยุ่งกับการเมืองอีกแล้ว, ร้อยละ 17.02 ระบุ นายกรัฐมนตรี
เศรษฐา ทวีสิน จะอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ,
ร้อยละ 14.43 ระบุ ประเทศไทยจะดูเหมือนมีนายกรัฐมนตรี สองคน, ร้อยละ 12.21 ระบุ ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองยังคงอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ร้อยละ 11.15 ระบุ ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองจะย้ายไปอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า, ร้อยละ 11.07 ระบุ จะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี” จาก “
เศรษฐา” เป็น “
อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร”, ร้อยละ 9.54 ระบุ คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยจะสูงขึ้น จากบทบาทที่มากขึ้นของ”
ทักษิณ”, ร้อยละ 6.11 ระบุพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลจะเป็นมิตรกันมากขึ้น และร้อยละ 10.00 ระบุ ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ขึ้นตามสัญญา! “กทพ.” ย้ำ 1 มี.ค.นี้ จำเป็นต้องขึ้นค่าทางด่วน “ฉลองรัช/บูรพาวิถี” 5 บาท
https://www.dailynews.co.th/news/3206079/
ตั้งแต่ 1 มี.ค.นี้ จำเป็นต้องขึ้นค่าทางด่วนฉลองรัช-บูรพาวิถี 5 บาท กทพ. ชี้เป็นไปตามเงื่อนไขกองทุน TFFIF ต้องปรับขึ้นทุก 5 ปี หลังจากก่อนหน้านี้ช่วยลดภาระค่าใช่จ่ายประชาชน ชะลอปรับขึ้นมาตั้งแต่ 1 ก.ย.66 แล้ว ฉลองรัชไม่ได้ปรับมา 15 ปี.
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.67 กทพ. จะปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ตามเงื่อนไขสัญญากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย TFFIF ที่จะปรับขึ้นทุก 5 ปี หลังจากได้ชะลอการปรับขึ้นค่าผ่านทางตามสัญญามาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.66 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ทางพิเศษ และประชาชน ทั้งนี้ทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบรูพาวิถี ไม่ได้มีการปรับขึ้นค่าผ่านทางมากว่า 6 ปี และการปรับขึ้นค่าผ่านทางดังกล่าว คิดคำนวณตามดัชนีผู้บริโภค (CPI) ที่จะปรับขึ้นประมาณ 10% หรือประมาณ 5 บาท มีรายละเอียดดังนี้
อัตราค่าผ่านทางพิเศษฉลองรัช รถ 4 ล้อ ราคาเดิม 40 บาท ปรับเป็น 45 บาท, รถ 6-10 ล้อ ราคาเดิม 60 บาท ปรับเป็น 65 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ ราคาเดิม 80 บาท ปรับเป็น 90 บาท ยกเว้นด่านฯ รามอินทรา 1 และด่านฯ สุขาภิบาล 5-2 รถ 4 ล้อ ราคาเดิม 20 บาท ไม่มีการปรับขึ้น, รถ 6-10 ล้อ ราคาเดิม 30 บาท ปรับเป็น 35 บาทและรถมากกว่า 10 ล้อ ราคาเดิม 40 บาท ปรับเป็น 45 บาท
อัตราค่าผ่านทางพิเศษบูรพาวิถี รถ 4 ล้อ กรณีเดินทางไม่เกิน 20 กิโลเมตร(กม.) จะใช้อัตราค่าผ่านทางเดิม, กรณีเดินทางเกิน 20 กม. จะปรับอัตราค่าผ่านทางต่ำสุด 5 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 บาท โดยคิดตามระยะทาง รถ 6-10 ล้อ เดินทางไม่เกิน 20 กม. จะปรับขึ้น 5 บาท และเดินทางเกิน 20 กม. จะปรับอัตราค่าผ่านทางต่ำสุด 10 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 บาท โดยคิดตามระยะทาง รถมากกว่า 10 ล้อ เดินทางไม่เกิน 20 กม. จะปรับขึ้น 5 บาท และเดินทางเกิน20 กม. จะปรับอัตราค่าผ่านทางต่ำสุด 10 บาท สูงสุดไม่เกิน 25 บาท โดยคิดตามระยะทาง
ทั้งนี้ กทพ. ได้พยายามชะลอการปรับขึ้นค่าผ่านทางของทางพิเศษทั้ง 2 สายดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทางพิเศษฉลองรัช ที่ไม่ได้ปรับขึ้นค่าผ่านทางมาเป็นระยะเวลา 15 ปีแล้ว แม้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการการบำรุงรักษาทางพิเศษ เพื่อให้อยู่ในสภาพที่ดี จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีก็ตาม ซึ่ง กทพ. ขอขอบพระคุณประชาชนผู้ใช้ทางพิเศษ ที่ให้การสนับสนุน กทพ. ด้วยดีมาโดยตลอด.
JJNY : ลอกคราบสังคมไทย│“นิด้าโพล” 50.38%”ทักษิณ”จะมีบทบาท│ขึ้นตามสัญญา!1 มี.ค.│ต้องชนะรัสเซีย เร่งตต.ส่งอาวุธมากกว่านี้
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_4441621
“นิด้าโพล”ปชช.50.38%”ทักษิณ”จะมีบทบาทให้คำปรึกษาเพื่อไทย
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_681470/
“นิด้าโพล”ปชช.50.38% เชื่อ “ทักษิณ”จะมีบทบาทในการให้คำปรึกษากับพรรคเพื่อไทย ขณะ 40.0% ไม่เห็นด้วยราชทัณฑ์พิจารณาลดโทษ หรือพักโทษ แต่ 28.93% ยังเชื่อม็อบต้าน”ทักษิณ”จะไม่สามารถจุดติด
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “อำนาจราชทัณฑ์กับการเมืองหลังพักโทษ” ทำการสำรวจระหว่าง วันที่ 20-22 ก.พ. 2567 ที่ผ่านมา จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับอำนาจของกรมราชทัณฑ์กับการเมืองหลังพักโทษ โดยการสุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
จากการสำรวจ ความคิดเห็นของประชาชนต่ออำนาจของกรมราชทัณฑ์ในการพิจารณาลดโทษ หรือพักโทษให้กับนักโทษหลังจากศาลมีคำพิพากษา พบว่า ร้อยละ 40.00 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 19.47 ระบุ เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 19.16 ระบุ ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 18.01 ระบุ ค่อนข้างเห็นด้วย และ ร้อยละ 3.36 ระบุ ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ส่วนความคิดเห็นของประชาชนต่อการพิจารณาลดโทษ หรือพักโทษของกรมราชทัณฑ์ ควรมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกร่วมเป็นกรรมการ พบว่า ร้อยละ 41.69 ระบุ เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 24.58 ระบุ ค่อนข้างเห็นด้วย,ร้อยละ 24.27 ระบุ ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 8.70 ระบุ ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.76 ระบุ ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองหลัง “ทักษิณ ชินวัตร” ได้รับการพักโทษ ร้อยละ 50.38 ระบุ “ทักษิณ” จะมีบทบาทในการให้คำปรึกษากับพรรคเพื่อไทย, ร้อยละ 28.93 ระบุ การชุมนุมต่อต้าน “ทักษิณ” จะไม่สามารถจุดติดเป็นการชุมนุมใหญ่, ร้อยละ 26.72 ระบุ คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยจะลดลงจากบทบาทที่มากขึ้นของ”ทักษิณ” ร้อยละ 21.68 ระบุ การชุมนุมต่อต้าน”ทักษิณ” จะสามารถจุดติดเป็นการชุมนุมใหญ่, ร้อยละ 19.69 ระบุ การต่อสู้ทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลจะเข้มข้นขึ้น, ร้อยละ 19.24 ระบุ เร็ว ๆ นี้จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี, ร้อยละ 17.63 ระบุ”ทักษิณ” จะไม่ยุ่งกับการเมืองอีกแล้ว, ร้อยละ 17.02 ระบุ นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน จะอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ,
ร้อยละ 14.43 ระบุ ประเทศไทยจะดูเหมือนมีนายกรัฐมนตรี สองคน, ร้อยละ 12.21 ระบุ ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองยังคงอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ร้อยละ 11.15 ระบุ ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองจะย้ายไปอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า, ร้อยละ 11.07 ระบุ จะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี” จาก “เศรษฐา” เป็น “อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร”, ร้อยละ 9.54 ระบุ คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยจะสูงขึ้น จากบทบาทที่มากขึ้นของ”ทักษิณ”, ร้อยละ 6.11 ระบุพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลจะเป็นมิตรกันมากขึ้น และร้อยละ 10.00 ระบุ ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ขึ้นตามสัญญา! “กทพ.” ย้ำ 1 มี.ค.นี้ จำเป็นต้องขึ้นค่าทางด่วน “ฉลองรัช/บูรพาวิถี” 5 บาท
https://www.dailynews.co.th/news/3206079/
ตั้งแต่ 1 มี.ค.นี้ จำเป็นต้องขึ้นค่าทางด่วนฉลองรัช-บูรพาวิถี 5 บาท กทพ. ชี้เป็นไปตามเงื่อนไขกองทุน TFFIF ต้องปรับขึ้นทุก 5 ปี หลังจากก่อนหน้านี้ช่วยลดภาระค่าใช่จ่ายประชาชน ชะลอปรับขึ้นมาตั้งแต่ 1 ก.ย.66 แล้ว ฉลองรัชไม่ได้ปรับมา 15 ปี.
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.67 กทพ. จะปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ตามเงื่อนไขสัญญากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย TFFIF ที่จะปรับขึ้นทุก 5 ปี หลังจากได้ชะลอการปรับขึ้นค่าผ่านทางตามสัญญามาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.66 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ทางพิเศษ และประชาชน ทั้งนี้ทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบรูพาวิถี ไม่ได้มีการปรับขึ้นค่าผ่านทางมากว่า 6 ปี และการปรับขึ้นค่าผ่านทางดังกล่าว คิดคำนวณตามดัชนีผู้บริโภค (CPI) ที่จะปรับขึ้นประมาณ 10% หรือประมาณ 5 บาท มีรายละเอียดดังนี้
อัตราค่าผ่านทางพิเศษฉลองรัช รถ 4 ล้อ ราคาเดิม 40 บาท ปรับเป็น 45 บาท, รถ 6-10 ล้อ ราคาเดิม 60 บาท ปรับเป็น 65 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ ราคาเดิม 80 บาท ปรับเป็น 90 บาท ยกเว้นด่านฯ รามอินทรา 1 และด่านฯ สุขาภิบาล 5-2 รถ 4 ล้อ ราคาเดิม 20 บาท ไม่มีการปรับขึ้น, รถ 6-10 ล้อ ราคาเดิม 30 บาท ปรับเป็น 35 บาทและรถมากกว่า 10 ล้อ ราคาเดิม 40 บาท ปรับเป็น 45 บาท
อัตราค่าผ่านทางพิเศษบูรพาวิถี รถ 4 ล้อ กรณีเดินทางไม่เกิน 20 กิโลเมตร(กม.) จะใช้อัตราค่าผ่านทางเดิม, กรณีเดินทางเกิน 20 กม. จะปรับอัตราค่าผ่านทางต่ำสุด 5 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 บาท โดยคิดตามระยะทาง รถ 6-10 ล้อ เดินทางไม่เกิน 20 กม. จะปรับขึ้น 5 บาท และเดินทางเกิน 20 กม. จะปรับอัตราค่าผ่านทางต่ำสุด 10 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 บาท โดยคิดตามระยะทาง รถมากกว่า 10 ล้อ เดินทางไม่เกิน 20 กม. จะปรับขึ้น 5 บาท และเดินทางเกิน20 กม. จะปรับอัตราค่าผ่านทางต่ำสุด 10 บาท สูงสุดไม่เกิน 25 บาท โดยคิดตามระยะทาง
ทั้งนี้ กทพ. ได้พยายามชะลอการปรับขึ้นค่าผ่านทางของทางพิเศษทั้ง 2 สายดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทางพิเศษฉลองรัช ที่ไม่ได้ปรับขึ้นค่าผ่านทางมาเป็นระยะเวลา 15 ปีแล้ว แม้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการการบำรุงรักษาทางพิเศษ เพื่อให้อยู่ในสภาพที่ดี จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีก็ตาม ซึ่ง กทพ. ขอขอบพระคุณประชาชนผู้ใช้ทางพิเศษ ที่ให้การสนับสนุน กทพ. ด้วยดีมาโดยตลอด.