
ขณะที่ฉันนั่งอยู่บน taxi จิตใจฉันแทบจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ฉันร้องไห้มาหลายวันจนน้ำตาแทบไม่มี
นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าชีวิตฉันจะมีวันนี้ได้
วันที่ความรักมาพังลงอย่างไม่มีชิ้นดี
ผู้หญิงอายุ 27 อย่างฉันล้มเหลวในทุกอย่าง
แฟนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ ม.ปลายก็มาหลอกเงินไปจนหมด
เขาเคยเป็นทุกอย่างในชีวิตฉัน
แต่ตอนนี้เขาก็ทำให้ชีวิตฉันไม่เหลืออะไรเลย
ฉันตกงาน โดนแฟนทิ้ง ไม่ใช่สิ
ต้องบอกว่าโดนแฟนหลอกเอาเงินไปจนหมดตัวแล้วก็ทิ้ง
ไม่นานแม่ก็เพิ่งมาจากฉันไป
ชีวิตฉันมันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
เคยคิดจะฆ่าตัวตายก็หลายครั้ง
แต่ที่ไม่ทำเพราะกลัวว่ามันจะไม่ตาย
ถ้าร่างกายมาพิกลพิการอีก มันก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น
ฉันอยากจะหนีไปให้ไกลแสนไกล
โชคดีที่ไปเจอประกาศรับสมัครงานที่ค่อนข้างแปลก
ดันมีคนรับสมัครคนช่วยบริหารจัดการบ้าน
เขาเขียนว่าอย่างนั้นจริงๆนะคะ
เขารับเพศหญิง อายุ 26-30 ปี
เงินดีด้วย ที่สำคัญ มันอยู่ที่หมู่เกาะเช็ตแลนด์

มันเป็นสถานที่ๆเหมาะสำหรับคนที่หมดอาลัยตายอยากอย่างฉัน
ฉันเองอยากเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น
การเดินทางออกจะไกลสักหน่อย
ฉันต้องนั่งการบินไทยประมาณ 12 ชม.
ไปลงที่กรุงลอนดอน
หลังจากนั้นต้องไปขึ้นรถขนส่งที่ วิตตอเรียบัสสเตชั่น
เพื่อไปลงที่เมืองอาร์เบอร์ดีนของสกอตแลนด์
แล้วต้องนั่งเรือขนาดใหญ่อีกประมาณ 10 ชม.
เพื่อไปยังเกาะเช็ตแลนด์
มันเป็นเส้นทางที่เหมาะมากสำหรับคนใจสลายอย่างฉัน
คนที่หมดอนาคตในเรื่องของความรัก
จริงๆแล้วต้องบอกว่าแทบจะหมดอนาคตในทุกเรื่อง
ชีวิตฉันในวัย 27 ปี แทบจะไม่มีอะไรเหลือให้โหยหาอาลัยเลย
เมื่อ taxi มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
ฉันก็ขนสัมภาระลง แล้วก็เดินอย่างเหม่อลอยเพื่อไปเช็คอิน
หลังจากนั้นก็เดินเล่นสักพักก่อนที่จะเข้า gate
ฉันตัดสินใจที่จะจากที่นี่ไปโดยไม่กลับมาอีก
จะเรียกว่าไปตายเอาดาบหน้าก็ได้
ก่อนเข้า gate ฉันเดินดูรอบๆสนามบินอย่างอาลัยอาวรณ์
คิดในใจว่า หลังจากนี้ เราก็จะไม่เจอกันอีกแล้วนะ
ถึงอยากจะจากที่นี่ไปให้ไกล แต่จู่ๆมันก็ใจหายขึ้นมา
คิดในใจว่า นี่เราจะไปจริงๆเหรอ
เราจะไปจริงๆแล้วนะ
ฉันอยากทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง
ทุกวันนี้ก็ไม่เหลือใครอีก
ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
ตอนเข้า gate ไปแล้ว มันก็เดินไกลเหมือนกันนะ
กว่าจะถึงตรงทางที่ฉันจะตรงเข้าเครื่องบิน
ฉันนั่งรอไม่นาน เขาก็เรียก
แล้วฉันก็เดินตรงขึ้นเครื่อง แล้วก็ไปนั่งประจำที่
รัดเข็มขัด แล้วก็นั่งรอ
นี่เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของฉัน
และน่าจะเป็นครั้งสุดท้าย
ใจคอไม่ค่อยดีเหมือนกัน
แต่เมื่อตัดสินใจแล้วก็แล้วกัน
ฉันยังไม่รู้ว่าที่เกาะเช็ตแลนด์จะเป็นอย่างไร
แต่ก็ดีแล้วล่ะ บางครั้งมันก็เหมือนเดินทางออกนอกโลก
ไปในที่ๆไม่มีใครรู้จักเรา และเราเองก็ไม่รู้จักใคร
ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วทิ้งเรื่องแย่ๆทุกเรื่องไว้ที่นี่
ฉันถามตัวเองเสมอว่าพร้อมไหม
คำตอบก็คือไม่พร้อมก็ต้องพร้อม
และเมื่อเครื่องบินเริ่มเคลื่อนไหว
สิ่งที่เหลือไว้ มันก็เป็นแค่ความทรงจำ
รักเอย ... ไม่เคยลับ ตอนที่ 1 วันที่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น
ขณะที่ฉันนั่งอยู่บน taxi จิตใจฉันแทบจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ฉันร้องไห้มาหลายวันจนน้ำตาแทบไม่มี
นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าชีวิตฉันจะมีวันนี้ได้
วันที่ความรักมาพังลงอย่างไม่มีชิ้นดี
ผู้หญิงอายุ 27 อย่างฉันล้มเหลวในทุกอย่าง
แฟนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ ม.ปลายก็มาหลอกเงินไปจนหมด
เขาเคยเป็นทุกอย่างในชีวิตฉัน
แต่ตอนนี้เขาก็ทำให้ชีวิตฉันไม่เหลืออะไรเลย
ฉันตกงาน โดนแฟนทิ้ง ไม่ใช่สิ
ต้องบอกว่าโดนแฟนหลอกเอาเงินไปจนหมดตัวแล้วก็ทิ้ง
ไม่นานแม่ก็เพิ่งมาจากฉันไป
ชีวิตฉันมันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
เคยคิดจะฆ่าตัวตายก็หลายครั้ง
แต่ที่ไม่ทำเพราะกลัวว่ามันจะไม่ตาย
ถ้าร่างกายมาพิกลพิการอีก มันก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น
ฉันอยากจะหนีไปให้ไกลแสนไกล
โชคดีที่ไปเจอประกาศรับสมัครงานที่ค่อนข้างแปลก
ดันมีคนรับสมัครคนช่วยบริหารจัดการบ้าน
เขาเขียนว่าอย่างนั้นจริงๆนะคะ
เขารับเพศหญิง อายุ 26-30 ปี
เงินดีด้วย ที่สำคัญ มันอยู่ที่หมู่เกาะเช็ตแลนด์
มันเป็นสถานที่ๆเหมาะสำหรับคนที่หมดอาลัยตายอยากอย่างฉัน
ฉันเองอยากเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น
การเดินทางออกจะไกลสักหน่อย
ฉันต้องนั่งการบินไทยประมาณ 12 ชม.
ไปลงที่กรุงลอนดอน
หลังจากนั้นต้องไปขึ้นรถขนส่งที่ วิตตอเรียบัสสเตชั่น
เพื่อไปลงที่เมืองอาร์เบอร์ดีนของสกอตแลนด์
แล้วต้องนั่งเรือขนาดใหญ่อีกประมาณ 10 ชม.
เพื่อไปยังเกาะเช็ตแลนด์
มันเป็นเส้นทางที่เหมาะมากสำหรับคนใจสลายอย่างฉัน
คนที่หมดอนาคตในเรื่องของความรัก
จริงๆแล้วต้องบอกว่าแทบจะหมดอนาคตในทุกเรื่อง
ชีวิตฉันในวัย 27 ปี แทบจะไม่มีอะไรเหลือให้โหยหาอาลัยเลย
เมื่อ taxi มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
ฉันก็ขนสัมภาระลง แล้วก็เดินอย่างเหม่อลอยเพื่อไปเช็คอิน
หลังจากนั้นก็เดินเล่นสักพักก่อนที่จะเข้า gate
ฉันตัดสินใจที่จะจากที่นี่ไปโดยไม่กลับมาอีก
จะเรียกว่าไปตายเอาดาบหน้าก็ได้
ก่อนเข้า gate ฉันเดินดูรอบๆสนามบินอย่างอาลัยอาวรณ์
คิดในใจว่า หลังจากนี้ เราก็จะไม่เจอกันอีกแล้วนะ
ถึงอยากจะจากที่นี่ไปให้ไกล แต่จู่ๆมันก็ใจหายขึ้นมา
คิดในใจว่า นี่เราจะไปจริงๆเหรอ
เราจะไปจริงๆแล้วนะ
ฉันอยากทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง
ทุกวันนี้ก็ไม่เหลือใครอีก
ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
ตอนเข้า gate ไปแล้ว มันก็เดินไกลเหมือนกันนะ
กว่าจะถึงตรงทางที่ฉันจะตรงเข้าเครื่องบิน
ฉันนั่งรอไม่นาน เขาก็เรียก
แล้วฉันก็เดินตรงขึ้นเครื่อง แล้วก็ไปนั่งประจำที่
รัดเข็มขัด แล้วก็นั่งรอ
นี่เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของฉัน
และน่าจะเป็นครั้งสุดท้าย
ใจคอไม่ค่อยดีเหมือนกัน
แต่เมื่อตัดสินใจแล้วก็แล้วกัน
ฉันยังไม่รู้ว่าที่เกาะเช็ตแลนด์จะเป็นอย่างไร
แต่ก็ดีแล้วล่ะ บางครั้งมันก็เหมือนเดินทางออกนอกโลก
ไปในที่ๆไม่มีใครรู้จักเรา และเราเองก็ไม่รู้จักใคร
ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วทิ้งเรื่องแย่ๆทุกเรื่องไว้ที่นี่
ฉันถามตัวเองเสมอว่าพร้อมไหม
คำตอบก็คือไม่พร้อมก็ต้องพร้อม
และเมื่อเครื่องบินเริ่มเคลื่อนไหว
สิ่งที่เหลือไว้ มันก็เป็นแค่ความทรงจำ