
พระธุดงค์ลึกลับ นั่งสมาธิใต้ต้นไม้
วันนี้ท่านมาตอบแทนบุญคุณคนในชาติก่อน อีกคน
เขาคนนี้เคยให้อาหารท่านในชาติก่อนตอนที่ท่านยากจน
น้ำหญิงสาววัย 25 ปี สวย ร่าเริง ใจดี ชอบผจญภัย
อ้นชายหนุ่มวัย 27 ปี หน้าตาดี ฉลาด อบอุ่น เป็นเพื่อนกับน้ำ
มินหญิงสาววัย 26 ปี เงียบขรึม เก็บตัว เป็นเพื่อนกับน้ำ
ทั้งสามคนออกเดินทางจากยโสธรไปเที่ยวเชียงใหม่
น้ำ หญิงสาววัย 25 ปี สวย ร่าเริง ใจดี ชอบผจญภัย กำลังวางแผนทริปสุดพิเศษ มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ แดนวัฒนธรรมลานนา
พวกเขามุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ด้วยความตั้งใจที่แตกต่าง
อ้น ชายหนุ่มวัย 27 ปี หน้าตาดี ฉลาด อบอุ่น เพื่อนสนิทของน้ำ รู้สึกตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้ เขาใฝ่ฝันอยากสัมผัสธรรมชาติ ถ่ายภาพเก็บความประทับใจ และใช้เวลาร่วมกับน้ำ
มิน หญิงสาววัย 26 ปี เงียบขรึม เก็บตัว เพื่อนสนิทอีกคนของน้ำ กำลังเผชิญปัญหาส่วนตัว เธอต้องการหนีความวุ่นวาย หาเวลาอยู่คนเดียว ทริปนี้จึงเป็นเหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์
สองข้างทาง เป็นป่าเปลี่ยว พวกเขา ไม่ชินเส้นทาง
อ้นขับรถมาตามgoogl map สองข้างทางป่ารกทึบ เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ คนเลี้ยงควายจูงควายบนขอบถนน
ณ ท้องถนนสายเปลี่ยว อากาศเย็นยะเยือก เสียงนกร้องระงม บ่งบอกถึงความเงียบสงัด ด รถแล่น มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง ภายในรถมี น้ำ อ้น และมิน กำลังเดินทางไปยังเชียงใหม่ แต่ทว่า ระหว่างทาง รถดันเกิดเสียขึ้น ทำให้ต้องเสียเวลาซ่อมแซม กว่าจะเสร็จก็ค่ำพอดี บรรยากาศรอบข้างเริ่มน่ากลัว แสงไฟจากรถส่องไปยังต้นไม้ใหญ่ ยิ่งทำให้ดูอึดอัด
ระหว่างทางเดินอ้นเขาเห็นพระธุดงค์ลึกลับ จึงนิมนต์ขึ้นรถ
เขาถามว่าทานจะไปที่ไหนเขาจะไปส่ง
ท่านบอกว่าจะไปเชียงใหม่เหมือนกัน บังเอิญมาก
ด้วยความมืดมิดและความกลัว พวกเขาขับรถไปตาม google map
เสียงร้องโหยหวนคล้ายเสียงสัตว์ป่า ดังมาจากทิศทางไม่ไกล
ถนนสายเปลี่ยว บรรยากาศรอบข้างอึดอัด ยิ่งทำให้ดูเงียบสงัด ท้องฟ้ายามค่ำคืนปกคลุมด้วยความมืดมิด ต้นไม้ใหญ่ ดูน่ากลัว
ผืนป่ารกทึบ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ยืนต้น
ราวกับทหารยามคุ้มครองผืนดิน
เอ๊ะ ทำไม GPS ถึงพาเรามาทางนี้?" อ้น พูดด้วยความสงสัย
"ใช่ ปกติแล้วไม่น่าจะมีทางลูกรังแบบนี้นะ" น้ำตอบ
"ลองขับไปดูอีกหน่อย เผื่อมีทางออก" มินพูด
รถคันสีขาว แล่นไปบนถนนลูกรัง ฝุ่นฟุ้งกระจาย สองข้างทางรกทึบ
"อ้น เราหลงป่าหรือเปล่า?"
"ไม่รู้สิ GPS ก็พามาทางนี้"
"ทำไมมันเงียบแบบนี้ ไม่เห็นมีรถคันอื่นเลย"
"ใจเย็นๆ เดี๋ยวเราก็เจอทางออก" อ้นพูด
รถคันสีขาว แล่นไปเรื่อยๆ แต่ยิ่งขับไป ยิ่งรู้สึกเหมือนหลงทาง
นี่มันที่ไหนกันนะ" น้ำเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล
"ใจเย็นๆ น้ำ เดี๋ยวเราก็ถึง" อ้นปลอบใจ
"ฉันกลัว" มินพูดเสียงเบา
ทันใดนั้น เสียงดังสนั่นก็ดังขึ้น เครื่องยนต์รถยนต์หยุดทำงาน ไฟหน้าดับลง
"โอ๊ย ไม่นะ!" น้ำอุทาน
"ทำไมรถถึงเสียตอนนี้ล่ะ" อ้นบ่นพึมพำ
ทั้งสามคนลงจากรถ มองดูความมืดมิดรอบข้างด้วยความกังวล
"เอาไงกันดี?" น้ำถาม
คงต้องนอนกันในรถก่อนปลอดภัยสุด
"ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรหรอก อาตมาจะช่วยพวกโยม" เสียงนุ่มนวลของพระธุดงค์ดังขึ้น
พระธุดงค์พาพวกเขาไปกางมุ้งนอนใต้ต้นไม้ใหญ่
"ขอบคุณมากนะคะหลวงพ่อ" น้ำกล่าวขอบคุณ
"พวกเรารบกวนหลวงพ่อหรือเปล่าครับ?" อ้นถามด้วยความเกรงใจ
"ไม่รบกวนหรอก อาตมานอนใต้ต้นไม้เป็นประจำ พวกโยมนอนพักผ่อนได้เลย"
อาตมาจะนั่งสมาธิแถวๆนี้
พระธุดงค์กล่าว
น้ำกับอ้นนอนหลับไปอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า...
เสียงจั๊กจั่นร้องระงม เสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ เสียงกิ่งไม้ลั่นดังกึกก้อง สร้างความหวาดกลัวให้กับทั้งสามคน น้ำ อ้น และ มินต่างพยายามนอนหลับ พักผ่อนร่างกาย แม้จะเต็มไปด้วยความกังวล
หลังจากนอนหลับไปได้สักพัก เสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้น น้ำลุกขึ้นมองออกไป พบว่าเป็นตำรวจสองนายที่ขับผ่านมา
บนถนนหลวงเปลี่ยว มืดมิด ท่ามกลางป่ารกทึบ
บรรยากาศวังเวง อึดอัด เสียงแมลงร้องระงม
ต้นไม้ใหญ่โบกโบย ใบไม้ร่วงหล่น
ศาลเพียงตาข้างทาง ดูเก่าโทรม มีร่องรอยของการบูชา
กลิ่นธูปหอมลอยฟุ้ง
"พวกคุณเป็นอะไรไหมครับ?" ตำรวจคนหนึ่งถาม
"รถเราเสียค่ะ " น้ำตอบ
"โอเค งั้นผมจะโทรเรียกช่างซ่อมรถให้ รอตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะยืนดูแลความปลอดภัยให้" ตำรวจพูด
"ขอบคุณมากนะคะคุณตำรวจ" น้ำเอ่ยคำขอบคุณ
"ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว" ตำรวจตอบ
"พวกคุณโชคดีนะ ที่เจอพวกผม"
"ใช่ค่ะ โชคดีจริงๆ" น้ำตอบ
น้ำกลับเข้าไปในมุ้งแล้วก็เผลอหลับไป
น้ำตื่นขึ้นมา เพราะเสียงร้องโหยหวน เธอค่อยๆ ลุกขึ้น มองออกไปนอกมุ้ง เห็นเงาดำทะมึนกำลังลอยอยู่ไกลๆ
"อ้น ตื่นเร็ว!" น้ำกระซิบ
"อะไรเหรอ?" อ้นลืมตาขึ้น
"ดูนั่นสิ!" น้ำชี้ไปที่เงาดำ
อ้นจ้องมองตามเงาดำนั้น เผยให้เห็นร่างของผู้หญิงผมยาวสลวย สวมชุดสีขาวโพลน เงาดำค่อยๆ ลอยเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ น้ำและอ้นกอดกันแน่นด้วยความหวาดกลัว
ทันใดนั้น เงาดำนั้นก็หยุดชะงัก เมื่อมันเห็นพระธุดงค์นั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มันค่อยๆ หันหลังกลับและลอยจากไปอย่างเงียบเชียบ
"ขอบคุณหลวงพ่อมากค่ะ" น้ำกล่าวขอบคุณพระธุดงค์ด้วยความรู้สึกปลอดภัย
มินรู้สึกปวดฉี่ พยายยามกลั้นแต่ก็ทนไม่ไหว
มินเห็นอ้นและน้ำ ยังไม่หลับก็ขอให้ไปเป็นเพื่อน เพราะกลัว
น้ำและอ้นก็เลยไปกับมิน ทั้งสามคนต่างทำธุระเบากัน
ในขณะที่มินกำลังทำธุระเบาอยู่ใต้ต้นไม้ ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวน
เรียกชื่อมิน มินสงสัยว่าใครเรียก ก็นึกได้ว่าน่าจะเป็นน้ำ
แต่น้ำบอกน้ำไปได้เรียกมิน
แล้วใครเรียกมิน
มิน ขนลุก รีบกลับไปนอนด้วยความหวาดกลัว
อ้นเห็นแสงไฟจากรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขี่ผ่านมา
อ้นดีใจกำลังจะขอความช่วยเหลือจากเขาเผื่อเขาซ่อมรถได้
แต่สิ่งที่เขาเห็นคือมอเตอร์ไซค์ที่ไร้คนขับ
อ้นกลัวจนขนลุก
น้ำเห็นเงาร่างของคนยืนอยู่กลางถนน ทันใดนั้นรถยนต์คันหนึ่งก็พุ่งเข้าชนอย่างเต็มแรง แต่เธอกลับมองไม่เห็นทั้งรถและคน
น้ำสงสัย งุนงง กับเหตุการณ์ แต่พอนึกได้ว่า อาจจะไม่ใช่คน
น้ำก็ขนลุก
ทั้งมิน น้ำ อ้นต่างเจอเหตุการณ์ลึกลับ
จู่ๆ
ตำรวจสองคนขับมอเตอไซค์หายไปกับความมืด
พวกเขาสงสัยว่าทำไมตำรวจรีบไปโดยไม่ลา ก็พบกับภาพที่น่าตกใจ มอเตอร์ไซค์ของตำรวจสองคันล้มอยู่ข้างถนน ข้างๆ นั้นศพของตำรวจหนุ่ม2คนนอนแน่นิ่งอยู่
สภาพมอเตอไซ เหมือนโดนรถชนพังยับเยิน
ทันใดเสียงหมาหอนก็ดังขึ้น
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทำให้พวกเขาตกตะลึง
ตำรวจที่ช่วยเหลือพวกเขาเมื่อคืน พวกเขาไม่รู้ตัวว่าตายแล้ว
ไม่น่าเชื่อเลย ตำรวจสองคนที่ช่วยเราเมื่อคืน เสียชีวิตแล้ว
สงสารพวกเขาจัง ยังหนุ่มอยู่เลย
ในตอนเช้าหลังผ่านเหตุการณ์น่ากลัว
บรรยากาศอึดอัด อึมครึม เสียงแมลงร้องระงม
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกิ่งไม้
พระธุดงค์กล่าวลาอ้นน้ำมิน แล้วเข้าฌานสมาบัติ ค่อยๆหายไปจากสายตาอ้นน้ำและมิน
สัตว์โลกเป็นไปตามกรรมท่านรำพึง
"หลวงพ่อคะ ขอบคุณที่ช่วยพวกเรา"
"พวกเราจะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับตำรวจหนุ่มนะคะ"
"ขอให้พวกเขาไปสู่สุคติ
เหตุการณ์ค่ำคืนนี้พวกเขาจะจดจำไม่มีลืม
เมื่ออ้นลองสตาทรถยนต์ ตามคำบอกของพระธุดงค์ ก็ปรากฎว่ารถติด
พวกเขาดีใจมาก ปาฎิหารย์จริงๆ
หลวงพ่อท่านช่วยพวกเรา
เช้าวันต่อมา น้ำ อ้น และมิน ตัดสินใจไปทำบุญที่วัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับวิญญาณของตำรวจหนุ่ม และเพื่อเป็นการขอบคุณหลวงพ่อที่ช่วยเหลือพวกเขาจากอันตราย
หลงทางในป่าเจอผี
พระธุดงค์ลึกลับ นั่งสมาธิใต้ต้นไม้
วันนี้ท่านมาตอบแทนบุญคุณคนในชาติก่อน อีกคน
เขาคนนี้เคยให้อาหารท่านในชาติก่อนตอนที่ท่านยากจน
น้ำหญิงสาววัย 25 ปี สวย ร่าเริง ใจดี ชอบผจญภัย
อ้นชายหนุ่มวัย 27 ปี หน้าตาดี ฉลาด อบอุ่น เป็นเพื่อนกับน้ำ
มินหญิงสาววัย 26 ปี เงียบขรึม เก็บตัว เป็นเพื่อนกับน้ำ
ทั้งสามคนออกเดินทางจากยโสธรไปเที่ยวเชียงใหม่
น้ำ หญิงสาววัย 25 ปี สวย ร่าเริง ใจดี ชอบผจญภัย กำลังวางแผนทริปสุดพิเศษ มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ แดนวัฒนธรรมลานนา
พวกเขามุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ด้วยความตั้งใจที่แตกต่าง
อ้น ชายหนุ่มวัย 27 ปี หน้าตาดี ฉลาด อบอุ่น เพื่อนสนิทของน้ำ รู้สึกตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้ เขาใฝ่ฝันอยากสัมผัสธรรมชาติ ถ่ายภาพเก็บความประทับใจ และใช้เวลาร่วมกับน้ำ
มิน หญิงสาววัย 26 ปี เงียบขรึม เก็บตัว เพื่อนสนิทอีกคนของน้ำ กำลังเผชิญปัญหาส่วนตัว เธอต้องการหนีความวุ่นวาย หาเวลาอยู่คนเดียว ทริปนี้จึงเป็นเหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์
สองข้างทาง เป็นป่าเปลี่ยว พวกเขา ไม่ชินเส้นทาง
อ้นขับรถมาตามgoogl map สองข้างทางป่ารกทึบ เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ คนเลี้ยงควายจูงควายบนขอบถนน
ณ ท้องถนนสายเปลี่ยว อากาศเย็นยะเยือก เสียงนกร้องระงม บ่งบอกถึงความเงียบสงัด ด รถแล่น มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง ภายในรถมี น้ำ อ้น และมิน กำลังเดินทางไปยังเชียงใหม่ แต่ทว่า ระหว่างทาง รถดันเกิดเสียขึ้น ทำให้ต้องเสียเวลาซ่อมแซม กว่าจะเสร็จก็ค่ำพอดี บรรยากาศรอบข้างเริ่มน่ากลัว แสงไฟจากรถส่องไปยังต้นไม้ใหญ่ ยิ่งทำให้ดูอึดอัด
ระหว่างทางเดินอ้นเขาเห็นพระธุดงค์ลึกลับ จึงนิมนต์ขึ้นรถ
เขาถามว่าทานจะไปที่ไหนเขาจะไปส่ง
ท่านบอกว่าจะไปเชียงใหม่เหมือนกัน บังเอิญมาก
ด้วยความมืดมิดและความกลัว พวกเขาขับรถไปตาม google map
เสียงร้องโหยหวนคล้ายเสียงสัตว์ป่า ดังมาจากทิศทางไม่ไกล
ถนนสายเปลี่ยว บรรยากาศรอบข้างอึดอัด ยิ่งทำให้ดูเงียบสงัด ท้องฟ้ายามค่ำคืนปกคลุมด้วยความมืดมิด ต้นไม้ใหญ่ ดูน่ากลัว
ผืนป่ารกทึบ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ยืนต้น
ราวกับทหารยามคุ้มครองผืนดิน
เอ๊ะ ทำไม GPS ถึงพาเรามาทางนี้?" อ้น พูดด้วยความสงสัย
"ใช่ ปกติแล้วไม่น่าจะมีทางลูกรังแบบนี้นะ" น้ำตอบ
"ลองขับไปดูอีกหน่อย เผื่อมีทางออก" มินพูด
รถคันสีขาว แล่นไปบนถนนลูกรัง ฝุ่นฟุ้งกระจาย สองข้างทางรกทึบ
"อ้น เราหลงป่าหรือเปล่า?"
"ไม่รู้สิ GPS ก็พามาทางนี้"
"ทำไมมันเงียบแบบนี้ ไม่เห็นมีรถคันอื่นเลย"
"ใจเย็นๆ เดี๋ยวเราก็เจอทางออก" อ้นพูด
รถคันสีขาว แล่นไปเรื่อยๆ แต่ยิ่งขับไป ยิ่งรู้สึกเหมือนหลงทาง
นี่มันที่ไหนกันนะ" น้ำเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล
"ใจเย็นๆ น้ำ เดี๋ยวเราก็ถึง" อ้นปลอบใจ
"ฉันกลัว" มินพูดเสียงเบา
ทันใดนั้น เสียงดังสนั่นก็ดังขึ้น เครื่องยนต์รถยนต์หยุดทำงาน ไฟหน้าดับลง
"โอ๊ย ไม่นะ!" น้ำอุทาน
"ทำไมรถถึงเสียตอนนี้ล่ะ" อ้นบ่นพึมพำ
ทั้งสามคนลงจากรถ มองดูความมืดมิดรอบข้างด้วยความกังวล
"เอาไงกันดี?" น้ำถาม
คงต้องนอนกันในรถก่อนปลอดภัยสุด
"ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรหรอก อาตมาจะช่วยพวกโยม" เสียงนุ่มนวลของพระธุดงค์ดังขึ้น
พระธุดงค์พาพวกเขาไปกางมุ้งนอนใต้ต้นไม้ใหญ่
"ขอบคุณมากนะคะหลวงพ่อ" น้ำกล่าวขอบคุณ
"พวกเรารบกวนหลวงพ่อหรือเปล่าครับ?" อ้นถามด้วยความเกรงใจ
"ไม่รบกวนหรอก อาตมานอนใต้ต้นไม้เป็นประจำ พวกโยมนอนพักผ่อนได้เลย"
อาตมาจะนั่งสมาธิแถวๆนี้
พระธุดงค์กล่าว
น้ำกับอ้นนอนหลับไปอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า...
เสียงจั๊กจั่นร้องระงม เสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ เสียงกิ่งไม้ลั่นดังกึกก้อง สร้างความหวาดกลัวให้กับทั้งสามคน น้ำ อ้น และ มินต่างพยายามนอนหลับ พักผ่อนร่างกาย แม้จะเต็มไปด้วยความกังวล
หลังจากนอนหลับไปได้สักพัก เสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้น น้ำลุกขึ้นมองออกไป พบว่าเป็นตำรวจสองนายที่ขับผ่านมา
บนถนนหลวงเปลี่ยว มืดมิด ท่ามกลางป่ารกทึบ
บรรยากาศวังเวง อึดอัด เสียงแมลงร้องระงม
ต้นไม้ใหญ่โบกโบย ใบไม้ร่วงหล่น
ศาลเพียงตาข้างทาง ดูเก่าโทรม มีร่องรอยของการบูชา
กลิ่นธูปหอมลอยฟุ้ง
"พวกคุณเป็นอะไรไหมครับ?" ตำรวจคนหนึ่งถาม
"รถเราเสียค่ะ " น้ำตอบ
"โอเค งั้นผมจะโทรเรียกช่างซ่อมรถให้ รอตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะยืนดูแลความปลอดภัยให้" ตำรวจพูด
"ขอบคุณมากนะคะคุณตำรวจ" น้ำเอ่ยคำขอบคุณ
"ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว" ตำรวจตอบ
"พวกคุณโชคดีนะ ที่เจอพวกผม"
"ใช่ค่ะ โชคดีจริงๆ" น้ำตอบ
น้ำกลับเข้าไปในมุ้งแล้วก็เผลอหลับไป
น้ำตื่นขึ้นมา เพราะเสียงร้องโหยหวน เธอค่อยๆ ลุกขึ้น มองออกไปนอกมุ้ง เห็นเงาดำทะมึนกำลังลอยอยู่ไกลๆ
"อ้น ตื่นเร็ว!" น้ำกระซิบ
"อะไรเหรอ?" อ้นลืมตาขึ้น
"ดูนั่นสิ!" น้ำชี้ไปที่เงาดำ
อ้นจ้องมองตามเงาดำนั้น เผยให้เห็นร่างของผู้หญิงผมยาวสลวย สวมชุดสีขาวโพลน เงาดำค่อยๆ ลอยเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ น้ำและอ้นกอดกันแน่นด้วยความหวาดกลัว
ทันใดนั้น เงาดำนั้นก็หยุดชะงัก เมื่อมันเห็นพระธุดงค์นั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มันค่อยๆ หันหลังกลับและลอยจากไปอย่างเงียบเชียบ
"ขอบคุณหลวงพ่อมากค่ะ" น้ำกล่าวขอบคุณพระธุดงค์ด้วยความรู้สึกปลอดภัย
มินรู้สึกปวดฉี่ พยายยามกลั้นแต่ก็ทนไม่ไหว
มินเห็นอ้นและน้ำ ยังไม่หลับก็ขอให้ไปเป็นเพื่อน เพราะกลัว
น้ำและอ้นก็เลยไปกับมิน ทั้งสามคนต่างทำธุระเบากัน
ในขณะที่มินกำลังทำธุระเบาอยู่ใต้ต้นไม้ ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวน
เรียกชื่อมิน มินสงสัยว่าใครเรียก ก็นึกได้ว่าน่าจะเป็นน้ำ
แต่น้ำบอกน้ำไปได้เรียกมิน
แล้วใครเรียกมิน
มิน ขนลุก รีบกลับไปนอนด้วยความหวาดกลัว
อ้นเห็นแสงไฟจากรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขี่ผ่านมา
อ้นดีใจกำลังจะขอความช่วยเหลือจากเขาเผื่อเขาซ่อมรถได้
แต่สิ่งที่เขาเห็นคือมอเตอร์ไซค์ที่ไร้คนขับ
อ้นกลัวจนขนลุก
น้ำเห็นเงาร่างของคนยืนอยู่กลางถนน ทันใดนั้นรถยนต์คันหนึ่งก็พุ่งเข้าชนอย่างเต็มแรง แต่เธอกลับมองไม่เห็นทั้งรถและคน
น้ำสงสัย งุนงง กับเหตุการณ์ แต่พอนึกได้ว่า อาจจะไม่ใช่คน
น้ำก็ขนลุก
ทั้งมิน น้ำ อ้นต่างเจอเหตุการณ์ลึกลับ
จู่ๆ
ตำรวจสองคนขับมอเตอไซค์หายไปกับความมืด
พวกเขาสงสัยว่าทำไมตำรวจรีบไปโดยไม่ลา ก็พบกับภาพที่น่าตกใจ มอเตอร์ไซค์ของตำรวจสองคันล้มอยู่ข้างถนน ข้างๆ นั้นศพของตำรวจหนุ่ม2คนนอนแน่นิ่งอยู่
สภาพมอเตอไซ เหมือนโดนรถชนพังยับเยิน
ทันใดเสียงหมาหอนก็ดังขึ้น
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทำให้พวกเขาตกตะลึง
ตำรวจที่ช่วยเหลือพวกเขาเมื่อคืน พวกเขาไม่รู้ตัวว่าตายแล้ว
ไม่น่าเชื่อเลย ตำรวจสองคนที่ช่วยเราเมื่อคืน เสียชีวิตแล้ว
สงสารพวกเขาจัง ยังหนุ่มอยู่เลย
ในตอนเช้าหลังผ่านเหตุการณ์น่ากลัว
บรรยากาศอึดอัด อึมครึม เสียงแมลงร้องระงม
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกิ่งไม้
พระธุดงค์กล่าวลาอ้นน้ำมิน แล้วเข้าฌานสมาบัติ ค่อยๆหายไปจากสายตาอ้นน้ำและมิน
สัตว์โลกเป็นไปตามกรรมท่านรำพึง
"หลวงพ่อคะ ขอบคุณที่ช่วยพวกเรา"
"พวกเราจะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับตำรวจหนุ่มนะคะ"
"ขอให้พวกเขาไปสู่สุคติ
เหตุการณ์ค่ำคืนนี้พวกเขาจะจดจำไม่มีลืม
เมื่ออ้นลองสตาทรถยนต์ ตามคำบอกของพระธุดงค์ ก็ปรากฎว่ารถติด
พวกเขาดีใจมาก ปาฎิหารย์จริงๆ
หลวงพ่อท่านช่วยพวกเรา
เช้าวันต่อมา น้ำ อ้น และมิน ตัดสินใจไปทำบุญที่วัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับวิญญาณของตำรวจหนุ่ม และเพื่อเป็นการขอบคุณหลวงพ่อที่ช่วยเหลือพวกเขาจากอันตราย