ที่บ้านมี พี่น้อง 2 คน เราเกิดมาห่างกัน 9 ปี เราเป็นคนโต ที่บ้านคิดว่า อายุห่างกัน น่าจะมีความเข้าใจและดูแลกันได้ดี
แต่ไม่ได้เป็นแบบนั้น
ตอนโตมา ขนาดตอนมีแค่เราคนเดียว เราเองยังรู้สึกว่า สถานการณ์ การเงินที่บ้านมีปัญหา แล้วยิ่งมามีน้องอีกคน มันจะยิ่งมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เราพยายามขอทุน สอบ ทำงานพาร์ทไทม์ทุกทาง โดยแทบจะไม่ขอเงินจากที่บ้านเลย เพราะคิดเองว่าเค้าน่าจะลำบาก ตอนสัมภาษณ์ขอทุน ของมหาลัย เราได้เจอคณะสัมภาษณ์ ที่ดูภายนอก ดุมาก เค้าถามเราขึ้นมาว่า ทำไมถึงต้องขอทุน?
เราก็เล่าไปว่า ที่บ้านเรา แม่ทำงานคนเดียว หาเลี้ยงลูกที่ยังเรียน 2 คน เราอยากได้ทุนมาจ่ายค่าเล่าเรียนในส่วนของตัวเอง เพื่อให้แม่ได้มีเงินเหลือไปใช้จ่ายส่วนของน้อง (ในตอนนั้นเอง เรางงมาก ว่าคณะสัมภาษณ์ เค้าเดินมาใกล้เราพร้อมหยิบทิชชู่ให้ทำไม พอหยุดเล่าไปแปปนึง เลยพึ่งรู้ อ๋อ เราร้องไห้อยู่นี่เอง ร้องแบบน้ำตาไหลออกมาเฉยๆ ไม่ได้สะอึก สะอื้น)
พอเรียนจบ ก็หางานทำในกทม หาอะไรทำไปเรื่อย และได้มีโอกาส กลับไปบ้านต่างจังหวัด และได้เห็นพฤติกรรมหลายอย่างที่น้อง ทำกับแม่ ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกไม่ดี และไม่อยากจะกลับบ้านส่วนนึง
-น้องมักจะอาย หรือไม่ค่อยกล้า ถามไถ่เรื่องทุนการศึกษา กับสถานศึกษาทุกแห่งที่เข้าเรียน *แม่พยายามพูด ให้ถามและน้องมักบอกปัดแม่ ว่าไม่มี เค้าจะไม่ขวนขวาย หาโอกาส หรือถ้าคุยกันเรื่องนี้ มักจะทะเลาะเสียงดัง
-น้องมักจะทำตัวสบาย เวลาที่แม่ทำงานบ้าน ช่วงที่เราไป (เราเองไปช่วยแม่ทำนู้นนี่ และน้องก็เลยไม่มาช่วย และไม่ทำหน้าที่ ที่เคยต้องทำ ทำให้เราร฿สึกว่า เราเป็นพี่ ไม่ใช่แม่แกนะ ที่จะให้มาทำทุกอย่างให้ ให้แกนั่งเฉยๆ เล่นเกมสบายใจ ไม่ช่วยเหลืออะไรเลยแบบนี้)
-น้องมักจะทวงตังค่าขนมจากแม่ ทั้งๆที่รู้ว่าแม่ไม่มีจะให้ โดยใช้การตะคอก
และทั้งหมดที่เล่ามา แม่แทบจะไม่ค่อยเอ่ยปากว่ากล่าวเลย
เราเลยมักจะออกปาก ว่าน้อง ว่าให้ทำแบบนั้น แบบนี้ (ในใจก็รู้สึกว่าเป็นพี่ ไม่ได้เป็นแม่ ทำไมต้องมาทำตัวแบบนี้ใส่น้องด้วย)
และนำมาสู่ความคิดที่ว่า เหมือนแม่เลี้ยงเราให้สู้ชีวิต ให้ทำเองได้ทุกอย่าง ทักษะชีวิตแน่นมากทั้งที่เป็นผญ. แต่กับน้องเลี้ยงเหมือนเป็นคุณชาย
ที่ไม่ต้องดิ้นรนอะไร เดี๋ยวมีคนถือพานมาถวายเอง
นี่คือความรู้สึกที่เกิดเป็นคำถามว่า พ่อแม่ รักลูกเท่ากันจริงหรือ
ไม่ทราบว่าบ้านอื่นเป็นกันมั้ย?
เราควรจัดการความรู้สึกยังไงดี
พ่อแม่ รักลูกเท่ากันทุกคน เรื่องจริงหรือจ้อจี้กันแน่?
แต่ไม่ได้เป็นแบบนั้น
ตอนโตมา ขนาดตอนมีแค่เราคนเดียว เราเองยังรู้สึกว่า สถานการณ์ การเงินที่บ้านมีปัญหา แล้วยิ่งมามีน้องอีกคน มันจะยิ่งมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เราพยายามขอทุน สอบ ทำงานพาร์ทไทม์ทุกทาง โดยแทบจะไม่ขอเงินจากที่บ้านเลย เพราะคิดเองว่าเค้าน่าจะลำบาก ตอนสัมภาษณ์ขอทุน ของมหาลัย เราได้เจอคณะสัมภาษณ์ ที่ดูภายนอก ดุมาก เค้าถามเราขึ้นมาว่า ทำไมถึงต้องขอทุน?
เราก็เล่าไปว่า ที่บ้านเรา แม่ทำงานคนเดียว หาเลี้ยงลูกที่ยังเรียน 2 คน เราอยากได้ทุนมาจ่ายค่าเล่าเรียนในส่วนของตัวเอง เพื่อให้แม่ได้มีเงินเหลือไปใช้จ่ายส่วนของน้อง (ในตอนนั้นเอง เรางงมาก ว่าคณะสัมภาษณ์ เค้าเดินมาใกล้เราพร้อมหยิบทิชชู่ให้ทำไม พอหยุดเล่าไปแปปนึง เลยพึ่งรู้ อ๋อ เราร้องไห้อยู่นี่เอง ร้องแบบน้ำตาไหลออกมาเฉยๆ ไม่ได้สะอึก สะอื้น)
พอเรียนจบ ก็หางานทำในกทม หาอะไรทำไปเรื่อย และได้มีโอกาส กลับไปบ้านต่างจังหวัด และได้เห็นพฤติกรรมหลายอย่างที่น้อง ทำกับแม่ ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกไม่ดี และไม่อยากจะกลับบ้านส่วนนึง
-น้องมักจะอาย หรือไม่ค่อยกล้า ถามไถ่เรื่องทุนการศึกษา กับสถานศึกษาทุกแห่งที่เข้าเรียน *แม่พยายามพูด ให้ถามและน้องมักบอกปัดแม่ ว่าไม่มี เค้าจะไม่ขวนขวาย หาโอกาส หรือถ้าคุยกันเรื่องนี้ มักจะทะเลาะเสียงดัง
-น้องมักจะทำตัวสบาย เวลาที่แม่ทำงานบ้าน ช่วงที่เราไป (เราเองไปช่วยแม่ทำนู้นนี่ และน้องก็เลยไม่มาช่วย และไม่ทำหน้าที่ ที่เคยต้องทำ ทำให้เราร฿สึกว่า เราเป็นพี่ ไม่ใช่แม่แกนะ ที่จะให้มาทำทุกอย่างให้ ให้แกนั่งเฉยๆ เล่นเกมสบายใจ ไม่ช่วยเหลืออะไรเลยแบบนี้)
-น้องมักจะทวงตังค่าขนมจากแม่ ทั้งๆที่รู้ว่าแม่ไม่มีจะให้ โดยใช้การตะคอก
และทั้งหมดที่เล่ามา แม่แทบจะไม่ค่อยเอ่ยปากว่ากล่าวเลย
เราเลยมักจะออกปาก ว่าน้อง ว่าให้ทำแบบนั้น แบบนี้ (ในใจก็รู้สึกว่าเป็นพี่ ไม่ได้เป็นแม่ ทำไมต้องมาทำตัวแบบนี้ใส่น้องด้วย)
และนำมาสู่ความคิดที่ว่า เหมือนแม่เลี้ยงเราให้สู้ชีวิต ให้ทำเองได้ทุกอย่าง ทักษะชีวิตแน่นมากทั้งที่เป็นผญ. แต่กับน้องเลี้ยงเหมือนเป็นคุณชาย
ที่ไม่ต้องดิ้นรนอะไร เดี๋ยวมีคนถือพานมาถวายเอง
นี่คือความรู้สึกที่เกิดเป็นคำถามว่า พ่อแม่ รักลูกเท่ากันจริงหรือ
ไม่ทราบว่าบ้านอื่นเป็นกันมั้ย?
เราควรจัดการความรู้สึกยังไงดี