สรุปวิกฤติ Boeing ที่กลับมาอีกครั้ง



สรุปวิกฤติ Boeing ที่กลับมาอีกครั้ง /โดย ลงทุนแมน
จากเหตุการณ์ชิ้นส่วนของเครื่องบิน Boeing 737 MAX 9 ของสายการบิน Alaska Airlines หลุดออก ระหว่างทำการบิน

ทำให้วิกฤติครั้งใหม่ ถาโถมเข้าสู่ Boeing ทันที จนทำให้ราคาหุ้นของบริษัท ร่วงลงกว่า 9% ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน

ซึ่งเรื่องนี้ นับเป็นอีกครั้ง ที่ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ของ Boeing ได้ปะทุออกมา ภายหลังจากที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2019

แล้วความเสี่ยงของ Boeing คืออะไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

หากพูดถึงชื่อของผู้ผลิตเครื่องบินโดยสารในโลกนี้
2 ชื่อที่คนจะนึกออก คงหนีไม่พ้น Boeing จากสหรัฐอเมริกา และ Airbus จากยุโรป

ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินโดยสารรายใหญ่ มาเป็นระยะเวลายาวนาน

ทั้ง 2 บริษัท กินส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 90%
ถือได้ว่า เป็นผู้ครอบครองน่านฟ้า ในตลาดเครื่องบินโดยสารอย่างเบ็ดเสร็จ

โดยเครื่องบินรุ่นที่เป็นที่นิยมในตอนนี้ ก็คือเครื่องบินลำตัวแคบ หรือ Narrow-Body Aircraft

ซึ่ง Boeing 737 MAX ก็คือตัวแทนรุ่นล่าสุดจากฝั่ง Boeing
ในขณะที่ฝั่ง Airbus ก็ได้ส่ง Airbus A320neo เข้าชิงส่วนแบ่งตลาด

ทั้ง 2 บริษัท ต่างมีการส่งมอบเครื่องบินไปแล้วมากกว่า 5,000 ลำ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี เพราะทั้ง 2 บริษัทก็ยังคงได้รับคำสั่งซื้อมาอย่างต่อเนื่อง
แต่ Boeing ก็มาสะดุดกับความเสี่ยง ที่น่ากลัวที่สุดของวงการการบิน นั่นก็คือ “เหตุการณ์เครื่องบินตก”

โดยในช่วงปี 2018-2019 ได้เกิดเหตุการณ์เครื่องบิน Boeing 737 MAX 8 ตกถึง 2 ครั้ง ในระยะเวลาเพียง 5 เดือน ได้แก่
- Lion Air เที่ยวบิน 610
- Ethiopian Airlines เที่ยวบิน 302

นับเป็นอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงของวงการการบิน เพราะผู้โดยสารและลูกเรือ จากทั้ง 2 เที่ยวบิน เสียชีวิตทั้งหมด..

อุบัติเหตุครั้งนั้น ทำให้ Boeing ตกอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก เพราะจากการสืบสวนชี้ให้เห็นว่า สาเหตุเกิดจากระบบควบคุมเครื่องบินที่บกพร่อง

จนนำไปสู่การสั่งห้ามไม่ให้ Boeing 737 MAX 8 ขึ้นบิน เป็นระยะเวลายาวนาน

และล่าสุดกับเหตุการณ์ชิ้นส่วนหลุด ที่เกิดกับ Alaska Airlines ซึ่งแม้จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ก็ทำให้เกิดการตั้งคำถามในด้านความปลอดภัยของเครื่องบิน Boeing

โดยนอกจาก Alaska Airlines แล้ว สายการบินอื่น ๆ เช่น United Airlines ซึ่งเป็นผู้สั่งซื้อ Boeing 737 MAX 9 รายใหญ่ที่สุด ก็ตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน กับเครื่องบินของตัวเอง

ทั้งหมดนี้ นำมาสู่คำสั่งขององค์การบริหารการบินแห่งชาติ หรือ FAA ของสหรัฐอเมริกา ที่สั่งห้ามไม่ให้เครื่องบิน Boeing 737 MAX 9 ขึ้นบินในดินแดนสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย

ทำให้ราคาหุ้นของบริษัท Boeing ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ตกลงเกือบ 9% ในวันแรกที่ตลาดเปิดทำการ

ซึ่งดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ Boeing จะยังคงยากลำบาก ในช่วงระยะเวลาหลังจากนี้ไปอีกสักพัก

ทั้งจากภายนอกที่ต้องแข่งขันกับ Airbus อย่างดุเดือด ก็ยังต้องแก้ปัญหาภายในที่คุกรุ่นไม่แพ้กัน

เพราะนอกจากจะต้องสืบสวนเรื่องของความปลอดภัยแล้ว
สิ่งที่ยากยิ่งกว่า ก็คือการกอบกู้ชื่อเสียงที่เสียไป จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งยากยิ่งกว่าการสืบสวนและแก้ไขปัญหาหลายเท่า

โดยชื่อเสียงที่ว่านี้ Boeing ใช้เวลานับ 100 ปี ในการสร้างขึ้นมา แต่กลับกำลังสูญเสียมันไปในพริบตา..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

รู้หรือไม่ว่า หากเราลงทุนซื้อหุ้น Boeing และ Airbus ซึ่งเป็นผู้นำที่เกือบจะผูกขาดตลาดด้วยกันทั้งคู่
เมื่อ 5 ปีก่อน ด้วยจำนวนเงิน 1,000,000 บาท ในแต่ละบริษัท

วันนี้ มูลค่าหุ้นที่เราถือใน Boeing จะเหลือเพียง 650,000 บาท

ในขณะที่มูลค่าหุ้นใน Airbus จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,640,000 บาท

ที่มา longtunman

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่