แนะนำ 15 ที่เที่ยวไทยสวย ๆ บรรยากาศดี น่าหาเวลาไปเยือนสักครั้ง

กระทู้สนทนา
1. น้ำตกโกรกอีดก จังหวัดสระบุรี
          น้ำตกสวยและสูงอีกแห่งหนึ่งในภาคกลาง ตั้งอยู่ที่ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ในพื้นที่การดูแลของศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า การไปชมน้ำตกจะต้องเดินเท้าเข้าไปกลางป่าลึก ระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร เป็นระยะทางไป 4 กิโลเมตร และกลับอีก 4 กิโลเมตร ไม่มีเส้นทางที่ชัดเจน ดังนั้นใครที่ต้องการเข้าไปเที่ยวชมน้ำตกจึงต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคดให้นำทางเข้าไป สภาพเส้นทางมีความเป็นธรรมชาติมาก ต้องผ่านป่า ผ่านลำธาร 

2. เขาล้อมหมวก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
          ที่เที่ยวสุดอันซีนที่ซ่อนตัวอยู่อย่างงดงามภายในกองบิน 5 (อ่าวมะนาว) อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เรียกว่าเขาล้อมหมวกเพราะว่าลักษณะของภูเขาหินปูนแห่งนี้มีรูปร่างคล้ายหมวก ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าของประจวบฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดชมวิวที่มีวิวสวยงามอลังการ รวมถึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายของสายแอดเวนเจอร์ที่อยากไปท้าทายพละกำลังของร่างกาย ด้วยการปีนขึ้นไปยังจุดสูงสุด และชมวิว 360 องศาของ 3 อ่าวเมืองประจวบคีรีขันธ์

3. จุดชมวิวลานหินสีชมพู จังหวัดจันทบุรี
          แหล่งท่องเที่ยวจันทบุรีที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน อำเภอท่าใหม่ โดยในช่วงเวลาน้ำลงตอนกลางวัน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะเผยโฉมหินสีชมพูอมม่วง-สีน้ำตาลแดง ออกมาให้ได้ยลความสวยงามโดดเด่น สามารถเดินทางมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี (ในช่วงเวลาน้ำขึ้นอาจจะเปียกหน่อย) และจะสวยงามในช่วงแสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วลานหิน ทำให้เกิดสีชมพูที่โดดเด่นขึ้นมา อีกทั้งยังมีช่วงเวลาแนะนำอื่น ๆ สำหรับใครที่มาชมความสวยงามของลานหินสีชมพูแห่งนี้ คือช่วงเช้าพระอาทิตย์ขึ้นถึง 9 โมงเช้า ช่วง 4 โมงเย็นถึงพระอาทิตย์ตกดิน และช่วงฟ้าเปิดหลังจากที่ฝนตกใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเอาใจคนรักกิจกรรมผจญภัยให้เดินทางเข้าไปศึกษาเส้นทางธรรมชาติเขาบ่อเตย ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
 
4. ดอยห้วยทู่ จังหวัดตาก
          ดอยห้วยทู่ หรือดอยทู่ หากดูตามแผนที่แล้วจะตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลท้องฟ้า ติดกับตำบลสามหมื่น และตำบลทุ่งกระเชาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ยอดดอยที่เพิ่งเปิดให้นักเดินป่าเข้าไปเที่ยวได้ไม่นาน จึงยังคงมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก และด้วยความสูงราว ๆ 1,200-1300 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้ยอดดอยแห่งนี้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ตลอดเส้นทางก็จะได้พบกับไร่ข้าวโพด ป่ากล้วย และสวนกาแฟของชาวบ้าน พอขึ้นไปด้านบนระดับสันเขาก็จะเป็นยอดเขาที่มีเพียงทุ่งหญ้า ไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ ทำให้สามารถมองเห็นวิวสวย ๆ รอบด้านได้แบบ 360 องศา ส่วนด้านบนบริเวณจุดชมวิวดอยห้วยทู่จะมองเห็นวิวของเทือกเขาน้อยใหญ่ ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินสวยงามสุด ๆ หากโชคดีในช่วงเช้า ๆ ก็อาจจะได้เห็นทะเลหมอกด้วย

5. บ้านน้ำจวง จังหวัดพิษณุโลก
          หมู่บ้านในหุบเขาลับ ๆ ที่งดงามและสงบ ตั้งอยู่ในตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ห่างไกลจากตัวเมืองพิษณุโลกกว่า 150 กิโลเมตร มีสภาพภูมิศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประกอบกับวิถีของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง มีคุณสมบัติพิเศษคือธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมการเกษตรแบบนาขั้นบันไดบนเนินสองเต้า ร่วมสนุกสนานไปกับ เทศกาลกินข้าวใหม่ หรือ ข้าวโค้ว ที่เป็นเอกลักษณ์ของวิถีชนเผ่าม้ง และมีจุดท่องเที่ยวที่ต้องให้เจ้าถิ่นนำทางไป 

6. บ้านเปียงซ้อ จังหวัดน่าน
          หมู่บ้านแห่งสายหมอกและขุนเขา ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ภูเขาสูงใหญ่ ติดชายแดนไทย-ลาว ในตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ห่างจากตัวจังหวัดน่านประมาณ 122 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 3-4 ชั่วโมง เส้นทางค่อนข้างลำบาก เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ บนภูเขาสูง ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวลัวะหรือละว้า ซึ่งมีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตเป็นอัตลักษณ์ของตนเองที่ถ่ายทอดเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก อย่างการทำไร่ข้าวโพดบนภูเขาสูง ทำนาข้าวบนดอย เลี้ยงสัตว์ ปลูกกาแฟและพืชผักต่าง ๆ นักท่องเที่ยวมักไปพักผ่อนชมทัศนียภาพที่สวยงาม ซึ่งที่พักส่วนใหญ่จะเป็นแบบบ้านพักไม้ไผ่ เรียบง่าย ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ สามารถนอนเล่นชิล ๆ รับลมเย็น ๆ ชมวิวยอดภูได้เต็มตา แต่ถ้าไปในช่วงปลายฝนต้นหนาวก็จะได้เห็นวิวทะเลหมอกลอยเอื่อย ๆ ลัดทิวเขาด้วย

7. บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ จังหวัดเชียงใหม่
          หมู่บ้านน่ารัก ๆ บนดอยสูงท่ามกลางธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ ในตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านชาวเขาชนเผ่าลาหู่หรือมูเซอแดง ที่อยู่อาศัยกัน 40 หลังคาเรือน อาชีพส่วนใหญ่ของชาวบ้านคือทำไร่ข้าวและปลูกผัก เสน่ห์ของบ้านห้วยกุ๊บกั๊บที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคือธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ป่าเขา ต้นไม้เขียวชอุ่ม สามารถมองเห็นวิวยอดดอยทิวเขาสลับซับซ้อนได้เต็มตา และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าลาหู่ รวมถึงการเดินป่าขึ้นผาสามเหลี่ยม

8. กลอเซโล จังหวัดแม่ฮ่องสอน
          จุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยแห่งหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย มีลักษณะเป็นหมู่บ้านตามแนวชายแดนโอบล้อมด้วยขุนเขา ทั้งนี้ จุดเด่นความสวยงามของกลอเซโลอยู่ที่การได้ชื่นชมวิวทะเลหมอกตระการตา อีกทั้งยังเป็นทะเลหมอกสองแผ่นดิน เพราะเมื่อมองไปอีกฝั่งคือประเทศเมียนมา ประดับประดาด้วยภูเขาสูงต่ำที่ทอดตัวเป็นแนวยาวไล่ไปตามระดับสายตา โดยช่วงที่เห็นทะเลหมอกปัง ๆ จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ตื่นนอนตอนเช้าก็เจอทะเลหมอก ตกเย็นก็ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และดวงดาวที่กระจายเต็มท้องฟ้า 

9. เลยดั้น จังหวัดเพชรบูรณ์
          ลานหินสวยที่ตั้งอยู่ในบ้านห้วยกะโปะ หมู่ 6 ตำบลหลักด่าน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ติดกับลำน้ำเลย มีลักษณะเป็นลานหินทรายขนาดใหญ่ขวางลำน้ำ คล้ายสะพานหินข้ามแม่น้ำ บริเวณลานหินเต็มไปด้วยหลุมบ่อขนาดใหญ่-เล็ก ลึกลงไปในเนื้อหินคล้ายหลุมขนมครก เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำนานกว่า 100 ปี นับเป็นความแปลกพิสดารและความสวยงามที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้น ความสวยงามของลานหินเลยดั้นจะเห็นได้ชัดในช่วงฤดูแล้งที่ไม่มีน้ำท่วมสูง ประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เพราะลานหินจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมาชัดเจน สามารถลงไปถ่ายภาพเก็บความประทับใจกันได้
 
10. ภูค้อ จังหวัดเลย
          จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่ซ่อนตัวอยู่ในผืนไร่ป่าชุมชนบ้านบุ่ง อำเภอนาแห้ว อยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย มีความสูงราว ๆ 700 เมตร สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างสวยงาม เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติที่มองหามุมสงบ ๆ ไว้สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อน มองออกไปเบื้องหน้าจะเห็นทิวเขาน้อยใหญ่สูงลดหลั่นกันไป เอาแค่ว่าได้มานั่งมองเฉย ๆ ก็ประทับใจแล้ว 

11. ภูห้วยอีสัน จังหวัดหนองคาย
          จุดชมวิวทะเลหมอกเหนือริมน้ำโขงสองฝั่งไทย-ลาว ที่ตั้งอยู่ในตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เป็นยอดเขาไม่สูงมากนัก แต่มีจุดชมวิวแม่น้ำโขงและทะเลหมอกที่สวยงามมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว บรรยากาศเงียบสงบ การขึ้นมาเที่ยวชมที่นี่ต้องใช้บริการรถอีแต๊กของชาวบ้าน โดยผ่านการประสานงานและอำนวยความสะดวกจาก อบต.บ้านม่วง

12. หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ
          อันซีนบึงกาฬที่หลายคนอยากไปเยือนสักครั้ง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อน มีอายุประมาณ 75 ล้านปี หนึ่งเดียวของโลก เมื่อมองจากระยะไกล หิน 3 ก้อนนี้จะคล้ายกับฝูงครอบครัววาฬ ที่ประกอบด้วย พ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ ซึ่งเรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน ตัวหินมีสีน้ำตาลแดงเข้ม พร้อมกับมีจุดสีขาว ๆ อยู่โดยรอบ ทั้งยังเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดในภูสิงห์ มองเห็นผืนป่า ทัศนียภาพของป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอก หาดทรายแม่น้ำโขงและภูเขาเมืองปากกระดิง ประเทศลาว อีกด้วย ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นหน้าผาสูงชัน ไม่ควรวิ่งหรือกระโดด

13. เกาะไข่ จังหวัดชุมพร
          เกาะสวยสุดอันซีนที่ตั้งอยู่ในตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เกิดจากลมมรสุมช่วงพายุเกย์ เมื่อปี พ.ศ. 2536 พัดพาเอาสิ่งเหล่านี้มาทับถมอยู่ใต้ท้องทะเลบริเวณรอบเกาะ นานวันเข้าเกิดการชะล้างเป็นสีขาว และกลายเป็นเอกลักษณ์ความสวยงามประจำเกาะไข่มาถึงทุกวันนี้ ซึ่งกิจกรรมที่หนีไม่พ้นก็คือการลงเล่นน้ำและดำน้ำดูปะการัง อีกทั้งบนเกาะยังมีกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์อย่างการเดินสำรวจถ้ำและกิจกรรมโรยตัวลงทะเล
 
14. เกาะแรต จังหวัดสุราษฎร์ธานี
          เกาะเล็ก ๆ กลางทะเลอ่าวไทย ห่างจากชายฝั่งบ้านแหลมลื่น ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพียงแค่ราว ๆ 500 เมตรเท่านั้น โดยมีสะพานปูนเชื่อมเข้าไปถึงยังตัวเกาะ เป็นเกาะขนาดจิ๋วที่มีพื้นที่เพียงน้อยนิด ความน่าสนใจของเกาะแห่งนี้คือชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย มีบริการโฮมสเตย์หลายหลัง ซึ่งแต่ละหลังก็จะมีการให้บริการแตกต่างกันไป แต่ที่ไม่แตกต่างกันมากนักก็คืออาหารทะเล ที่มักจะจัดเสิร์ฟแบบบุฟเฟต์ สด ใหม่ มีให้กินไม่อั้น แถมด้วยอาหารพื้นเมืองรสเด็ดอีกหลากหลายเมนู

15. ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด จังหวัดสุราษฎร์ธานี
          สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติของสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ในบ้านน้ำราด ตำบลบ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม มีตาน้ำที่เป็นหัวใจหลักของป่าต้นน้ำแห่งนี้ ซึ่งผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ไหลลอดใต้ภูเขาผ่านออกมายังจุดที่เรียกว่าตาน้ำดังกล่าว มีลักษณะเป็นบ่อน้ำจืดสีฟ้าอมเขียว ซึ่งมีความใสอยู่ตลอดเวลา น้ำที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินก็จะไหลลงไปยังคลองมะเลาะ ไปสู่น้ำตกน้ำราดธารทอง แล้วจึงไหลไปยังพื้นที่ของหมู่บ้านบ้านน้ำราดและบ้านย่านยาว ทั้งนี้ การเที่ยวป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด

#ว33202ครูดรีมสั่งงานอะไรวะ  #6/7โสกัง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่