[K-Article] SM 3.0 - ความสำเร็จของ RIIZE & ความคาดหวังต่อเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ "ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันหรือไม่?"



[บทความจากสำนักข่าว The Fact]


มีความกังวลต่อการดำเนินการระบบ SM 3.0 ระบบควบคุมดูแลการผลิตผลงานของศิลปินรูปแบบใหม่ของ SM
ท่ามกลางกรณีพิพาทเรื่องสิทธิ์ในการบริหารจัดการ SM อย่างไรก็ตาม 10 เดือนให้หลัง ความกังวลได้แปรเปลี่ยนเป็น "ความคาดหวัง"

แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบการทำงานเพลงของศิลปินด้วยการเปลี่ยนเป็นระบบศูนย์การผลิตที่หลากหลาย
แต่ตัวแทนที่ประกาศการเริ่มต้นของยุค SM 3.0 อย่างเต็มตัวก็คือ RIIZE บอยแบนด์วงใหม่ในรอบ 7 ปีของ SM
นับตั้งแต่การเดบิวต์ของ NCT เมื่อปี 2016 และ RIIZE ก็ประสบความสำเร็จอย่างไร้ข้อโต้แย้ง แสดงให้เห็นว่าระบบ SM 3.0 นั้นมาถูกทางแล้ว

RIIZE เป็นโปรเจคที่นำโดย ทัก ยองจุน อดีต CEO ของ SM ในช่วงปี 2020-2023 ที่ได้ถอยลงมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ
ภายหลังจากการเปิดตัวระบบ SM 3.0 โดยมีผู้ดูแลหลักคือ อี ซังมิน และ คิม ฮยองกุก Production manager ของ Center 5
ในขณะเดียวกัน อี ซองซู อีกหนึ่งอดีต CEO ที่ถอยลงมารับตำแหน่ง Chief A&R Officer ก็กำลังเตรียมงานโปรเจคของตนเองเช่นกัน
โดยอี ซองซู รับผิดชอบนำโปรเจคเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ของ SM วงใหม่ในรอบ 3 ปีหลังการเดบิวต์ของ aespa เมื่อปี 2020

และการเดบิวต์ของ RIIZE นั้นก็ทำให้เกิดการตั้งตารอคอยการเดบิวต์ของเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่

RIIZE (โชทาโร่, อึนซอก, ซองชาน, วอนบิน, ซึงฮัน, โซฮี, แอนตัน) คือการรวมกันของคำในภาษาอังกฤษ 2 คำ
คือ Rise และ Realize อันสื่อความหมายว่า "ทีมที่จะเติบโตและตระหนักถึงความฝันด้วยกัน" 
ซึ่งตามความหมายของชื่อวง ตัวตนและแนวทางของ RIIZE นั้นก็คือ "การเติบโต" ซึ่งจะแสดงออกมาผ่านเพลง "Emotional Pop"
อันจะสร้างมุมมองที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของ RIIZE

Emotional Pop ดังกล่าวไม่ได้เจาะจงไปที่แนวเพลงใดแนวเพลงหนึ่ง โดยในงานแถลงข่าวเดบิวต์ของ RIIZE นั้น
อี ซังมิน ได้กล่าวว่า Emotional Pop ของ RIIZE นั้นไม่หยุดนิ่งและจะเปลี่ยนแปลงในทุกๆขณะ และจะเล่าเรื่องของการเติบโตอย่างเป็นเอกลักษณ์
โดยเรื่องราวของ RIIZE ได้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเนื้อหาต่างๆเช่น Web Novel เรื่อง Rise & Realize, คอนเทนต์ Bold Trial,
และคอนเทนต์ A Great Mentor ที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตประจำวันและความเป็นมาของสมาชิกทั้ง 7 คน

ก้าวแรกของ RIIZE ได้แก่ Debut Single Album Get A Guitar ซึ่งได้ถูกปล่อยออกมาเมื่อวันจันทร์ที่ 4 กันยายน



K-Pop นั้นไม่ได้จำกัดแค่เป็นเพียงตลาดเพลง แต่ได้กลายเป็นวัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงถึงหลายๆอุตสาหกรรม
การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบต่างๆไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นความพยายามใหม่ในการกำหนดกรอบความคิด จัดระบบทั้งหมด
และนำไปใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดตัว และ SM ผู้คร่ำหวอดในวงการเพลง K-Pop มาตั้งแต่ยุค 90s ก็ได้นำเสนอทิศทางใหม่อีกครั้งผ่าน RIIZE

ความพยายามครั้งใหม่นั้นมีความหมาย แต่มีคุณค่ามากกว่าเมื่อมันนำไปสู่ความสำเร็จ
Get A Guitar มียอดขายเริ่มแรกอยู่ที่ 1.01 ล้านก๊อปปี้ (1 สัปดาห์หลังจากวางจำหน่าย) และ RIIZE ก็มียอดขายทะลุล้านภายใน 1 สัปดาห์หลังเดบิวต์
ตามมาด้วยการวิจารณ์ที่ดีจากสื่อต่างประเทศรายใหญ่ อาทิ "K-pop ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามได้ในทันที"
และ "Super Group ใหม่ที่ได้รับการแนะนำโดย SM ผู้บุกเบิก K-pop เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี"

หากแต่สิ่งที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือความสำเร็จบนชาร์ทเพลงที่นอกเหนือจากในระดับแฟนด้อม
เมื่อ "Get A Guitar" สามารถไปได้ถึงอันดับที่ 61 บนชาร์ทประจำเดือนกันยายนของ Circle Chart
และในเดือนตุลาคม เพลงก็ครองตำแหน่งในช่วงอันดับ 10 ถึง 20 ซึ่งนี่ถือเป็น Performance ที่โดดเด่นของศิลปินหน้าใหม่
ในยุคที่บอยแบนด์ไม่ได้มีความแข็งแกร่งในด้านนี้เท่าใดนัก

และก็ต้องขอบคุณความสำเร็จดังกล่าว เพราะสิ่งนี้เองที่ทำให้ RIIZE สามารถคว้ารางวัล Next Leader ซึ่งเทียบเท่ากับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
จากงานประกาศรางวัล The Fact Music Awards 2023 ซึ่งจัดในเดือนตุลาคม หรือเพียง 1 เดือนหลังจาก RIIZE เดบิวต์
และคาดว่า RIIZE ซึ่งมีแผนจะปล่อยซิงเกิลใหม่ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ก่อนการเปิดตัวอัลบั้มชุดใหม่ในช่วงต้นปี 2024
ก็จะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องนอกเหนือจากในเกาหลีและต่างประเทศ

ตารางการปล่อยผลงานของ SM นั้นแน่นมากและไม่ได้มีแค่เพียง RIIZE
เมื่อ แทมิน, aespa, Red Velvet, แทยอน และทงบังชินกิ ต่างมีแผนจะปล่อยอัลบั้มใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
และ NCT New Team ยูนิตสุดท้ายของ NCT ก็กำลังเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ความสนใจเป็นอย่างมากนั้นพุ่งไปที่เกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ของค่าย




เกิร์ลกรุ๊ปใหม่ของ SM นั้นมีแผนจะเดบิวต์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 โดยข้อมูลเกี่ยวกับวงนี้ยังมีน้อย
แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า อี ซองซู ผู้มีบทบาทสำคัญใน SM ระยะหลังๆมานี้จะเป็นผู้นำของโปรเจค
ก็เพียงพอแล้วที่นำไปสู่ความคาดหวังต่อเกิร์ลกรุ๊ปวงนี้ และพวกเธอก็เริ่มได้รับความสนใจอย่างมากในหมู่แฟนเพลง
โดยผู้คนต่างคาดเดาเกี่ยวกับสมาชิกที่คาดหวังในกลุ่มศิลปินฝึกหัดของ SM

เกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ของ SM มีระยะห่างจากเกิร์ลกรุ๊ปวงล่าสุดของค่ายอย่าง aespa ที่เดบิวต์ในเดือนพฤศจิกายนปี 2020 ประมาณ 3 ปี
ซึ่งเป็นวงจรที่หายากและรวดเร็วสำหรับ SM เมื่อพิจารณาว่า aespa เองนั้นมีระยะห่างของการเดบิวต์จาก Red Velvet นานถึง 6 ปี
หรือ RIIZE ที่มีระยะห่างของการเดบิวต์จาก NCT ถึง 7 ปี ดังนั้น นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะได้เห็นจาก SM ที่เปลี่ยนแปลงไปในยุค SM 3.0
ด้วยหลายศิลปินที่กำลังจะคัมแบคและเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ที่กำลังจะเดบิวต์ คาดว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ความคาดหวัง
สำหรับ SM 3.0 ซึ่งขจัดความกังวลอย่างรวดเร็วและกลับกลายเป็นความมั่นใจอีกครั้ง


Cr.The Fact
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่