ผมเป็นโรคซึมเศร้ามานาน10ปี(แบบไม่รู้ตัวตั้งแต่ ม.2-3 มันจะหายได้จริงๆใช่มั้ย)ปัจจุบันอายุ 24ปี

สวัสดีครับผมขอเกริ่นก่อนนะครับ สมัยตอนผมเด็กหรือเรียกว่าตอน เด็กจนถึงประถมป.6 ผมเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก ทำอะไรก็มักจะประสบความสำเร็จ เช่น การเรียน การกีฬา ท๊อปกว่าเพื่อนตลอด มีความภูมิใจในตัวเอง เชื่อว่าทุกอย่างว่าเราทำได้หากเราต้องการ(แต่ก็เรียนรู้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าเราไม่ได้ทุกอย่างหรอก) เป้นคนที่มีเป้าหมายในชีวิตมากก ผมมองการณ์ไกลตั้งแต่ตอนนั้นว่าเราจะพึ่งการเรียนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องฝึกทักษะเช่นภาษา ศึกษาการลงทุน ไม่งั้นจะเสียเปรียบ ต้องมีรายได้มากกว่า 2 ทาง นอกจากงา่นประจำ คือผมเป็นเด็กที่มองไปไกลกว่าเด็กคนอื่น ผมว่านะ55  พวกพี่จะเชื่อมั้ยไม่รู้แต่ผมคิดได้ทั้งหมดนี้ตั้งแต่ป.6โดยไม่ได้ไปอ่าน ไปฟังใครมา มันแสดงให้เห็นว่าผมเป้นเด็กมีความคิดสร้างสรรค์ใช่มั้ยครับ แต่ปัญหามาตอนผมเข้า ม.1 ครับ ผมต้องย้ายไปอยู่กับพ่อ-ย่า ซึ่ง toxic มากกกกก(ตอนแรกอยู่กับฝ่ายแม่ พ่อแม่ผมหย่ากันตั้งแต่เด็กๆ) พอผมไปอยู่กับฝ่ายพ่อ ย่า ผมโดนตำหนิ โดนด่า โดนห้ามตลอดครับ จนผมไม่กล้าทำอะไร ไม่เป้นตัวของตัวเอง ผมเครียดมากผมอยู่แบบนั้นตลอดจนถึงปัจจุบัน อายุ 24 (จบมหาลัย) ตลอดตั้งแต่ ม.1 ผมโดนห้ามไม่ให้ไปเจอกับฝ่ายแม่ฝ่ายที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กๆ ผมทรมานมากนะครับตอนนั้น ไม่ได้เจอหน้าคนที่เรารัก กำลังใจของเรา ผมเริ่มเก็บความเกลียด โกรธ แค้น มาไม่รู้ตัว ผมเหนื่อยแบบไม่รู้ตัวครับ  ผมเจอหน้าเขา พ่อ-ย่า แล้วกลัว ผวามาก แต่ก็ทนอยู่มาจนรู้สึกมันเป็นธรรมดาของชีวิตไปแล้ว (สมองมันน่าจะปรับให้มีชีวิตรอดมั้งครับ)
ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้พักหายใจ แม้ไปโรงเรียนผมก็ไม่มีความสุขครับ เพราะผมไม่ชอบสังคมที่นั้นเลยครับ ผมโดนรังแกบ้างบางครั้ง รุนแรงบ้าง เบาบ้าง แต่จะมีมาตลอด ผมเริ่มรู้สึกหดหู่มาก ตั้งแต่ม.2หรือ ม.3 ผมคิดว่าผมน่าจะเป็นซึมเศร้าแล้วแต่ไม่รู้ว่าเป็นโรคนี้อยู่เลยไม่ได้ไปหาหมอครับ จนจบม.3 ผมจะต่อร.ร.ที่ผมอยากเรียนต่อ แต่ผมสอบไม่ติดครับ ตอนนั้นผมสติแตกมากครับ ผมต้องผิดหวังซ้ำๆแบบนี้ไปอีกเมื่อไร  จนผมปล่อยจอยกับชีวิต ผมไม่อยากใช้ชีวิตแล้วแต่ไม่ได้ทบทวนความรู้สึกตัวเองเลยไม่รู้ตัวเองว่าไม่อยากอยู่แล้ว ได้แต่มองโลกใบนี้มันมืดหมอง ผมเรียนต่อสายอาชีพ ผมเริ่มปิดบังความเศร้า ความเสียใจโดยแสร้งทำเป้นคนยิ้มแย้ม แจ่มใสไม่เป้นตัวเอง ผมงงว่าทำไมตัวเองเป้นแบบนี้นะ แต่ก็ปล่อยผ่านมาเรื่อย ผมลงเล่นกีฬา ผมยังมองว่าผมทำได้อยู่เชื่ออยู่แต่แล้วก็ล้มเหลวอีกครั้ง ซ้ำๆย้ำๆตัวเองจนความเชื่อว่าไม่มีอะไรอีกแล้วที่เราทำได้ เข้ามาแทนความคิดใหม่ของผม ผมยังคงตั้งเป้าใหม่อีกแล้วก็ล้มเหลวอีกเป็นแบบนี้ซ้ำๆจนผมไม่กล้าที่จะทำอะไรเลยครับ ตั้งแต่ในบ้าน ผมก็ยังโดนห้าม โดนด่า โดนตำหนิตลอดนะคัรบตั้งแต่ม.1-ปจจผมเริ่มรู้สึกไร้ค่า ไร้ศรัทธา หมดหวัง ไม่เป็นตัวเอง ด้อยค่าตัวเอง เปรียบเทียบคนอื่น คอยทำให้คนอื่นพอใจ ผมไม่รู้ว่าเกิดจากจิตใต้สำนึกของผมรึป่าวผมเก็บกดมาก ต่อมาผมเข้ามหาลัย ผมก็พึ่งมารู้ตัวเองครับว่าเป็นซึมเศร้าเริ้อรัง ผมรักษาตั้งแต่ปี 2 จนถึงปี 4 ผมรู้สึกว่ามันไม่ได่ดีขึ้นเลย (ปจจอายุ24ปี หยุดยาเอง) แต่ก็ไม่ได้ดิ่งมาก  ผมคิดฆ่าตัวตายหลายรอบมาก ผมไม่เหลืออะไรให้ผมภูมิใจ ผมไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำยังไงถึงรู้สึกถึงตัวตนของผม ผมยังคงฝังใจซ้ำๆว่าหากไม่ได้เข้ามาบ้านหลังนี้ชีวติผมจะเป็นยังไงนะ? ตัวตนของเป็นใคร ผมว่างเปล่ามาก ทำอะไรก็กลัวไปหมด ไม่เก่งไรสักอย่าง  รู้สึกทำไรก็ผิดไปหมด ผมอยากจบชีวิตตัวเองลงแล้วครับ แต่ตอนนี้ผมย้ายออกมาอยู่กับฝ่ายแม่ได้ 2-3 อาทิตย์แล้ว แต่อะไรก็ไม่เหมือนเดิมครับ ผมไม่มีความสุขอะไรอีกแล้ว เวลาผมเห็นคนอื่นยิ้มแย้ม ผมอิจฉาเขามาก พอเห็นเพื่อนก็อิจฉาเขาครับ ผมไม่รู้จะทำยังไงกับความคิดตัวเองแล้วครับ ถ้าจะนับว่าผมเป้นซึมเศร้ามา 10 ปีแล้ว ก็ถูกต้องเลยครับ ผมไม่มีความเชื่อเลยว่าผมจะหายได้ จะกลับกลับมามองโลก มีความมั่นใจ ศรัทธาในตัวเองอีกครั้งครับ หากผมจะจบชีวิตตัวเองก็ไม่แปลกใช่มั้ยครับทรมานมากครับผวาไปหมด ระแวงคน คิดแง่ร้ายตลอด ไม่รู้ว่าผมทนมาอยู๋ได้ไงนะครับตั้งแต่ ม.2-จบมหาลัย  ผมทนทุกข์ ทรมานเหลือเกินครับ  ปัญหาคือผมมองตัวเองไม่ออก ตัดสินใจเชื่อความคิดตัวเองไม่ได้ครับ ตัวตนของผมเป็นยังไงนะ ยังไงเรียกว่าตัวของตัวเองกันนะ?(เพระาผมแสร้งเป้นตัวตนอื่นมานานละมั้งครับ)  สมองผมคงปรับให้ไปมีความเชื่อเหมือนเดิมไม่ได้แล้วเพราะมันอยู่อย่างนั้นมา 10 ปีๆ ก่อนจากโลกนี้ผมไม่อยากให้ใครเจ็บปวดทรมานแบบผมเลย ผมยังคิดอยู่ต่ออีกสักหน่อยขอเห็นหน้าแม่อีกนิดนึงครับ ขอบคุณที่เข้ามารับฟังเรื่องราวของผมนะครับ........
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
ไม่รู้ว่าน้องแค่อยากมาระบาย หรือว่าอยากได้คำแนะนำจากการตั้งกระทู้นะ
ถ้าแค่ระบายเฉยๆก็ถือว่ากระทู้นี้ประสบความสำเร็จแล้ว น้องได้ระบาย แต่ถ้าอยากได้คำแนะนำก็ลองอ่านต่ออีกหน่อยนะ

1. ดีแล้วที่น้องรู้ว่าตัวเองเป็น และยอมรับ นี่คือก้าวแรกที่ทำให้น้องสามารถหลุดพ้นจากอาการพวกนี้ได้

2. การกินยาแก้ซึมเศร้าไม่ควรหยุดยาเอง ควรปรึกษาหมอก่อน
เพราะยาซึมเศร้ามีผลกับระบบประสาท และฮอร์โมนในร่างกายน้อง การที่โดยปกติมันโดนกดไว้ โดนควบคุมไว้ แล้ววันนึงไม่ได้ยาแล้วฮอร์โมนจะไม่คงที่ บอกเลยมันจะแย่กว่าเดิม

3. การกินยาเป็นแค่การบรรเทา สิ่งที่ควรทำควบคู่กันไปคือพาตัวเองออกจากสาเหตุให้ได้
บางคนที่รู้จัก กินยาซึมเศร้าติดต่อกันเป็นสิบๆปีก็ไม่หาย ก็เพราะสาเหตุนี้แหละ
กินยาเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังจมอยู่กับปัญหาเดิมๆ มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ลองพาตัวเองออกไปที่ใหม่ๆเผื่ออะไรจะดีขึ้น

3. พาตัวเองไปออกกำลังกาย ตากแดดเช้าบ้าง ความอึมครึมในหัวอาจจะลดลงบ้าง
ลองสู้กับอาการพวกนี้อีกหน่อยนะ อย่าเพิ่งเชื่อว่าอะไรๆจะเปลี่ยนไม่ได้แล้ว ค่อยๆทีละนิดก็ได้
ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน ถ้าทำสำเร็จก็ลองชมตัวเองดูบ้าง (อย่างน้อยก็วันละเรื่องในทุกๆวัน)
เชื่อว่าเรื่องทุกเรื่องจะมีทางออกของมัน เพียงแค่ว่าวันนี้เราอาจจะหาทางนั้นไม่เจอ

พี่เคยเป็นเหมือนกัน แต่อาจจะด้วยคนละสาเหตุกัน เลยพอเข้าใจที่น้องเป็นอยู่
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่