รักลูก มากกว่าตัวเอง

อดีตผมเป็นคนมั่นใจ ไม่เกรงใครเพราะผมมีหน้าที่การงานที่ค่อนข้างจะดี ไม่ได้ดีมาก แต่ก็สบาย เรียนจบมา ป ตรี ผมได้งาน IT ทั้งที่ผมจบ การตลาด 
ผมได้โอกาสเข้าไปทำงาน ในที่แห่งนั้น เพราะตอนแรก ผมไปสมัครอีกแห่ง ที่จะเป็นฝ่ายขายพวก พนักงานขาย เครื่องกรองน้ำ กระดาษ ยาสีฟัน แต่ ผมไปตอนที่เขา พักเที่ยง ยามไล่ผม บอกมาบ่ายๆนะ ผมจึงไม่ได้สมัครที่นั่น

ระหว่างรอบ่าย ผมเจองานอีกแห่งนึง จากสื่อทั่วไป ผมนั่งรถเมล์ไปเลย สีลม ครับ จาก รามคำแหง ผมไม่รอแล้วพักเที่ยงของที่แรก ผมกรอกใบสมัคร 
ผมได้รับเรียกสัมภาษณ์ ผมได้งานวันสัมภาษณ์เลย ทั้งที่ผมไม่ได้จบ IT ผมทำงานที่นั่น 1 ปี เรียนรุ้ทุกอย่างจาก ศูนย์ มีเพื่อนรุ่นใกล้เคียงกัน เป็น โปรแกรมเมอร์ คอยสอนหลายๆอย่าง ที่ผมพอจะรับได้ ผมถือแล็บท้อป ไปพรีเซ็นต์งาน จนขายได้ พอสมควร ผมได้ความรู้มากมายจากการทำงานที่นั่นและ ผมได้ไปอบรมกับ ไอบีเอ็ม หลายคลาสมาก 

ผมเปลี่ยนที่ทำงานไป ขาย Hardware อีก 1 ปี ผมโชคดีอีกครั้ง วันแรก ผมเจอเซลส์รุ่นพี่ ที่ย้ายมาจากแผนกช่าง เขาถูกชะตาผม เขาเลย นั่งว่างๆคุยกับผม แล้ว สอนผมเรื่อง Hardware ในระดับช่าง เจ้าของผมาก็มายืนดู ผม เขาเป็น อาจารย์ เราขายเครื่องประกอบคอมกันครับ ผมประกอบคอมได้ ตอนนี้ ผมได้ทั้ง Hardware และ Software พอควร ผมย้ายงานอีกครั้งเพราะตอนไปเรียน ภาษาที่ AUA ผมเจอเพื่อนร่วมห้อง ที่ดันมาอยู่หมู่บ้านเดียวกับผม ปากซอยกันเลย เขาทำงาน องค์กรใหญ่ เขาชวนผมไป ทำงานที่เดียวกับเขา ที่ทงานทนี้ มีตึกของตัวเอง 15 ชั้น มีที่จอดรถกว้างขวาง เมื่อผมลองไปสมัคร ผมได้งานทันที เพราะประสบการณ์ผม เหนือกว่าเซลส์เก่าเขาซะอีกในแง่ Technique ผมจึงได้อยู่เป็น จนท องค์กรใหญ่ และผมถูกวางเป็นคนที่จะได้เลื่อนตำแหน่ง ที่นี่ผมเจอ ผญ มากมาย สวยๆ ทั้งพนักงานด้วยกัน และ ลูกค้า แต่ผมก็สรุปจบกับ พนักงานด้วยกัน ที่ทำงาน แต่คนละแผนก เธอเป็นฝ่ายไฟแนนซ์ ที่คอยดูแลพนักงาน อย่างผมนี่ละครับ

ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ผมแค่ไปตามชะตากรรม เหอะๆๆ ผมแต่งงานกับแฟน มีลูกกัน 1 คน อายุตอนนี้คือ 2 เดือน เข้าเรื่องกระทู้ละครับ 

สมัยก่อนผมเป็นคนค่อนข้างจะโง่ คือ มั่นใจตัวเองมากเพราะโชคดีมาตลอด ผมไม่ค่อยเกรงใคร แต่ก็มีมารยาทตามเส้นแบ่งของสังคมอยู่เสมอ ผมมักจะไม่ยอมในเรื่องที่ไม่แฟร์ กับเพื่อนบ้าน เรียกว่า พร้อมมีเรื่องน่ะแหล่ะครับ ถ้าเขาเอาเปรียบผม แต่ถ้าต่างคนต่างอยู่ ผมไม่ทำใครเดือดร้อน แต่ก็มีบ้าง เพราะ บางครั้งผมก็เล่นกีต้าร์เสียงดัง ( ก็บอกแล้วว่าผมโง่ พอควรสมัยก่อน )

เมื่อผมตอนนี้มีลูก 1 คน ผมเปลี่ยนหลายอย่างเลย ผมคอยดูแลแฟนหลังคลอด แต่แม่เขามาช่วยด้วยครับ ผมคอยดูแลลูกด้วย ลูกตัวเล็กมาก ตอนแรกที่ผมได้อุ้มเขา ผมวางไม่ลงเลย ผมอยากอุ้มเขาอยู่ต่อ แต่ก็อุ้มไม่เก่งมากตอนแรกๆ ผมต้องนั่ง ไม่กล้าก้าวขาไปไหน ใกล้ๆเตียงเขา และ เมื่อตอนนี้นี่เองที่ผมเปลี่ยนไป 

เมื่อเพื่อนบ้าน ย้ายมาใหม่ ทำเสียงดังกระแทกฝาผนัง ตึงๆๆๆๆ และ อีกหลายเรื่อง ที่เมื่อก่อนผมจะต้องไปคุยแล้ว แต่ตอนนี้ ผมจะนึกถึงเรื่องของลูกผมอย่างแรก เพราะผมไม่ได้อยู่บ้านตลอดเวลา แฟนผมกับลูกต้องอยู่ ผมจะก่อประเด็นปัญหากับคนรอบบ้านไม่ได้เลย ไม่แม่แต่ในซอย ไม่แม่แต่ในหมุ่บ้าน และ ไม่แม้แต่ บนท้องถนนเวลาเจอคนขับรถปาดหน้า สารพัด ผมก็ต้องใจเย็น อดทนไว้ เพราะหลักๆเลย ผมต้องกลับบ้าน ไปหาลูกเมีย 

บางครั้งผมก็นึกว่า ทำไมตอนไม่มีลูกเมีย ผมยอมไม่ได้นะ แต่ตอนนี้ผมยอมได้ ผมไปซื้อยา เภสัชเจ้าของร้าน เมื่อก่อนเขาพูดจาดีมาก แต่หลังๆภรรยาเขาบอกว่า ขายไม่ดี เขาผู้ชายอารมณ์เสียง่ายผมเคยได้ฟังจากภรรยาเขา เมื่อสามวันก่อนผมไปซื้อยา ผมก็เจอเขาดุเข้าให้ ผมก็ต้องทำใจเย็น พูดจาดีๆกับเขาต่อไป เพราะผมมองว่า ผมแค่มาซื้อยา ถ้าคนขายดุ แต่ไม่ได้หยาบมาก ผมก็จบได้ ผมพูดคุยกับเขาต่อ ถามโน่นนี่ จนเขาเย็นลง ผมทำได้ครับ 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคง ออกจากร้านนี้แล้วไปร้านอื่น ( มีหลายร้าน ) แล้วไม่เข้าสักครึ่งปี แต่ตอนนี้ผมไม่สนใจแล้ว เรื่องแบบนี้ผมถือว่าเรื่องขี้หมาไปแล้ว วันนึง ผมต้องเจอ คนขับรถแย่ๆ เพื่อนร่วมงานชอบยุ่งเรื่องส่วนตัว ลูกค้าที่ไม่เข้าใจ และ มาพูดจาไม่ดีกับผม เมื่อก่อนผมจะเก็บมาใส่ใจ แม้ต่อหน้าจะไม่ทำอะไรมาก แต่ก็คงมีสวนบ้างบางครั้ง แต่ตอนนี้ ผมปล่อยหมด ผมถือว่า งานคืองาน บนถนนก็ต่างคนต่างไป เราระวังให้มากสุด พอถึงบ้าน ผมเจอ แฟนบอกว่าลูกสบายดี และ ผมล้างตัวเสร็จก็มาอยู่กับลูก ช่วยแฟนทำงานบ้านหน่อย ( เราไม่จ้าง คนมาช่วย ) 

ผม คนที่ใช้คำว่า อวดดี ยะโส มาก่อนตอนนี้ ผมเห่อลูกมาก ผมยอมลดความโง่ในอดีต พวกอัตตา บ้าบอ ไปเยอะเลย ( แต่ยังมีนะ ) ใครบ้าง จะไม่มีอีโก้ ผมยังมี แต่ผมมีลูกที่คอยทำให้ผมเยือกเย็นขึ้น อ้อ คุณแม่ของลูกด้วย เป็นคนที่ทำให้ผมผ่อนคลาย แฟนผมก็ เป็นคนสวย ฉลาด แต่ไม่รู้ทำไมมาเลือกผม 555

ผมเข้าใจพ่อแม่เลยว่า ทำไมตอนเด็กๆ ผมดื้อมาก แต่ไม่ค่อยโดนตี หรือ โดนตีแล้ว พ่อแม่ก็กลับมาดีกับผมต่อ ไม่ใช่เหมือนเพื่อนๆ ที่โกรธกัน แล้วยอมหยุด แต่ พ่อแม่ โกรธตอนนี้ ประเดี๋ยวก็หายโกรธ และดูแลเรามาจน เรียนจบ ป ตรี 

ผมว่าบางครั้ง ความที่เรารักใครสักคน เราจะนึกถึงผลที่มีต่อเขา มากกว่าตอนที่เรา รักตัวเอง เสียด้วยซ้ำ นี่มังครับที่เขาเรียกว่า ความรักของพ่อแม่ 

ปัญหามันไม่มีวันจบครับ หมดแล้วมาใหม่ มีความสุขได้ ก็มีความทุกข์ได้ ขอเพียงแค่ เราเลือกจะอยู่กับ ความสุข และ คอยรับสถานการณ์ความทุกข์ ทุกอย่างมันจะผ่านเราไปครับ ทั้งสุข และ ทุกข์ เพียงแต่เราเลือกจะนึกถึง อนาคตกับความสุข หรือ จม และ กังวล กับความทุกข์ที่ยังมาไม่ถึง แค่นั้นเอง

เขียนแค่นี้พอแล้ว ขอบคุณครับที่มาอ่าน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่