สวัสดีครับผมชื่อจีนะมีพี่ชาย3คน ปีนี้ก็อายุ15เรื่องราวของผมก็มีอยู่ว่า ผมเกิดมาในเมืองนครและตอนอนุบาลก็ชอบเอาแต่ใจทะเลาะกับพี่ชายบ่อยๆ พี่ชายคนนี้ห่างกัน3ปี พอขึ้นป.1ก็เรียนปกติแต่ว่าครูที่โรงเรียนไม่ชอบผมก็จะให้เกรดผมไม่ดีบางครั้งถูกด่าว่ามาสายทั้งๆที่ช่วยงานพ่อที่บ้านตอนเช้าซึ่งรับซื้อน้ำยางก็จะไปส่งผมสายหน่อยหลังขึ้นป.4ผมก็ต้องเจอกับความกดดันมากขึ้นแต่ผมก็ยังสู้กัดฟันสู้จนปีสุดท้ายป.6น้องๆในโรงเรียนเล็กๆนันรักผมและเคารพผมมากที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้น้องๆและถูกยอมรับมากขึ้น ได้สาระภาพรักกับคนที่ชอบพอขึ้นมัธยมก็แยกย้ายกัน และนี้คือจุดเปลี่ยนในชีวิตผมเลย ช่วงนั้นโควิดกำลังระบาดรุนแรง ผมก็เข้าไปเรียนที่โรงเรียนย่อ ฉ.ร.ภ ผมก็ตั้งใจเรียนมากขึ้นเกรดก็ดีติดอันดับ55ในระดับมี396คน ผมรู้สึกดีใจและตั้งใจถึงจะเรียนออนไลน์น่าเบื่อหน่อยแต่ก็สู้ และเมื่อถึงปลายเทอมแรกช่วงนั้นสอบผมก็นั่งทำข้อสอบกับพี่ชายข้างคุณพ่อ วันนั้นพ่อผมบอกกับแม่ว่าปวดหลังแต่ปกติพ่อจะไม่ปวดขนาดนี้วันนั้นพ่อเหงื่อออกแม่ก็สังเกตุได้เลยบอกพ่อว่าจะรีบไปส่งน้ำยางจะมาพาพ่อไปโรงพยาบาลนะผมกับพี่ก็นั่งดูพ่อและลูกพี่ลูกน้องของพ่อที่สนิทก็เดินมาละเห็นพ่อแปลกๆเลยมานั่งเฝ้าด้วยเขาก็ถามว่าพ่อปวดเยอะมั้ยพ่อบอกแน่นหน้าอกแบบหายใจลำบาก ซึ่งพ่อผมจะเป็นอะไรก็จะไม่ค่อยบอกชอบเก็บไว้แบบผมจะเงียบๆแต่ท่านใจดีมีเมตตา หลังจากพูดได้ไม่นานพ่อก็พลิกตัวคว่ำลงพอยกพ่อขึ้นมาพ่อก็ลิ้นจุกปากและไม่หายใจผมก็ตกใจรีบวิ่งไปตามคนมาช่วยพาพ่อมาโรงพยาบาล พี่ชายก็ปั้มหัวใจแต่พ่อไม่ตอบสนองเลย แล้วลุงก็เอารถกระบะมาผมช่วยอุ้มพ่อขึ้นพี่รีบไปกับน้ากับลุงส่วนผมรีบโทรหาแม่บอกพ่อเกร็งและชัก แม่ก็รีบมาตอนนั้นผมอยู่บ้านรอแม่คนเดียว ผมเดินเข้าไปในบ้านและเข่าทรุดลงแล้วภาพก็ย้อนต่างๆ ว่าพ่อที่เรารักเราไม่เคยกล้าบอกรักทั้งๆที่รักมากแอบทำกาดวันพ่อให้ในกระเป๋าเสื้อได้นั่งรถไปทุกวัน ได้ไปหาปลาด้วยกัน ได้สอนเราหลายๆอย่าง ได้แต่ภาวะนาให้พ่อปลอดภัยเพราะอายุแค่13คิดอะไรไม่ออกมันโล่งไปหมด พ่อแม่มาก็รีบไปโรงพยาบาล แล้วนั่งรอหน้าห้องฉุกเฉิน ด้วยความที่โรงพยาบาลอยู่นอกตัวเมืองและอยู่แถวชนบทเครื่องมือเลยไม่พร้อม หลังจากรอไป3ชม.หมอเดินออกมาแล้วบอกว่าญาติทำใจดีๆนะ หมอทำเต็มที่แล้วแต่คุณลุงไม่ตอบสนองเลย จากนั้นผมเลยรู้แล้วว่าพ่อได้จากผมไปแล้ว หมอบอกว่าท่านน่าจะเสียมาตั้งแต่ที่บ้านในมือผม ผมก็รู้สึกเบาและปวดหัวผมเลยวิ่งออกมาเข้าห้องน้ำและนั้นคือน้ำตาแรกของผมที่ปกติเข้มแข็งอดทน หลังจากที่กลับมาเขาก็เอาร่างพ่อขึ้นรถพยาบาลมาส่งที่วัดผมก็นั่งกับร่างของพ่อและญาติๆเขาก็ปลอบผม บอกว่าไม่เป็นไรนะทั้งๆที่ร้องให้ พอถึงวัดผมก็ช่วยยกร่างพ่อลงและทำพิธี แต่เรื่องที่แปลกคือคืนที่2ผมกลับบ้านแล้วเดินผ่านเตียงนอนพ่อได้กลิ่นน้ำอบที่หอมมากๆและพี่ๆผมก็บอกว่าได้กลิ่นผมก็คิดไว้ว่าพ่อคงจะไปสบายแล้ว และคืนสุดท้ายผมก็นอนกับพี่ๆทั้ง3คน เฝ้าหน้าโรงพ่อเป็นครั้งสุดท้าย พอวันเผ่าที่เขาเปิดโรงผมที่ได้เห็นสภาพของพ่อก็ร้องให้ไม่หยุดกลิ่นร่างที่เหม็นผมก็ไม่รู้สึกแต่รู้สึกสงสารและเวทนาพ่อมากว่าพ่อคนเราตายไปก็จะเป็นแบบนั้นผมที่เป็นลูกสุดท้องตามความเชื่อเขาก็ให้หุงข้าวกับกระป๋องแบบหันหลังเพื่อใช้ไหว้เจ้าตรงนั้นที่ก่อนทำพิธีเผา เมื่อเส็จพิธีวันต่อมาตอนเช้ามืดผมก็มากลับแม่และพี่ๆมารับเถ้ากระดูกพ่อเพื่อที่จะคืนธาตุสู่พื้นดินที่เกิด แต่พอยกเถ้ากระดูกพ่อผงเถ้าก็ถูกลมพัดมาเข้าตาผม เหมือนเป็นเครื่องเตือนใจผมจบจากนั้นก็ขอครูสอบแก้และบอกว่าติดงานของคุณพ่อครับคุณครูเลนเข้าใจและผ่านเวลานั้นมาได้และมาถึงตอนนี้อายุ15ปีแล้ว ผมเป็นนักวิ่ง และนักวาด ผมเจออุปสักก็ไม่เคยย่อท้อ คำที่พ่อเคยสอนตอนนี้ผมลำบากต้องหาเงินกับพี่ชายเพื่อเรียนและดิน แต่ผมก็สู้ในใจของผมยังคงมีคุณลุงวัย56ปีที่ให้กำลังใจอยู่เสมอ และที่ผมจะฝากทุกคนคือในขณะที่พ่อแม่ยังมีก็รักท่านมากๆนะครับบอกรักท่านไม่ต้องอายครับ และผมรักพ่อมากๆนะครับอยากให้คนบนนั้นได้ยิน
😊
จุดเปลี่ยนในชีวิต
😊