สวัสดีทุกๆคนที่เข้ามาอ่านค่ะ
ความเดิมจากกระทู้แรก พ่อวิ่งถึงหมู่บ้านปู่ ลุงเป็นคนเปิดประตู และในคืนนั้น ทุกคนก็รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องที่พ่อทะเลาะกับแม่มาก่อนหน้านี้
เช้าวันต่อมา
พ่อกับลุงได้เดินทางไปหมู่บ้านยาย เพื่อที่จะไปขอโทษและเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น ลุงเป็นคนขับรถมอไซร์อีก 1 คัน แล้วให้พ่อซ้อนท้าย
เดินทางไปถนนเส้นเดิม พอไปถึงตรงสะพาน พ่อพยามหาลอยเท้าม้า แต่ไม่เจอเลย ไม่มีลอยของม้าวิ่ง แต่จู่ๆก็ได้ยินเสียงเด็กผ็ชายและผู้หญิงเล่นน้ำตรงนั้นตรงที่กับที่เราเจอเมื่อวาน
พ่อถามลุงว่า
""" เห็นเด็กมาเล่นน้ำตรงนั้นไหม ไอเบสเมื่อวานมันก็เห็น(ชื่อเรา) แต่กูไม่เห็น นั้นผีหรือคนวะ """
ลุงตอบพ่อกลับไปว่า
""" อย่าพูดมาก เดี๋ยวกลับถึงบ้านพร้อมกันค่อยเล่า ไม่รู้เหตุการณ์จริงๆหรอว่าตรงนั้นเกิดไรขึ้น เงียบๆไปเถอะ เก็บความอยากรู้ไว้ก่อน """
หลังจากนั้น พ่อก็เคลียร์ปัญหากับแม่จนหายโกรธกัน พ่อเลยถามลุงอีกรอบว่า """ ตรงสะพานตรงนั้นมันมีอะไรวะ """
ลุงตอบพ่อ
""" กูได้ข่าวมาว่ามีเด็กจมน้ำอยู่ตรงนั้น แต่กูก้ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตอนไหน ตอนที่เราอยู่ กรุงเทพ หรืออาจจะนานกว่านั้นก้ได้"""
ในขณะที่พ่อ แม่และ ลุง กำลังนั้งคุยกันอยู่นั้น ตาก็เดินมาแล้วพูดว่า
"" ทำไมถึงจะไม่รู้เรื่องนี้เขารู้กันหมดทั้งอำเภอเลยนะ เด็ก 5 คนไปเล่นน้ำใต้สะพานตรงนั้น แล้วคิดจะเล่นซ่อนแอบกัน เด็กทั้ง 5 คนก็เล่นกันไปโดยไม่คำนึงถึงอันตรายจากน้ำเลย แล้วช่วงนั้นมันคือหน้าฝน พายุเข้า ทำให้เกิดน้ำมันไหลแรง เด็ก3คนว่ายน้ำเก่งรีบขึ้นฝั่งอย่างเร็ว แต่พอหันไปหาเพื่อน 2คน ชายและหญิง ก็ไม่เจอแล้ว หลายอาทิตย์ต่อมา ได้พบศพเด็ก ชาย หญิง ได้ลอยมา สภาพศพคืออืดหมดแล้ว แล้วที่เห็นกันเนี่ยเขากำลังทำไรอยู่
พ่อตอบตาไปว่า
"" ผมเห็นเด็ก2 คนนั้นกำลังเล่นน้ำกันอยู่แล้วหันมามองผม ในขณะที่รถวิ่ง เด็ก2 คนก็หันหัวมองตาม ""
ตาได้พูดขึ้นมาอีกว่า
""แล้วเมื่อวานตกลงเกิดไรขึ้น""
พ่อตอบ
"" น่าจะเป็นเจ้าที่หมู่บ้านมาช่วยผมไว้ แสงที่ผมเจออาจจะเป็นผี มาไม่ดีก็ได้ แต่ช่วงที่ผมวิ่งใกล้ถึงหมู่บ้าน
ผมได้ยินเขาพูดมาว่า กูช่วยได้เท่านี้นะครับ ""
ตาพูด
""" เออระวังตัวเองให้ดีแล้วกัน ดวงตกนะถึงได้เจอแต่ผีแบบนี้ """
พอถึงช่วง 4โมงเย็น ก้ถึงเวลาที่จะกลับไปบ้าน ปู่ กับ ย่า ที่อีกหมู่บ้าน ก็ลา ตายายแล้วเดินทางกลับ
มีรถมอไซร์ 2คันแล้วตอนนี้เพราะก่อนหน้านี้พ่อขับแต่ไม่ได้ขับกลับบ้านเมื่อช่วงทะเราะกัน
คัน 1 ลุงเป็นคนขับ พี่บอล ซ้อนท้ายลุง
คันที่2 พ่อขับ เรากับแม่ซ้อนท้าย
ขณะที่เดินทางออกจากหมู่บ้าน ตายาย ไปถึงตรงช่วงสะพานข้ามแม่น้ำชีตรงเดิม พ่อและตัวเราเองก็เห็นแบบเดิมเลย ว่ามีเด็กกำลังเล่นน้ำกันอยู่ 2คน ตอนนั้นเราไม่รู้ว่านั้นคือผี เราได้พูดกับแม่อีกว่า เห็นมั้ยแม่เพื่อน2คนนั้นยังเล่นที่เดิมอยู่เลย พ่อแม่ไม่ตอบอะไร
พ่อได้บอกกับเราไว้ว่า ตอนนั้นพ่อไม่ได้เห็นแค่เด็ก2คน แต่พ่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนมองเรา แล้วหันหัวมาตามเราในขณะที่รถวิ่งด้วย
พอหลังจากนั้นมา พ่อก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เริ่มปวดหัวขั้นรุนแรง โดยที่ไม่รู้สาเหตุ
ช่วงเวลาผ่านไปถึงวันที่17 เมษายน ถึงเวลาที่เราต้องกลับกรุงเทพ ขากลับครั้งนี้ มีคนเพิ่ม ลุงขับรถ ป้า พี่บิ้ก พี่บอล เรา(เบส) บอส พ่อ แม่ อา(A) อา (B)
ขออนุญาตใช้นามสมมุติ รวมแล้วเป็น10คน
ถึงที่กรุงเทพ พ่อยังปวดหัวไม่หายแล้วรู้สึกเหมือนมีคนมาบีบหัวตลอดเวลา ไปหาหมอ หมอก้ไม่สามารถระบุได้ว่าพ่อเป็นอะไร
ช่วงนั้นพ่อไม่สามารถทำงานได้เลย
ลืมบอกไปค่ะว่าบ้านที่กรุงเทพ สภาพบ้าน จะเป็นบ้านทาวเฮ้า 2ชั้น บ้านลุงกับบ้านพ่อคนละหลังนะคะ ตอนนั้นบ้านเรายังไม่มีแอร์ส่วนบ้านลุงมีแอร์แค่ห้องนอนของลุงกับป้า
พ่อเริ่มอาการผิดปกติมากขึ้น อยู่ๆก็อ้วกออกมา กินข้าวไม่ได้ จากคนร่างกายอวบๆก็กลายเป็นร่างกายผอมลง
ตอนนั้นแม่เราเครียดมากเพราะพ่อเป็นเสาหลักของบ้าน เลยให้อาทั้ง2คนช่วยดูแลพ่อ ในขณะแม่เราไม่อยู่เพราะแม่เราจะต้องไปทำงานข้างนอกเพื่อหาเงินมารักษาอาการที่ไม่รู้เลยว่าพ่อเป็นอะไร
หลายอาทิตย์ต่อมา พ่อเริ่มเดินไม่ค่อยได้ อาA กับอาB ได้บอกไว้ว่าตอนนั้น ได้กลิ่นตัวพ่อแปลกๆ กลิ่นเหมือนของเน่าๆ พาไปอาบน้ำก้ไม่หาย ผิดปกติมาก พ่อมีอาการกระวนกระวาย คานไปมาอยู่ในบ้าน แต่จะมีอยู่ที่เดียว ที่พ่ออยู่ได้ นั้นก็คือ เสากลางของบ้าน เสานั้นมีปฎิทินรูปพระพุทธรูปอยู่ ลุงได้เดินมาดูสภาพของพ่อ เลยบอกพ่อไปว่า
""" ตุ๋งเอ้ย (ชื่อพ่อ) ไปนอนห้องแอร์ไหม เผื่ออะไรจะดีขึ้น """
พ่อพูดเบาๆว่า อือ
อาทั้ง2คนก็ช่วยกันอุ้มพ่อเข้าบ้านลุงแล้วไปนอนห้องแอร์ ตอนนั้นลุงเปิดแอร์ให้ 18 องศาเลยค่ะ ถามว่าพ่อหนาวไหม พ่อบอกว่า ไม่หนาวเลยอากาศปกติ ไม่รู้สึกอะไรเลยตอนนั้น
ลุงเห็นท่าว่าไม่ดีแล้ว เพราะพ่อกินอะไรไม่ได้ ตัวผอมไปหมด เลยถามพ่อว่า
""" กลับบ้านเราไหม ไปรักษาตัวที่บ้าน หากเป็นอะไรขึ้นมาจะได้มีญาติๆคอยดูแลมากกว่านี้"""
ในใจพ่อ คือพ่อไม่ไหวแล้ว
""" อยากกลับบ้าน ถ้าจะตายก้ให้ไปตายที่บ้าน """
ภายในวันนั้น ประมาน 2-3 ทุ่ม ลุงก็พาพ่อ แม่ อาทั้ง2คน พี่บอล และเรา กลับต่างจังหวัด โดยด่วนที่สุด
พอถึงร้อยเอ็ด หมู่บ้านของปู่ ย่า ช่วงเวลา 6-7 โมงเช้าน่าจะได้ ปู่เลยพาพ่อไปที่วัดแห่งหนึ่ง คนละหมู่บ้านกันค่ะ พอไปถึงไปหาหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านเรียกพ่อเข้าไปหาเลย แล้วพูดว่า "" โดนของเข้า '"
นั้นคือสิ่งที่ทุกคนได้ยิน หลังจากนั้น หลวงพ่อก็พาพ่อเราไปอาบน้ำมนต์ พ่อเล่าให้ฟังค่ะ ว่า น้ำมนตืที่พ่ออาบน้ำนั้น เย็นมากเหมือนใส่น้ำแข็งเอาไว้ให้พ่ออาบ แต่ความจริงแล้ว น้ำมนต์นั้น อยู่ในโอ่งกลางแดดร้อนๆเลยค่ะ
หลังจากที่พ่ออาบน้ำมนต์เสร็จ หลวงพ่อได้บอกว่า "" ให้พ่อกลับบ้านไปเรียกขวัญในวันพรุ่งนี้ เดี๋ยวหลวงพ่อจะไปช่วยด้วย """
ปู่ ก็พาพ่อกลับบ้าน แล้วให้พ่อนอนพักเพื่อพรุ้งนี้แต่เช้า จะได้ทำพิธีเรียกขวัญค่ะ
ในช่วงดึกๆ พ่อเราได้นอนกลางมุ่ง อยู่ชั้นล่าง ปู่จะนอนข้างบน
ปู่เราเป็นโรคเบาหวานค่ะ เลยลงมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนบ่อย ถือไฟฉายเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำ แล้วต้องเดินผ่านที่ ที่พ่อเรานอน
****ปู่เราเห็นผู้หญิง นั้งอยู่บนหัวพ่อนอน แล้วบีบหัวพ่อเราอยู่ *****
ตอนนั้นปู่เราทั้งกลัว และโกรธ ที่ผีผู้หญิงคนนั้นมาทำร้ายพ่อเรา เลยรีบหาค้อนมา กะจะมาทำร้ายผีตนนั้น แต่ไม่โดนค่ะ โดนพื้น พื้นที่ปู่เราทุบตรงนั้น ใกล้หัวพ่อเรามาก (ถ้าโดนพ่อเรา ถึงชีวิตแน่นอน) พื้นตรงนั้นบุบลงไปเลย ปู่ใช้แรงเยอะมาก
หลังนั้น ทุกคนก้ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงค้อนที่กระแทกกับพื้น แล้วถามปู่ว่าเกิดไรขึ้น
ปู่ได้เล่าให้ทุกคนฟัง คืนนั้นไม่มีใครนอนหลับเลยค่ะ
ยกเว้น เรา กับพี่บอล ( ลืมบอก ป้า พี่บิ้ก บอส ไม่ได้กลับต่างจังหวัดนะคะ )
ตอนนั้นพ่อเริ่มไม่มีสติ ทุกคนเรียก แต่พ่อก็ไม่ลืมมาขึ้นมา !!!!!
เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนรีบพาพ่อเรา ไปที่วัดในหมู่บ้าน เพื่อทำพิธีเรียกขวัญ พอถึง ก็เห็น หลวงพ่อบ้านหมู่บ้านอื่น มา 4 รูป คนละหมู่บ้านเลยนะคะ
แล้วนั้งทำพิธี อันเชิญวิญญานของพ่อที่หลุดไปเรียกเข้าร่าง ตอนนั้น พ่อไม่มีสติแล้วค่ะ มีปู่คนนึงเขาเป็นสัปเหร่อ ปู่คนนั้นพูดมาว่า
""" ลูกเมียมันอยู่ไหน ให้เอาตะกร้า หรือแห เอาไปจุดที่พ่อเจอผีนั้น แล้วเรียกชื่อจริงนามสกุล พร้อมชื่อเล่น ช่วยกันเรียก
แล้วรีบทำเป็นเอามาใส่ในตัวพ่อ""""
ตอนนั้น ทุกคนรีบไปจุดที่พ่อเจอผี สะพานข้ามแม่น้ำชี แล้วทำไปเรียกชื่อพ่อกัน หนึ่งในนั้นมีเรากับพี่บอลด้วย
ตะโกนเรียก **พ่อตุ๋งกลับมา** **พ่อตุ๋ง ชื่อ......นามสกุล.....กลับมา**
หลายคนเลยไม่ใช่แค่ญาติ คนในหมู่บ้านช่วยกันตะโกนร้องเรียกชื่อพ่อให้กลับมา ทั้งคนในหมู่บ้านปู่ ทั้งคนในหมู่บ้าน ตายาย
ตอนนั้น ตาเรา ได้พูดออกมาว่า
*** อย่าเอาลูกเขยกูไปเลย เขายังมีลูกน้อย ยังต้องใช้ชีวิตอีกนาน ถ้าจะเอามาเอาตัวกูนี้****

นี้คือจุดที่เจอเด็กน้ำ 2คน
และพ่อเจอผีตรงนี้ค่ะ

ถนนที่มาเรียกขวัญพ่อค่ะ ตรงเดียวกันเลยค่ะ
ยังไม่จบนะคะเรื่องมันยาว มีต่อแน่นอน หากเราพิมผิด หรือ งง ตรงไหนเราก้ขอโทษนะที่นี้ด้วยนะคะ
มาพร้อมกับความตาย 3
ตาพูดคำนั้นขึ้นมา ทำให้ ทุกคนเงียบและไม่กล้าพูดไรออกมา
ในตอนนั้นแม่ทำเป็นหว่านตะกร้าแล้วได้ขวัญพ่อแล้ว จากนั้นให้รีบไปที่วัดแล้วเอาตะกร้านั้นทำเป็นเอาขวัญใส่ตัวพ่อ แล้วพูดว่า มาแล้วนะเข้าร่างตัวเองแล้ว
ในขณะที่ทำพิธี พ่อหลับไม่มีสติตัวผอมแห้ง รอบตัวพ่อจะมีแต่หลวงพ่อสวดมนต์
หลังจากนั้นไม่นาน พ่อก็ลืมตาขึ้นมา แล้วพูดมาว่า
"" ในความฝันเหมือนจริงเลย ""
ทุกคนก็พากัน งง แต่ยังไม่มีใครกล้าถามมากเพราะดูสภาพพ่อเหมือนยังไม่ค่อยมีแรงจะพูดอะไรมากไปกว่านี้
หลวงพ่อในหมู่บ้านพูดมาว่า ""เขาไปแล้ว"""
ชาวบ้านและคนญาติๆที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นดีใจกันมาก 4วันหลังจากนั้นก็ดูสภาพอาการพ่อแล้วพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด หมอหมอวินิจฉัยว่า พ่อเป็นโรคที่เกิดจากการคิดไปเอง ไม่ยอมกินข้าวจนทำให้ร่างกายผอม (นั้นคือคำตอบของหมอที่ไม่ค่อยเชื่อทางนี้ค่ะ)
ลุง แม่ อาทั้ง2คน พี่บอลแล้วก็เรา ได้เดินทางกลับกรุงเทพ เพราะลุง แม่มีงานต้องทำ ส่วนเรากับพี่ชายต้องไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพ ส่วนพ่อปู่ยังไม่ให้กลับ เพราะดูอาการก่อนค่ะ
2เดือนผ่านไป
ถึงเวลาที่พ่อจะต้องลงมากรุงเทพค่ะ เพื่อมาทำงาน ลุงก็ไปรับจากร้อยเอ็ดลงมากรุงเทพ ตอนนั้นสภาพร่างกายพ่อแข็งแรงปกติเลย แต่แปลกที่พ่อไม่ค่อยพูดเหมือนแต่ก่อน
พอมาถึงที่กรุงเทพ เท่านั้นแหละค่ะ พ่อเล่าให้ฟังชุดใหญ่เลย พ่อเล่าให้ฟังว่า
"""เห้ออออออ พ่อตาไม่น่าพูดแบบนั้น""" ภาษาอีสาน
แม่
"""อะไร""""
พ่อ
""" วันที่นอนข้างล่าง แล้วปู่บอกว่าเห็นผีผู้หญิงนั้งอยู่ข้างบนหัวแล้วบีบหัวอยู่นั้น พ่อรู้สึกตัว แต่ขยับไม่ได้ และในตอนนั้น รู้สึกตัวตลอดว่าใครพูดอะไร เช้าวันนั้นที่ทำพิธี รู้สึกมีผู้หญิงกระชิบตรงหูมาว่า **ลืมตาขึ้นมา** ก็เลยลืมตาเพราะได้ยินเสียงนั้นหลายครั้ง ก็เห็นว่าตัวเอง
กำลังนอนตะแครงข้าง มือถูกเชือกมัดไขว้หลังกับผู้หญิงอีกคน หลังชนกัน ไม่รู้เลยว่าใคร แต่น่าตาสวย ผู้หญิงคนนั้น พูดขึ้นมาว่า ** มีลูกมีเมียแล้ว กูจะปล่อยแต่คนที่กูจะเอาไปคือคนที่พูดออกมาเอง*** แล้วหัวเราะด้วยเสียงที่น่ากลัว หลังจากนั้นก็รู้สึกตัวขึ้นมา
แม่
"" คงไม่เป็นไรหรอก มันก็อาจเป็นแค่ความฝัน""
ตอนนั้นลุง ป้า อาA อาB นั้งฟังกันหมด
หลายเดือนต่อมา มียายโทรมาหาแม่พูดมาว่า
""" กลับบ้านมาดูพ่อหน่อย พ่ออาการพ่อไม่ไหวแล้ว """
แม่
""" พ่อเป็นไร ทำอยู่ๆถึงโทรมาแบบนี้ ""
ยาย
""" พ่อเป็นนานแล้ว แต่ไม่บอกใครเลย ไม่บอกกูด้วย พ่ออดทนมามากเลย"""
ตอนนั้น เราได้หยุดอีกแล้วค่ะ รีบกลับร้อยเอ็ด แต่ครั้งนี้มีแค่ พ่อ แม่ พี่บอล เรา กลับร้อยเอ็ด
พอถึง ไปบ้านยายก่อนเลย
ตาได้พูดมาว่า
"" กูช่วยพวกไว้แล้ว ก็รักกัน มีอะไรก็คุยกันดีๆ ดูแลลูกหลานกูด้วย กูรู้ตัวเองว่ากูไหวได้เท่านี้ """
ตอนนั้นทุกคนเสียใจมากค่ะ พาไปหาหมอ หมอก็บอกว่าหาสาเหตุไม่ได้
กลับบ้านเพียงแค่2วัน ตาก็เสียชีวิต
ตอนนั้นเราก็ยังเป็นเด็ก จำไม่ค่อยได้หรอกค่ะ แต่พ่อเล่าว่า พอตาเสีย ต้องโทรแจ้งตำรวจ แจ้งหมอแจ้งเขต
หมอเลยนำศพตาไปดู หมอตกใจค่ะเพราะดูประวัติที่ผ่านมา ไม่เห็นเลยว่าลุงเป็นมะเร็ง ประวัติการตรวจก็ไม่ขึ้น
สุดท้าย ไขความสงสัย พ่อเลยไปถามหลวงตา
หลวงตาบอกว่า จุดเริ่มต้นจำได้ไหม ว่าเห็นเด็ก2คน นั้นคือเด็กที่ตายโหง 2.เจอแสงพุงมาตรงหน้าผาก นั้นคือผีสาว แล้วเขาคือผีที่อยู่ตรงนั้นมานานหลายร้อยปี ที่เองได้ยินแม้กระทั้งม้าและเสียงคนบอกให้วิ่งไปไม่ต้องหันมามอง นั้นก็เป็นเจ้าที่ดูแลหมู่บ้าน เองคงเป็นเจ้ากรรมนายเวณผู้หญิงคนนั้น
แต่ที่พ่อตาเองเสียเป็นเพราะพ่อตาเองพูดขึ้นมาว่าจะชดใช้ชีวิตให้เอง
ผีตนนั้นปาปหนา คงไม่มีทางที่ได้ไปเกิด มันจะเอาชีวิตคนที่เห็นมัน
เรื่องนี้ดังมากในอำเภอนั้นทุกคนรู้เหตุการณ์นี้กันหมด แล้วทุกวันนี้ตอนกลางคืนยังไม่ค่อยมีใครผ่านเส้นน
มาพร้อมกับความตาย 2
ความเดิมจากกระทู้แรก พ่อวิ่งถึงหมู่บ้านปู่ ลุงเป็นคนเปิดประตู และในคืนนั้น ทุกคนก็รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องที่พ่อทะเลาะกับแม่มาก่อนหน้านี้
เช้าวันต่อมา
พ่อกับลุงได้เดินทางไปหมู่บ้านยาย เพื่อที่จะไปขอโทษและเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น ลุงเป็นคนขับรถมอไซร์อีก 1 คัน แล้วให้พ่อซ้อนท้าย
เดินทางไปถนนเส้นเดิม พอไปถึงตรงสะพาน พ่อพยามหาลอยเท้าม้า แต่ไม่เจอเลย ไม่มีลอยของม้าวิ่ง แต่จู่ๆก็ได้ยินเสียงเด็กผ็ชายและผู้หญิงเล่นน้ำตรงนั้นตรงที่กับที่เราเจอเมื่อวาน
พ่อถามลุงว่า
""" เห็นเด็กมาเล่นน้ำตรงนั้นไหม ไอเบสเมื่อวานมันก็เห็น(ชื่อเรา) แต่กูไม่เห็น นั้นผีหรือคนวะ """
ลุงตอบพ่อกลับไปว่า
""" อย่าพูดมาก เดี๋ยวกลับถึงบ้านพร้อมกันค่อยเล่า ไม่รู้เหตุการณ์จริงๆหรอว่าตรงนั้นเกิดไรขึ้น เงียบๆไปเถอะ เก็บความอยากรู้ไว้ก่อน """
หลังจากนั้น พ่อก็เคลียร์ปัญหากับแม่จนหายโกรธกัน พ่อเลยถามลุงอีกรอบว่า """ ตรงสะพานตรงนั้นมันมีอะไรวะ """
ลุงตอบพ่อ
""" กูได้ข่าวมาว่ามีเด็กจมน้ำอยู่ตรงนั้น แต่กูก้ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตอนไหน ตอนที่เราอยู่ กรุงเทพ หรืออาจจะนานกว่านั้นก้ได้"""
ในขณะที่พ่อ แม่และ ลุง กำลังนั้งคุยกันอยู่นั้น ตาก็เดินมาแล้วพูดว่า
"" ทำไมถึงจะไม่รู้เรื่องนี้เขารู้กันหมดทั้งอำเภอเลยนะ เด็ก 5 คนไปเล่นน้ำใต้สะพานตรงนั้น แล้วคิดจะเล่นซ่อนแอบกัน เด็กทั้ง 5 คนก็เล่นกันไปโดยไม่คำนึงถึงอันตรายจากน้ำเลย แล้วช่วงนั้นมันคือหน้าฝน พายุเข้า ทำให้เกิดน้ำมันไหลแรง เด็ก3คนว่ายน้ำเก่งรีบขึ้นฝั่งอย่างเร็ว แต่พอหันไปหาเพื่อน 2คน ชายและหญิง ก็ไม่เจอแล้ว หลายอาทิตย์ต่อมา ได้พบศพเด็ก ชาย หญิง ได้ลอยมา สภาพศพคืออืดหมดแล้ว แล้วที่เห็นกันเนี่ยเขากำลังทำไรอยู่
พ่อตอบตาไปว่า
"" ผมเห็นเด็ก2 คนนั้นกำลังเล่นน้ำกันอยู่แล้วหันมามองผม ในขณะที่รถวิ่ง เด็ก2 คนก็หันหัวมองตาม ""
ตาได้พูดขึ้นมาอีกว่า
""แล้วเมื่อวานตกลงเกิดไรขึ้น""
พ่อตอบ
"" น่าจะเป็นเจ้าที่หมู่บ้านมาช่วยผมไว้ แสงที่ผมเจออาจจะเป็นผี มาไม่ดีก็ได้ แต่ช่วงที่ผมวิ่งใกล้ถึงหมู่บ้าน
ผมได้ยินเขาพูดมาว่า กูช่วยได้เท่านี้นะครับ ""
ตาพูด
""" เออระวังตัวเองให้ดีแล้วกัน ดวงตกนะถึงได้เจอแต่ผีแบบนี้ """
พอถึงช่วง 4โมงเย็น ก้ถึงเวลาที่จะกลับไปบ้าน ปู่ กับ ย่า ที่อีกหมู่บ้าน ก็ลา ตายายแล้วเดินทางกลับ
มีรถมอไซร์ 2คันแล้วตอนนี้เพราะก่อนหน้านี้พ่อขับแต่ไม่ได้ขับกลับบ้านเมื่อช่วงทะเราะกัน
คัน 1 ลุงเป็นคนขับ พี่บอล ซ้อนท้ายลุง
คันที่2 พ่อขับ เรากับแม่ซ้อนท้าย
ขณะที่เดินทางออกจากหมู่บ้าน ตายาย ไปถึงตรงช่วงสะพานข้ามแม่น้ำชีตรงเดิม พ่อและตัวเราเองก็เห็นแบบเดิมเลย ว่ามีเด็กกำลังเล่นน้ำกันอยู่ 2คน ตอนนั้นเราไม่รู้ว่านั้นคือผี เราได้พูดกับแม่อีกว่า เห็นมั้ยแม่เพื่อน2คนนั้นยังเล่นที่เดิมอยู่เลย พ่อแม่ไม่ตอบอะไร
พ่อได้บอกกับเราไว้ว่า ตอนนั้นพ่อไม่ได้เห็นแค่เด็ก2คน แต่พ่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนมองเรา แล้วหันหัวมาตามเราในขณะที่รถวิ่งด้วย
พอหลังจากนั้นมา พ่อก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เริ่มปวดหัวขั้นรุนแรง โดยที่ไม่รู้สาเหตุ
ช่วงเวลาผ่านไปถึงวันที่17 เมษายน ถึงเวลาที่เราต้องกลับกรุงเทพ ขากลับครั้งนี้ มีคนเพิ่ม ลุงขับรถ ป้า พี่บิ้ก พี่บอล เรา(เบส) บอส พ่อ แม่ อา(A) อา (B)
ขออนุญาตใช้นามสมมุติ รวมแล้วเป็น10คน
ถึงที่กรุงเทพ พ่อยังปวดหัวไม่หายแล้วรู้สึกเหมือนมีคนมาบีบหัวตลอดเวลา ไปหาหมอ หมอก้ไม่สามารถระบุได้ว่าพ่อเป็นอะไร
ช่วงนั้นพ่อไม่สามารถทำงานได้เลย
ลืมบอกไปค่ะว่าบ้านที่กรุงเทพ สภาพบ้าน จะเป็นบ้านทาวเฮ้า 2ชั้น บ้านลุงกับบ้านพ่อคนละหลังนะคะ ตอนนั้นบ้านเรายังไม่มีแอร์ส่วนบ้านลุงมีแอร์แค่ห้องนอนของลุงกับป้า
พ่อเริ่มอาการผิดปกติมากขึ้น อยู่ๆก็อ้วกออกมา กินข้าวไม่ได้ จากคนร่างกายอวบๆก็กลายเป็นร่างกายผอมลง
ตอนนั้นแม่เราเครียดมากเพราะพ่อเป็นเสาหลักของบ้าน เลยให้อาทั้ง2คนช่วยดูแลพ่อ ในขณะแม่เราไม่อยู่เพราะแม่เราจะต้องไปทำงานข้างนอกเพื่อหาเงินมารักษาอาการที่ไม่รู้เลยว่าพ่อเป็นอะไร
หลายอาทิตย์ต่อมา พ่อเริ่มเดินไม่ค่อยได้ อาA กับอาB ได้บอกไว้ว่าตอนนั้น ได้กลิ่นตัวพ่อแปลกๆ กลิ่นเหมือนของเน่าๆ พาไปอาบน้ำก้ไม่หาย ผิดปกติมาก พ่อมีอาการกระวนกระวาย คานไปมาอยู่ในบ้าน แต่จะมีอยู่ที่เดียว ที่พ่ออยู่ได้ นั้นก็คือ เสากลางของบ้าน เสานั้นมีปฎิทินรูปพระพุทธรูปอยู่ ลุงได้เดินมาดูสภาพของพ่อ เลยบอกพ่อไปว่า
""" ตุ๋งเอ้ย (ชื่อพ่อ) ไปนอนห้องแอร์ไหม เผื่ออะไรจะดีขึ้น """
พ่อพูดเบาๆว่า อือ
อาทั้ง2คนก็ช่วยกันอุ้มพ่อเข้าบ้านลุงแล้วไปนอนห้องแอร์ ตอนนั้นลุงเปิดแอร์ให้ 18 องศาเลยค่ะ ถามว่าพ่อหนาวไหม พ่อบอกว่า ไม่หนาวเลยอากาศปกติ ไม่รู้สึกอะไรเลยตอนนั้น
ลุงเห็นท่าว่าไม่ดีแล้ว เพราะพ่อกินอะไรไม่ได้ ตัวผอมไปหมด เลยถามพ่อว่า
""" กลับบ้านเราไหม ไปรักษาตัวที่บ้าน หากเป็นอะไรขึ้นมาจะได้มีญาติๆคอยดูแลมากกว่านี้"""
ในใจพ่อ คือพ่อไม่ไหวแล้ว
""" อยากกลับบ้าน ถ้าจะตายก้ให้ไปตายที่บ้าน """
ภายในวันนั้น ประมาน 2-3 ทุ่ม ลุงก็พาพ่อ แม่ อาทั้ง2คน พี่บอล และเรา กลับต่างจังหวัด โดยด่วนที่สุด
พอถึงร้อยเอ็ด หมู่บ้านของปู่ ย่า ช่วงเวลา 6-7 โมงเช้าน่าจะได้ ปู่เลยพาพ่อไปที่วัดแห่งหนึ่ง คนละหมู่บ้านกันค่ะ พอไปถึงไปหาหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านเรียกพ่อเข้าไปหาเลย แล้วพูดว่า "" โดนของเข้า '"
นั้นคือสิ่งที่ทุกคนได้ยิน หลังจากนั้น หลวงพ่อก็พาพ่อเราไปอาบน้ำมนต์ พ่อเล่าให้ฟังค่ะ ว่า น้ำมนตืที่พ่ออาบน้ำนั้น เย็นมากเหมือนใส่น้ำแข็งเอาไว้ให้พ่ออาบ แต่ความจริงแล้ว น้ำมนต์นั้น อยู่ในโอ่งกลางแดดร้อนๆเลยค่ะ
หลังจากที่พ่ออาบน้ำมนต์เสร็จ หลวงพ่อได้บอกว่า "" ให้พ่อกลับบ้านไปเรียกขวัญในวันพรุ่งนี้ เดี๋ยวหลวงพ่อจะไปช่วยด้วย """
ปู่ ก็พาพ่อกลับบ้าน แล้วให้พ่อนอนพักเพื่อพรุ้งนี้แต่เช้า จะได้ทำพิธีเรียกขวัญค่ะ
ในช่วงดึกๆ พ่อเราได้นอนกลางมุ่ง อยู่ชั้นล่าง ปู่จะนอนข้างบน
ปู่เราเป็นโรคเบาหวานค่ะ เลยลงมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนบ่อย ถือไฟฉายเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำ แล้วต้องเดินผ่านที่ ที่พ่อเรานอน
****ปู่เราเห็นผู้หญิง นั้งอยู่บนหัวพ่อนอน แล้วบีบหัวพ่อเราอยู่ *****
ตอนนั้นปู่เราทั้งกลัว และโกรธ ที่ผีผู้หญิงคนนั้นมาทำร้ายพ่อเรา เลยรีบหาค้อนมา กะจะมาทำร้ายผีตนนั้น แต่ไม่โดนค่ะ โดนพื้น พื้นที่ปู่เราทุบตรงนั้น ใกล้หัวพ่อเรามาก (ถ้าโดนพ่อเรา ถึงชีวิตแน่นอน) พื้นตรงนั้นบุบลงไปเลย ปู่ใช้แรงเยอะมาก
หลังนั้น ทุกคนก้ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงค้อนที่กระแทกกับพื้น แล้วถามปู่ว่าเกิดไรขึ้น
ปู่ได้เล่าให้ทุกคนฟัง คืนนั้นไม่มีใครนอนหลับเลยค่ะ
ยกเว้น เรา กับพี่บอล ( ลืมบอก ป้า พี่บิ้ก บอส ไม่ได้กลับต่างจังหวัดนะคะ )
ตอนนั้นพ่อเริ่มไม่มีสติ ทุกคนเรียก แต่พ่อก็ไม่ลืมมาขึ้นมา !!!!!
เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนรีบพาพ่อเรา ไปที่วัดในหมู่บ้าน เพื่อทำพิธีเรียกขวัญ พอถึง ก็เห็น หลวงพ่อบ้านหมู่บ้านอื่น มา 4 รูป คนละหมู่บ้านเลยนะคะ
แล้วนั้งทำพิธี อันเชิญวิญญานของพ่อที่หลุดไปเรียกเข้าร่าง ตอนนั้น พ่อไม่มีสติแล้วค่ะ มีปู่คนนึงเขาเป็นสัปเหร่อ ปู่คนนั้นพูดมาว่า
""" ลูกเมียมันอยู่ไหน ให้เอาตะกร้า หรือแห เอาไปจุดที่พ่อเจอผีนั้น แล้วเรียกชื่อจริงนามสกุล พร้อมชื่อเล่น ช่วยกันเรียก
แล้วรีบทำเป็นเอามาใส่ในตัวพ่อ""""
ตอนนั้น ทุกคนรีบไปจุดที่พ่อเจอผี สะพานข้ามแม่น้ำชี แล้วทำไปเรียกชื่อพ่อกัน หนึ่งในนั้นมีเรากับพี่บอลด้วย
ตะโกนเรียก **พ่อตุ๋งกลับมา** **พ่อตุ๋ง ชื่อ......นามสกุล.....กลับมา**
หลายคนเลยไม่ใช่แค่ญาติ คนในหมู่บ้านช่วยกันตะโกนร้องเรียกชื่อพ่อให้กลับมา ทั้งคนในหมู่บ้านปู่ ทั้งคนในหมู่บ้าน ตายาย
ตอนนั้น ตาเรา ได้พูดออกมาว่า
*** อย่าเอาลูกเขยกูไปเลย เขายังมีลูกน้อย ยังต้องใช้ชีวิตอีกนาน ถ้าจะเอามาเอาตัวกูนี้****
นี้คือจุดที่เจอเด็กน้ำ 2คน
และพ่อเจอผีตรงนี้ค่ะ
ถนนที่มาเรียกขวัญพ่อค่ะ ตรงเดียวกันเลยค่ะ
ยังไม่จบนะคะเรื่องมันยาว มีต่อแน่นอน หากเราพิมผิด หรือ งง ตรงไหนเราก้ขอโทษนะที่นี้ด้วยนะคะ
มาพร้อมกับความตาย 3
ตาพูดคำนั้นขึ้นมา ทำให้ ทุกคนเงียบและไม่กล้าพูดไรออกมา
ในตอนนั้นแม่ทำเป็นหว่านตะกร้าแล้วได้ขวัญพ่อแล้ว จากนั้นให้รีบไปที่วัดแล้วเอาตะกร้านั้นทำเป็นเอาขวัญใส่ตัวพ่อ แล้วพูดว่า มาแล้วนะเข้าร่างตัวเองแล้ว
ในขณะที่ทำพิธี พ่อหลับไม่มีสติตัวผอมแห้ง รอบตัวพ่อจะมีแต่หลวงพ่อสวดมนต์
หลังจากนั้นไม่นาน พ่อก็ลืมตาขึ้นมา แล้วพูดมาว่า
"" ในความฝันเหมือนจริงเลย ""
ทุกคนก็พากัน งง แต่ยังไม่มีใครกล้าถามมากเพราะดูสภาพพ่อเหมือนยังไม่ค่อยมีแรงจะพูดอะไรมากไปกว่านี้
หลวงพ่อในหมู่บ้านพูดมาว่า ""เขาไปแล้ว"""
ชาวบ้านและคนญาติๆที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นดีใจกันมาก 4วันหลังจากนั้นก็ดูสภาพอาการพ่อแล้วพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด หมอหมอวินิจฉัยว่า พ่อเป็นโรคที่เกิดจากการคิดไปเอง ไม่ยอมกินข้าวจนทำให้ร่างกายผอม (นั้นคือคำตอบของหมอที่ไม่ค่อยเชื่อทางนี้ค่ะ)
ลุง แม่ อาทั้ง2คน พี่บอลแล้วก็เรา ได้เดินทางกลับกรุงเทพ เพราะลุง แม่มีงานต้องทำ ส่วนเรากับพี่ชายต้องไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพ ส่วนพ่อปู่ยังไม่ให้กลับ เพราะดูอาการก่อนค่ะ
2เดือนผ่านไป
ถึงเวลาที่พ่อจะต้องลงมากรุงเทพค่ะ เพื่อมาทำงาน ลุงก็ไปรับจากร้อยเอ็ดลงมากรุงเทพ ตอนนั้นสภาพร่างกายพ่อแข็งแรงปกติเลย แต่แปลกที่พ่อไม่ค่อยพูดเหมือนแต่ก่อน
พอมาถึงที่กรุงเทพ เท่านั้นแหละค่ะ พ่อเล่าให้ฟังชุดใหญ่เลย พ่อเล่าให้ฟังว่า
"""เห้ออออออ พ่อตาไม่น่าพูดแบบนั้น""" ภาษาอีสาน
แม่
"""อะไร""""
พ่อ
""" วันที่นอนข้างล่าง แล้วปู่บอกว่าเห็นผีผู้หญิงนั้งอยู่ข้างบนหัวแล้วบีบหัวอยู่นั้น พ่อรู้สึกตัว แต่ขยับไม่ได้ และในตอนนั้น รู้สึกตัวตลอดว่าใครพูดอะไร เช้าวันนั้นที่ทำพิธี รู้สึกมีผู้หญิงกระชิบตรงหูมาว่า **ลืมตาขึ้นมา** ก็เลยลืมตาเพราะได้ยินเสียงนั้นหลายครั้ง ก็เห็นว่าตัวเอง
กำลังนอนตะแครงข้าง มือถูกเชือกมัดไขว้หลังกับผู้หญิงอีกคน หลังชนกัน ไม่รู้เลยว่าใคร แต่น่าตาสวย ผู้หญิงคนนั้น พูดขึ้นมาว่า ** มีลูกมีเมียแล้ว กูจะปล่อยแต่คนที่กูจะเอาไปคือคนที่พูดออกมาเอง*** แล้วหัวเราะด้วยเสียงที่น่ากลัว หลังจากนั้นก็รู้สึกตัวขึ้นมา
แม่
"" คงไม่เป็นไรหรอก มันก็อาจเป็นแค่ความฝัน""
ตอนนั้นลุง ป้า อาA อาB นั้งฟังกันหมด
หลายเดือนต่อมา มียายโทรมาหาแม่พูดมาว่า
""" กลับบ้านมาดูพ่อหน่อย พ่ออาการพ่อไม่ไหวแล้ว """
แม่
""" พ่อเป็นไร ทำอยู่ๆถึงโทรมาแบบนี้ ""
ยาย
""" พ่อเป็นนานแล้ว แต่ไม่บอกใครเลย ไม่บอกกูด้วย พ่ออดทนมามากเลย"""
ตอนนั้น เราได้หยุดอีกแล้วค่ะ รีบกลับร้อยเอ็ด แต่ครั้งนี้มีแค่ พ่อ แม่ พี่บอล เรา กลับร้อยเอ็ด
พอถึง ไปบ้านยายก่อนเลย
ตาได้พูดมาว่า
"" กูช่วยพวกไว้แล้ว ก็รักกัน มีอะไรก็คุยกันดีๆ ดูแลลูกหลานกูด้วย กูรู้ตัวเองว่ากูไหวได้เท่านี้ """
ตอนนั้นทุกคนเสียใจมากค่ะ พาไปหาหมอ หมอก็บอกว่าหาสาเหตุไม่ได้
กลับบ้านเพียงแค่2วัน ตาก็เสียชีวิต
ตอนนั้นเราก็ยังเป็นเด็ก จำไม่ค่อยได้หรอกค่ะ แต่พ่อเล่าว่า พอตาเสีย ต้องโทรแจ้งตำรวจ แจ้งหมอแจ้งเขต
หมอเลยนำศพตาไปดู หมอตกใจค่ะเพราะดูประวัติที่ผ่านมา ไม่เห็นเลยว่าลุงเป็นมะเร็ง ประวัติการตรวจก็ไม่ขึ้น
สุดท้าย ไขความสงสัย พ่อเลยไปถามหลวงตา
หลวงตาบอกว่า จุดเริ่มต้นจำได้ไหม ว่าเห็นเด็ก2คน นั้นคือเด็กที่ตายโหง 2.เจอแสงพุงมาตรงหน้าผาก นั้นคือผีสาว แล้วเขาคือผีที่อยู่ตรงนั้นมานานหลายร้อยปี ที่เองได้ยินแม้กระทั้งม้าและเสียงคนบอกให้วิ่งไปไม่ต้องหันมามอง นั้นก็เป็นเจ้าที่ดูแลหมู่บ้าน เองคงเป็นเจ้ากรรมนายเวณผู้หญิงคนนั้น
แต่ที่พ่อตาเองเสียเป็นเพราะพ่อตาเองพูดขึ้นมาว่าจะชดใช้ชีวิตให้เอง
ผีตนนั้นปาปหนา คงไม่มีทางที่ได้ไปเกิด มันจะเอาชีวิตคนที่เห็นมัน
เรื่องนี้ดังมากในอำเภอนั้นทุกคนรู้เหตุการณ์นี้กันหมด แล้วทุกวันนี้ตอนกลางคืนยังไม่ค่อยมีใครผ่านเส้นน