JJNY : หยก เข้าโรงเรียนได้ปกติ│เศรษฐาชี้ฝ่าย ปชต.เร่งตั้งรัฐบาล│นักวิชาการจี้‘ตั้ง รบ.ใหม่’│ยูเครน ระเบิดคลังแสงรัสเซีย

หยก เข้าโรงเรียนได้ปกติ เตรียมแถลงตามหลัง พม. เผยครูเลขไม่ตรวจการบ้าน อ้างไร้ชื่อนักเรียน
https://www.matichon.co.th/education/news_4038074

 
หยก เข้าโรงเรียนได้ตามปกติ จับตามอง พม. ประชุมและเตรียมแถลงวันนี้ เผย เมื่อวาน ครูคณิตศาสตร์ ไม่ตรวจงานให้ อ้าง ไม่มีชื่อนักเรียนแล้ว

เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 20 มิ.ย.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ บุ้ง เนติพร ในฐานะผู้ปกครองของ น้องหยก เยาวชนอายุ 15 ปี ได้พาน้องหยกเข้าเรียนตามปกติ โดยวันนี้น้องหยกสวมใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงวอร์มสีดำ และรองเท้าผ้าใบ พร้อมกับถือไอแพดติดตัว
 
น้องหยก ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่า วันนี้ไม่มีความกังวลใจอะไร มาเรียนตามปกติ โดยวันนี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ประชุมหารือแล้วก็จะแถลงด้วย ตนก็จับตามอง เพราะสงสัยว่าทำไมไม่ให้ตน หรือตัวแทนของนักเรียนเข้าประชุมเลย
 
จากนั้น น้องหยกจึงรีบเดินเข้าไปในโรงเรียนเนื่องจากว่ามาถึงในช่วงเวลาที่ประตูโรงเรียนใกล้จะปิดพอดี ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า น้องหยกเดินเข้าเรียนได้ตามปกติโดยที่ไม่มีอาจารย์หรือบุคคลอื่นมาขัดขวางแต่อย่างใด
 
ด้าน บุ้ง เนติพร กล่าวว่า หลังจากที่น้องหยกเข้าเรียนแล้วตนก็จะรออยู่ข้างนอกสักพักเผื่อว่ามีเหตุการณ์อะไรที่เป็นกังวลและน่าเป็นห่วง แต่ดูจากสถานการณ์ของวันนี้ก็น่าจะไม่มีอะไรมาก ก็อยากจะให้น้องเข้าไปเรียนได้ตามปกติเหมือนคนอื่น
 
บุ้ง กล่าวต่อว่า ส่วนเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ และ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เข้าไปเจรจากับโรงเรียนเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าหลังจากได้พูดคุยแล้วเป็นอย่างไร ขณะที่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนก็ไม่ได้ออกมาชี้แจง หลังจากมีกระแสข่าวว่าทางโรงเรียนไม่ขอเจรจาใด ๆ นั้น มองว่าผู้อำนวยการของโรงเรียนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ถือว่า ผิดกฎหมาย
 
บุ้ง กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในช่วงเที่ยงที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะมีการประชุมหารือในเรื่องนี้ ก็รู้สึกสงสัย เพราะไม่มีตัวแทนหรือทนายความจากฝั่งหยก เข้าไปประชุมหารือด้วยเลย ทั้งที่เรื่องการประชุมนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหยก
 
บุ้ง กล่าวด้วยว่า สำหรับบรรยากาศการเรียนที่เมื่อวานน้องเล่าให้ฟัง มีนักเรียนมาแขวนป้ายว่า เสรีเครื่องแต่งกาย น้องก็รู้สึกดีใจที่มีคนเห็นด้วยกับน้อง แต่สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วย เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่เชื่อว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อความรู้สึกของน้อง เพราะว่าน้องเป็นคนที่เข้มแข็งมาก ยังยืนหยัดในจุดยืนของตัวเอง
 
ถึงแม้ว่าเมื่อวานที่ผ่านมาตอนใกล้จะเลิกเรียน หยกมาเล่าให้ฟังว่า กำลังนั่งทำการบ้านวิชาคณิตศาสตร์อยู่ ซึ่งน้องทำในไอแพด จากนั้นก็กำลังส่งให้ครูตรวจ แต่ปรากฏว่า ครูไม่ตรวจเพราะทำในไอแพด น้องจึงบอกว่า อยากให้ครูตรวจให้หน่อยแล้วเดี๋ยวจะไปคัดลอกลงกระดาษให้แบบที่ครูต้องการ แต่ครูกลับบอกว่า เป็นเพราะเธอไม่มีชื่อแล้ว ฉันไม่ตรวจ ซึ่งที่ผ่านมาก็เป็นเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์นี้ที่มีปัญหา ก่อนหน้านี้หยกก็ทำการบ้านและเข้าเรียนตามปกติโดยที่ครูไม่ได้ว่าอะไร” บุ้ง เนติพร กล่าว


  
เศรษฐา ขออย่ามองเพื่อไทยยอมก้าวไกล นั่ง ปธ.สภา ชี้ฝ่าย ปชต.เร่งตั้งรัฐบาลแก้ปัญหา ปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_4038060

‘เศรษฐา’ ชี้เลิกมอง ‘เพื่อไทย’ ยอม ‘ก้าวไกล’ ปมประธานสภา แนะฝ่าย ปชต.เร่งตั้งรัฐบาลทำงานแก้ปัญหาเพื่อ ปชช.
 
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีตำแหน่ง ประธานสภา ระหว่างพรรค พท.และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส.ทั้ง 500 คนแล้ว ว่าจากที่ตนได้ติดตามข่าวเห็นว่ามีดราม่าในหลายเรื่อง ซึ่งตนไม่อยากให้มองว่าเป็นการยอม หรือไม่ยอมที่จะให้ใครเป็นประธานสภา

นายเศรษฐากล่าวว่า ที่พรรค พท.ระบุหลักการพรรคอันดับหนึ่งได้ตำแหน่งประธานสภา และพรรคอันดับสองได้ตำแหน่งรองประธานสภา 2 ตำแหน่งนั้น ไม่อยากให้มองว่าเป็นการแข่งขัน การยอม หรือไม่ยอม ซึ่งการแข่งขันจบไปแล้วตั้งแต่การเลือกตั้ง ตอนนี้เป็นเรื่องของพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่ต้องร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกันทำงานอย่างสร้างสรรค์ และแก้ปัญหาของประชาชนอย่างยั่งยืน ส่วนเรื่องการแข่งขันขอให้ไปว่ากันในเรื่องนโยบาย การลงพื้นที่ที่สร้างสรรค์จะดีกว่า คงไม่ใช่เรื่องของการยอม หรือไม่ยอมหรอก
 
เมื่อถามว่าเลขาธิการพรรค ก.ก.ให้สัมภาษณ์มีนัยเหมือนพรรค พท.ยกตำแหน่งประธานสภาให้พรรค ก.ก. นายเศรษฐากล่าวว่า ตนว่าอย่าไปมองว่ายอม หรือไม่ยอม ให้หรือไม่ให้ดีกว่า ตรงนั้นดูเป็นเรื่องการแข่งขัน ซึ่งวันนี้ไม่ใช่เรื่องการแข่งขัน มันเป็นเรื่องการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและถูกต้องในการมาช่วยกันบริหารบ้านเมืองทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ เอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้งดีกว่า และทำงานอย่างสร้างสรรค์จะได้เดินไปด้วยกันได้
 
นายเศรษฐาระบุด้วยว่า ประเทศเราบอบช้ำมาเยอะแล้ว เชื่อว่าฝ่ายประชาธิปไตยน่าจะทำงานร่วมกันได้ดี เดินไปข้างหน้าเพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ และแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ตรงนี้ตนมองว่าเป็นเป้าหมายหลักมากกว่า



นักวิชาการ จี้ ‘ตั้ง รบ.ใหม่’ ไวที่สุด ช่วยเด็กหลุดระบบการศึกษานับแสน ดันวาระเร่งด่วน แนะสร้างอาชีพแก้จน
https://www.matichon.co.th/education/news_4037542

นักวิชาการ จี้ ‘ตั้ง รบ.ใหม่’ ไวที่สุด ช่วยเด็กหลุดระบบการศึกษานับแสน ดันวาระเร่งด่วน แนะสร้างอาชีพแก้จน
 
เมื่อเร็วๆ นี้ ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา กสศ. ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) หน่วยปฏิบัติการวิจัยเพื่อการพัฒนาด้านเด็กและเยาวชน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดเวทีเสวนา ‘เปิดเทอมที่ไม่ได้เรียนต่อ’ เพื่อเสนอรายงานข้อค้นพบจากศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา กสศ. โดยมีทั้งนักวิชาการ นักกิจกรรม และนักการเมืองที่ทำงานด้านการศึกษาเข้าร่วมการเสวนา

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ. กล่าวว่า จากตัวเลขเด็กหลุดจากระบบที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดสูงถึงกว่า 100,000 คน โดยสาเหตุหลักมาจากปัญหาความยากจนของครอบครัวที่ผลักให้เด็กต้องออกจากการเรียนเพื่อไปทำงานหาเงินแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ตนเห็นว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเช่นนี้จะต้องมีการจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด และผลักดันให้เป็นวาระเร่งด่วน เพราะปีการศึกษา 2566 จะเกิดปรากฏการณ์ที่มีเด็กหลุดจำนวนมาก เพราะครัวเรือนยากจนไม่สามารถฟื้นตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากช่วงโควิด-19 และหากยังไม่มีมาตรการที่เหมาะสมเด็กเหล่านี้จะหลุดออกนอกระบบการศึกษาและตกอยู่ในกับดักความยากจนข้ามรุ่นอย่างถาวร
 
ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวว่า นโยบายที่จะมาแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ต้องประกอบไปด้วยมาตรการสร้างรายได้ให้ผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงแหล่งงานและเงินทุน เพื่อมีความสามารถในการอุปการะบุตรหลานของตัวเอง การมีทางเลือกการศึกษาที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่น รวมถึงสวัสดิการเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนที่ครอบคลุมทุกช่วงชั้น โดยเฉพาะอนุบาล ม.ปลาย สายอาชีพ และทุกรูปแบบการศึกษา นอกจากนี้มาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทางการศึกษาจะต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากค่าเล่าเรียนด้วย เช่น ค่าเดินทาง ซึ่งจากผลการสำรวจพบว่ามีเด็กจำนวนมากที่ต้องหลุดออกนอกระบบการศึกษา เพราะไม่สามารถแบกรับค่าเดินทางในการไปเรียนหนังสือได้
 
ในปีการศึกษา 2566 ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา กำลังช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายระดับวิกฤตราว 1,100 คน ผ่านกลไกระดับพื้นที่ เพื่อให้ได้เรียนกับศูนย์การเรียนซึ่งเป็นเส้นทางการศึกษาทางเลือกที่วางแผนการเรียนและพัฒนาทักษะ Soft Skills ทักษะอาชีพเป็นรายคน ตามข้อจำกัดของเด็ก ในจำนวนนี้รวมถึงเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและศูนย์ฝึกอบรม พ่อแม่วัยรุ่น” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่