คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 32
เชื่อว่าคุณจะเลี้ยงดูเด็กอย่างดี โดยไม่ได้กดดันตามหรือทำให้เด็กเจ็บช้ำน้ำใจจากสถานะ
คุณเพียงกังวลกับ ‘ห่วง’ ที่จะมารัดคอคุณมากไปในกรณีที่เป็นลูกแท้ ๆ กลับกันเด็กที่เป็นลูกบุญธรรมนั้น เลี้ยงมาใช่ว่าจะไม่รักไม่ห่วง แต่คุณคงคิดว่า ‘หาก’ เกิดกรณี ใด ๆ ที่ทำให้คุณเป็นทุกข์ คุณจะเจ็บปวดน้อยกว่า ปล่อยวางได้เร็วกว่า ลูกแท้ ๆ
อยากให้ลองเลี้ยงหมา หรือแมวเป็นลูกดูก่อนไหมคะ แต่ลองสังเกตุคนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นลูก ไม่ใช่ลูกแท้แน่ ๆ ล่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมเป็นทุกข์ร้อนตอนเกิดปัญหาต่าง ๆ เช่นกันนะ หรือหากเสียชีวิตก็ร้องไห้เช่นกันเพียงแต่อาจจะทำใจได้เร็วกว่า
หากจุดประสงค์คุณไม่ได้ต้องการ การตอบแทนบุญคุณเลี้ยงดู และใช้ช่วงเวลาชีวิตไปกับวัยที่สดใสของสิ่งมีชีวิตใดชีวิตหนึ่ง 🥰
คุณเพียงกังวลกับ ‘ห่วง’ ที่จะมารัดคอคุณมากไปในกรณีที่เป็นลูกแท้ ๆ กลับกันเด็กที่เป็นลูกบุญธรรมนั้น เลี้ยงมาใช่ว่าจะไม่รักไม่ห่วง แต่คุณคงคิดว่า ‘หาก’ เกิดกรณี ใด ๆ ที่ทำให้คุณเป็นทุกข์ คุณจะเจ็บปวดน้อยกว่า ปล่อยวางได้เร็วกว่า ลูกแท้ ๆ
อยากให้ลองเลี้ยงหมา หรือแมวเป็นลูกดูก่อนไหมคะ แต่ลองสังเกตุคนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นลูก ไม่ใช่ลูกแท้แน่ ๆ ล่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมเป็นทุกข์ร้อนตอนเกิดปัญหาต่าง ๆ เช่นกันนะ หรือหากเสียชีวิตก็ร้องไห้เช่นกันเพียงแต่อาจจะทำใจได้เร็วกว่า
หากจุดประสงค์คุณไม่ได้ต้องการ การตอบแทนบุญคุณเลี้ยงดู และใช้ช่วงเวลาชีวิตไปกับวัยที่สดใสของสิ่งมีชีวิตใดชีวิตหนึ่ง 🥰
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 17
บอกตัวเองว่าจะเม้นแบบเบาๆ
สมมุติว่าคุณมาตั้งกระทู้เพราะอยากได้ความคิดเห็นจากคนอื่นจริงๆ
อย่างแรกที่เรารู้สึก..คือคุณไม่อยากมีลูกเพราะคุณไม่อยากรับผิดชอบอะไรที่จะเกิดกับเด็กที่คุณให้กำเนิด
อย่างที่สองคุณอยากรับลูกบุญธรรมโดยคิดว่าถ้าเกิดมันมีปัญหายังไงก็ไม่ใช่ลูกตัวเองและจะปัดภาระให้สังคมโดยการตัดขาด หรือให้เขาเข้าสูกระบวนการยุติธรรมไปเลย
มันผิดตั้งแต่แรกแล้ว..
เด็กไม่ใช่ลูกหมานะคะ ให้ข้าว ให้น้ำ เล่นด้วยนิดหน่อย เออ น่ารัก แป๊ปเดียวโตละ งี้เหรอ? ไหนจะค่านม ค่าอาหาร ค่าเทอม ค่าเสื้อผ้าของใช้ สาธารณูปโภค ถ้าเลี้ยงไม่ไหวจะเอาใส่ลังไปทิ้งวัดไหมเนี่ย จิตวิทยาที่คุณอ้างมาก็ไม่ถูกเลย "เด็กต้องสำนึก ต้องเป็นเด็กดีเพราะคุณรับมาเลี้ยง" ยิ่งคิดก็ยิ่งประหลาด
โทษพ่อพ่อแม่แท้ๆไม่มีความรับผิดชอบ ว่าที่พ่อบุญธรรมก็ทำทรงเตรียมจะไม่รับผิดชอบอีกคนแล้ว
ลองคิดว่าตัวเองต้องเป็นลูกบุญธรรมของตัวเองดูสิ..คุณอยากโตในบ้านที่ย้ำกับคุณจนอายุ 22 ว่า พ่อกับแม่เก็บลูกมาเลี้ยงนะ แบบนี้จริงอ่ะ
ถ้าอยากให้แนะนำ ก็แนะนำว่าเกิดคนเดียวตายคนเดียวไปเถอะค่ะ อย่าเอาตัวเองเข้าไปพังชีวิตใครเลย
หรือ ถ้าสุดท้ายแล้ว อยากรับลูกบุญธรรมจริงๆ ก็ขอให้รักเขาอย่างที่พ่อแม่แท้ๆจะรักลูกตัวเองได้ ให้เด็กด้อยโอกาส ได้มีโอกาสเติบโตในสภาพแวดล้อมดีๆ ท่ามกลางความรักนะคะ ถ้าคุณเลี้ยงดูชีวิตหนึ่งอย่างดีที่สุด ลูกจะรักคุณอย่างที่สุดเหมือนกัน
สมมุติว่าคุณมาตั้งกระทู้เพราะอยากได้ความคิดเห็นจากคนอื่นจริงๆ
อย่างแรกที่เรารู้สึก..คือคุณไม่อยากมีลูกเพราะคุณไม่อยากรับผิดชอบอะไรที่จะเกิดกับเด็กที่คุณให้กำเนิด
อย่างที่สองคุณอยากรับลูกบุญธรรมโดยคิดว่าถ้าเกิดมันมีปัญหายังไงก็ไม่ใช่ลูกตัวเองและจะปัดภาระให้สังคมโดยการตัดขาด หรือให้เขาเข้าสูกระบวนการยุติธรรมไปเลย
มันผิดตั้งแต่แรกแล้ว..
เด็กไม่ใช่ลูกหมานะคะ ให้ข้าว ให้น้ำ เล่นด้วยนิดหน่อย เออ น่ารัก แป๊ปเดียวโตละ งี้เหรอ? ไหนจะค่านม ค่าอาหาร ค่าเทอม ค่าเสื้อผ้าของใช้ สาธารณูปโภค ถ้าเลี้ยงไม่ไหวจะเอาใส่ลังไปทิ้งวัดไหมเนี่ย จิตวิทยาที่คุณอ้างมาก็ไม่ถูกเลย "เด็กต้องสำนึก ต้องเป็นเด็กดีเพราะคุณรับมาเลี้ยง" ยิ่งคิดก็ยิ่งประหลาด
โทษพ่อพ่อแม่แท้ๆไม่มีความรับผิดชอบ ว่าที่พ่อบุญธรรมก็ทำทรงเตรียมจะไม่รับผิดชอบอีกคนแล้ว
ลองคิดว่าตัวเองต้องเป็นลูกบุญธรรมของตัวเองดูสิ..คุณอยากโตในบ้านที่ย้ำกับคุณจนอายุ 22 ว่า พ่อกับแม่เก็บลูกมาเลี้ยงนะ แบบนี้จริงอ่ะ
ถ้าอยากให้แนะนำ ก็แนะนำว่าเกิดคนเดียวตายคนเดียวไปเถอะค่ะ อย่าเอาตัวเองเข้าไปพังชีวิตใครเลย
หรือ ถ้าสุดท้ายแล้ว อยากรับลูกบุญธรรมจริงๆ ก็ขอให้รักเขาอย่างที่พ่อแม่แท้ๆจะรักลูกตัวเองได้ ให้เด็กด้อยโอกาส ได้มีโอกาสเติบโตในสภาพแวดล้อมดีๆ ท่ามกลางความรักนะคะ ถ้าคุณเลี้ยงดูชีวิตหนึ่งอย่างดีที่สุด ลูกจะรักคุณอย่างที่สุดเหมือนกัน
สมาชิกหมายเลข 5101019 ถูกใจ, ไม่ต้องขอ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2078405 ถูกใจ, phoom4514 ถูกใจ, Some-One ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6478375 ถูกใจ, suttipongc ถูกใจ, ppvphilosopher ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2317104 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7426741 ถูกใจรวมถึงอีก 5 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกนั่นแหละครับที่อยากเกิดมา ตอนเป็นอสุจิก็ว่ายหน้าตั้งไปหาไข่เพื่อจะเกิดให้ได้ พ่อแม่ไปบังคับให้มาเกิดไม่ได้
สมาชิกหมายเลข 7917043 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 1675339 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6478375 ถูกใจ, ppvphilosopher สยอง, สมาชิกหมายเลข 2317104 สยอง, นาคสีส้ม ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 1973551 สยอง, Nekosama สยอง, สมาชิกหมายเลข 6466253 สยอง, ผีองุ่น ขำกลิ้งรวมถึงอีก 16 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เลี้ยงลูกบุญธรรม จะเครียดน้อยกว่าเลี้ยงลูกตัวเองไหมครับ
-หากเป็นลูกตัวเอง ณ วันที่เขาลืมตาขึ้นมาดูโลกนั้น เท่ากับเราเป็นหนี้บุญคุณของเขาแล้วที่ทำให้เขาเกิดมา เราให้เขาเกิดมาเพื่อให้เราได้ชื่นใจ มีอะไรทำ และแน่ใจว่าเราจะไม่แก่ตัวไปอย่างโดดเดี่ยว (มีลูกให้ไปเยี่ยม หรือลูกมาเยี่ยม) ส่วนลูกอาจจะงงๆ หรืออาจจะมีความคิดที่แว่บขึ้นมาว่า พ่อแม่ให้เขาเกิดมาทำไมกันนะ เกิดมาต้องเรียนหนังสือ และทำงานค่อนชีวิต
แต่ลูกบุญธรรม หรือเด็กกำพร้า คือผู้ไร้ความผิดที่โดนพ่อแม่ทิ้ง เรามาช่วยรับเขาไปเลี้ยง ถ้าตามหลักเขาคงรู้สึกขอบคุณเรา และคงอยากจะทำตัวดีๆตอบแทน (ตามหลักจิตวิทยาผมคิดว่างี้นะ แต่มีคนบอกว่าเด็กจะได้นิสัย พันธุกรรมมาจากพ่อแม่ที่ไร้ความรับผิดชอบ อันนี้ผมยังไม่ค่อยเชื่อนะ อยู่ที่การเลี้ยงดูมากกว่าหรือเปล่า พ่อแม่ดีๆ ลูกไม่ดีก็เยอะนิหน่า)
-หากวันไหนลูกดื้อมาก ไม่รักดี ทำผิดร้ายแรง ก็คงบอกเขาว่าถ้าทำอีก 2-3 ครั้ง จะตัดขาดแล้วนะ หรือไม่ก็ถามเขาดีๆ ว่าที่ทำตัวแบบนี้เพราะไม่อยากเป็นลูกของบ้านนี้แล้วใช่ไหม ถ้าเขายืนกรานว่า Yes ก็คงปล่อยเขาไปตามทาง (ในขณะที่ถ้าเป็นลูกแท้ๆ คงไม่กล้าทำแบบนี้กับเขา สายเลือดยังไงก็ตัดไม่ขาด ที่เด็กไม่รักดี ยังไงลึกๆเราก็คงคิดว่าเพราะเราสร้างเขาขึ้นมาจนเป็นแบบนี้ ตัวลูกก็คงรู้ดีว่าเราแค่ขู่ ยังไงก็ไม่กล้าทิ้งเขาหรอก) และหากลูกบุญธรรมทำผิดร้ายแรง ผิดกฎหมาย คงปล่อยให้เป็นตามหน้าที่ของศาล ในขณะที่ถ้าเป็นลูกของตัวเอง อาจจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้เขารอด อาจต้องยอมพูดว่า “ลูกผมเป็นคนดี” ให้คนกดหัวเราะเล่นหรือเปล่า
-ส่วนตัวตั้งใจว่า หากเลี้ยงดูเขาจนถึงอายุราวๆ 22 ปี หรือมีปริญญาตรีแล้ว อาจจะปล่อยเขาไปตามทาง ตรงนี้คิดว่าถ้าเป็นลูกในไส้ อาจจะทำใจปล่อยยาก แต่ถ้าเป็นลูกบุญธรรม คิดว่าน่าจะปล่อยไปได้ ที่ปล่อยไป เพราะจุดประสงค์ของเราคือแค่ได้มีโอกาสอยู่กับลูกในวัยที่น่าเอ็นดูเท่านั้น และ 22 ปี คิดว่าน่าจะพอใจแล้ว แต่ถ้าเขายังยืนกรานจะอยู่กับเรา ก็ต้องมาว่ากันอีกที แต่เขาต้องมีงานทำนะ ถ้าตอนนั้นตังค์เราเริ่มหมดแล้ว แล้วยังมาแบมือขอเรา คงต้องไล่ไปให้ได้ 55
-ศาสนาที่ผมนับถืออยู่ เท่าที่ผมเข้าใจคือ การไม่เกิดมาอีกคือความปรารถนาอันสูงสุด ผมเองก็คิดว่า ถ้าไม่ได้เกิดมาอีก ก็จะไม่รู้สึกเป็นอะไรเลย ไม่เสียดาย ไม่ซีเรียสใดๆ แต่ทีนี้ เราก็อยากมีลูกนะ อยากมีสิ่งขีวิตในวัยน่ารัก แต่การให้สิ่งๆหนึ่งมาเกิด มันเหมือนสวนทางกับปณิธานของเราหรือเปล่า (เราไม่อยากเกิดมาอีก แต่ดันไปบังคับให้สิ่งๆหนึ่งมาเกิด)
ที่ไม่อยากเกิดมาอีก เพราะคิดว่าชีวิตนั้นทุกข์มากกว่าสุข ที่เอาตัวรอดได้ทุกวันนี้ อยู่ที่วิธีมองโลกล้วนๆ คือพยายามมองหาเรื่องดีๆ หรือทำเป็นไม่เห็นปัญหา ไม่นึกถึงความวุ่นวายในสังคมหรือโลกของเรา (แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่มีอยู่)
-เรื่องที่พ่อแม่เด็กตัวจริงจะมาทวงคืน หรือมาขอเงินเรา เท่าที่อ่านมา เหมือนเขาจะไม่มีสิทธิ์แล้วนะ กฎหมายคุ้มครองเราแล้ว
-เรื่องลูกเกิดมาพิการก็เป็นเรื่องที่ผมกังวลเล็กๆ (หมายถึงโอกาสเกิดเล็กๆ แต่ถ้าเกิดทีก็คงกังวลหนักมาก แค่ทั้งชีวิต) แต่ถ้าเป็นลูกบุญกรรมก็น่าจะป้องกันปัญหานี้ได้ใช่หรือไม่
ความคิดเรื่องลูกบุญธรรมผมมีประมาณนี้ ผิดถูกยังไงแนะนำได้ครับ
ขอบคุณครับ