ทริปนี้มาเที่ยวที่ จังหวัดระนอง 3 วัน 2 คืนค่ะ เป็นจังหวัดที่ไม่เคยมา เลยตั้งใจมากที่จะมาที่นี่ ค้างคืนที่เกาะพยามคืนนึง อีกคืนนึงอยากเที่ยวในเมือง
แอบฉุกละหุกนิดนึง แพลนสองวัน จองตั๋วแล้วมาเลย ^^'
ก่อนไป จองตั๋วรถทัวร์ สมบัติทัวร์ ไว้ล่วงหน้าทางออนไลน์ นั่งรถแบบ Supreme ค่าโดยสาร 734 บาทต่อคน ขาไป เราเดินทางวันอังคารยังพอมีที่ แต่ขากลับวันศุกร์เย็นที่นั่งค่อนข้างเต็มค่ะ ควรรีบจองน้า
รถออกจากสายใต้ เวลา 19.00 บนรถมีแจกขนม น้ำดื่ม ผ้าห่ม แวะพักระหว่างทางที่ร้านคุณต้น ทับสะแก ประจวบฯ ราวๆ 23.30 น. เอาตั๋วรถไปแสดง จะได้คูปองร้านข้าว 1 จาน + น้ำ 1 แก้ว เลือกทานได้เลยตามชอบ เรากินข้าวแกงง่ายๆ แล้วเข้าห้องน้ำ มีเวลาพักที่นี่ 30 นาทีค่ะ
เดินทางถึงขนส่งระนอง เวลาประมาณ 04.30 ค่ะ พอลงจากรถก็ได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลังว่าไปเกาะพยามไหม หันไปเจอคุณลุงขับรถสองแถวไม้ ชื่อคุณลุงทองคำ (0846904สอง55) มารอรับนักท่องเที่ยวไปส่งที่ท่าเรือเกาะพยาม คนละ 50.- พอไปนั่งรอ ลุงทองคำก็แนะนำ พี่ปุ้น (06278280หนึ่ง7)ที่ขายตั๋วสปีดโบ๊ทไปเกาะพยาม ได้ตั๋วมาในราคา 600 บาทต่อคน ไปกลับ พี่ปุ้นจะออกตั๋วให้เลยค่ะ
รูปรถของคุณลุงทองคำ
พี่ปุ้นบอกว่า ไปท่าเรือตอนตีห้าครึ่ง ไม่ค่อยมีอะไรขาย แวะร้านข้าวก่อนดีกว่า เลยตกลงตามนั้น แจ้งลุงทองคำส่งลงที่ เซเว่น ใกล้ๆ กับร้านระนองโอชา (เดินไปได้) นั่งทานกาแฟร้อนที่เซเว่น และซื้อขนมตุนไว้ไปกินที่เกาะ จน 6.30 ได้เวลาร้านเปิด ก็เดินไปร้านระนองโอชา มีติ่มซำ บักกุดเต๋ ไข่กะทะ อร่อยดีค่ะ มื้อนี้ราว 380 บาท ต่อสองคน
เนื่องจากเราซื้อตั๋วเรือกับพี่ปุ้น พอทานข้าวเสร็จ 7.15 พี่ปุ้นเอารถสองแถวมารับไปที่ท่าเรือ รอเวลาเรือออก 8.30 เรือมาตรงเวลา (ถ้าเพื่อนๆ แวะทานข้าวเสร็จไม่มีรถมารับ สามารถโบกสองแถวไม้จากหน้าร้านอาหารได้นะคะ ไปส่งที่ท่าเรือคนละ 20 บาท)

สปีดโบ๊ท ใช้เวลาเดินทาง 40-45 นาที โดยแวะส่งคนที่เกาะช้างก่อน อึดใจเดียวก็มาถึงแล้วค่ะ เกาะพยาม

เจอซุ้มประตูเป็นรูปนกเงือก เพราะบนเกาะนี้มีนกเงือกอาศัยอยู่ค่ะ
ที่หน้าเกาะ มีรถตุ๊กๆ รถกะป๊อ รอรับนักท่องเที่ยว เราถามราคาไปรีสอร์ทที่จองไว้ตรงอ่าวใหญ่ เค้าคิด 200 บาท (สองคน) แอบแพง ^^' เลยไปเช่ามอไซ แทนค่ะ ค่าเช่าวันละ 250 บาท เกินเวลา ชม.ละ 50 คิดว่าคุ้มกว่าค่ะ
แว๊นไป 5 กิโล ตามเส้นทางไปยังอ่าวใหญ่
ก็ถึงรีสอร์ท Lazy Hut ค่ะ พอเห็นน้ำทะเลหน้าที่พักก็กรี๊ดเลย น้ำใส น่าเล่นมาก
จองห้องพักชื่อ cozy hut ในราคาคืนละ 800 บาท เป็นห้องพัดลม มีเปลญวนหน้าห้องพักด้วย

ทั้งรีสอร์ทมีแต่ นทท.ต่างชาติ มีคนไทยแค่เรา กับพี่ผู้หญิงอีกคนเอง
นั่งเล่นหน้า lazy hut ก็มีความสุขแล้ว
ตอนแรกกะว่าเช่ามอไซมา จะแว๊นทั่วเกาะ สุดท้ายคือ นั่งๆ นอนๆ เล่นน้ำทะเล จนหมดวันไปเลยค่ะ 555

มีไอติมมาขายที่หน้าหาดด้วย อร่อยดี ถ้วยละ 30
พระอาทิตย์ตก สวยมากๆ ที่อ่าวใหญ่ หน้าที่พัก
วันรุ่งขึ้น ตื่นเช้าเลย ^^' ออกมานั่งเล่นหน้าหาด ที่นี่มีหมาเยอะมากกก ดีที่มันเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว

จากนั้นก็แวะไปทานข้าวที่ครัววรรณดี ซื้อเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่นี่ (ตอนแรกเห็นว่าถุงไม่ใหญ่ ราคา 220 บาท แพงจุง ซื้อมาถุงเดียว พอกลับมาบ้านเปิดกิน เอ้ย! อร่อยแฮะ น่าจะซื้อมาอีกสักถุง 555) และแวะถ่ายรูปเล่นที่บลูสกาย รีสอร์ทดังของที่นี่ ก่อนมานั่งรอเรือรอบเที่ยง
ขึ้นเรือสปีดโบ๊ทกลับ ใช้เวลาแค่ 30 นาทีค่ะ หลังจากนี้เช่ารถไว้ จากเฟสบุค "ระนองมั่งมีฯ" เป็นรถ Honda City ค่าเช่า 1,000 บาทต่อวัน ทางเพจนำรถมาส่งที่ท่าเรือเลย ขากลับก็นัดรับที่ขนส่งได้ เจ้าของใจดีมาก ตอนแรกบอกจะคืนรถ 18.00 (รถทัวร์ออก 20.00) แกบอกคืนรถ 19.00 ได้นะ ไม่ต้องรอนาน ไม่คิดตังเพิ่มด้วย ซาบซึ้ง *_*
ได้รับรถก็ขับไปเที่ยวทางเหนือของระนอง ไปทานกาแฟกันที่ก้องวัลเลย์ค่ะ เป็นร้านกาแฟที่มีโรงคั่วบดผลิตกาแฟเต็มรูปแบบอยู่ด้านหลัง เจ้าของที่นี่เป็นนักชิมกาแฟที่ได้รับ certified เลยนะคะ และเค้ายังส่งออกกาแฟบ้านเรา ไปยังต่างประเทศด้วย ชอบจัง ชาวบ้านแถบนี้จะได้มีรายได้ด้วย
ได้เมล็ดกาแฟกลับบ้านสบายใจแล้ว ก็ขับกลับเมืองระนอง ระหว่างทางได้แวะจุดชมวิว เขาฝาชี ..... บรรเจิดมาก
ที่นี่ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกน่าจะสวย ภูเขาสลับซับซ้อนสวยดีค่ะ
ทางขึ้นแคบๆ นิดนึง ค่อยๆ ขับกันนะ
มื้อเย็น มาทานร้านอาหารสมบูรณ์โภชนา อยู่ในเมือง ตรงริมถนนเพชรเกษมเลยค่ะ หน้าร้านเล็กๆ แต่ข้างในใหญ่นะ ที่สำคัญอาหารอร่อยมากกกก สั่งกับข้าวมาสามอย่าง ราคารวม 570.-
คืนนี้เรามาพักกันที่ เซน บัลโคนี่เฮ้าส์ (Zane Balcony House) อยู่ไม่ไกลจากบิ๊กซีระนอง
เค้านำบ้านเก่ามา renovate ทำเป็นที่พัก เพิ่งทำเสร็จหมาดๆ สภาพใหม่มากๆ ชอบบ้านพื้นไม้ เราพักชั้นสอง ลมโกรกเย็นสบายมากค่ะ
ชั้นสองมีห้องพักสามห้อง ของเราห้อง 8 นอนสบายมากๆ คืนละ 990 บาท
แนะนำเลยค่ะ พนักงานใจดี น่ารัก ดูแลดีดุจคนในครอบครัว
(ถ่ายห้องน้ำมาดำๆ เป็นที่แสงค่ะ ของจริงสะอาดกริบ)
วันรุ่งขึ้น ด้วยความที่อยากถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น เลยขับรถไปแถวประภาคารระนอง เพื่อที่จะพบว่า.... ประภาคารอยู่ทางทิศตะวันตก ... -___-'….
หันไปทางทิศตะวันออกก็พบแต่เทือกเขา กว่าจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นคงสายๆ เลยพกแห้วกลับมาทานกับอาหารเช้าของที่พัก
ปล. โดนน้องหมาไล่ด้วย เลยไม่กล้าเข้าไปถ่ายใกล้ๆ 555
เก็บของออกจากที่พักเสร็จ ก็เดินทางไปชมพระราชวังรัตนรังสรรค์ ที่นี่มีเจ้าหน้าที่พาชม และเล่าประวัติให้ฟังด้วยค่ะ ชอบมาก เพราะถ้าเราเดินเองก็จะเห็นแค่ปัจจุบัน แต่ไม่ทราบเรื่องราวอดีต รูปเซฟมาจากในเว็ปนะคะ เพราะลืมถ่าย -_-' ทำให้เราได้ทราบว่าในสมัย ร.5 พ่อเมือง ระนอง ตรัง หลังสวน พังงา ภูเก็ต แถบนี้เป็นคนในตระกูล ณ ระนอง ทั้งนั้นเลย (ลูกๆของท่านคอซูเจียง ชาวจีนฮกเกี้ยนต้นสกุล ณ ระนอง)
จากนั้น แวะไหว้พระที่วัดวารีบรรพต วัดหน้าเมือง แล้วจึงขับรถลงใต้ ไปอช.แหลมสน เพื่อไปดูชายหาดบางเบน (อยากรู้ว่าชายหาดระนองแบบที่ไม่ไปเกาะจะสวยไหม) ขับรถไปประมาณ 1 ชม.
ชายหาดอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติ เสียค่าเข้าคนละ 40 บาท รถคันละ 30 ค่ะ เป็นสวนต้นสน และชายหาด สวยงามทีเดียว

จากนั้นแวะทานก๋วยเตี๋ยวข้างทาง แล้วไปแช่น้ำแร่กันที่บ่อน้ำร้อนพรรั้ง (ที่นี่ก็เป็น อช.นะคะ มีค่าเข้าคนละ 20 + ค่ารถ 30+ ค่าบ่อน้ำร้อน20) ไปถึงก็ 15.20 บ่อน้ำแร่จะปิดแล้ว (ปิด 16.00)
มีบ่อน้ำแร่ราวๆ 6-7 บ่อค่ะ เราไปถึงไม่มีคนเลย เลือกบ่อ 4 อุณหภูมิน้ำ 40 องศา
ได้ลงแช่แค่ 20-30 นาที ก็รู้สึกสดชื่นมากๆๆๆ เลยค่ะ ตัวเบาเลย ตอนลงคือน้ำร้อนมากกก ต้องค่อยๆลง
มันดีมากๆ เลย ไม่มีกลิ่นกำมะถันด้วย บ่อสะอาด น้ำใส ดีกว่าที่คิดมากค่ะ แต่ที่นี่ไม่มีห้องอาบน้ำนะคะ มีแต่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากับห้องส้วม


ออกจากบ่อน้ำร้อน ก็ไปซื้อของฝากร้าน ก.ไก่ และแวะทานข้าวแถวๆ นั้น จากนั้น ก็ขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพ รถออก 20.00 ค่ะ
จบทริป จ.ระนอง ด้วยความรู้สึกประทับใจมาก ระนองเป็นจังหวัดที่น่ารัก เรียบง่าย ไม่ฟู่ฟ่า มีเกาะที่สวยงาม (แต่คนไทยไม่ค่อยไป มีแต่ฝรั่ง) ผู้คนน่ารัก มีบ่อน้ำร้อนด้วย ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับมาอีกค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมนะคะ
ระนอง+เกาะพยาม /3D2N/ ชอบมาก เงียบสงบ (กุมภาพันธ์ 2566)
แอบฉุกละหุกนิดนึง แพลนสองวัน จองตั๋วแล้วมาเลย ^^'
ก่อนไป จองตั๋วรถทัวร์ สมบัติทัวร์ ไว้ล่วงหน้าทางออนไลน์ นั่งรถแบบ Supreme ค่าโดยสาร 734 บาทต่อคน ขาไป เราเดินทางวันอังคารยังพอมีที่ แต่ขากลับวันศุกร์เย็นที่นั่งค่อนข้างเต็มค่ะ ควรรีบจองน้า
รถออกจากสายใต้ เวลา 19.00 บนรถมีแจกขนม น้ำดื่ม ผ้าห่ม แวะพักระหว่างทางที่ร้านคุณต้น ทับสะแก ประจวบฯ ราวๆ 23.30 น. เอาตั๋วรถไปแสดง จะได้คูปองร้านข้าว 1 จาน + น้ำ 1 แก้ว เลือกทานได้เลยตามชอบ เรากินข้าวแกงง่ายๆ แล้วเข้าห้องน้ำ มีเวลาพักที่นี่ 30 นาทีค่ะ
เดินทางถึงขนส่งระนอง เวลาประมาณ 04.30 ค่ะ พอลงจากรถก็ได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลังว่าไปเกาะพยามไหม หันไปเจอคุณลุงขับรถสองแถวไม้ ชื่อคุณลุงทองคำ (0846904สอง55) มารอรับนักท่องเที่ยวไปส่งที่ท่าเรือเกาะพยาม คนละ 50.- พอไปนั่งรอ ลุงทองคำก็แนะนำ พี่ปุ้น (06278280หนึ่ง7)ที่ขายตั๋วสปีดโบ๊ทไปเกาะพยาม ได้ตั๋วมาในราคา 600 บาทต่อคน ไปกลับ พี่ปุ้นจะออกตั๋วให้เลยค่ะ
รูปรถของคุณลุงทองคำ
พี่ปุ้นบอกว่า ไปท่าเรือตอนตีห้าครึ่ง ไม่ค่อยมีอะไรขาย แวะร้านข้าวก่อนดีกว่า เลยตกลงตามนั้น แจ้งลุงทองคำส่งลงที่ เซเว่น ใกล้ๆ กับร้านระนองโอชา (เดินไปได้) นั่งทานกาแฟร้อนที่เซเว่น และซื้อขนมตุนไว้ไปกินที่เกาะ จน 6.30 ได้เวลาร้านเปิด ก็เดินไปร้านระนองโอชา มีติ่มซำ บักกุดเต๋ ไข่กะทะ อร่อยดีค่ะ มื้อนี้ราว 380 บาท ต่อสองคน
เนื่องจากเราซื้อตั๋วเรือกับพี่ปุ้น พอทานข้าวเสร็จ 7.15 พี่ปุ้นเอารถสองแถวมารับไปที่ท่าเรือ รอเวลาเรือออก 8.30 เรือมาตรงเวลา (ถ้าเพื่อนๆ แวะทานข้าวเสร็จไม่มีรถมารับ สามารถโบกสองแถวไม้จากหน้าร้านอาหารได้นะคะ ไปส่งที่ท่าเรือคนละ 20 บาท)
สปีดโบ๊ท ใช้เวลาเดินทาง 40-45 นาที โดยแวะส่งคนที่เกาะช้างก่อน อึดใจเดียวก็มาถึงแล้วค่ะ เกาะพยาม
เจอซุ้มประตูเป็นรูปนกเงือก เพราะบนเกาะนี้มีนกเงือกอาศัยอยู่ค่ะ
ที่หน้าเกาะ มีรถตุ๊กๆ รถกะป๊อ รอรับนักท่องเที่ยว เราถามราคาไปรีสอร์ทที่จองไว้ตรงอ่าวใหญ่ เค้าคิด 200 บาท (สองคน) แอบแพง ^^' เลยไปเช่ามอไซ แทนค่ะ ค่าเช่าวันละ 250 บาท เกินเวลา ชม.ละ 50 คิดว่าคุ้มกว่าค่ะ
แว๊นไป 5 กิโล ตามเส้นทางไปยังอ่าวใหญ่
ก็ถึงรีสอร์ท Lazy Hut ค่ะ พอเห็นน้ำทะเลหน้าที่พักก็กรี๊ดเลย น้ำใส น่าเล่นมาก
จองห้องพักชื่อ cozy hut ในราคาคืนละ 800 บาท เป็นห้องพัดลม มีเปลญวนหน้าห้องพักด้วย
นั่งเล่นหน้า lazy hut ก็มีความสุขแล้ว
ตอนแรกกะว่าเช่ามอไซมา จะแว๊นทั่วเกาะ สุดท้ายคือ นั่งๆ นอนๆ เล่นน้ำทะเล จนหมดวันไปเลยค่ะ 555
มีไอติมมาขายที่หน้าหาดด้วย อร่อยดี ถ้วยละ 30
พระอาทิตย์ตก สวยมากๆ ที่อ่าวใหญ่ หน้าที่พัก
วันรุ่งขึ้น ตื่นเช้าเลย ^^' ออกมานั่งเล่นหน้าหาด ที่นี่มีหมาเยอะมากกก ดีที่มันเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว
จากนั้นก็แวะไปทานข้าวที่ครัววรรณดี ซื้อเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่นี่ (ตอนแรกเห็นว่าถุงไม่ใหญ่ ราคา 220 บาท แพงจุง ซื้อมาถุงเดียว พอกลับมาบ้านเปิดกิน เอ้ย! อร่อยแฮะ น่าจะซื้อมาอีกสักถุง 555) และแวะถ่ายรูปเล่นที่บลูสกาย รีสอร์ทดังของที่นี่ ก่อนมานั่งรอเรือรอบเที่ยง
ขึ้นเรือสปีดโบ๊ทกลับ ใช้เวลาแค่ 30 นาทีค่ะ หลังจากนี้เช่ารถไว้ จากเฟสบุค "ระนองมั่งมีฯ" เป็นรถ Honda City ค่าเช่า 1,000 บาทต่อวัน ทางเพจนำรถมาส่งที่ท่าเรือเลย ขากลับก็นัดรับที่ขนส่งได้ เจ้าของใจดีมาก ตอนแรกบอกจะคืนรถ 18.00 (รถทัวร์ออก 20.00) แกบอกคืนรถ 19.00 ได้นะ ไม่ต้องรอนาน ไม่คิดตังเพิ่มด้วย ซาบซึ้ง *_*
ได้รับรถก็ขับไปเที่ยวทางเหนือของระนอง ไปทานกาแฟกันที่ก้องวัลเลย์ค่ะ เป็นร้านกาแฟที่มีโรงคั่วบดผลิตกาแฟเต็มรูปแบบอยู่ด้านหลัง เจ้าของที่นี่เป็นนักชิมกาแฟที่ได้รับ certified เลยนะคะ และเค้ายังส่งออกกาแฟบ้านเรา ไปยังต่างประเทศด้วย ชอบจัง ชาวบ้านแถบนี้จะได้มีรายได้ด้วย
ได้เมล็ดกาแฟกลับบ้านสบายใจแล้ว ก็ขับกลับเมืองระนอง ระหว่างทางได้แวะจุดชมวิว เขาฝาชี ..... บรรเจิดมาก
ที่นี่ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกน่าจะสวย ภูเขาสลับซับซ้อนสวยดีค่ะ
ทางขึ้นแคบๆ นิดนึง ค่อยๆ ขับกันนะ
มื้อเย็น มาทานร้านอาหารสมบูรณ์โภชนา อยู่ในเมือง ตรงริมถนนเพชรเกษมเลยค่ะ หน้าร้านเล็กๆ แต่ข้างในใหญ่นะ ที่สำคัญอาหารอร่อยมากกกก สั่งกับข้าวมาสามอย่าง ราคารวม 570.-
คืนนี้เรามาพักกันที่ เซน บัลโคนี่เฮ้าส์ (Zane Balcony House) อยู่ไม่ไกลจากบิ๊กซีระนอง
เค้านำบ้านเก่ามา renovate ทำเป็นที่พัก เพิ่งทำเสร็จหมาดๆ สภาพใหม่มากๆ ชอบบ้านพื้นไม้ เราพักชั้นสอง ลมโกรกเย็นสบายมากค่ะ
ชั้นสองมีห้องพักสามห้อง ของเราห้อง 8 นอนสบายมากๆ คืนละ 990 บาท
แนะนำเลยค่ะ พนักงานใจดี น่ารัก ดูแลดีดุจคนในครอบครัว
(ถ่ายห้องน้ำมาดำๆ เป็นที่แสงค่ะ ของจริงสะอาดกริบ)
วันรุ่งขึ้น ด้วยความที่อยากถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น เลยขับรถไปแถวประภาคารระนอง เพื่อที่จะพบว่า.... ประภาคารอยู่ทางทิศตะวันตก ... -___-'….
หันไปทางทิศตะวันออกก็พบแต่เทือกเขา กว่าจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นคงสายๆ เลยพกแห้วกลับมาทานกับอาหารเช้าของที่พัก
ปล. โดนน้องหมาไล่ด้วย เลยไม่กล้าเข้าไปถ่ายใกล้ๆ 555
เก็บของออกจากที่พักเสร็จ ก็เดินทางไปชมพระราชวังรัตนรังสรรค์ ที่นี่มีเจ้าหน้าที่พาชม และเล่าประวัติให้ฟังด้วยค่ะ ชอบมาก เพราะถ้าเราเดินเองก็จะเห็นแค่ปัจจุบัน แต่ไม่ทราบเรื่องราวอดีต รูปเซฟมาจากในเว็ปนะคะ เพราะลืมถ่าย -_-' ทำให้เราได้ทราบว่าในสมัย ร.5 พ่อเมือง ระนอง ตรัง หลังสวน พังงา ภูเก็ต แถบนี้เป็นคนในตระกูล ณ ระนอง ทั้งนั้นเลย (ลูกๆของท่านคอซูเจียง ชาวจีนฮกเกี้ยนต้นสกุล ณ ระนอง)
จากนั้น แวะไหว้พระที่วัดวารีบรรพต วัดหน้าเมือง แล้วจึงขับรถลงใต้ ไปอช.แหลมสน เพื่อไปดูชายหาดบางเบน (อยากรู้ว่าชายหาดระนองแบบที่ไม่ไปเกาะจะสวยไหม) ขับรถไปประมาณ 1 ชม.
ชายหาดอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติ เสียค่าเข้าคนละ 40 บาท รถคันละ 30 ค่ะ เป็นสวนต้นสน และชายหาด สวยงามทีเดียว
จากนั้นแวะทานก๋วยเตี๋ยวข้างทาง แล้วไปแช่น้ำแร่กันที่บ่อน้ำร้อนพรรั้ง (ที่นี่ก็เป็น อช.นะคะ มีค่าเข้าคนละ 20 + ค่ารถ 30+ ค่าบ่อน้ำร้อน20) ไปถึงก็ 15.20 บ่อน้ำแร่จะปิดแล้ว (ปิด 16.00)
มีบ่อน้ำแร่ราวๆ 6-7 บ่อค่ะ เราไปถึงไม่มีคนเลย เลือกบ่อ 4 อุณหภูมิน้ำ 40 องศา
ได้ลงแช่แค่ 20-30 นาที ก็รู้สึกสดชื่นมากๆๆๆ เลยค่ะ ตัวเบาเลย ตอนลงคือน้ำร้อนมากกก ต้องค่อยๆลง
มันดีมากๆ เลย ไม่มีกลิ่นกำมะถันด้วย บ่อสะอาด น้ำใส ดีกว่าที่คิดมากค่ะ แต่ที่นี่ไม่มีห้องอาบน้ำนะคะ มีแต่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากับห้องส้วม
ออกจากบ่อน้ำร้อน ก็ไปซื้อของฝากร้าน ก.ไก่ และแวะทานข้าวแถวๆ นั้น จากนั้น ก็ขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพ รถออก 20.00 ค่ะ
จบทริป จ.ระนอง ด้วยความรู้สึกประทับใจมาก ระนองเป็นจังหวัดที่น่ารัก เรียบง่าย ไม่ฟู่ฟ่า มีเกาะที่สวยงาม (แต่คนไทยไม่ค่อยไป มีแต่ฝรั่ง) ผู้คนน่ารัก มีบ่อน้ำร้อนด้วย ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับมาอีกค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมนะคะ