เป็นประสบการณ์ที่อยากเล่าสู่กันฟัง จขกท มีความใฝ่ฝันอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ แล้วก็ให้บังเอิญโชคชะตาฟ้าลิขิต (ให้ต้องเจ็บปวด) อ่านพบในเพจว่า เปิดสอนการแสดง โดยผู้สอนเป็นผู้กำกับอินดี้ที่มีผลงานดีได้รางวัล และตัว จขกท เอง ก็รู้สึกศรัทธาในผลงาน คิดว่าถ้าจะต้องเรียนการแสดงก็จะเรียนกับคนนี้แหละ เพราะผลงานดูน่าสนใจที่สุดในประเทศไทย(เขาไม่ใช่สายแมส หลายคนอาจไม่รู้จัก) แม้จะไม่เคยคิดเรียนการแสดงมาก่อนเพราะหน้าตาไม่ดี แต่อยากเป็นผู้กำกับก็น่าจะมีพื้นฐานการแสดงบ้าง จึงได้สมัครเรียนไป เป็นการเข้าต่าย ค่าเรียนรวมทั้งหมด 15,000 บาท โดยทางผู้สอนมีการโฆษณาว่าจะให้นักเรียนการแสดงทุกคนได้ร่วมกันเล่นหนังใหญ่ 1 เรื่อง
วิธีสอนของเขาถือว่าดีมาก รู้สึกพอใจ พอเรียนจบคอร์สก็จะแบ่งทีมกันไปเล่นหนังสั้น 4-5 เรื่อง การที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆแล้วได้ทดลองเล่นหนังสั้นเลย มันเหมือนเราสามารถอินกับการแสดงได้โดยอัตโนมัติเลย
.... แต่ตอนเรียนก็แอบรู้สึกตะหงิดๆบ้าง ว่ามีบทเรียนให้เล่นเป็นคนขายตัว แต่ก็คิดว่าคงไม่มีอะไร เมื่อเรียนจบก็มีการแคสติ้งว่าใครจะได้เล่นหนังสั้นเรื่องไหน ซึ่งประมาณ 3 เรื่องก็จะมีเรื่องการขายตัว การปลุกปล้ำข่มขืน และการมีเพศสัมพันธ์แบบชายรักชาย (ซึ่งหนังออกมา มีฉาก..นิดหน่อย ไม่ได้โป๊มาก แต่ก็สื่อว่ากำลังทำอะไร) ซึ่งเนื้อเรื่องทั้งหมดนี้ จขกท มารู้ทีหลังเมื่อได้ดูหนังทุกเรื่องที่ตัดต่อเสร็จแล้ว ส่วนเรื่องที่ จขกท ได้เล่น ไม่มีเรื่องเซ็กส์
ก็คิดหน่อยๆว่า กลุ่มนี้เขาดูหมกมุ่น...
แต่จุดพีคจริงๆอยู่ที่ตอนจะมีโครงการทำหนังฉายโรงให้นักเรียนการแสดงทุกคนได้เล่น ซึ่งก็มีการแจกบทกัน เนื้อเรื่องคร่าวๆหนังเน้นเรื่องเซ็กส์เป็นอย่างมาก ตอนนั้นตัวเองก็ยังพยายามมองในแง่ดีว่าหนังสะท้อนสังคม ดูแล้วก็น่าจะสะเทือนใจดี โดยเขาบอกว่าต้องการวิพากษ์การเมือง (โลกสวยตลอดเวลาตั้งแต่เข้ามาเรียน คือมองโลกในแง่ดีมาก) หากในขั้นต่อไปพอได้อ่านบทที่ลึกกว่านั้น อ่านแล้วรู้สึกแย่มากๆ ด้วยสำนวนการเขียนบทของผู้กำกับที่เหมือนหนังโป๊ระดับเกรดต่ำ มันรู้สึกโกรธ รับไม่ได้ เหมือนโดนหลอก รู้สึกว่าทำไมเขาไม่เขียนบทดีๆให้พวกเราเล่น ไม่ให้เกียรติเราเลย พอคิดย้อนไปก็เหมือนเขาปูทางมาตลอด เพราะตอนเรียนก็มีให้ลองเล่นบทขายตัว เหมือนว่าเขาคิดจะสร้างโปรเจ็กต์หนังเซ็กส์อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นคนคุมอารมณ์ไม่อยู่ เลยด่าผู้กำกับไปแรงๆถึงขั้นแตกหัก
เลยจบความสัมพันธ์กับค่ายการแสดงนี้ไป
และบังเอิญ หลังจากนั้นไม่นานก็มีโรคโควิดระบาดเกิดขึ้น ส่วนตัว จขกท ก็ไม่ได้ไปตามต่อว่า โครงการหนังเซ็กส์เรื่องนี้ได้ทำต่อหรือไม่ นักเรียนการแสดงคนอื่นๆเป็นอย่างไร ได้มีการสร้างหนังใหญ่ให้นักเรียนการแสดงเล่นตามสัญญาหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่น่าได้เดินต่อ เพราะตอนนั้นโควิด ทุกอย่าชะงักไปหมด ....
และถึงวันนี้ ที่วงการบันเทิงมาทำงานกันแล้ว ก็ยังไม่รู้ความคืบหน้า เพราะบล็อกเพจการติดต่อไปหมด
เรารู้สึกเจ็บปวดมาก เหมือนความฝันพังทลาย ที่เคยมองโลกสวย มองโลกในแง่ดีก็พังครืน... แต่คิดไปแล้ว เหมือนพราะเจ้าส่งบทเรียนมาให้ ว่าเธออยากทำงานวงการบันเทิงใช่ไหม นี่ไง เนื้อแท้วงการเป็นแบบนี้แหละ และเราก็มองวงการบันเทิงไทยทุกวันนี้ มันก็จริง มีการเปิดกว้างเรื่องเซ็กส์มากขึ้นแม้ในสื่อโทรทัศน์ ซีรี่ส์วาย ซีรี่ส์ชายหญิง ก็มีแต่จูบๆ โป๊ๆ มากขึ้นกว่าสมัยก่อนที่จะมีฉากโป๊เฉพาะหนังโรงเท่านั้น ดาราก็เป็นอาชีพที่ต้องโชว์เรือนร่าง ถ่ายแบบเซ็กซี่วาบหวิวทั้งหญิงทั้งชายมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ... เพียงแต่เราไม่รู้ซึ้งไม่สำนึก จนพบกับตัวเองอย่างจัง
การทำหนังเป็นความฝันที่สุดในชีวิต จขกท ตอนนี้ก็มีหนังสั้นแค่ 2 เรื่องที่ได้ทำ ก็ไม่ได้เรียนวิธีการทำหนังมาเลย แค่ถ่ายๆไปตามความรู้สึก เคยฝันว่าอยากทำหนังฉายโรงภาพยนตร์ ( แต่จริงๆก็เคยมีหนังสั้นที่ได้ฉายในโรงในเทศกาลหนัง) แต่เมื่อมองภาพวงการบันเทิงในความเป็นจริง มันมีเรื่องเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้องมาก บางคนเล่นบทโป๊เปลือย บางคนเล่นฉากเลิฟซีนถึงพริกถึงขิง จขกท เป็นคนค่อนข้างปืดกั้นเรื่องเซ็กส์ แต่จริงๆหนังฝรั่งที่โป๊ๆบางเรื่องก็ชอบเพราะเป็นหนังที่ดี แต่รู้สึกว่าคนไทยทำไม่ได้แบบฝรั่ง แค่ใส่ฉากโป๊มาเพื่อโชว์พาวอะไรบางอย่าง ถ่ายไม่สวย และ ดูไม่ได้จำเป็นกับเนื้อเรื่องแบบหนังฝรั่งที่เราชอบ ผู้กำกับไทยแค่อยากทำฉากโป๊ๆเพื่อเหตุผลที่ต่างจากฝรั่งทำ
ความฝันในวงการบันเทิงก็เลยหมดฝัน เพราะกลัวจะคุยกับคนในวงการไม่รู้เรื่อง ศีลไม่เสมอกัน ไม่มีใครอนุรักษ์นิยมแบบเรา กลัวคนในวงการบันเทิง เราชอบหนังที่ดูแล้วมีความสุข มีแรงบันดาลใจ ให้แง่มุมดีๆกับชีวิต สุภาพ ไม่มีพิษมีภัย
แต่ก็ยังอยากทำหนังสั้นต่อไป เพียงแต่มันเป็นงานที่ไม่ได้เงินและเสียเงินอีกต่างหาก แต่หนังเป็นสิ่งที่เรารักที่สุด มี passion กับมันมากที่สุด ทำหนังเรื่องก่อนจบไป รู้สึกเหมือนได้เติมเต็มส่วนที่ขาดหาย
จริงอยู่ เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นกำเนิดและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพียงแต่เราไม่ชอบสื่อที่ขายเรื่องเซ็กส์มามอมเมาคน แทนที่จะนำเสนอแบบมีกึ๋นและมีสาระ
บางท่านอาจจะไปค้นกระทู้เก่าๆเราที่ว่าอยากตายอยากบวช เราไม่ชอบโลกโลกีย์แบบวงการบันเทิงเท่าไหร่ แต่เรารักหนังมากๆ แต่สิ่งที่เรารักเรากลับเข้ากับวงการไม่ได้ ไม่มีที่ทางให้เรา
ทิ้งท้ายอย่างหัวข้อกระทู้ เห็นน้องๆหลายคนอยากเข้าวงการบันเทิงมาก ต้องคำนึงถึงการเปิดกว้างเรื่องเซ็กส์เป็นอันดับหนึ่ง น้องต้องรับได้ เพราะก็มีบทจูบบทกอดถอดเสื้อกันบนเตียงหน้าซบอกผู้ชาย ถ้าโลกสวยแบบพี่ น้องอาจไม่เหมาะกับวงการบันเทิง แม้น้องจะมี passion กับการแสดง (จขกทก็ชอบการแสดงมากๆหลังจากได้เรียนแล้ว ชอบมากกว่าการทำหนังอีก แต่หน้าตาบุคลิกอายุไม่เอื้ออำนวย)
สุดท้าย ขอวอนผู้สร้างหนังไทย สร้างหนังดีๆที่ดูแล้วสุนทรี สดชื่น สุภาพ ให้ดูบ้าง พวกคุณมีอำนาจสื่อที่เราไม่มี
อยากเข้าวงการบันเทิง ต้องเปิดกว้างเรื่องเซ็กส์ ! (เรื่องจากประสบการณ์จริง)
วิธีสอนของเขาถือว่าดีมาก รู้สึกพอใจ พอเรียนจบคอร์สก็จะแบ่งทีมกันไปเล่นหนังสั้น 4-5 เรื่อง การที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆแล้วได้ทดลองเล่นหนังสั้นเลย มันเหมือนเราสามารถอินกับการแสดงได้โดยอัตโนมัติเลย
.... แต่ตอนเรียนก็แอบรู้สึกตะหงิดๆบ้าง ว่ามีบทเรียนให้เล่นเป็นคนขายตัว แต่ก็คิดว่าคงไม่มีอะไร เมื่อเรียนจบก็มีการแคสติ้งว่าใครจะได้เล่นหนังสั้นเรื่องไหน ซึ่งประมาณ 3 เรื่องก็จะมีเรื่องการขายตัว การปลุกปล้ำข่มขืน และการมีเพศสัมพันธ์แบบชายรักชาย (ซึ่งหนังออกมา มีฉาก..นิดหน่อย ไม่ได้โป๊มาก แต่ก็สื่อว่ากำลังทำอะไร) ซึ่งเนื้อเรื่องทั้งหมดนี้ จขกท มารู้ทีหลังเมื่อได้ดูหนังทุกเรื่องที่ตัดต่อเสร็จแล้ว ส่วนเรื่องที่ จขกท ได้เล่น ไม่มีเรื่องเซ็กส์
ก็คิดหน่อยๆว่า กลุ่มนี้เขาดูหมกมุ่น...
แต่จุดพีคจริงๆอยู่ที่ตอนจะมีโครงการทำหนังฉายโรงให้นักเรียนการแสดงทุกคนได้เล่น ซึ่งก็มีการแจกบทกัน เนื้อเรื่องคร่าวๆหนังเน้นเรื่องเซ็กส์เป็นอย่างมาก ตอนนั้นตัวเองก็ยังพยายามมองในแง่ดีว่าหนังสะท้อนสังคม ดูแล้วก็น่าจะสะเทือนใจดี โดยเขาบอกว่าต้องการวิพากษ์การเมือง (โลกสวยตลอดเวลาตั้งแต่เข้ามาเรียน คือมองโลกในแง่ดีมาก) หากในขั้นต่อไปพอได้อ่านบทที่ลึกกว่านั้น อ่านแล้วรู้สึกแย่มากๆ ด้วยสำนวนการเขียนบทของผู้กำกับที่เหมือนหนังโป๊ระดับเกรดต่ำ มันรู้สึกโกรธ รับไม่ได้ เหมือนโดนหลอก รู้สึกว่าทำไมเขาไม่เขียนบทดีๆให้พวกเราเล่น ไม่ให้เกียรติเราเลย พอคิดย้อนไปก็เหมือนเขาปูทางมาตลอด เพราะตอนเรียนก็มีให้ลองเล่นบทขายตัว เหมือนว่าเขาคิดจะสร้างโปรเจ็กต์หนังเซ็กส์อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นคนคุมอารมณ์ไม่อยู่ เลยด่าผู้กำกับไปแรงๆถึงขั้นแตกหัก
เลยจบความสัมพันธ์กับค่ายการแสดงนี้ไป
และบังเอิญ หลังจากนั้นไม่นานก็มีโรคโควิดระบาดเกิดขึ้น ส่วนตัว จขกท ก็ไม่ได้ไปตามต่อว่า โครงการหนังเซ็กส์เรื่องนี้ได้ทำต่อหรือไม่ นักเรียนการแสดงคนอื่นๆเป็นอย่างไร ได้มีการสร้างหนังใหญ่ให้นักเรียนการแสดงเล่นตามสัญญาหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่น่าได้เดินต่อ เพราะตอนนั้นโควิด ทุกอย่าชะงักไปหมด ....
และถึงวันนี้ ที่วงการบันเทิงมาทำงานกันแล้ว ก็ยังไม่รู้ความคืบหน้า เพราะบล็อกเพจการติดต่อไปหมด
เรารู้สึกเจ็บปวดมาก เหมือนความฝันพังทลาย ที่เคยมองโลกสวย มองโลกในแง่ดีก็พังครืน... แต่คิดไปแล้ว เหมือนพราะเจ้าส่งบทเรียนมาให้ ว่าเธออยากทำงานวงการบันเทิงใช่ไหม นี่ไง เนื้อแท้วงการเป็นแบบนี้แหละ และเราก็มองวงการบันเทิงไทยทุกวันนี้ มันก็จริง มีการเปิดกว้างเรื่องเซ็กส์มากขึ้นแม้ในสื่อโทรทัศน์ ซีรี่ส์วาย ซีรี่ส์ชายหญิง ก็มีแต่จูบๆ โป๊ๆ มากขึ้นกว่าสมัยก่อนที่จะมีฉากโป๊เฉพาะหนังโรงเท่านั้น ดาราก็เป็นอาชีพที่ต้องโชว์เรือนร่าง ถ่ายแบบเซ็กซี่วาบหวิวทั้งหญิงทั้งชายมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ... เพียงแต่เราไม่รู้ซึ้งไม่สำนึก จนพบกับตัวเองอย่างจัง
การทำหนังเป็นความฝันที่สุดในชีวิต จขกท ตอนนี้ก็มีหนังสั้นแค่ 2 เรื่องที่ได้ทำ ก็ไม่ได้เรียนวิธีการทำหนังมาเลย แค่ถ่ายๆไปตามความรู้สึก เคยฝันว่าอยากทำหนังฉายโรงภาพยนตร์ ( แต่จริงๆก็เคยมีหนังสั้นที่ได้ฉายในโรงในเทศกาลหนัง) แต่เมื่อมองภาพวงการบันเทิงในความเป็นจริง มันมีเรื่องเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้องมาก บางคนเล่นบทโป๊เปลือย บางคนเล่นฉากเลิฟซีนถึงพริกถึงขิง จขกท เป็นคนค่อนข้างปืดกั้นเรื่องเซ็กส์ แต่จริงๆหนังฝรั่งที่โป๊ๆบางเรื่องก็ชอบเพราะเป็นหนังที่ดี แต่รู้สึกว่าคนไทยทำไม่ได้แบบฝรั่ง แค่ใส่ฉากโป๊มาเพื่อโชว์พาวอะไรบางอย่าง ถ่ายไม่สวย และ ดูไม่ได้จำเป็นกับเนื้อเรื่องแบบหนังฝรั่งที่เราชอบ ผู้กำกับไทยแค่อยากทำฉากโป๊ๆเพื่อเหตุผลที่ต่างจากฝรั่งทำ
ความฝันในวงการบันเทิงก็เลยหมดฝัน เพราะกลัวจะคุยกับคนในวงการไม่รู้เรื่อง ศีลไม่เสมอกัน ไม่มีใครอนุรักษ์นิยมแบบเรา กลัวคนในวงการบันเทิง เราชอบหนังที่ดูแล้วมีความสุข มีแรงบันดาลใจ ให้แง่มุมดีๆกับชีวิต สุภาพ ไม่มีพิษมีภัย
แต่ก็ยังอยากทำหนังสั้นต่อไป เพียงแต่มันเป็นงานที่ไม่ได้เงินและเสียเงินอีกต่างหาก แต่หนังเป็นสิ่งที่เรารักที่สุด มี passion กับมันมากที่สุด ทำหนังเรื่องก่อนจบไป รู้สึกเหมือนได้เติมเต็มส่วนที่ขาดหาย
จริงอยู่ เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นกำเนิดและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพียงแต่เราไม่ชอบสื่อที่ขายเรื่องเซ็กส์มามอมเมาคน แทนที่จะนำเสนอแบบมีกึ๋นและมีสาระ
บางท่านอาจจะไปค้นกระทู้เก่าๆเราที่ว่าอยากตายอยากบวช เราไม่ชอบโลกโลกีย์แบบวงการบันเทิงเท่าไหร่ แต่เรารักหนังมากๆ แต่สิ่งที่เรารักเรากลับเข้ากับวงการไม่ได้ ไม่มีที่ทางให้เรา
ทิ้งท้ายอย่างหัวข้อกระทู้ เห็นน้องๆหลายคนอยากเข้าวงการบันเทิงมาก ต้องคำนึงถึงการเปิดกว้างเรื่องเซ็กส์เป็นอันดับหนึ่ง น้องต้องรับได้ เพราะก็มีบทจูบบทกอดถอดเสื้อกันบนเตียงหน้าซบอกผู้ชาย ถ้าโลกสวยแบบพี่ น้องอาจไม่เหมาะกับวงการบันเทิง แม้น้องจะมี passion กับการแสดง (จขกทก็ชอบการแสดงมากๆหลังจากได้เรียนแล้ว ชอบมากกว่าการทำหนังอีก แต่หน้าตาบุคลิกอายุไม่เอื้ออำนวย)
สุดท้าย ขอวอนผู้สร้างหนังไทย สร้างหนังดีๆที่ดูแล้วสุนทรี สดชื่น สุภาพ ให้ดูบ้าง พวกคุณมีอำนาจสื่อที่เราไม่มี