เราหยิบวาง หยิบวาง หยิบวางอยู่อย่างนั้น
พิจารณาราคา เทียบกันแต่ละยี่ห้อ ถุกกว่ากันบาทสองบาท ก็ดึงความสนใจให้หันเหไปที่ยี่ห้อนั้นได้ง่ายดายนัก
นี่คือความตระหนี่
ชั่วขณะที่จิตของเรารู้อย่างนั้น เจ็บ
เราเข้าใจมาทั้งชีวิต ว่า
ตนเองนั้น ตัวฉันนั่นน่ะ เป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ใครต่อใครที่เข้ามาสัมพันธ์ในชีวิตเรา ไม่ว่าจะในสถานะใดก็ตาม
ใจกว้าง ช่วยได้ช่วย ไม่ได้คิดอื่นใดนอกจาก อยากช่วย และช่วยได้ อยากให้และให้ได้
จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เรา เชื่อว่า ตนเองเป็นที่รักใคร่ของใครต่อใครมากมาย
และก็ไม่เคยแปลกใจ สงสัยในไมตรีที่ได้รับกลับคืนมา
ไม่เคยตั้งคำถามว่า เราทำอะไร จึงได้รับความรักใคร่ ปรารถนาดีมากมายจากผู้คนเหล่านั้น
สิ่งที่เราได้ เท่ากันกับสิ่งที่เราให้เสมอ เราเชื่อของเราอย่างนั้น
บริจาคทาน สงเคราะห์ต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
เราไม่เคยอิดออด ทำเท่าที่กำลังเราไหว เป็นประจำ สม่ำเสมอ
แต่พอเป็น ใส่บาตร จิตของการให้ที่เคยน้อมโดยง่าย ก็กระด้างขึ้นมาเสียอย่างนั้น
พระไม่ได้ขาดอะไรนี่นะ
ออกจะมากล้นเกินต้องการเสียด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับการปวารณาตนเป็นผู้ขอ
ทำไมเราต้องแห่แหนกันไปใส่บาตร ไปทำบุญในวันสำคัญนะ
เห็นไหมล่ะ ของล้นหลาม ทำไมไม่แบ่งไปทำวันอื่นบ้าง
สารพัดเหตุผลที่เราต้องหามาคัดง้างเมื่อถูกชักชวนให้ ไปวัด ไปทำบุญตักบาตร
หนักเข้าก็บอกไปด้วยวาจาพล่อย ๆ ว่า
“เข้าใกล้พระ แล้ว ร้อน”
เฮ้อ…จิตมันไม่เป็นกุศล ทำไปก็ไท่ได้บุญหรอก งั้นก็ไม่ต้องทำ
เมื่อผู้เป็นย่า แซะมาอย่างนั้น
เราจึงคิดเข้าข้างตนเองว่า นั่นเป็นคำอนุญาต
เรามีวิธีทำกุศลในแบบของเราที่ทำแล้วจิตเบิกบานกว่าการใส่บาตร ตั้งมาก
เราไม่ศรัทธาต่อการทำกุศลเช่นนี้ ดังนั้น จึงเพิกเฉย ละเลยอย่างไม่รู้สึก ผิดแปลกแต่อย่างใด
ชุมชนที่เรามาเช่าตึกอยู่เพื่อทำร้านตัดขนหมา ร่วมกันจัดพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง
เสียงตามสายประกาศเชิญชวนทุกเย็น เพื่อให้ผู้คนที่อยู่อาศัยในละแวกนี้ได้เตรียมจัดหาข้าวสารอาหารแห้งไว้ใส่บาตรในเช้าตรู่วันเสาร์ ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ
หน้าร้าน ข้างร้านตัดขนหมาของเรา เป็นเส้นทางที่พระสงฆ์ 9 รูปที่นิมนตร์มาจากต่างจังหวัดจะเดินผ่านเพื่อบิณฑบาตร
“ชั้นจะไม่ตื่น ชั้นจะปิดประตูร้านเงียบเชียบ ไม่รู้ไม่เห็นใด ๆ”
เราบอกตนเองหนักแน่น เมื่อได้ยิน ได้ฟังการประชาสัมพันธ์กิจกรรมนี้
หยาบมากเลยนะ กระด้างมากเลยใช่ไหม
บุญมาอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ ยังปฏิเสธได้หน้าตาเฉย
แล้วไงล่ะ แล้วไง เราก็มีวิธีทำบุญอย่างอื่นของเรานี่
จิตสำนึก จิตใต้สำนัก ทุ่มเถียงกันอยู่อย่างนั้น ทุกวัน ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงประกาศเชิญชวน
โดยที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจิตฝ่ายไหนจะได้รับชัยชนะ
พรุ่งนี้ กิจกรรมจะมาถึงแล้ว
ระหว่าง เลือกซื้อของเพื่อเตรียมไว้ไส่บาตร ความคิดก็ผุดขึ้นมา
เลือกของที่ราคาถูก ๆ สิ ไม่ต้องเยอะหรอกน่า เพราะใครต่อใครก็เตรียมของแบบนี้มาใส่บาตรทั้งนั้น
นี่คือความตระหนี่ถี่เหนียว ที่เราไม่เคยคิดฝันว่าเรามี แทนที่จะเลือกของดีเพื่อไปทำบุญให้จิตเบิกบาน
เธอเป็นคนตระหนี่ พลันที่รู้สึกอย่างนั้น
เจ็บนะ
แต่เป็นเจ็บแวบเดียว เมื่อรู้ว่า แท้จริงเราก็มีโลภะในรูปของความตระหนี่ จิตเราก็ไม่ฟุ้ง ไม่เพลินไปตามความคิดที่ผุดขึ้นมา
เราเห็น แล้วเราก็ดูมัน ดูไอ้เจ้าความตระหนี่ของเรานั่นแหละ ดูซื่อ ๆ ไม่เกลียดมัน ไม่ชอบมัน
แต่รู้ว่ามีมัน
เราเลือกของได้ครบถ้วนตามความต้องการ จ่ายเงินครบถ้วน
ทุกย่างก้าวระหว่างทางกลับบ้าน เรายิ้มให้ความโลภเราเพิ่งรู้ว่าตนเองก็มีมันอยู่
มนุษย์
เราต่างมีความชั่วร้ายกันเป็นอนุสัยที่ติดตัวมาจากกี่ภพชาติก็ไม่รู้ที่เราต่างเวียนว่ายในสังสารวัฏ
เพราะเชื่ออย่างนั้น
เราจึงพยายามขูดเกลากิเลสของตนเอง พยายามชำระสะสางความไม่ดีไม่งามของตนเอง
การขูดเกลาตนเองนั้น มันเจ็บนะ มันแสบใช่ย่อย
แต่การชำระสะสางมันก็จะลอกเปลือก ลอกตัวตน ของเรา
ทั้ง ตัวตนที่เรารู้ และ ตัวตนที่เราไม่รู้ ออกไปได้เรื่อย ๆ
ไปค่ะ ไปใส่บาตรกันด้วยการวางจิตให้เป็นกุศล
วางจิตเป็นการสละ ละวางตัวตนของเรา
ไปใส่บาตรเพื่อจะได้พิสูจน์ว่า เราเข้าใกล้พระได้ ไม่ร้อน
ใส่บาตรเท่าไหร่ ก็ ไม่ได้บุญ
พิจารณาราคา เทียบกันแต่ละยี่ห้อ ถุกกว่ากันบาทสองบาท ก็ดึงความสนใจให้หันเหไปที่ยี่ห้อนั้นได้ง่ายดายนัก
นี่คือความตระหนี่
ชั่วขณะที่จิตของเรารู้อย่างนั้น เจ็บ
เราเข้าใจมาทั้งชีวิต ว่า
ตนเองนั้น ตัวฉันนั่นน่ะ เป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ใครต่อใครที่เข้ามาสัมพันธ์ในชีวิตเรา ไม่ว่าจะในสถานะใดก็ตาม
ใจกว้าง ช่วยได้ช่วย ไม่ได้คิดอื่นใดนอกจาก อยากช่วย และช่วยได้ อยากให้และให้ได้
จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เรา เชื่อว่า ตนเองเป็นที่รักใคร่ของใครต่อใครมากมาย
และก็ไม่เคยแปลกใจ สงสัยในไมตรีที่ได้รับกลับคืนมา
ไม่เคยตั้งคำถามว่า เราทำอะไร จึงได้รับความรักใคร่ ปรารถนาดีมากมายจากผู้คนเหล่านั้น
สิ่งที่เราได้ เท่ากันกับสิ่งที่เราให้เสมอ เราเชื่อของเราอย่างนั้น
บริจาคทาน สงเคราะห์ต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
เราไม่เคยอิดออด ทำเท่าที่กำลังเราไหว เป็นประจำ สม่ำเสมอ
แต่พอเป็น ใส่บาตร จิตของการให้ที่เคยน้อมโดยง่าย ก็กระด้างขึ้นมาเสียอย่างนั้น
พระไม่ได้ขาดอะไรนี่นะ
ออกจะมากล้นเกินต้องการเสียด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับการปวารณาตนเป็นผู้ขอ
ทำไมเราต้องแห่แหนกันไปใส่บาตร ไปทำบุญในวันสำคัญนะ
เห็นไหมล่ะ ของล้นหลาม ทำไมไม่แบ่งไปทำวันอื่นบ้าง
สารพัดเหตุผลที่เราต้องหามาคัดง้างเมื่อถูกชักชวนให้ ไปวัด ไปทำบุญตักบาตร
หนักเข้าก็บอกไปด้วยวาจาพล่อย ๆ ว่า
“เข้าใกล้พระ แล้ว ร้อน”
เฮ้อ…จิตมันไม่เป็นกุศล ทำไปก็ไท่ได้บุญหรอก งั้นก็ไม่ต้องทำ
เมื่อผู้เป็นย่า แซะมาอย่างนั้น
เราจึงคิดเข้าข้างตนเองว่า นั่นเป็นคำอนุญาต
เรามีวิธีทำกุศลในแบบของเราที่ทำแล้วจิตเบิกบานกว่าการใส่บาตร ตั้งมาก
เราไม่ศรัทธาต่อการทำกุศลเช่นนี้ ดังนั้น จึงเพิกเฉย ละเลยอย่างไม่รู้สึก ผิดแปลกแต่อย่างใด
ชุมชนที่เรามาเช่าตึกอยู่เพื่อทำร้านตัดขนหมา ร่วมกันจัดพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง
เสียงตามสายประกาศเชิญชวนทุกเย็น เพื่อให้ผู้คนที่อยู่อาศัยในละแวกนี้ได้เตรียมจัดหาข้าวสารอาหารแห้งไว้ใส่บาตรในเช้าตรู่วันเสาร์ ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ
หน้าร้าน ข้างร้านตัดขนหมาของเรา เป็นเส้นทางที่พระสงฆ์ 9 รูปที่นิมนตร์มาจากต่างจังหวัดจะเดินผ่านเพื่อบิณฑบาตร
“ชั้นจะไม่ตื่น ชั้นจะปิดประตูร้านเงียบเชียบ ไม่รู้ไม่เห็นใด ๆ”
เราบอกตนเองหนักแน่น เมื่อได้ยิน ได้ฟังการประชาสัมพันธ์กิจกรรมนี้
หยาบมากเลยนะ กระด้างมากเลยใช่ไหม
บุญมาอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ ยังปฏิเสธได้หน้าตาเฉย
แล้วไงล่ะ แล้วไง เราก็มีวิธีทำบุญอย่างอื่นของเรานี่
จิตสำนึก จิตใต้สำนัก ทุ่มเถียงกันอยู่อย่างนั้น ทุกวัน ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงประกาศเชิญชวน
โดยที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจิตฝ่ายไหนจะได้รับชัยชนะ
พรุ่งนี้ กิจกรรมจะมาถึงแล้ว
ระหว่าง เลือกซื้อของเพื่อเตรียมไว้ไส่บาตร ความคิดก็ผุดขึ้นมา
เลือกของที่ราคาถูก ๆ สิ ไม่ต้องเยอะหรอกน่า เพราะใครต่อใครก็เตรียมของแบบนี้มาใส่บาตรทั้งนั้น
นี่คือความตระหนี่ถี่เหนียว ที่เราไม่เคยคิดฝันว่าเรามี แทนที่จะเลือกของดีเพื่อไปทำบุญให้จิตเบิกบาน
เธอเป็นคนตระหนี่ พลันที่รู้สึกอย่างนั้น
เจ็บนะ
แต่เป็นเจ็บแวบเดียว เมื่อรู้ว่า แท้จริงเราก็มีโลภะในรูปของความตระหนี่ จิตเราก็ไม่ฟุ้ง ไม่เพลินไปตามความคิดที่ผุดขึ้นมา
เราเห็น แล้วเราก็ดูมัน ดูไอ้เจ้าความตระหนี่ของเรานั่นแหละ ดูซื่อ ๆ ไม่เกลียดมัน ไม่ชอบมัน
แต่รู้ว่ามีมัน
เราเลือกของได้ครบถ้วนตามความต้องการ จ่ายเงินครบถ้วน
ทุกย่างก้าวระหว่างทางกลับบ้าน เรายิ้มให้ความโลภเราเพิ่งรู้ว่าตนเองก็มีมันอยู่
มนุษย์
เราต่างมีความชั่วร้ายกันเป็นอนุสัยที่ติดตัวมาจากกี่ภพชาติก็ไม่รู้ที่เราต่างเวียนว่ายในสังสารวัฏ
เพราะเชื่ออย่างนั้น
เราจึงพยายามขูดเกลากิเลสของตนเอง พยายามชำระสะสางความไม่ดีไม่งามของตนเอง
การขูดเกลาตนเองนั้น มันเจ็บนะ มันแสบใช่ย่อย
แต่การชำระสะสางมันก็จะลอกเปลือก ลอกตัวตน ของเรา
ทั้ง ตัวตนที่เรารู้ และ ตัวตนที่เราไม่รู้ ออกไปได้เรื่อย ๆ
ไปค่ะ ไปใส่บาตรกันด้วยการวางจิตให้เป็นกุศล
วางจิตเป็นการสละ ละวางตัวตนของเรา
ไปใส่บาตรเพื่อจะได้พิสูจน์ว่า เราเข้าใกล้พระได้ ไม่ร้อน