"กรีฑาสถานแห่งชาติ" หรือที่นิยมเรียกติดปากว่า "สนามศุภชลาศัย" ถือเป็นสนามกีฬาที่ถูกใช้สารพัดประโยชน์ และเป็นตำนานเล่าขานถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกรในอดีต
แม้ว่าความยิ่งใหญ่เกรียงไกรในปัจจุบันจะตกไปอยู่ที่ราชมังคลากีฬาสถาน แต่สนามศุภฯ ก็ยังคงต้อนรับกิจกรรมต่าง ๆ นานาอยู่สม่ำเสมอ มีการปรับปรุงปรับแต่งสีสันทั้งในและนอกสนามเพื่อให้แลดูสวยสดงดงาม และคงความคลาสสิกมิเสื่อมคลาย
กิจกรรมล่าสุดที่เพิ่งผ่านพ้นหยก ๆ ก็คือคอนเสิร์ตของกลุ่มศิลปินวง "แบล็กพิ้งก์" จากเกาหลี ซึ่งมียอดผู้ชมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และอาจกล่าวได้ว่าสนามศุภฯ ซึ่งปิดตายการจัดคอนเสิร์ตมานานนับสิบปีก็กลับมาเป็นที่สนใจในวงกว้างจากงานนี้นี่เอง
หากคอเพลงรุ่นเก๋าจำกันได้ เมื่อปี 2536 สนามศุภฯ เคยต้อนรับราชาเพลงพ็อพจากอเมริกา "ไมเคิล แจ๊คสัน" มาเปิดคอนเสิร์ตในไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งก็เป็นข่าวอันเกรียวกราวบนหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อโทรทัศน์อยู่หลายวัน
ความเหมือนระหว่างคอนเสิร์ตไมเคิลกับคอนเสิร์ตแบล็กพิ้งก์อยู่ที่การจัดรอบการแสดงซึ่งมีถึง 2 รอบ สามารถจุผู้ชมร่วมแสนคน โดยฝ่ายแรกจัดขึ้นในวันที่ 24 และ 27 สิงหาคม 2536 ส่วนฝ่ายหลังจัดสองวันติดคือวันที่ 7 และ 8 มกราคม 2566
แต่ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด เห็นจะเป็นเวทีที่จัดวางอย่างสมบูรณ์แบบ แต่วางอยู่คนละทิศ ฝ่ายแรกตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ส่วนฝ่ายหลังหันไปอยู่ทางทิศใต้ สังเกตจากหลังคาบนอัฒจันทร์ได้เลย
ภาพจาก นสพ.ข่าวสด (2536), อินเทอร์เน็ต (2566)
นี่คือความเหมือนและความต่างของ 2 สุดยอดคอนเสิร์ตหัวนอกในรอบ 30 ปีที่หลายคนได้พิสูจน์มากับตา ซึ่งเราก็หวังไว้ว่าสนามสุดคลาสสิกแห่งนี้จะยังคงต้อนรับศิลปินนักร้องทั้งไทยและเทศมาเปิดคอนเสิร์ตให้บรรดาแฟนเพลงได้อิ่มกัน
และอีกสิ่งที่พึงละเลยมิได้ก็คือบรรยากาศบนพื้นสนามภายหลังจบคอนเสิร์ต ซึ่งก็มีทั้งความสะอาดและความสกปรกตามมา ถ้าผู้เกี่ยวข้องร่วมแรงร่วมใจสักนิดด้วยสติปัญญา
เราเชื่อว่า ความอับอายขายหน้าตลอดชาติคงไม่มีให้เจอแน่ ๆ นะ...
สวัสดี.
ความเหมือนที่แตกต่าง...เทียบภาพคอนเสิร์ตหัวนอกยุคต่อยุคที่สนามศุภฯ
และอีกสิ่งที่พึงละเลยมิได้ก็คือบรรยากาศบนพื้นสนามภายหลังจบคอนเสิร์ต ซึ่งก็มีทั้งความสะอาดและความสกปรกตามมา ถ้าผู้เกี่ยวข้องร่วมแรงร่วมใจสักนิดด้วยสติปัญญา
เราเชื่อว่า ความอับอายขายหน้าตลอดชาติคงไม่มีให้เจอแน่ ๆ นะ...