หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
มา เรามารีวิวการไปเที่ยวเชียงใหม่ครั้งแรกแบบ...คนโสด
กระทู้สนทนา
เที่ยวไทย
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ
จังหวัดเชียงใหม่
ศาลาคนโสด
บันทึกนักเดินทาง
จากที่เราเคยตั้งกระทู้ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมารีวิว เราทำตามสัญญา ใช้เวลาเพียงไม่นาน...🙊
เริ่มจากการออกจากบ้านเลยนะคะ เราตั้งปลุกไว้ 8 โมง ของวันที่ 29 ออกจากบ้านราวๆ 9 โมงนิดๆ เดินทางโดย MRT ไปลงสถานีสวนจตุจักร ตอนนั้นน่าจะ 11 โมงกว่า รอรถสาย A2 หรือ A1 ก็ได้ก็ไปถึงสนามบินแบบชิลๆ เช็คอินเสร็จมีเวลาเดินงงหาเกตแปปนึง ในที่สุด มีปากก็จงถามซะจะได้ไม่เสียเวลา และแล้วก็มาถึงเกตก่อนสัก 45 นาที แต่ๆๆปรากฎว่า เที่ยวบินเลทเกือบครึ่งชม. หิวก็หิวแต่ไม่อยากซื้อกิน (ขออนุญาตใช้ศัพท์ง่ายๆนะคะ) ไม่ได้กลัวแพงนะคะ แต่กินบ่อยแล้ว เราเลยอดทนรอหิ้วท้องไปกินที่เชียงใหม่เลยดีกว่า ก็ความตั้งใจเราคือ ลิ้มรสอาหารเหนือแต้ๆนี่นา การไปของเราครั้งนี้อย่างที่บอกค่ะ ไม่ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม เรา Carry on ขึ้นเครื่องด้วยเป้แบบแบ็คแพ็ค และมีกระเป๋าสะพายอีก 1
----------------------------------------------------
แต่ก่อนไปเล่าต่อ เรามีข้อสงสัยค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ใครที่บินบ่อย พอจะบอกเราได้มั้ยคะ เพราะว่า...ตามที่เราลองทำเป็นจะเช็คอินในแอปแอร์เอเชีย เราได้เห็นว่าเราได้ที่นั่งอะไร ตรงไหน และเห็นของแม่เราเช่นกันว่านั่งตรงไหน นั่นคือ การที่สายการบินสุ่มที่นั่งให้เราแล้ว เราจะบอกให้เห็นภาพนะคะ 🌍แม่เรา 🏠คนอื่น 🧭เราเอง ซึ่งเราได้นั่งริมหน้าต่างค่ะ แต่ทีนี้พอมานั่งจริงๆอะ ตำแหน่งที่นั่งของเรากลายเป็น...(ดังรูป)
จะเป็นที่นั่งที่แอร์ฯจะมานั่งเวลาเครื่อง Take off and Landing
ดังนั้น เราจึงต้องเขยิบมานั่งตำแหน่งกลางของแถวคือ🏠 ส่วนคนอื่นเขยิบไปนั่งตำแหน่งริมทางเดินคือ 🌍 ซึ่งจะกลายเป็นว่าตำแหน่งที่นั่งแม่เราหายไป เราจึงสงสัยว่าเขารู้จากการเช็คอินใช่มั้ยคะว่าผู้โดยสารไม่มา แล้วอาจจะมีการสับเปลี่ยนหรืออะไรบางอย่าง ตำแหน่งที่นั่งริมหน้าต่างจึงหายไป?
แต่เลขที่นั่งยังคงเหมือนเดิมเป๊ะ ตามที่ไปส่องมาในแอปแบบทำเป็นจะเช็คอิน
เราก็ไม่กล้าถามแอร์ฯ เกรงใจน่ะค่ะ
----------------------------------------------------
อะต่อค่ะ
เมื่อมาถึงเชียงใหม่ ทางแท็กซี่ที่เขารับเรียกจากโรงแรมให้มารับ ก็มาได้ตรงเวลามากจนเราต้องให้ติ๊บไปนิดๆหน่อยๆ และแล้วโรงแรมที่เราจองไว้ก็ตรงปกค่ะ มันไม่ใช่โรงแรมหรอก แต่จะเป็นทาวน์โฮมกึ่งๆเรสซิเด้นซ์ที่สำหรับชาวต่างชาติมาพักอะค่ะ ซึ่งเจ้าของก็เป็นคนสเปน
ห้องพักไม่กว้างมากสำหรับสองคน แต่ก็ไม่แคบอึดอัดนะ มาดูที่พักกัน
ตึกที่เราพักจะมีสระว่ายน้ำย่อมๆบนดาดฟ้า คนเตี้ยอย่างเรายืนได้สบายมาก แต่ว่ายน้ำไม่เป็นอะ ได้แต่ถ่ายรูปในชุดว่ายน้ำในสระ ฝึกดำน้ำเอา
ทำให้รู้ว่าตอนนี้ไม่สามารถทนดำน้ำได้นานเหมือนตอนเด็กๆแล้ว เงยขึ้นมาแทบขาดใจ มันเหมือนหายใจไม่ทัน ประมาณนั้น
เมื่อถึงที่พัก พนง.ก็พาชมและบอกรายละเอียดยิบย่อยที่เราต้องรู้ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนกางเกงเป็นลำลองแล้วออกตระเวนเลยจร้า ทีแรกว่าจะลองเดินไปร้านตามGPS แต่กะไม่ถูกว่าระยะทางจริงมันพอที่เราจะเดินไปได้มั้ย ซึ่งเราเลือกที่จะโบกรถแดงดีกว่า ก็ไม่นึกว่าจะต้องบอกที่หมายก่อนขึ้น คิดว่ารถแดงเหมือนในกทม. เออลืมไป...รถเขาไม่มีป้ายบอกเหมือนกทม.นี่หว่า หิวๆๆไปร้านเฮือนเพ็ญเลยละกันและแล้วมื้อแรกของเราคือ
ข้าวซอยเนื้อ, น้ำพริกหนุ่ม, หมูสามชั้นทอดกรอบ ในส่วนของรสชาติโดยรวมโอเคค่ะ แต่หมูเค็มไปนิดนะอาจเพราะเรากินกับน้ำพริก+ผักไม่มีข้าว ซึ่งน้ำพริกจะเผ็ดนำไม่มีเปรี้ยว/เค็ม/หวานร่วมเลย สำหรับบรรยากาศร้าน เราชอบนะคะ คือสไตล์คนเหนือเลยแหล่ะ ตกแต่งไม้ มีดีเทลลวดลายบนไม้เบาๆ มีเบาะรองนั่ง ระบายอากาศพร้อมให้ชมวิวด้วยซี่ระแนงเฉียงออก
มื้อแรกประทับใจข้าวซอยมากอิ่มมากก เดินแทบไม่ไหวแต่ต้องเดินให้ทันเวลาเพราะจะเย็นแล้ว มีเวลาไปวัดเจดีย์หลวงก่อนวัดแรก
เราใช้เวลาเดินรอบวัดประมาณชม.นึงถึงเวลาต้องไปต่อ คิดว่าจะกลับที่พักเลยแต่ระหว่างทางบังเอิญเห็นอีกหนึ่งวัดที่ดึงดูดให้เราต้องเข้าไป
เอาล่ะมืดพอสมควรที่เราต้องกลับที่พักได้แล้ว ทีแรกเราเห็นว่าจากที่เราเดินออกมาจากร้านอาหารไม่ไกล ถ้าเดินต่อไปโดยอาศัยGPSนำทางก็น่าจะได้อยู่แค่ใช้เวลาหน่อย แต่เดินไปเดินมาทิศทางในมือถือเคลื่อนพาให้เดินหลง ยิ่งมืดยิ่งดูเปลี่ยวแต่ยังดีที่มีชตช.เดินอยู่ประปราย
เราเลยเดินต่ออีกหน่อย ถามคนดู แต่ไม่ไหวอย่าบอกไหว เพราะยิ่งเดินยิ่งเสียเวลาและเหนื่อย เมื่อยขามาก เราเลยหารถแดงโบกดีกว่า บ่นกับตัวเองทำไมไม่โบกซะตั้งแต่แรก แล้วตอนนั่งรถกลับใกล้จะถึงซอยที่พักเราก็ได้ถึงบางอ้อที่ว่า อ๊าว นี่มันทางที่เราเคยเดินผ่านมานี่แต่เราเดินเลยๆไปจนหลงเอง😅😆🫣เพราะเราได้แต่จำชื่อซอยแต่ไม่จำจุดสังเกตบริเวณแถวนั้นเอง กรรม
จากที่เดินหลงมาร่วมชม.เศษๆ เราก็หิวมากเลยซื้อของเข้าไปกินในห้อง หมดไปละวันนึง สมความตั้งใจจริงๆที่มาที่นี่ก็ถือโอกาสเดินออกกำลังกายฟีลประมาณคล้ายชตช.เขาเดินกัน จ่ะ ออกกำลังกาย😁
เริ่มต้นอีกวัน เช้าสดชื่นของวันที่ 30 ไม่เคยตั้งใจตื่นเช้าเท่านี้มาก่อน นอกจากตื่นมาใส่บาตรตอนอยู่กท.
ซึ่งเรามีแพลนว่าจะไปคาเฟ่ต์แห่งนึงที่เรา Search มาแล้วว่าที่นี่แหล่ะน่าโดน ดูจาก GPS เดินไม่ไกลด้วย ไม่ไกลจริงๆค่ะ และที่นั่นก็คือ
ร้าน Fern Forest Cafe
บรรยากาศดีมาก ตรงปกที่สุด แต่อาจเพราะเชียงใหม่เป็นเมืองหนาว ช่วงกลางคืนน้ำค้างอาจจะลงเยอะหรือทางร้านรดน้ำต้นไม้ก็ไม่แน่ใจเพราะบางจุดในร้านดูเปียกๆชื้นๆมากไปหน่อยแต่ถือว่าดีนะ นั่งแล้วร่มรื่น ไม่ร้อน มาดูมื้อแรกของเรากัน
เราคิดมาแล้วว่าต้องลองช็อคโกแลต มาสเมลโล่กับ เค้กแครอท คิดไปคิดมาก็ดูจะหวานไปนิดแม้เราจะบอก เอาหวานน้อย บวกกับเบรคฟาสต์ที่เราสั่งไปแล้ว
เราเลยขอน้ำเสาวรสมาตัดความเลี่ยนของจานเบรคฟาสต์หน่อย
หลังจากที่อิ่มมื้อเช้าและบรรยากาศโดยรอบแล้วนั้น เราก็พร้อมเดินทางเลย ใครไม่รู้นะเขาบอกว่าถ้ามาเชียงใหม่ไม่ได้ไปดอยสุเทพ ถือว่าไปไม่ถึง แล้วเราจะรอช้าทำไม โบกรถสิคะ "ไปหน้าม.เชียงใหม่ค่ะ ที่เขาไปต่อรถขึ้นดอยสุเทพ มีใช่มั้ยคะ" / คนขับรถแดงพยักหน้า แต่บอกต่อมาว่า "ต่อแถวแยกช้างเผือกก็ได้มีคิวรถแดงไปเหมือนกัน" / "อ่อ งั้นก็ได้ค่ะ" ขึ้นรถไปโลด พอมาถึงคิวรถแดงที่อะไรช้างเผือกสักอย่างนี่แหล่ะ
เขาบอกรอให้ครบ 10 นะครับ ระหว่างรอท้องไส้เราเริ่มปั่นป่วนสงสัยเพราะเครื่องดื่มที่คาเฟ่เมื่อเช้าตีกันในท้อง ลางสังหรณ์เราบอกว่า ไปซื้อทิชชู่กับผ้าเช็ดทำความสะอาดแบบเปียกดีกว่า พอซื้อเสร็จเท่านั้นแหล่ะ คิดในใจเราไม่สามารถทนรอได้นานขนาดนั้นที่จะขึ้นไปถ่ายหนักบนแหล่งท่องเที่ยว เพราะไม่รู้ว่าจะครบ 10 คนเมื่อไหร่และระยะทางขึ้นก็น่าจะเอาเรื่องอยู่จึงไปถามพี่ขับรถแดงเขาบอก "มีในตลาดครับ แต่ทำใจหน่อยนะ ก็ตลาดอะอย่างที่เห็นอะน้อง" เรายืนยันกับตัวเองว่ารอไม่ไหวจริงๆจึงตัดสินใจ เอาวะ...ก็ได้, พอทำธุระเสร็จ เฮ้ออ..ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ครบ 10 คน ทางขึ้นไปดอยก็อย่างที่รู้ๆกันน่ะค่ะ ทำเอาเรามึนหัวเลยแบบว่าเกือบจะพะอืดพะอมละนะ ดีนะฉันถ่ายหนักมาแล้วไม่งั้น🤮แต่มีน้องคนไทยข้างๆสะกิดขอยาดมเรา ชตช.ก็เอ็นดูพวกเราที่ไม่สบาย ทางคดเคี้ยว เขาคุยกันประมาณนี้ทำไม้ทำมือประกอบ และแล้วเราก็ผ่านการเมารถโดนไม่อาเจียนมาได้ ถึงแล้ววว วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ
ไหว้พระสขอพรเสร็จ เดินถ่ายรูป ใช้เวลาประมาณชม.นึงเราก็ลงค่ะแต่ขาลงเราไม่ได้นั่งคันเดิม และไม่ได้ลงที่เดิมค่ารถจึงแพงกว่า 20฿ เราเลือกไปลงวัดโลกโมฬีก่อนค่ะ
ต่อด้วย วัดพระสิงห์
เวลาเหลือ งั้นไปซื้อของฝากที่ตลาดวโรรสดีกว่า วันที่ 2 เป็นอีกวันที่เหนื่อยแสนเหนื่อยแต่เต็มใจและอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก เป็นการเหนื่อยที่ไม่ใช่เพราะเดินทางนะคะ แต่เหนื่อยเพราะหิ้วของ สะพายทั้งกระเป๋าใส่เงินใส่ของจุจิกกับกระเป๋าขาตั้งกล้อง ก็คือ กลับห้องมานี่เมื่อยบ่าสุดๆ
แต่ยังค่ะ ยังไม่พอ เราหิวค่ะ เลยว่าจะไปร้านเขยเจียงใหม่ ซึ่งตอนนั้นก็หกโมงเย็น พลบค่ำแล้วหาโบกรถก็ยากแถมไม่มีใครไป ความตั้งใจที่จะไปร้านนเขยเจียงใหม่ได้ล่มสลายลง
ต่อค่ะ วันที่ 3
เช้า เราตื่นมาก็ชงกาแฟไว้ ไปล้างหน้า และเตรียมลงสระที่ดาดฟ้า ลงเพื่อถ่ายรูปเลยค่ะ เพราะว่ายน้ำไม่เป็น อันที่จริงเราจะลงตั้งแต่เมื่อคืนของวันที่ 2 แล้วแต่มันมืดไปคนเดียวด้วยกลัว...อะ เสียดายเหมือนกันเพราะวิวตอนกลางคืนคือสวยมาก เห็นยอดเจดีย์วัดพระสิงห์และยอดสิ่งปลูกสร้างสถาปัตยกรรมของวัดเจดีย์หลวง ก็เลยมาลงตอนเช้าดีกว่า
นี่วิวบนดาดฟ้าค่ะ จำไม่ได้ว่าถ่ายตอนเช้ามืดหรือเย็น
หลังจากที่ลงสระเสร็จ กลับห้องอาบน้ำสระผม เก็บของเตรียมกลับ แต่ยังไม่กลับนะ เหลือเวลาชม.นึงในการเช็คเอ้าท์ออก เราเลยขนของลงมาให้จบๆ ฝากไว้ข้างล่างและออกไปหาอะไรกิน สุดท้ายก็กลับไปที่ร้านเดิมค่ะ และสั่งอาหารตามที่เราอยากลอง
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
อ่านความคิดเห็นทั้งหมด
หน้า:
หน้า
จาก
บนสุด
ล่างสุด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
มา เรามารีวิวการไปเที่ยวเชียงใหม่ครั้งแรกแบบ...คนโสด
เริ่มจากการออกจากบ้านเลยนะคะ เราตั้งปลุกไว้ 8 โมง ของวันที่ 29 ออกจากบ้านราวๆ 9 โมงนิดๆ เดินทางโดย MRT ไปลงสถานีสวนจตุจักร ตอนนั้นน่าจะ 11 โมงกว่า รอรถสาย A2 หรือ A1 ก็ได้ก็ไปถึงสนามบินแบบชิลๆ เช็คอินเสร็จมีเวลาเดินงงหาเกตแปปนึง ในที่สุด มีปากก็จงถามซะจะได้ไม่เสียเวลา และแล้วก็มาถึงเกตก่อนสัก 45 นาที แต่ๆๆปรากฎว่า เที่ยวบินเลทเกือบครึ่งชม. หิวก็หิวแต่ไม่อยากซื้อกิน (ขออนุญาตใช้ศัพท์ง่ายๆนะคะ) ไม่ได้กลัวแพงนะคะ แต่กินบ่อยแล้ว เราเลยอดทนรอหิ้วท้องไปกินที่เชียงใหม่เลยดีกว่า ก็ความตั้งใจเราคือ ลิ้มรสอาหารเหนือแต้ๆนี่นา การไปของเราครั้งนี้อย่างที่บอกค่ะ ไม่ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม เรา Carry on ขึ้นเครื่องด้วยเป้แบบแบ็คแพ็ค และมีกระเป๋าสะพายอีก 1
----------------------------------------------------
แต่ก่อนไปเล่าต่อ เรามีข้อสงสัยค่ะ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
----------------------------------------------------
อะต่อค่ะ เมื่อมาถึงเชียงใหม่ ทางแท็กซี่ที่เขารับเรียกจากโรงแรมให้มารับ ก็มาได้ตรงเวลามากจนเราต้องให้ติ๊บไปนิดๆหน่อยๆ และแล้วโรงแรมที่เราจองไว้ก็ตรงปกค่ะ มันไม่ใช่โรงแรมหรอก แต่จะเป็นทาวน์โฮมกึ่งๆเรสซิเด้นซ์ที่สำหรับชาวต่างชาติมาพักอะค่ะ ซึ่งเจ้าของก็เป็นคนสเปน
ห้องพักไม่กว้างมากสำหรับสองคน แต่ก็ไม่แคบอึดอัดนะ มาดูที่พักกัน
เมื่อถึงที่พัก พนง.ก็พาชมและบอกรายละเอียดยิบย่อยที่เราต้องรู้ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนกางเกงเป็นลำลองแล้วออกตระเวนเลยจร้า ทีแรกว่าจะลองเดินไปร้านตามGPS แต่กะไม่ถูกว่าระยะทางจริงมันพอที่เราจะเดินไปได้มั้ย ซึ่งเราเลือกที่จะโบกรถแดงดีกว่า ก็ไม่นึกว่าจะต้องบอกที่หมายก่อนขึ้น คิดว่ารถแดงเหมือนในกทม. เออลืมไป...รถเขาไม่มีป้ายบอกเหมือนกทม.นี่หว่า หิวๆๆไปร้านเฮือนเพ็ญเลยละกันและแล้วมื้อแรกของเราคือ
จากที่เดินหลงมาร่วมชม.เศษๆ เราก็หิวมากเลยซื้อของเข้าไปกินในห้อง หมดไปละวันนึง สมความตั้งใจจริงๆที่มาที่นี่ก็ถือโอกาสเดินออกกำลังกายฟีลประมาณคล้ายชตช.เขาเดินกัน จ่ะ ออกกำลังกาย😁
เริ่มต้นอีกวัน เช้าสดชื่นของวันที่ 30 ไม่เคยตั้งใจตื่นเช้าเท่านี้มาก่อน นอกจากตื่นมาใส่บาตรตอนอยู่กท.
ซึ่งเรามีแพลนว่าจะไปคาเฟ่ต์แห่งนึงที่เรา Search มาแล้วว่าที่นี่แหล่ะน่าโดน ดูจาก GPS เดินไม่ไกลด้วย ไม่ไกลจริงๆค่ะ และที่นั่นก็คือ
หลังจากที่อิ่มมื้อเช้าและบรรยากาศโดยรอบแล้วนั้น เราก็พร้อมเดินทางเลย ใครไม่รู้นะเขาบอกว่าถ้ามาเชียงใหม่ไม่ได้ไปดอยสุเทพ ถือว่าไปไม่ถึง แล้วเราจะรอช้าทำไม โบกรถสิคะ "ไปหน้าม.เชียงใหม่ค่ะ ที่เขาไปต่อรถขึ้นดอยสุเทพ มีใช่มั้ยคะ" / คนขับรถแดงพยักหน้า แต่บอกต่อมาว่า "ต่อแถวแยกช้างเผือกก็ได้มีคิวรถแดงไปเหมือนกัน" / "อ่อ งั้นก็ได้ค่ะ" ขึ้นรถไปโลด พอมาถึงคิวรถแดงที่อะไรช้างเผือกสักอย่างนี่แหล่ะ
แต่ยังค่ะ ยังไม่พอ เราหิวค่ะ เลยว่าจะไปร้านเขยเจียงใหม่ ซึ่งตอนนั้นก็หกโมงเย็น พลบค่ำแล้วหาโบกรถก็ยากแถมไม่มีใครไป ความตั้งใจที่จะไปร้านนเขยเจียงใหม่ได้ล่มสลายลง
ต่อค่ะ วันที่ 3 เช้า เราตื่นมาก็ชงกาแฟไว้ ไปล้างหน้า และเตรียมลงสระที่ดาดฟ้า ลงเพื่อถ่ายรูปเลยค่ะ เพราะว่ายน้ำไม่เป็น อันที่จริงเราจะลงตั้งแต่เมื่อคืนของวันที่ 2 แล้วแต่มันมืดไปคนเดียวด้วยกลัว...อะ เสียดายเหมือนกันเพราะวิวตอนกลางคืนคือสวยมาก เห็นยอดเจดีย์วัดพระสิงห์และยอดสิ่งปลูกสร้างสถาปัตยกรรมของวัดเจดีย์หลวง ก็เลยมาลงตอนเช้าดีกว่า
หลังจากที่ลงสระเสร็จ กลับห้องอาบน้ำสระผม เก็บของเตรียมกลับ แต่ยังไม่กลับนะ เหลือเวลาชม.นึงในการเช็คเอ้าท์ออก เราเลยขนของลงมาให้จบๆ ฝากไว้ข้างล่างและออกไปหาอะไรกิน สุดท้ายก็กลับไปที่ร้านเดิมค่ะ และสั่งอาหารตามที่เราอยากลอง