คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ทุกวันนี้เงินเดือน 38,000 บาท สามารถเก็บตังค์ได้เดือนละ 5,000 บาท
ส่วนตัวไม่คิดว่าตึงมือนะครับ จขกท บริหารจัดการเงินเดือนได้ค่อนข้างดีเลย
และการที่สามารถบอกค่าใช้จ่ายได้แบบนี้
ขอเดาว่า จขกท น่าจะทำบัญชีรับ-จ่ายรายเดือน
ซึ่งดีมากครับ ขอชื่นชม
เริ่มตอบคำถามนะครับ
คุณมีรายจ่ายต่อเดือน (หักฝากประจำ 5,000) 32,000 บาท
ควรจะมีเงินเก็บเผื่อฉุกเฉินอย่างน้อยๆ 3-6 เดือน
3 เดือน 32,000*3 = 96,000 บาท
6 เดือน 32,000*6 = 192,000 บาท
คำถามที่ว่า ควรมีเงินเก็บเผื่อฉุกเฉินเท่าไหร่ ระหว่าง 190,000 หรือ 96,000 บาท
คุณต้องตอบเอง โดยจะขึ้นอยู่กับอาชีพที่คุณทำมั่นคงแค่ไหน โอกาสตกงานเยอะมั๊ย ตกงานแล้วหางานใหม่ได้เร็วแค่ไหน
พ่อ แม่ สุขภาพดี หรือ มีโอกาสเข้า รพ ปุปปับหรือเปล่า
ส่วนตัวผมแนะนำว่าเก็บเงิน 180,000 บาททั้งหมด ไว้เป็นเงินเก็บฉุกเฉินครับ
ช่วงโควิดพิสูจน์แล้วว่า เงินเก็บฉุกเฉินสำคัญมาก
ทีนี้พอมีเก็บฉุกเฉินระยะสั้นแล้ว
เงินที่เก็บได้ในแต่ละเดือน (ฝากประจำ 5,000) จะเป็นเงินที่เย็นประมาณนึง
คุณสามารถเอาไปลงทุนอย่างอื่นได้ ตรงนี้แนะนำให้เอามาปิดหนี้เพิ่มในแต่ละเดือน
จากเดิม 200,000 ผ่อนเดือนละ 10,000 น่าจะใช้เวลาราวๆ 20-24 เดือน
ถ้าโปะเพิ่มอีกเดือนละ 5,000 เป็นเดือนละ 15,000 เวลาปิดหนี้ก็จะลดลงเหลือราวๆ 14-15 เดือน
เข้าใจว่าหนี้ตรงนี้ ลดต้นลดดอกน่าจะเป็นเงินกู้ในระบบ
ดอกราวๆ 5-7% ไม่ต้องรีบเอาเงินเก็บมาปิดก็ได้ครับ
อย่างไรก็ตาม ถ้า จขกท คิดว่าอยากปิดเร็วๆ การแบ่งเงินเก็บซัก 80,000 บาทมาโปะ ก็ไม่ผิดนะครับ
ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของ จขกท ซึ่งผมไม่มีข้อมูลตรงนี้
***แต่ไม่ควรเอาทั้งหมด 180,000 มาโปะ***
สมมุติเอาเงินเก็บ 80,000 บาทมาโปะ ต้นจะเหลิอ 120,000 บาท
โปะอีกเดือนละ 15,000 จะใช้เวลา 9-10 เดือน
ซึ่งใช้เวลาไม่ต่างจากโปะไปเรื่อยๆเดือนละ 15,000 เท่าไหร่
เข้าใจว่าอยากปิดหนี้ 200,000 นี้ก่อนจะเริ่มผ่อนรถเดือนมีนาคม จะได้เบาๆ
แต่ดูแล้ว ควรมีเงินเก็บฉุกเฉินไว้สำคัญกว่ามาก
ช่วงที่ยังใช้หนี้ 200,000 ไม่หมด 1 ปีกว่าๆที่จะถึงนี้ก็อดทนเอาครับ
เวลา 1 ปีนิดๆไม่นานเลย
เพิ่มเติม
ส่วนตัวอยากให้ลองกลับไปดูบัญชีรายรับ-รายจ่ายนะครับ
ว่ามีอะไรที่มันไม่จำเป็นสามารถตัดออกได้อีกบ้าง
ยกตัวอย่างเช่น ค่ากินเดือนละ 10,000 บาท ถ้าอยู่ ตจว. ตัวคนเดียวลดลงมาเหลือเดือนละ 9,000 ไหวมั๊ย (ถ้า กทม ก็ตามนั้น)
ค่าบ้าน น้ำ ไฟ เดือนละ 8,500 ไม่แน่ใจว่าเป็นค่าเช่าหอด้วยหรือเปล่า มีหอถูกกว่านี้มั๊ย อะไรแบบนี้
ยังไงลองไล่ดูทีละรายการครับ
ถ้าลดค่าใช้จ่ายได้เพิ่ม ก็เอามาช่วยโปะหนี้ในแต่ละเดือนได้เพิ่ม หนี้ก็จะหมดไวขึ้น
อีกเรื่อง หลังจากมีรถเดือนมีนาคม อาจจะมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถ (ยิ่งถ้าเป็นรถยนต์มือ 2 ก็จะเยอะ)
อย่าลืมเผื่อตรงนี้ด้วยครับ
ส่วนตัวไม่คิดว่าตึงมือนะครับ จขกท บริหารจัดการเงินเดือนได้ค่อนข้างดีเลย
และการที่สามารถบอกค่าใช้จ่ายได้แบบนี้
ขอเดาว่า จขกท น่าจะทำบัญชีรับ-จ่ายรายเดือน
ซึ่งดีมากครับ ขอชื่นชม
เริ่มตอบคำถามนะครับ
คุณมีรายจ่ายต่อเดือน (หักฝากประจำ 5,000) 32,000 บาท
ควรจะมีเงินเก็บเผื่อฉุกเฉินอย่างน้อยๆ 3-6 เดือน
3 เดือน 32,000*3 = 96,000 บาท
6 เดือน 32,000*6 = 192,000 บาท
คำถามที่ว่า ควรมีเงินเก็บเผื่อฉุกเฉินเท่าไหร่ ระหว่าง 190,000 หรือ 96,000 บาท
คุณต้องตอบเอง โดยจะขึ้นอยู่กับอาชีพที่คุณทำมั่นคงแค่ไหน โอกาสตกงานเยอะมั๊ย ตกงานแล้วหางานใหม่ได้เร็วแค่ไหน
พ่อ แม่ สุขภาพดี หรือ มีโอกาสเข้า รพ ปุปปับหรือเปล่า
ส่วนตัวผมแนะนำว่าเก็บเงิน 180,000 บาททั้งหมด ไว้เป็นเงินเก็บฉุกเฉินครับ
ช่วงโควิดพิสูจน์แล้วว่า เงินเก็บฉุกเฉินสำคัญมาก
ทีนี้พอมีเก็บฉุกเฉินระยะสั้นแล้ว
เงินที่เก็บได้ในแต่ละเดือน (ฝากประจำ 5,000) จะเป็นเงินที่เย็นประมาณนึง
คุณสามารถเอาไปลงทุนอย่างอื่นได้ ตรงนี้แนะนำให้เอามาปิดหนี้เพิ่มในแต่ละเดือน
จากเดิม 200,000 ผ่อนเดือนละ 10,000 น่าจะใช้เวลาราวๆ 20-24 เดือน
ถ้าโปะเพิ่มอีกเดือนละ 5,000 เป็นเดือนละ 15,000 เวลาปิดหนี้ก็จะลดลงเหลือราวๆ 14-15 เดือน
เข้าใจว่าหนี้ตรงนี้ ลดต้นลดดอกน่าจะเป็นเงินกู้ในระบบ
ดอกราวๆ 5-7% ไม่ต้องรีบเอาเงินเก็บมาปิดก็ได้ครับ
อย่างไรก็ตาม ถ้า จขกท คิดว่าอยากปิดเร็วๆ การแบ่งเงินเก็บซัก 80,000 บาทมาโปะ ก็ไม่ผิดนะครับ
ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของ จขกท ซึ่งผมไม่มีข้อมูลตรงนี้
***แต่ไม่ควรเอาทั้งหมด 180,000 มาโปะ***
สมมุติเอาเงินเก็บ 80,000 บาทมาโปะ ต้นจะเหลิอ 120,000 บาท
โปะอีกเดือนละ 15,000 จะใช้เวลา 9-10 เดือน
ซึ่งใช้เวลาไม่ต่างจากโปะไปเรื่อยๆเดือนละ 15,000 เท่าไหร่
เข้าใจว่าอยากปิดหนี้ 200,000 นี้ก่อนจะเริ่มผ่อนรถเดือนมีนาคม จะได้เบาๆ
แต่ดูแล้ว ควรมีเงินเก็บฉุกเฉินไว้สำคัญกว่ามาก
ช่วงที่ยังใช้หนี้ 200,000 ไม่หมด 1 ปีกว่าๆที่จะถึงนี้ก็อดทนเอาครับ
เวลา 1 ปีนิดๆไม่นานเลย
เพิ่มเติม
ส่วนตัวอยากให้ลองกลับไปดูบัญชีรายรับ-รายจ่ายนะครับ
ว่ามีอะไรที่มันไม่จำเป็นสามารถตัดออกได้อีกบ้าง
ยกตัวอย่างเช่น ค่ากินเดือนละ 10,000 บาท ถ้าอยู่ ตจว. ตัวคนเดียวลดลงมาเหลือเดือนละ 9,000 ไหวมั๊ย (ถ้า กทม ก็ตามนั้น)
ค่าบ้าน น้ำ ไฟ เดือนละ 8,500 ไม่แน่ใจว่าเป็นค่าเช่าหอด้วยหรือเปล่า มีหอถูกกว่านี้มั๊ย อะไรแบบนี้
ยังไงลองไล่ดูทีละรายการครับ
ถ้าลดค่าใช้จ่ายได้เพิ่ม ก็เอามาช่วยโปะหนี้ในแต่ละเดือนได้เพิ่ม หนี้ก็จะหมดไวขึ้น
อีกเรื่อง หลังจากมีรถเดือนมีนาคม อาจจะมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถ (ยิ่งถ้าเป็นรถยนต์มือ 2 ก็จะเยอะ)
อย่าลืมเผื่อตรงนี้ด้วยครับ
แสดงความคิดเห็น
เริ่มหมุนเงินไม่ทัน ทำอย่างไรดีครับ
ค่าบ้าน น้ำ ไฟ 8,500 บาท
ค่ากิน 10,000 บาท
ค่าผ่อนชำระหนี้ 10,000 บาท ( ต้น 200,000 บาท ลดต้นลดดอก)
ค่าฝากประจำ 5,000 บาท
ค่าผ่อนรถ 3,500 บาท (เริ่มเดือนมีนาคม)
จะมีค่าใช้รวม 37,000 บาท เริ่มจะตึงมือ พอดีมีเงินเก็บประมาณ 180,000 บาท ควรจะเอาไปตัดต้นค่าผ่อนชำระหนี้ ดีไหมครับ หรือควรจัดการอย่างไรดี