ขอคำปรึกษาหรือแนะนำหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ อย่างที่บอกตามหัวข้อเลย ช่วงนี้รู้สึกเหมือนชีวิตมันดิ่งลงๆๆ ก่อนอื่นขอเล่าที่ไปที่มา ***อาจจะยาวหน่อย แต่อยากได้คำปรึกษา และคำแนะนำที่ดี ขอบคุณล่วงหน้าเลย สำหรับทุกคนที่เข้าใจนะคะ*** ตอนนี้เรา 21 ปี ครอบครัวมีพ่อแม่น้อง เราเป็นพี่คนโต จบ ปวส. เมื่อก่อนครอบครัวเราก็เหมือนครอบครัวอื่นทั่วๆไป มีพ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว หาเช้ากินค่ำ ตามปะสาชาวไร่ชาวนา บางครั้งพ่อก็รับจ้างทำงานก่อสร้างบ้าง ก็พอส่งลูกสาว 2 คนเรียนได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง เทอมสุดท้ายก่อนเราเรียนจบ พ่อป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ทุกอย่างกะทันหันไปหมด จนพวกเราตั้งตัวไม่ทัน แม่ต้องไปขอหยิบยืมเงินจากญาติรอบข้างเพื่อมารักษาพ่อ พ่อนอนอยู่ในห้องไอซียูเกือบเดือน ช่วงนั้นโควิดระบาดหนักมาก คุณหมอให้เข้าเยี่ยมไม่ได้ ทำได้แค่โทรถามอาการตามเวลาที่เขากำหนด เรากับแม่นั่งปรึกษากัน พวกเราเครียดมาก แม่วิ่งทำทุกวิถีทาง ทั้งทางวิทยาศาสตร์และไสยศาตร์ (ความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ ) เพื่อให้พ่อหาย สุดท้ายเหมือนปาฏิหารย์มีจริง พ่อเราฟื้น แต่ต้องกลายเป็นอัมพาต พูดไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้ แต่จำได้ทุกอย่าง แม่ต้องไปเฝ้าพ่อที่ รพ. พอกลับมารักษาอยู่บ้าน ช่วงแรกๆ พ่อมีอาการชักเกร็ง ต้องพาไปส่ง รพ. เดือนนึงก็3-4 ครั้ง บางครั้งต้องนอนเป็นอาทิตย์ ระหว่างนั้นเรากับน้องก็อยู่บ้าน 2 คน ช่วยกันดูแลบ้าน ไร่นา ส่งข้าวให้แม่ทุกวัน แต่เข้าเยี่ยมพ่อไม่ได้ ต้องวางข้าวของไว้จุดฝาก ช่วงนั้นคือมันแย่มากๆ คิดถึงพ่อกับแม่มาก อยากเห็นหน้าก็ไม่ได้เห็น ขับรถไปเรียนเอง 60 โล ไป-กลับ เป็นแบบนี้อยู่หลายเดือน ย่าเลยบอกให้เราออกเรียน เพราะค่าใช้จ่ายมันเริ่มไม่ไหว ทั้งๆที่อีกไม่กี่เดือนเราก็จะจบแล้ว เราพยายามประหยัดทุกอย่าง จนวันเรียนจบ เราได้รับเกียรติบัตรนักศึกษาที่เกรดเฉลี่ยสูงสุดของแผนก คนที่ได้รับจะต้องให้ผู้ปกครองขึ้นไปนั่งบนเวทีเพื่อให้เรากราบ แม่ไปไม่ได้ต้องดูแลพ่อ เราก็บอกแม่ว่าไม่เป็นไร จะไหว้ครูแทนก็ได้ วันรับใบประกาศทั้งวิลัยเราไม่มีเพื่อนเลย เพื่อนสนิทคนนึงก็ติดโควิดมารับไม่ได้ เพื่อนทั้งห้องก็ไม่ชอบหน้าเรา เราก็ทำได้แต่นั่งนิ่งๆทำตามพิธีขั้นตอนจนถึงช่วงเวลาที่ต้องให้ผู้ปกครองขึ้นไปนั่งบนเวที ตัวแทนพ่อแม่ทุกแผนกก็ขึ้นไปนั่งจนเต็มเหลือแต่เก้าอี้ของเราตรงกลางเวทีแบบว่างเปล่า (มันโคตรเหมือนฉากในละครเลย แต่มันเกิดขึ้นจริงๆ) ครูที่เราจะให้ขึ้นไปนั่ง ก็เป็นพิธีกร ไปไม่ได้ อยู่ๆอาสาวเราก็เดินขึ้นไปนั่ง จนเรามารู้ทีหลังว่า ก่อนอาจะไปงาน ได้ทะเลาะกับสามี เพราะสามีอาไม่ยอมให้เอารถไป อาก็ไปขอติดรถคนแถวบ้านที่เขาจะไปขายดอกไม้ในงานไป อาซื้อดอกไม้ช่อเล็กๆมีตุ๊กตาที่เราชอบ มีแบงค์ 20 อยู่ 200 บาท ให้เราจะได้ไม่อายใคร เสร็จงานเราก็กลับมาถ่ายรูปกับพ่อแม่น้องที่บ้าน หลังจากนั้นปิดเทอม เราก็ยังไม่กล้าไปทำงาน แม่ต้องเป็นทุกอย่างให้พ่อ ดูแลทุกสิ่งอย่างในครอบครัว จนบางครั้งร่างกายแม่ก็ไม่ไหว เราช่วยแม่ดูแลพ่อได้เดือนนึงหลังจากปิดเทอม พ่อเริ่มพูดได้ แต่ยังไม่ชัด แม่ฝากเราไปทำงานกับน้าสาวในตัวเมืองจังหวัด ห่างจากบ้านประมาณ 90 กว่าโล วันหยุดก็ขับรถกลับบ้านได้ เป็นร้านอาหารเล็กๆ ทำอยู่ 2 เดือน เขาก็เลิกจ้าง เพราะขายไม่ค่อยดี เราก็ไปทำร้านกาแฟต่อ ได้ 6 เดือน ร้านขาดทุน เขาขอให้เราออก พรุ่งนี้ทำงานวันสุดท้ายแล้ว เรายังไม่ได้บอกที่บ้านเพราะไม่อยากให้ทุกคนคิดมาก เราพยายามหางานใหม่แถวๆนี้ ก็ไม่มีสักที่เพราะมันอยู่นอกเมือง ถ้าจะต้องไปทำในเมือง จำเป็นจะต้องย้ายหอพัก เพราะมันไม่คุ้มกับค่าเดินทาง เราเลยตัดสินใจสมัครงานไปที่บริษัทเก่าที่เคยไปฝึกงาน ตอนแรกถ้าพ่อไม่เป็นแบบนี้เราก็กะจะไปตั้งแต่เรียนจบ เราติดต่อพี่ที่รู้จักและทำงานที่นั้น เขาบอกว่ายังไม่มีตำแหน่งไหนที่เหมาะและว่างสำหรับเรา แต่จะลองคุยกับหัวหน้าให้ อยู่ๆเหมือนโชคจะเข้าข้าง พนักงานคนนึงทะเลาะกับหัวหน้าแล้วลาออกไป พี่รีบโทรหาเรา บอกว่าหัวหน้าให้ส่งเรซูเม่ไปเลย เราโทรไปฝ่ายบุคคลของบริษัทเขาบอกว่ายังไม่เปิดรับสมัครตำแหน่งนี้ เราเข้าใจเพราะเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นในวันเดียวกัน เราเลยบอกเขาว่าหัวหน้าแผนกนี้ให้เราส่งเรซูเม่ไป เขาก็ให้เราส่งไป 2 วันแล้วเขายังไม่ตอบกลับมาเลย ตอนนี้เราเครียดมากๆ มืดไปหมดแล้ว ทำงานมาเกือบปีเงินเก็บก็ไม่มี เงินเดือน 10,000 ใช้กันทั้งบ้าน ค่าเช่าห้องเราอีก ค่าเรียนน้องอีก แม่ก็ไปทำงานไม่ได้ ตอนนี้เราเหมือนเสาหลักของครอบครัวไปแล้ว น้องอยู่ม.5 แม่จะไม่ให้น้องเรียนต่อแล้ว สงสารน้อง เพราะน้องอยากเรียนครู เราเองก็อยากมีเงินไปซ่อมบ้านให้พ่อกับแม่ด้วย บ้านเริ่มทรุดเอียงขึ้นทุกวัน เวลาฝนตกพายุมาก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรกันเลย น้ำรั่วซึมเข้าบ้านตลอด เราพยายามหางานทำเสริม แต่ไม่มีที่ไหน ที่เวลามันจะพอดีหรือเหมาะกันเลย เราไม่มีพรสวรรค์หรือความสามารถที่จะขายของออนไลน์อีก เครียดจังเลย ทำไงดี เราไม่อยากเครียดมากจนป่วย เพราะเราป่วยไม่ได้ ครอบครัวจะอยู่ยังไง พยายามหาอะไรทำ ฝืนกินข้าวจะได้มีอะไรไปเลี้ยงสมอง แต่กินเข้าไปก็อวกออกมา ตอนนี้ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่