ก่อนที่จะไปฮานอย ซาปา มีเรื่องสงสัยมากมายหลายเรื่อง ถามเพื่อนๆ ก็ได้คำตอบตรงบ้างไม่ตรงบ้าง
ดังนั้น ก็เลยมีความตั้งใจว่า หลังจากไปเที่ยวฮานอย ซาปา มาจะมาแบ่งปัน Tips เล็กๆ น้อยๆ
เชื่อว่าอาจจะมีประโยชน์ต่อ พวกเราชาวพันทิป ไม่มากก็น้อยค่ะ
เกริ่นนิดนึง เพื่อให้ทราบ Background ก่อน เราไปฮานอย -ซาปา แบบ family - 5 คน โดยในกลุ่มมีสว. 2 ท่าน (80 up) และใช้ wheel Chair ด้วย (เพราะแม่เดินนานๆ ก็ไม่ค่อยไหว เลยเอา Wheel chair แบบพับได้ไปเผื่อด้วยค่ะ)
1) ถนน หนทาง ในย่าน Old Quarter ไม่ได้เหมาะสำหรับ wheel chair แม้แต่น้อย เพราะทางเท้าใช้วางเก้าอี้กินข้าวของแต่ละร้าน ถ้าใครเอา Wheel chair หรือรถเข็นสำหรับเด็กไป จะต้องเข็นบนนถนน และคอยดูรถราเอง
2) ร้านอาหารข้างๆ ทางในฮานอย โดยเฉพาะร้านที่แนะนำ เช่น Bun Cha DacKim อร่อยน่ะ แต่ต้องหลับหู หลับตา และมองผ่านเรื่องความสะอาด ไม่งั้นจะไม่กล้ากิน (แต่โดยรวม แนะนำว่ากินเหอะ อร่อยดี)
3) เราโชคดีที่มีคนใน pantip นี้แนะนำว่า มีคนเวียดนามที่พูดไทยได้ ชื่อ คุณจินดา ซึ่งเค้าสามารถติดต่อรถเช่าแบบ private one day tour ให้ได้ เราเลยลอง add line คุยกับเค้า ปรากฏว่า นอกจากเค้าจะ offer ราคารถแบบ Hanoi One day tour ได้ในราคาถูกกว่าคนอื่นๆ แล้ว เค้ายังให้คำแนะนำดีมากๆ บริการทุกอย่างเลย นอกจากนี้คนขับรถในเวียดนามส่วนใหญ่ พูดอังกฤษไม่ได้ ทำให้สือสารกันยากมาก เราก็เลยใช้โทรไปหาคุณจินดาเพื่อให้เค้าคุยกับคนขับรถให้ ทำให้ทริปนี้ของเรา ง่าย สบายขึ้นเยอะมาก
4) อันนี้เราพลาดมาแล้ว ขอเตือนทุกๆ คนว่า ถ้าจะไปซาปา สิ่งที่ทุกๆ คนจะต้องไปคือ ขึ้นเขาฟาซิปัน มีหลายๆ คนบอกว่าให้เช็คสภาพอากาศ ดูว่ามีฝนไหม มีหมอกไหม แต่ ช้าก่อน อันดับแรกให้เช็ค Cable Car ก่อนเลยว่า อยู่ในช่วงปิดปรับปรุงหรือเปล่า ? เรา จองทุกอย่างแล้ว ดันมาเช็ค Cable Car ที่ขึ้นฟานซิปัน สุดท้าย ปรากฏว่า ปิดปรับปรุง ในช่วงเดือนพ.ย. ดังนั้น เรือ่งนี้ ขีดเส้นใต้ 5 เส้น ให้ทุกๆ คนทราบเลยว่า ทำเป็นอันดับแรกๆ จะได้ไม่มาเสียใจ นั่งเซ็งเหมือนเรา
5) พวกเสื้อกันหนาว ที่จะไปใส่ที่ซาปา จะบอกว่า ตรงแถวๆ ถนนคนเดิน ตรงทะเลสาปฮว่านเกี๋ยน (ติดร้านอาหารจีน Fu Rung Hua) มีร้านขายเสื้อกันหนาว ราคาถูกมาก เสื้อมียี่ห้อทั้งนั้น (อาจจะเพราะว่าเวียดนามเป็นแหล่งผลิต ดังนั้นเสื้อที่ผลิตเกินจากโรงงาน หรือเสื้อที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะเอามาวางขาย ) ไปหาซื้อกันได้ จะได้ไม่ต้องแบกเสื้อจากเมืองไทยไป
6) ร้านอาหารจีน Fu Rung hua ร้านนี้อร่อย ตรงจตุรัส ถนนคนเดินเลย (อาจจะเป็นเพราะเราไม่ค่อยชอบอาหารเวียดนามด้วยมั๊ง เลยรู้สึกร้านนี้อร่อย)
7) ซิมการ์ด ซื้อในถนนคนเดิน จะมีร้าน Viettel ซึ่งจะมี package ให้เลือกเยอะแยะ และราคาถูกกว่าซื้อ Sim2Fly จากไทยไป เราแนะนำให้ซื้อซิมที่เวียดนาม เพราะจะสามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อเวลาเช่ารถ หรือเวลาเรียก Grab มารับได้ เพราะคนเวียดนาม ส่วนใหญ่ไม่ใช้ line ดังนั้น การมีซิมที่สามารถโทรศัพท์ได้ จะอุ่นใจกว่า การใช้ ซิม สำหรับ Data เพียงอย่างเดียว (ของเราที่ซื้อไป ราคา 270,000 VND ใช้เน็ตได้วันละ 4GB เป็นเวลา 30 วัน (แต่ถ้าใช้ครบ 4GB ในแต่ละวันจะตัดเลย) และสามารถโทรในเครือข่าย ต่ำกว่า 20 นาที ฟรี และนอกเครือข่าย จะได้ใช้ 50 นาที/เดือน)
8) ด้วยความที่เรามี สว. 2 ท่านในทริป ดังนั้นที่ซาปา เวลาเราจะออกจากโรงแรมเพื่อไปทานข้าว เราจะต้องเรียกรถ Electric Car (คล้ายๆ รถกอฟท์มารับ) คิดราคา 10,000 บาท / คน (จะวิ่งวนแถวๆ ที่พัก และทะเลสาป Sapa) เหมาะสำหรับทริปที่มีสว.ไปด้วย แต่ถ้าเดินไหว ก็สามารถเดินกันได้นะ ไม่ได้ไกล แต่อาจจะมีขึ้นเขา ลงห้วยนิดนึง แต่เดินได้ ถือว่าออกกำลังกายไปในตัว
9) เวลาพักที่โรงแรมใน Sapa ขอให้ request ที่พักสูงๆ เพราะจะได้เห็นวิวของภูเขา แบบไม่มีบ้านเรือนมาบัง
10) หลังจากที่พลาดไม่ได้ขึ้น ฟานซิปัน เราก็เลย จะไปขึ้นสะพานแก้วมังกรเมฆ (Glass Bridge Rong May) พอดีรถบัสที่เรานั่งจาก LaiCai station มาโรงแรม ระหว่างทาง เค้าก็ถามเราว่ามีแพลนไปไหนไหม ถ้าจะไปไหนสามารถเรียกใช้บริการเค้าได้น่ะ พร้อมทั้งแนะนำว่ามี heaven glass sapa (เราก็คิดว่ามันคือ Rong May) เราก็เลยถามราคา เค้าบอกว่า เหมาทั้งคันก็ 600,000 VND/5 คน เราก็คิดว่าจะจองกับเค้านี่แหละ เพราะตอนที่เราสอบถามกับ agent ที่ฮานอย เค้าให้ราคา 900,000 ถ้าจะไปขึ้นสะพานแก้วมังกรเมฆ (คิดในใจอันนนี้ถูกกว่านี่หว่า) เราก็เลยเมมเบอร์มือถือเค้าไว้ วันรุ่งขึ้นก็นัดหมายให้มารับ ปรากฏว่า ไอ่ที่เราเข้าใจว่า heaven Glass หมายถึง Glass Bridge Rong May มันไม่ใช้ มันคนละอันกัน เค้าพาเราไปเหมือนเป็นสถานที่ถ่ายรูปที่เพิ่งทำใหม่ (จะมี มือคล้ายๆ moana Coffee และมีนาขั้นบันได โดยมีค่าเข้าประมาณ 15,000 VND) เราเลยคุยกับคนขับรถใหม่ว่า ที่เราพูดถึงไม่ได้หมายถึงอันนี้ ก็เอารูปให้เค้าดู เค้าก็บอกว่าถ้าจะไปที่นี่ ก็ต้องเป็น 800,000 VND เพราะไกลกว่า สุดท้ายก็ ok เพราะยังไงก็ถูกกว่าที่เราได้ราคาครั้งแรก 900,000 VND ดังนั้นถ้าจะไปที่ไหน ถ้าจะให้ชัวร์ print รูปสถานที่จะไป แล้วเอาชื่อภาษาเวียดนามกำกับไว้ด้วยเลย กันพลาดเหมือนเรา (ไม่แน่ใจว่า คนขับรถจงใจเนียนที่จะพาเราไป โดยให้เราเข้าใจว่ามันคืออันเดียวกันกับ Rong May หรือเปล่า - เพราะเค้าอาจจะได้ค่านายหน้า ถ้าพาคนมา -อันนี้เราเข้าใจเอง ซึ่งอาจจะเป็นที่เราคิดมากไปเองก็ได้)
11) ขากลับจากซาปามาฮานอย เราใช้บริการรถ VIP Limousine เพราะสว. ไปด้วย ขามามาด้วยรถไฟ ขากลับเลยอยากให้สบายนิดนึง เลยใช้ private VIP limousine ดีกว่า ระหว่างทางคนขับรถแวะให้เราทานเข้าเย็น ที่ร้านข้างๆ ทาง (สื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ สุดท้ายเราใช้การเปิดรูปใน Google แล้วให้รานค้าดูว่าเราอยากกินอันนี้ เช่น หมูทอด, ผัดผักบุ้ง, ไข่เจียว ,ต้มจืด ซึ่งสุดท้ายอาหารที่สั่งก็ได้มาผิดบ้างถูกบ้าง อย่างผักผักบุ้ง ก็ได้ผัดผักอะไรซักอย่างที่ไม่ใช่ผักบุ้ง ผักจะเหนียวๆ กัดไม่ค่อยขาด, ต้มจืดก็ได้ต้มฟักทองใส่ขาหมู เป็นต้น แต่ก็พอกินได้)
12) ค่าเข้าห้องน้ำ ระหวา่งทางที่รถไปจอดจาก Sapa มา Hanoi การเข้าห้องน้ำ เค้าคิดครั้งละ 3000 VND ก็ตกประมาณ 5 บาทไทย
13) ร้านอาหาร ร้านขนม ร้านกาแฟ ในฮานอย ส่วนใหญ่ปิดดึกมาก เกือบ 5 ทุ่มได้ ัดงนันหิวดึกๆ ก็ลงมาหาอะไรกินได้ สบายหายห่วง
14) Agent Tour ที่คนไทยใช้บริการกันเยอะๆ มี 2 คนคือ Miss Huang และ Miss Nga ก่อนเดินทาง เราได้ทำการสอบถามราคา ค่ารถไฟ, รถบัส และรถ VIP limousine ของทั้งสองคนเพื่อเปรียบเทียบกัน โดยรวมๆ แล้วราคาใกล้เคียงกัน แต่พอดี Miss Nga ได้ offer ว่าถ้าเราเดินทางมากกว่า 3 คน เค้า offer รถรับส่งสนามบินมาที่พักย่าน Old Quarter ทั้งขาไป และขากลับให้ฟรี และรถมารับเราที่โรงแรมเพื่อไปสถานีรถไฟ (เพื่อนั่งรถ night train ไปซาปา) รถบัสจาก Laocai Station ไปยังตัวเมือง Sapa ก็ฟรี (ซึ่ง Miss Huang จะคิดค่าใช้จ่ายคนละ 2$/คน) ดังนั้นทริปนี้เราเลยเลือกใช้บริการ Miss Nga แทน และอีกหนึ่งเหตุผลคือ ตอนแรกเราเดินทางแค่ 2 คนตอนจองตู้นอนของ night train เราขอ Miss Nga ว่าขอเลือกเตียงด้านล่าง 2 เตียง (ไม่อยากตะกายไปนอนเตียงบน) ซึ่ง Miss Nga ยอม แต่ Miss Huang ให้เป็นแบบ เตียงบน+เตียงล่าง
ตอนนี้นึกได้มีเท่านี้ ถ้านึกได้อีก จะมา update ให้อีกจ๊า
Tips เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้เรียนรู้จากการไปเทียวฮานอย - ซาปา
ดังนั้น ก็เลยมีความตั้งใจว่า หลังจากไปเที่ยวฮานอย ซาปา มาจะมาแบ่งปัน Tips เล็กๆ น้อยๆ
เชื่อว่าอาจจะมีประโยชน์ต่อ พวกเราชาวพันทิป ไม่มากก็น้อยค่ะ
เกริ่นนิดนึง เพื่อให้ทราบ Background ก่อน เราไปฮานอย -ซาปา แบบ family - 5 คน โดยในกลุ่มมีสว. 2 ท่าน (80 up) และใช้ wheel Chair ด้วย (เพราะแม่เดินนานๆ ก็ไม่ค่อยไหว เลยเอา Wheel chair แบบพับได้ไปเผื่อด้วยค่ะ)
1) ถนน หนทาง ในย่าน Old Quarter ไม่ได้เหมาะสำหรับ wheel chair แม้แต่น้อย เพราะทางเท้าใช้วางเก้าอี้กินข้าวของแต่ละร้าน ถ้าใครเอา Wheel chair หรือรถเข็นสำหรับเด็กไป จะต้องเข็นบนนถนน และคอยดูรถราเอง
2) ร้านอาหารข้างๆ ทางในฮานอย โดยเฉพาะร้านที่แนะนำ เช่น Bun Cha DacKim อร่อยน่ะ แต่ต้องหลับหู หลับตา และมองผ่านเรื่องความสะอาด ไม่งั้นจะไม่กล้ากิน (แต่โดยรวม แนะนำว่ากินเหอะ อร่อยดี)
3) เราโชคดีที่มีคนใน pantip นี้แนะนำว่า มีคนเวียดนามที่พูดไทยได้ ชื่อ คุณจินดา ซึ่งเค้าสามารถติดต่อรถเช่าแบบ private one day tour ให้ได้ เราเลยลอง add line คุยกับเค้า ปรากฏว่า นอกจากเค้าจะ offer ราคารถแบบ Hanoi One day tour ได้ในราคาถูกกว่าคนอื่นๆ แล้ว เค้ายังให้คำแนะนำดีมากๆ บริการทุกอย่างเลย นอกจากนี้คนขับรถในเวียดนามส่วนใหญ่ พูดอังกฤษไม่ได้ ทำให้สือสารกันยากมาก เราก็เลยใช้โทรไปหาคุณจินดาเพื่อให้เค้าคุยกับคนขับรถให้ ทำให้ทริปนี้ของเรา ง่าย สบายขึ้นเยอะมาก
4) อันนี้เราพลาดมาแล้ว ขอเตือนทุกๆ คนว่า ถ้าจะไปซาปา สิ่งที่ทุกๆ คนจะต้องไปคือ ขึ้นเขาฟาซิปัน มีหลายๆ คนบอกว่าให้เช็คสภาพอากาศ ดูว่ามีฝนไหม มีหมอกไหม แต่ ช้าก่อน อันดับแรกให้เช็ค Cable Car ก่อนเลยว่า อยู่ในช่วงปิดปรับปรุงหรือเปล่า ? เรา จองทุกอย่างแล้ว ดันมาเช็ค Cable Car ที่ขึ้นฟานซิปัน สุดท้าย ปรากฏว่า ปิดปรับปรุง ในช่วงเดือนพ.ย. ดังนั้น เรือ่งนี้ ขีดเส้นใต้ 5 เส้น ให้ทุกๆ คนทราบเลยว่า ทำเป็นอันดับแรกๆ จะได้ไม่มาเสียใจ นั่งเซ็งเหมือนเรา
5) พวกเสื้อกันหนาว ที่จะไปใส่ที่ซาปา จะบอกว่า ตรงแถวๆ ถนนคนเดิน ตรงทะเลสาปฮว่านเกี๋ยน (ติดร้านอาหารจีน Fu Rung Hua) มีร้านขายเสื้อกันหนาว ราคาถูกมาก เสื้อมียี่ห้อทั้งนั้น (อาจจะเพราะว่าเวียดนามเป็นแหล่งผลิต ดังนั้นเสื้อที่ผลิตเกินจากโรงงาน หรือเสื้อที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะเอามาวางขาย ) ไปหาซื้อกันได้ จะได้ไม่ต้องแบกเสื้อจากเมืองไทยไป
6) ร้านอาหารจีน Fu Rung hua ร้านนี้อร่อย ตรงจตุรัส ถนนคนเดินเลย (อาจจะเป็นเพราะเราไม่ค่อยชอบอาหารเวียดนามด้วยมั๊ง เลยรู้สึกร้านนี้อร่อย)
7) ซิมการ์ด ซื้อในถนนคนเดิน จะมีร้าน Viettel ซึ่งจะมี package ให้เลือกเยอะแยะ และราคาถูกกว่าซื้อ Sim2Fly จากไทยไป เราแนะนำให้ซื้อซิมที่เวียดนาม เพราะจะสามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อเวลาเช่ารถ หรือเวลาเรียก Grab มารับได้ เพราะคนเวียดนาม ส่วนใหญ่ไม่ใช้ line ดังนั้น การมีซิมที่สามารถโทรศัพท์ได้ จะอุ่นใจกว่า การใช้ ซิม สำหรับ Data เพียงอย่างเดียว (ของเราที่ซื้อไป ราคา 270,000 VND ใช้เน็ตได้วันละ 4GB เป็นเวลา 30 วัน (แต่ถ้าใช้ครบ 4GB ในแต่ละวันจะตัดเลย) และสามารถโทรในเครือข่าย ต่ำกว่า 20 นาที ฟรี และนอกเครือข่าย จะได้ใช้ 50 นาที/เดือน)
8) ด้วยความที่เรามี สว. 2 ท่านในทริป ดังนั้นที่ซาปา เวลาเราจะออกจากโรงแรมเพื่อไปทานข้าว เราจะต้องเรียกรถ Electric Car (คล้ายๆ รถกอฟท์มารับ) คิดราคา 10,000 บาท / คน (จะวิ่งวนแถวๆ ที่พัก และทะเลสาป Sapa) เหมาะสำหรับทริปที่มีสว.ไปด้วย แต่ถ้าเดินไหว ก็สามารถเดินกันได้นะ ไม่ได้ไกล แต่อาจจะมีขึ้นเขา ลงห้วยนิดนึง แต่เดินได้ ถือว่าออกกำลังกายไปในตัว
9) เวลาพักที่โรงแรมใน Sapa ขอให้ request ที่พักสูงๆ เพราะจะได้เห็นวิวของภูเขา แบบไม่มีบ้านเรือนมาบัง
10) หลังจากที่พลาดไม่ได้ขึ้น ฟานซิปัน เราก็เลย จะไปขึ้นสะพานแก้วมังกรเมฆ (Glass Bridge Rong May) พอดีรถบัสที่เรานั่งจาก LaiCai station มาโรงแรม ระหว่างทาง เค้าก็ถามเราว่ามีแพลนไปไหนไหม ถ้าจะไปไหนสามารถเรียกใช้บริการเค้าได้น่ะ พร้อมทั้งแนะนำว่ามี heaven glass sapa (เราก็คิดว่ามันคือ Rong May) เราก็เลยถามราคา เค้าบอกว่า เหมาทั้งคันก็ 600,000 VND/5 คน เราก็คิดว่าจะจองกับเค้านี่แหละ เพราะตอนที่เราสอบถามกับ agent ที่ฮานอย เค้าให้ราคา 900,000 ถ้าจะไปขึ้นสะพานแก้วมังกรเมฆ (คิดในใจอันนนี้ถูกกว่านี่หว่า) เราก็เลยเมมเบอร์มือถือเค้าไว้ วันรุ่งขึ้นก็นัดหมายให้มารับ ปรากฏว่า ไอ่ที่เราเข้าใจว่า heaven Glass หมายถึง Glass Bridge Rong May มันไม่ใช้ มันคนละอันกัน เค้าพาเราไปเหมือนเป็นสถานที่ถ่ายรูปที่เพิ่งทำใหม่ (จะมี มือคล้ายๆ moana Coffee และมีนาขั้นบันได โดยมีค่าเข้าประมาณ 15,000 VND) เราเลยคุยกับคนขับรถใหม่ว่า ที่เราพูดถึงไม่ได้หมายถึงอันนี้ ก็เอารูปให้เค้าดู เค้าก็บอกว่าถ้าจะไปที่นี่ ก็ต้องเป็น 800,000 VND เพราะไกลกว่า สุดท้ายก็ ok เพราะยังไงก็ถูกกว่าที่เราได้ราคาครั้งแรก 900,000 VND ดังนั้นถ้าจะไปที่ไหน ถ้าจะให้ชัวร์ print รูปสถานที่จะไป แล้วเอาชื่อภาษาเวียดนามกำกับไว้ด้วยเลย กันพลาดเหมือนเรา (ไม่แน่ใจว่า คนขับรถจงใจเนียนที่จะพาเราไป โดยให้เราเข้าใจว่ามันคืออันเดียวกันกับ Rong May หรือเปล่า - เพราะเค้าอาจจะได้ค่านายหน้า ถ้าพาคนมา -อันนี้เราเข้าใจเอง ซึ่งอาจจะเป็นที่เราคิดมากไปเองก็ได้)
11) ขากลับจากซาปามาฮานอย เราใช้บริการรถ VIP Limousine เพราะสว. ไปด้วย ขามามาด้วยรถไฟ ขากลับเลยอยากให้สบายนิดนึง เลยใช้ private VIP limousine ดีกว่า ระหว่างทางคนขับรถแวะให้เราทานเข้าเย็น ที่ร้านข้างๆ ทาง (สื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ สุดท้ายเราใช้การเปิดรูปใน Google แล้วให้รานค้าดูว่าเราอยากกินอันนี้ เช่น หมูทอด, ผัดผักบุ้ง, ไข่เจียว ,ต้มจืด ซึ่งสุดท้ายอาหารที่สั่งก็ได้มาผิดบ้างถูกบ้าง อย่างผักผักบุ้ง ก็ได้ผัดผักอะไรซักอย่างที่ไม่ใช่ผักบุ้ง ผักจะเหนียวๆ กัดไม่ค่อยขาด, ต้มจืดก็ได้ต้มฟักทองใส่ขาหมู เป็นต้น แต่ก็พอกินได้)
12) ค่าเข้าห้องน้ำ ระหวา่งทางที่รถไปจอดจาก Sapa มา Hanoi การเข้าห้องน้ำ เค้าคิดครั้งละ 3000 VND ก็ตกประมาณ 5 บาทไทย
13) ร้านอาหาร ร้านขนม ร้านกาแฟ ในฮานอย ส่วนใหญ่ปิดดึกมาก เกือบ 5 ทุ่มได้ ัดงนันหิวดึกๆ ก็ลงมาหาอะไรกินได้ สบายหายห่วง
14) Agent Tour ที่คนไทยใช้บริการกันเยอะๆ มี 2 คนคือ Miss Huang และ Miss Nga ก่อนเดินทาง เราได้ทำการสอบถามราคา ค่ารถไฟ, รถบัส และรถ VIP limousine ของทั้งสองคนเพื่อเปรียบเทียบกัน โดยรวมๆ แล้วราคาใกล้เคียงกัน แต่พอดี Miss Nga ได้ offer ว่าถ้าเราเดินทางมากกว่า 3 คน เค้า offer รถรับส่งสนามบินมาที่พักย่าน Old Quarter ทั้งขาไป และขากลับให้ฟรี และรถมารับเราที่โรงแรมเพื่อไปสถานีรถไฟ (เพื่อนั่งรถ night train ไปซาปา) รถบัสจาก Laocai Station ไปยังตัวเมือง Sapa ก็ฟรี (ซึ่ง Miss Huang จะคิดค่าใช้จ่ายคนละ 2$/คน) ดังนั้นทริปนี้เราเลยเลือกใช้บริการ Miss Nga แทน และอีกหนึ่งเหตุผลคือ ตอนแรกเราเดินทางแค่ 2 คนตอนจองตู้นอนของ night train เราขอ Miss Nga ว่าขอเลือกเตียงด้านล่าง 2 เตียง (ไม่อยากตะกายไปนอนเตียงบน) ซึ่ง Miss Nga ยอม แต่ Miss Huang ให้เป็นแบบ เตียงบน+เตียงล่าง
ตอนนี้นึกได้มีเท่านี้ ถ้านึกได้อีก จะมา update ให้อีกจ๊า