สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
เอาตัวเองเป็นหลักค่ะ อายุขนาดคุณไม่ควรต้องให้ใครมาบงการ จะอ้างป่วยอะไรก็ไม่ฟังไม่ขึ้นค่ะ ดูแลพี่น้องครอบครัวน่ะดูแลได้ แต่ไม่ได้เป็นที่รองรับอารมณ์ หรือคนรับใช้ ไม่งั้นคุณก็คงป่วยตามเร็วๆนี้
ปัญหาคือ คุณอายุ30+ ยังต้องพึ่งพาอาศัยที่บ้านอยู่นี่แหละค่ะ เขาเลยสั่งให้คุณทำนั่นนี่ได้ ถ้าไม่ต้องพึ่งเขา ทั้งเงินและที่อยู่อาศัย ออกมาได้ทุกอย่างจะไม่ยากเลยค่ะ
ปัญหาคือ คุณอายุ30+ ยังต้องพึ่งพาอาศัยที่บ้านอยู่นี่แหละค่ะ เขาเลยสั่งให้คุณทำนั่นนี่ได้ ถ้าไม่ต้องพึ่งเขา ทั้งเงินและที่อยู่อาศัย ออกมาได้ทุกอย่างจะไม่ยากเลยค่ะ
laongdaad ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6336650 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7073689 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1625878 ถูกใจ, Missy Sunny ถูกใจ, ขอหวานน้อยนะคะ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5298120 ถูกใจ, นาคสีส้ม ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 801640 ถูกใจ, You Know No Better ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 2
"มีความสุขกับชีวิตที่เลือกเองได้โดยไม่พึ่งพาคนในครอบครัวอีก"
คุณพึ่งพาอะไรเขาหรือครับ? อาศัยอยู่กับเขา, กินใช้กับเขา, อาศัยเงินเขา
ถ้าพึ่งพาเหล่านี้อยู่ ก็เลิกเสีย หางานประจำทำ งานยุ่ง ๆ ธุระ ๆ เยอะ ๆ ทำแบบพี่สาวน่ะครับผม
คุณพึ่งพาอะไรเขาหรือครับ? อาศัยอยู่กับเขา, กินใช้กับเขา, อาศัยเงินเขา
ถ้าพึ่งพาเหล่านี้อยู่ ก็เลิกเสีย หางานประจำทำ งานยุ่ง ๆ ธุระ ๆ เยอะ ๆ ทำแบบพี่สาวน่ะครับผม
laongdaad ถูกใจ, บีทาเก้นปีโป้หวานน้อย ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3627680 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 842633 ถูกใจ, ขอหวานน้อยนะคะ ถูกใจ, ลาบราดอร์สีดำ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 801640 ถูกใจ, moopeepink ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2707660 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2969667 ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ปัญหาชีวิต
สุขภาพจิต
ประสบการณ์ชีวิตคู่
ความรักวัยทำงาน
ปัญหาครอบครัว
ขอทราบวิธีทำให้ผมอายุ 30 ขึ้นเป็นอิสระจากครอบครัว และมีความสุขกับชีวิตที่เลือกเองได้โดยไม่พึ่งพาคนในครอบครัวอีก
- ครอบครัวของผม มีวิธีการเลี้ยงดูที่ให้ท้ายความคิดของน้องสาว (อาศัยใน กทม. รอรักษาอาการ panic และการผ่าตัดอย่างไม่มีกำหนด) ทำให้ปัจจุบันน้องสาวเป็นคนที่ชอบบงการความคิดคนอื่นๆ เช่น ชอบโทรศัพท์หรือโทรไลน์ให้ซื้อของ และให้นอนเป็นเพื่อนทุกวันโดยผมต้องอยู่ในห้องเท่านั้น ผลก็คือ ทำให้ผมไม่ได้รับโอกาสงานจากที่ฝึกงานเลยครับ (เหมือนเสียหมาเลยแหละ)
- อาการป่วยของน้องสาวที่กินเวลาเป็นหลายๆปี (เพราะทราบมาว่ามีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการรักษาหลายครั้ง และมักจะสร้างภาระรักษาตัวเองจนเป็นการรบกวนเวลาชีวิตคนอื่นๆ) ทำให้พ่อและแม่ (ปัจจุบันหย่าร้างแล้ว) ต้องเสียสละตัวเอง ละทิ้งอาชีพค้าขายมาดูแลน้องคนเดียว ซื้อของเข้าห้องทุกเช้าเย็นทุกวัน ส่วนแม่ของผมก็จะเข้ามานอนเป็นกำลังใจ และให้ท้ายความคิดน้องตลอด จนผมไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้เลย
- ส่วนพี่สาวผม ไม่ต้องพูดถึงหรอกครับ ลอยตัวเพราะทำงานเลิกดึกบ้าง ไปใช้ชีวิตส่วนตัวบ้าง มาดูแลน้องสาวบ้างเป็นบางครั้ง
- ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ผมในฐานะลูกชายและพี่ชาย เป็นห่วงน้องสาวเหมือนกันครับ แต่ที่ผมรับไม่ได้สุดๆ เหมือนมูฟออนเป็นวงกลม คือ การที่ให้ผมมานอนเป็นเพื่อนน้องสาว ในลักษณะการสั่งการของพ่อ และน้องสาว ส่วนผมมักจะได้ยินจากแม่ด้วยว่าให้ไปดูแลน้องบ้าง เมื่อผมปฏิเสธไม่ว่ากับพ่อ กับแม่ กับน้องสาว มักจะใช้การบังคับด้วยการอ้างบุญบาป ความกตัญญู ความใจจืดใจดำไม่รักน้องเลยหรอ เป็นต้น
- เมื่อผมเข้าไปในลูปเดิมๆ หลายๆครั้ง เริ่มรู้สึกว่าถ้าผมเข้าไปดูแลน้องตามกำหนดแผนการของทุกๆคนในครอบครัว ผมคงจะแย่มากๆถ้าไม่ได้ใช้ชีวิตส่วนตัวเพื่ออนาคตตนเอง อีกอย่างคนในครอบครัวไม่มีใครจะฟังสิ่งที่ผมพูดเลยสักนิด มองผมเป็นคนคอยรับใช้ความคิดของเขาครับ
- ปัจจุบัน ผมมีแผนการที่จะใช้เวลาของผมเพื่อการพัฒนาตัวเอง หางานประจำ หาที่พักใหม่ของตัวเอง (ปัจจุบันเป็นที่อยู่ที่พี่สาวจัดให้) และเพื่อให้ตัวผมเองภาคภูมิใจที่ไม่ถูกมองว่าเป็นภาระของครอบครัว อีกอย่างอายุ 30 ปีกว่าๆ แล้ว ถ้าไม่มีเวลาส่วนตัวของตัวเองในการทำอะไรเลย แล้วคอยรับใช้ความคิดคนอื่นทั้งชีวิต สุดท้ายผมคงเหมือนตายทั้งเป็นจริงๆครับ
อยากมูฟออนออกจากวงกลมที่ครอบครัววางไว้ เพราะผมต้องการใช้ชีวิตที่ดูแลตัวเองได้ และตอนนี้ผมมีความรักที่คบกันมานานเป็นปีแล้วด้วย ก็อยากมีความมั่นใจให้ทั้งสองฝ่ายด้วยครับ อยากทราบคำแนะนำที่จะทำให้ผมมีชีวิตชีวามาขึ้นจากทุกๆคนครับ ขอบคุณครับ