อนัตตา 1: การเวียนว่ายตายเกิดมีอยู่ แต่ไม่มีใครเวียนว่ายตายเกิด

กระทู้คำถาม
อนัตตาเป็นคำที่เข้าใจยาก การอธิบายเฉพาะความหมายตามตัวอักษรทำให้คนตีความไม่ตรงกัน
ปลายทางของศาสนาพุทธคือรู้แจ้งอนัตตา เมื่อรู้แจ้งอนัตตาจึงรู้เห็นตามความเป็นจริง
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจคำว่าอนัตตาให้ถูกต้อง กระทู้นี้จะมายกตัวอย่างหนึ่งของอนัตตา

ขันธ์ห้าเป็นธาตุตามธรรมชาติ เกิดขึ้น เปลี่ยนแปลง และดับลงตามธรรมชาติ (อนิจจัง)
ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่มีใครบังคับควบคุม ไม่มีใครสิงอยู่ในขันธ์ห้า

เมื่อมีอวิชชาหลงยึดขันธ์ห้าเป็นตัวเราของเรา
คิดว่าขันธ์ห้าคือเรา เราคือขันธ์ห้า ขันธ์ห้ามีในเรา เรามีในขันธ์ห้า (สักกายทิฏฐิ)
เห็นการเกิดดับของขันธ์ห้าตัวเก่า และยึดขันธ์ห้าตัวใหม่ต่อไปเรื่อยๆ
เมื่อเห็นขันธ์ห้าเกิดดับก็หลงคิดว่าตัวเราเกิดดับไปด้วย จึงเข้าใจผิดว่า "เรา" เวียนว่ายตายเกิด

การสืบเนื่องของจิตข้ามชาติที่เรียกว่าการเวียนว่ายตายเกิดนั้นมีอยู่ มีจิตใหม่เกิดต่อจากจิตเก่าที่ดับไป
ไม่เช่นนั้นจะไม่มีวิบากกรรมจากอดีตชาติ ไม่มีวาสนาความคุ้นเคยที่สั่งสมมา และไม่มีการระลึกชาติที่แล้ว

ประเด็นอยู่ที่ว่าการสืบเนื่องของจิตข้ามชาตินั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ไม่มีตัวเราสืบทอดจิตข้ามชาติ (อย่าจำผิดเป็น ตัวเราไม่ได้สืบทอดจิตข้ามชาติ เพราะไม่มีตัวเราตั้งแต่แรก)

เมื่อหลงผิดว่ามีตัวเราของเราในขันธ์ห้า ย่อมไม่พ้นจากการเข้าใจผิดว่าเราเวียนว่ายตายเกิด (เกิดดับตามขันธ์ห้า)
เมื่อใดเห็นว่าไม่มีตัวเราของเราในขันธ์ห้า เมื่อนั้นไม่มีเราเวียนว่ายตายเกิด (ซึ่งก็ไม่มีตั้งแต่แรกแต่เพิ่งรู้ว่าไม่มี)

"การเวียนว่ายตายเกิด" ไม่ใช่คำสำคัญ คำสำคัญอยู่ที่ "ตัวเรา"
ทุกอย่างล้วนเป็นอนัตตา หมายถึงธาตุตามธรรมชาติมีอยู่ แต่ไม่มีการยึดมั่นตัวตนในธาตุตามธรรมชาติ
ไม่มีเราในขันธ์ห้า ไม่มีเราในนิพพาน ไม่มีเราในอะไรหรือที่ไหนทั้งนั้น เมื่อไม่มีเราจึงไม่มีความยึดมั่นทั้งปวงในโลก

(ระวังสับสนกับนิรัตตา นิรัตตาคือการปฏิเสธการมีอยู่ของธาตุตามธรรมชาติ
เปรียบเหมือนโลกนี้คือความฝันหรือโปรแกรมจำลองในคอมพิวเตอร์)
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่