เราเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านชีวิตตั้งแต่เรียนจบมาประมาณ 10 ปี ไม่เคยแบมือขอเงินพ่อแม่สักบาท จบมาอยู่บ้านไม่ถึงเดือนเราก็เข้ามาหางานทำใน กทม. จนช่วยพ่อแม่สร้างบ้าน ช่วยใช้หนี้สินอะไรจนหมด หลายๆครั้งที่เราเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เรานอย เช่น พี่ชายเวลาไม่มีเงินพ่อแม่จะช่วยตลอดแล้วก็ชอบมาบ่นให้เราฟังว่าไม่มีเงิน ,โทรศัพท์พี่ชายปาทิ้งแล้วพังแม่ก็เอาของตัวเองให้แล้วก็มาบ่นกับเราว่าไม่มีโทรศัพท์ใช้เราก็ต้องชื้อให้ใหม่อีก ,พ่อทำไร่ ทำนา ทำสวนเวลาทำมักจะขอให้เราออกเงินช่วยบอกว่าจะทำไว้ให้เราแต่พอได้เงินไปแล้วพ่อก็มักจะพูดว่าสร้างไว้ให้พี่ชายเรา เป็นต้น (เราก็พยายามคิดตลอดนะว่าพี่ชายเราครอบครัวชีวิตคู่เขาพังพ่อแม่เลยต้องคอยชัพพอท) จนมาช่วงปีนี้พี่ชายเราติดยาหนักชนิดที่ว่าพ่อแม่อยู่บ้านไม่ได้จนเราต้องร้องเรียนไปที่ตำรวจให้ดำเนินการจับกุม เข้าคุกไปแล้ว 1 รอบ (2 เดือนกว่าที่ติดคุก) กลับออกมาหนักว่าเดิมอีก(เพราะเขาบอกว่าอยู่ข้างในสบาย) พาเพื่อนมาเสพยาในบ้าน พ่อแม่นอนบนบ้านไม่ได้กลิ่นควันลอยขึ้นไปบนบ้านหมดต้องโทรให้ตำรวจมาเอาไปอีก รอบนี้ศาลตัดสิน 2 ปี เราเลยบอกพ่อกับแม่ว่าอย่าส่งเงินอะไรให้ใช้นะ ปล่อยให้เขาลำบากบ้างสักพักก่อน แต่เราก็แอบไปอยู่ในกลุ่มไลน์ของเรือนจำโดยที่ทางบ้านไม่รู้ เพราะใจเราอยากจะดัดสันดานพี่ชายสัก 2-3 เดือน แต่เราดันไปเห็นชื่อพ่อโอนเงินไปให้พี่ชายเราทั้งที่เขาพึ่งเข้าไปได้ 20 กว่าวัน เราทำเป็นไม่รู้เลยแกล้งถามพ่อกับแม่ท่านก็บอกว่าไม่ส่งไปให้ใช้หรอกปฎิเสธเสียงเเข็ง จนเราต้องเอาหลักฐานให้ดูพ่อแม่จึงจะยอมรับความจริง แล้วที่บ้านเรามีสวนยางตอนนี้เเม่เราป่วยเดินเองไม่ได้ เราก็บอกให้พ่อจ้างเขากรีดยางเอา ตอนแรกก็ตกลงกันดีนะ แต่พอเรากลับมา กทม พ่อแม่ก็บอกว่าจะพากันไปกรีดเอาเองแม่ไปได้(ที่สวนมีที่พัก)แม่ก็อยู่ที่บ้านพัก เราอยากให้พ่อกับแม่อยู่บ้านเราพูดทุกอย่างบอกจะเพิ่มเงินที่ส่งให้ใช้ในแต่ละเดือนให้ แต่พ่อกับแม่ก็บอกว่าอยากไปทำเอง ไม่อยากจ้างเขาทำจะได้รักษาต้นยางไว้ให้พี่ชายด้วย ทุกวันนี้เราส่งเงินให้พี่ชายที่ติดคุกทุกเดือนอันนี้เรายื่นข้อเสนอให้เขาเองเพื่อแลกกับว่าถ้าออกมาครั้งนี้แล้วกลับไปติดยาแบบเดิมอีกเราจะไม่สนใจอะไรอีกแล้ว และอีกอย่างหนึ่งก็คือช่วยพ่อแม่ลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยจะได้ไม่ต้องแบ่งเงินที่กินส่งให้พี่ชาย จนมาวันนี้พ่อกับแม่ทะเลาะกัน และพ่อไม่ค่อยสบาย เราก็บอกพ่อแม่ว่าให้จ้างคนกรีดยางเอาเถอะ เรากลัวพ่อจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้ เราอยากให้ท่านอยู่บ้านพักผ่อน เราก็พยายามพูดทุกอย่าง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ ถ้าพ่อไม่สบายก็ให้เราลาออกไปอยู่บ้านชิไม่มีอะไรกินก็ช่างมัน ความรู้สึกเราตอนนี้คือดิ่งมาก จะให้เราลาออกทั้งๆที่เราไม่มีงานรองรับด้วยช้ำ อายุเราก็เลข 3 แล้ว (ปล.ตั้งแต่เราทำงานคนในครอบครัวไม่เคยถามเราเลยว่าเงินพอใช้ไหม เราอยู่แบบไหน เรามีปัญหาอะไรในชีวิตไหม ) เรามีครอบครัวแล้วแต่ยังไม่มีลูกชีวิตคู่เราประสบปัญหามีลูกยาก เวลาเราไปรักษามีบุตรยากค่าใช้จ่ายก็ XXX,XXX(ถ้าลาออกเราก็ไม่มีเงินไปรักษามีบุตรยาก)
*****ถ้าเราไม่ลาออกจากงานตามที่พ่อแม่บอกเราจะเป็นลูกทรพีไหมที่ไม่กลับไปดูแลพ่อแม่ให้เต็มที่******
*****เราอยากให้พ่อแม่มาอยู่ด้วยนะแต่ท่านเป็นห่วงพี่ชาย ********
(ปล.ตอนนี้เรากลับบ้านที่ ตจว.เดือนเว้นเดือน)
จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไงดี "เหมือนดูแลคนในครอบครัวไม่ได้เลย"
*****ถ้าเราไม่ลาออกจากงานตามที่พ่อแม่บอกเราจะเป็นลูกทรพีไหมที่ไม่กลับไปดูแลพ่อแม่ให้เต็มที่******
*****เราอยากให้พ่อแม่มาอยู่ด้วยนะแต่ท่านเป็นห่วงพี่ชาย ********
(ปล.ตอนนี้เรากลับบ้านที่ ตจว.เดือนเว้นเดือน)