สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
เงินเย็นครับ
แต่ขอขยายความเพิ่มเติมนิดนึงถึงคำว่าเงินเย็น ไม่ได้แปลว่าขาดทุนเหลือ0บาทก็ไม่เป็นไรนะครับ
อย่างที่วอเร็น บัฟเฟตต์กล่าวไว้คือ กฎข้อแรกอย่าขาดทุน กฎข้อสองอย่าลืมกฎข้อแรก ดังนั้น ถึงเป็นเงินเย็น การรักษาเงินต้นไว้ก็สำคัญมากครับ
แล้วเงินเย็นคืออะไร? ตามที่ปีเตอร์ ลินช์กล่าวนะครับ คือเงินที่ไม่ต้องใช้ในสิ่งจำเป็น เช่นรักษาพยาบาล ค่าเทอมลูก เป็นต้น คือเงินที่ไม่ต้องไปแตะมัน ซึ่งเหตุผลคือ เมื่อเวลาตลาดพังหุ้นตก เราก็ไม่จำเป็นต้องขายหุ้นออกมา เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนั้นครับ
แต่ขอขยายความเพิ่มเติมนิดนึงถึงคำว่าเงินเย็น ไม่ได้แปลว่าขาดทุนเหลือ0บาทก็ไม่เป็นไรนะครับ
อย่างที่วอเร็น บัฟเฟตต์กล่าวไว้คือ กฎข้อแรกอย่าขาดทุน กฎข้อสองอย่าลืมกฎข้อแรก ดังนั้น ถึงเป็นเงินเย็น การรักษาเงินต้นไว้ก็สำคัญมากครับ
แล้วเงินเย็นคืออะไร? ตามที่ปีเตอร์ ลินช์กล่าวนะครับ คือเงินที่ไม่ต้องใช้ในสิ่งจำเป็น เช่นรักษาพยาบาล ค่าเทอมลูก เป็นต้น คือเงินที่ไม่ต้องไปแตะมัน ซึ่งเหตุผลคือ เมื่อเวลาตลาดพังหุ้นตก เราก็ไม่จำเป็นต้องขายหุ้นออกมา เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนั้นครับ
anegi ถูกใจ, Fairy_Engine ถูกใจ, maxijojo123 ถูกใจ, Sint_suphos ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2405828 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4242398 ถูกใจ, argu ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6329119 หลงรัก, Redtape ถูกใจ, เซี่ยวลี้ปวยตือ ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ทุกวันนี้เงินที่ลงทุนในพอร์ตหุ้นของคุณเป็น “เงินเย็น” จริงๆ มั้ยคะ?
เป็นเงินที่ไม่เดือดร้อนจะดึงมาใช้
และคิดว่า ถ้าหากเงินก้อนนั้นต้องสูญเสียไป ก็จะไม่เสียดาย
คือทำใจว่า การลงทุนย่อมมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน เงินที่ลงทุนไว้อาจกลายเป็น 0
ช่วงแรกที่เริ่มปั้นพอร์ต จากหลักแสน
ตอนนั้น ยังคงเย็นใจ ว่าเงินแสนนี้ ถ้าขาดทุน ก็ยังไม่เสียดาย
แต่พอค่อยๆ ทยอยเติม ค่อยๆ เพิ่มจนกลายเป็นล้าน หนึ่งล้าน สองล้าน ...
จึงมาคิดตั้งคำถามกับตัวเอง อีกครั้งว่า ยังเย็นได้อยู่มั้ย ?
จึงอยากถามชาวสินธรว่า
ทุกวันนี้เงินที่ลงทุนในพอร์ตหุ้นของคุณเป็น “เงินเย็น” จริงๆ มั้ยคะ?