บันทึกกู้สร้างบ้านและขั้นตอนต่าง ๆ

สวัสดีค่ะ เราจะมาแชร์ประสบการณ์ในการยื่นกู้สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง 
หากมีข้อผิดพลาดประการใด เราขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

1.  เริ่มต้น
            - 6 มิ.ย. 65 เรากับแฟนเดินทางไปติดต่อธนาคาร เพื่อสอบถามข้อมูลว่าเราจะสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง (โฉนดที่ดินเป็นชื่อเราเอง) ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และมีขั้นตอนอย่างไร

2. หาแบบบ้าน/ติดต่อคนเขียนแบบ
            - ช่วงเดือน มิ.ย. - ก.ค. 65 ระหว่างนี้หาแบบบ้านที่เราชอบและเป็นแบบบ้านที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่ดินของเรา คือที่ดินของเราหน้าแคบแล้วลึกหาแบบบ้านที่เราชอบยากหน่อย พอเราได้แบบที่เราต้องการแล้วเราก็ติดต่อคนเขียนแบบเพื่อให้เขาเขียนแบบให้ ส่วนตัวเราหาดูแบบบ้านจากใน youtube 
            - ช่วงกลาง ๆ เดือนกรกฎาคม แฟนเราติดต่อพี่ช่างเขียนแบบไปค่ะ มีเปลี่ยนแบบนิดหน่อยจากแบบเดิม อ้อ! ลืมเล่าไปบ้านเราที่จะยื่นกู้ เราจะทำกำแพงล้อมรอบบ้านด้วยค่ะ ปรึกษา จนท.ธนาคาร บอกว่าให้เขียนแบบกำแพงเพิ่มมาในแบบแปลนที่จะยื่นกู้เลยค่ะ เราเลยบอกพี่คนเขียนแบบให้ช่วยเขียนแบบกำแพงให้ด้วย ค่าใช้จ่ายในการเขียนแบบทั้งหมดเราจ่ายไป 5,000 บาท เสร็จแล้วพี่เขาก็ส่งแบบมาให้ทางไปรษณีย์ เราได้รับวันที่  6 ส.ค. 65 (ได้รับแบบแปลนบ้านพร้อมกำแพงและใบประมาณราคาค่าก่อสร้าง หรือ BOQ)

3. หาผู้รับเหมาที่ถูกใจ
            - ระหว่างที่เขียนแบบบ้านเราก็หาผู้รับเหมาที่ถูกใจเราไปเรื่อย ๆ เพราะแต่ละ ผรม เสนอราคาและให้ข้อเสนอที่ไม่เหมือนกัน ขั้นตอนนี้ต้องคุยดี ๆ คุยให้ชัดเจน คุยให้เข้าใจและต้องหาคนที่เรารู้สึกว่าคุยแล้วเราโอเคจริง ๆ  หาหลาย ๆ เจ้าค่ะ เอาข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน ส่วนตัวเราคุยมาทั้งหมด 8 เจ้า ถึงจะโอเค (ข้อมูลตรงนี้รายละเอียดค่อนข้างเยอะ ท่านใดมีข้อสงสัยหลังไมค์มาสอบถามได้นะคะ ส่วนตัวที่เราเจอมาบางเจ้าคุยงานกันยังไม่เข้าใจ จะให้เราเซ็นสัญญากับจ่ายเงินมัดจำอย่างเดียวเลยค่ะ แต่มีหลายเจ้าก็ดีมากค่ะ)

4. เตรียมเอกสารเพื่อนำมายื่นขออนุญาตก่อสร้างบ้านที่เทศบาล
            - 9 ส.ค. 65 เราเตรียมเอกสารไปยื่นเพื่อขออนุญาตก่อสร้างบ้าน ในเขตท้องถิ่นที่เราจะก่อสร้างบ้าน  ของเราไปยื่นที่เทศบาล เอกสารที่ใช้ในการยื่นขออนุญาตก็จะมี
                        1) แบบแปลนบ้านฉบับจริง (เปิดไปด้านในแบบแปลนจะมีช่องให้เซ็นชื่อเจ้าของโครงการ อย่าลืมเซ็นชื่อทุกแผ่นก่อนนำเอกสารไปยื่นนะคะ)
                        2) สำเนาแบบแปลนบ้าน ถ่ายเอกสารเท่าฉบับจริง (ขนาด A3) 1 ชุด 
                        3) สำเนาโฉนดที่ดิน ถ่ายเอกสารเท่าฉบับจริง  1 ชุด 
                        4) สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
                        5) สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
            - ไปถึงเทศบาลจะมีเอกสารแบบฟอร์มคำขอรับบริการให้เรากรอกข้อมูลต่าง ๆ กรอกให้ครบถ้วนแล้วแนบเอกสารตามรายการด้านบนที่เราบอกไว้ เป็นอันเรียบร้อย รอ ๆ ๆ เทศบาลอนุญาตค่ะ

5. เตรียมเอกสารที่ต้องใช้นำไปยื่นกู้กับธนาคาร
            1) เนื่องจากเรามีผ่อนสินค้ากับบัตรเฟิร์สช้อยกับมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ก่อนยื่นกู้เราเลยอยากเคลียร์ตัวเองให้หมดก่อนค่ะ บัตรเฟิร์สช้อยผ่อนยอดสุดท้ายเดือนกรกฎาคมพอดี เมื่อจ่ายชำระหมดแล้วทั้ง 2 บัตรเราเลยโทรไปขอเอกสารหนังสือรับรองยอดว่าไม่มียอดผ่อนชำระหรือยอดคงค้างเพื่อนำมาประกอบการยื่นกู้ด้วย (ในส่วนนี้เราเตรียมของเราไว้ก่อนค่ะ เผื่อต้องใช้)
            2) ขอหนังสือรับรองเงินเดือนจากที่ทำงาน
            3) 18 ส.ค. 65 เราได้รับใบขออนุญาตก่อสร้างจากเทศบาล เสียค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการควบคุมอาคาร 33 บาท และค่าใบอนุญาตเกี่ยวกับการควบคุมอาคาร 20 บาท รวมค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตที่เทศบาล 53 บาท เอกสารที่เทศบาลออกให้ ก็จะมี
                        - ใบขออนุญาตก่อสร้าง
                        - แบบแปลนบ้านฉบับจริงพร้อมลงลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามอนุญาต

6. นัดเซ็นสัญญากับ ผรม
            21 ส.ค. 65 เรานัดเซ็นสัญญากับ ผรม เพื่อนำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ไปยื่นกู้กับธนาคาร (ผรม ขอมัดจำเพื่อจองคิว 20,000 บาท)

7. ไปธนาคารกันค่ะ
            - 22 ส.ค. 65 เตรียมเอกสารครบแล้ว เราเดินทางไปธนาคารค่ะ ลืมเล่าเลยว่าเราสมรสแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสนะคะและยื่นกู้คนเดียวค่ะ 
เอกสารที่ต้องเตรียมไป ก็จะมี
            7.1 หลักฐานเกี่ยวกับผู้กู้ที่เราเตรียมไป
                        1) สำเนาบัตรข้าราชการ
                        2) สำเนาบัตรประชาชน
                        3) สำเนาทะเบียนบ้านทุกหน้าของผู้กู้
            7.2 หลักฐานเกี่ยวกับคู่สมรส (กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส) เอกสารส่วนนี้วันที่ไปธนาคารเราไม่ได้เตรียมไปค่ะเพราะคิดว่าไม่ต้องใช้เนื่องจากยื่นกู้คนเดียวและไม่ได้จดทะเบียนสมรส  จนท.แจ้งว่าต้องใช้ประกอบด้วย เราเลยตามไปให้ธนาคารทีหลังค่ะ)
                        1) สำเนาบัตรประชาชน
                        2) สำเนาทะเบียนบ้าน
            7.3 หลักฐานเกี่ยวกับรายได้
                        1) หนังสือรับรองเงินเดือนฉบับจริง
                        2) เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของหน่วยงาน
                        3) สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือนนับจากปัจจุบัน
                        4) statement รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนนับจากปัจจุบัน 
                        5) หนังสือรับรองยอดว่าไม่มียอดผ่อนชำระหรือยอดคงค้างจากบัตรต่าง ๆ
            7.4 หลักฐานเกี่ยวกับหลักประกัน (กรณีกู้ปลูกสร้างอาคาร)
                        1) สำเนาใบขออนุญาตก่อสร้าง 1 ชุด
                        2) สำเนาแบบแปลนบ้าน ถ่ายเอกสารหน้า+หลังทุกหน้าเท่าฉบับจริง (ขนาด A3) 1 ชุด 
                        3) สำเนาสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ,สำเนาใบประมาณราคาค่าก่อสร้าง หรือ BOQ 1 ชุด
                        4) สำเนาโฉนดที่ดิน 2 ชุด
            - ไปถึงธนาคาร ติดต่อฝ่ายสินเชื่อ กดคิวยื่นกู้ รอคิวค่ะ ถึงคิว จนท.รับเอกสารตรวจสอบ แล้วจนท.จะให้เอกสารของธนาคารให้เรากรอกข้อมูล ค่อย ๆ อ่าน ค่อย ๆ เขียน ใจเย็น ๆ กรอกให้ครบถ้วนนะคะ ไม่เข้าใจตรงไหนให้สอบถามจนท. จนท.ที่ให้บริการน่ารักมาก ของเราเอกสารไม่ครบตามที่เล่าไว้ วันที่ 26 ส.ค. 65  เราเลยต้องเดินทางเอาเอกสารไปให้ธนาคารอีกครั้ง 

8. เอาเอกสารเพิ่มเติมไปให้ธนาคาร
            - 26 ส.ค. 65 เอาเอกสารเพิ่มเติมไปให้ธนาคารค่ะ เจอน้อง จนท. ที่รับเรื่องไว้พอดี น้องบอกว่าจะตรวจเครดิตบูโรเราวันนี้เลยแล้วจะโทรแจ้งผลตอนเย็นว่าผ่านหรือไม่ ถ้าผ่านขั้นตอนนี้ ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนให้ จนท.ประเมินเข้าไปประเมินที่ดิน รอ ๆ รับโทรศัพท์อย่างมีความหวัง 

9. ช่วงระหว่างรอธนาคารตรวจเอกสาร
            - ระหว่างนี้เราติดต่อรถแบคโฮให้เข้าไปเคลียร์ที่ เพราะที่เรารกมากค่ะ มีต้นไม้ต้นหญ้าขึ้นเต็มไปหมด พอเคลียร์เรียบร้อยเราก็จะถมเพื่อปรับพื้นที่ค่ะ
            - 1 ก.ย. 65 น้องจนท. ยังไม่ติดต่อมาเลยค่ะ เราคิดว่าน่าจะอยู่ระหว่างตรวจเอกสาร เลยตัดสินใจโทรถามและก็เป็นจริงอย่างที่คิดไว้ น้องบอกว่าเอกสารเราครบหมดแล้ว กำลังจะตรวจบูโร เสร็จแล้วจะโทรแจ้งผลเย็นวันนี้ ลุ้น ๆ ๆ (แต่ จนท. ยังไม่ติดต่อมาค่ะ)
            - 2 ก.ย. 65 วันนี้รถแบคโฮเข้าไปเคลียร์พื้นที่ ขุดพวกตอไม้กิ่งไม้ออกแล้วให้รถสิบล้อขนออกไปทิ้ง ค่าใช้จ่าย 4,200 บาท (รถแบคโฮ 3 ชั่วโมง ๆ ละ 1,000 บาท /รถสิบล้อวิ่งขนตอไม้กิ่งไม้ 4 เที่ยว ๆ ละ 300 บาท)

10. ธนาคารติดต่อมาแจ้งวงเงิน
            - 6 ก.ย. 65 จนท.ธนาคารติดต่อมา เวลา 16.17 น. แต่เป็นจนท.อีกคนค่ะ ไม่ใช่น้องคนที่รับเรื่องครั้งแรก โทรมาแจ้งยอดเงินที่เราสามารถกู้ได้  เราขอไป 1,200,000 บาท แต่ พี่จนท. แจ้งว่าเราได้วงเงิน 500,000 บาท   พระเจ้า !! ได้น้อยกว่าที่ขอมาก ใจเริ่มเสีย คือมันน้อยมากจริง ๆ  สำหรับเรา จนท.บอกว่าเรามีวงเงินสินเชื่ออยู่ 2 บัตร มียอดใบละ 28,000 บาท เลยทำให้วงเงินที่ได้ต่ำและเรามีภาระผ่อนรถยนต์ด้วย เราชี้แจงไปว่าบัตรทั้ง 2 ใบ    เราจ่ายตามกำหนดไม่มีผ่อนขั้นต่ำและจ่ายตรงตลอด (คือเรามีบัตร First choice ไว้ผ่อนสินค้ากับบัตรเครดิต) ทางพี่จนท.เข้าใจว่าเราเอาเงินไปปิดบัตรเพื่อไม่ให้มียอดค้างชำระ เรายังไม่ค่อยเคลียร์และก็ไม่เข้าใจว่าถ้ายื่นกู้ต้องยกเลิกบัตรทุกบัตรเลยเหรอ หรืออะไรยังไง วันรุ่งขึ้นเราค่อยโทรไปถามอีกครั้งดีกว่าเพราะว่าเวลาเลิกงานพอดี
            - 7 ก.ย. 65 09.00 น. เราโทรหา จนท.อีกครั้ง อธิบายกับ จนท. ว่าบัตร First choice เราไม่มียอดค้างชำระแล้ว กับบัตรเครดิตเราก็จ่ายชำระแล้ว จนท.ให้ส่งหลักฐานใบแจ้งยอดให้ดูทางไลน์ และธนาคารจะปรึกษากันอีกครั้งว่าเคสเราจะให้วงเงินตามที่ขอได้หรือไม่
                               09.56 น. จนท.ติดต่อกลับมาเราไม่ได้รับเพราะติดงาน 10.54 น. เราติดต่อกลับไป จนท.บอกว่าได้วงเงินตามที่เราขอแล้ว เย้ ๆๆ พร้อมขอหน้าบัญชีธนาคารที่เงินเดือนโอนเข้า ให้ถ่ายรูปส่งทางไลน์ไป ดีใจมาก ๆ โล่งใจสุด ๆ จนท.มีสอบถามเพิ่มเติมคือตัวบ้านที่จะสร้างขนาด 65 ตารางวา อาจทำให้ยอดไม่ถึงที่ขอกู้ เราเลยบอกว่าเราสร้างกำแพงพร้อมประตูรั้วบ้านด้วย จนท.เลยบอกว่าถ้า จนท.ไปประเมินแล้วให้ย้ำกับ จนท.ประเมินด้วยว่าเราทำกำแพงรอบตัวบ้านด้วย 
            - 1 อาทิตย์ผ่านไป
            - 15 ก.ย. 65 09.39 น. โทรไปสอบถามความคืบหน้ากับ จนท.อีกครั้ง จนท.บอกว่าส่งเรื่องเราไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการนัดประเมิน เราเลยถามว่าอีกประมาณกี่วัน จนท. บอกว่าน่าจะไม่เกินวันอังคารที่ 20 กันยายน 2565
            - 19 ก.ย. 65 ช่วงเช้าลองโทรติดต่อสำนักงานใหญ่ ยังไม่ได้รับเรื่องเรา และแจ้งว่าเรื่องน่าจะอยู่ที่สำนักงานสาขาเขต
            - 19 ก.ย. 65 ช่วงบ่ายโทรถามสาขาที่ยื่นกู้ ว่าสามารถทำกำแพงก่อนประเมินได้หรือไม่ เพราะ ผรม จะขอเข้าไปขุดหลุมตีเส้นวางแนวทำกำแพงไว้ก่อน และเราก็เลยถามความคืบหน้าว่าเรื่องเราถึงขั้นตอนไหน จนท.แจ้งว่ากำลังเร่งให้น่าจะไม่เกินอาทิตย์นี้

11. ไปขอไฟฟ้ากับประปา เพื่อเตรียมก่อสร้าง/ผรม.ขอเข้าทำงานกำแพง
            - 20 ก.ย. 65 ไปขอน้ำประปา กับขอใช้ไฟฟ้าชั่วคราว เพื่อเตรียมก่อสร้าง
            - ไฟฟ้า วันนี้ไฟฟ้าเก็บค่าประกันมิเตอร์ขนาด 5 แอมป์ 900 บาท (จะได้คืนตอนแจ้งยกเลิกใช้) และมีค่าใช้จ่ายให้ช่างติดตั้งคัทเอาท์กับค่ากล่อง 800 บาท 
            - ประปายังไม่เก็บค่าใช้จ่าย ช่างจะไปสำรวจก่อนแล้วจึงแจ้งให้ไปชำระอีกครั้ง
            - 21 ก.ย. 65 โอนเงินให้ ผรม.150,000 บาท ผรม.ขอก่อนเข้าทำงานกำแพง (ใช้เงินสำรองของตัวเอง)
            - 21 ก.ย. 65 ช่างประปาไปสำรวจบ้านที่จะก่อสร้าง
            - 23 ก.ย. 65 โทรตามเรื่องน้ำประปา จนท.แจ้งว่าเรื่องยังไม่ลงมา ถ้าลงมาแล้วจะโทรแจ้งให้เข้ามาชำระเงิน

12. ธนาคารติดต่อมาขอเอกสารเพิ่มเติมอีกครั้ง/ไฟฟ้ามาติดตั้ง/ไปจ่ายค่าติดตั้งประปา
            - 23 ก.ย. 65 ช่วงสาย ธอส. สาขาที่ยื่นกู้โทรมาแจ้งขอเอกสารเพิ่มเติม ขอใบเสร็จรับเงินสหกรณ์ (สลิปเงินเดือนเรามีหักค่าหุ้นสหกรณ์) กับให้แก้ยอดจำนวนเงินสัญญาจ้างเหมาให้ครบ 1,300,000 บาท รีบแก้เอกสารแล้วถ่ายรูปส่งเอกสารให้ จนท. ทางไลน์
            - จนท. โทรเข้าสำนักงาน สอบถามข้อมูลทั่วไปของเรา เป็นข้าราชการไหม มีโยกย้ายไปไหนไหม เงินเดือนเข้าธนาคารอะไร
            - 23 ก.ย. 65 วันศุกร์ช่วงบ่าย มี sms นัดประเมินเข้ามาค่ะ (แต่เป็นวันศุกร์ช่วงบ่ายเลยยังไม่มีเจ้าหน้าที่ประเมินติดต่อมา)
            - 24 ก.ย. 65 วันเสาร์ ช่างไฟมาติดตั้งคัทเอาท์กับค่ากล่อง ได้ไฟฟ้าชั่วคราวแล้วค่ะ
            - 24 ก.ย. 65 วันเสาร์ ลองเข้าเช็คในไลน์ GHB buddy ขึ้นสถานะรอการพิจารณาอนุมัติ
            - 26 ก.ย. 65 วันจันทร์ การประปาโทรมาแจ้งค่าใช้จ่ายในการขอใช้น้ำชั่วคราว มีค่าประกัน 5,350 บาท (จะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่