รีวิวมหากาพย์การซ่อมรถเชฟโรเรต ยิ่งซ่อมยิ่งพัง เสียค่าโง่เป็นหมื่น!

ตามหัวข้อกระทู้เลยค่ะ จริงๆ แล้วเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นและจบลงได้สักพักแล้วค่ะ แต่ที่เพิ่งมาเล่าเพราะเพิ่งตั้งสติ ลดระดับความโมโหได้ค่ะ เลยจะมาเล่าความซวย ความโง่ของตัวเองกับการซ่อมรถเชฟโรตที่ออกจะเก่าแล้วของตัวเองกับอู๋เฉพาะทางในซอยแบริ่งให้ฟังค่ะ ยาวหน่อยนะคะ แต่อยากให้อ่านจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะคนใช้รถเชฟโรเรตที่กำลังจะเอาไปเข้าอู่นี้

เกริ่นก่อนนะคะ รถเราเป็นรถเชฟโรเรต optra ติดตั้งแก๊ส ค่อนข้างเก่าใช้มานานกว่า 10 ปี ซึ่งเราเพิ่งได้รับส่งต่อมาจากคุณแม่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา แต่ตลอดเวลาที่ใช้คุณพ่อจะดูแลปัญหารถมาให้ตลอด ซึ่งหลังๆ ตอนที่เราเอามาใช้เองรถเริ่มมีปัญหาเครื่องต่างๆ ตามกาลเวลา ก็ทยอยซ่อมบำรุงมาเรื่อยๆ หลักร้อยบ้าง หลักพันบ้าง ไปจนถึงหลักหมื่นบ้างก็มี และอาการล่าสุดที่ได้ส่งเข้าอู่ก็มาด้วย
- อาการน้ำมันเครื่องมีปัญหา โชว์ตะเกียงน้ำมันทุกครั้งที่เบาเครื่อง
- เกียร์ที่เริ่มรวน ขึ้นโชว์ทุกเกียร์บนหน้าปัด
- ปัญหาเรื่องเบรก abs
- เซนเซอร์ถอยที่ไม่ดัง
เพื่อความปลอดภัยต่อตัวเองและผู้ร่วมทางก่อนเดินทางไกล เราจึงตัดสินใจเอารถส่งเข้าซ่อม ในอู่ใหม่ที่ไม่เคยทำซึ่งเป็นอู่ใกล้บ้านคุณพ่อ ขึ้นป้ายว่าดูแลเฉพาะทางรถเชฟโรเรต+เห็นรถเข้าออกเยอะ จึงคิดว่าเชี่ยวชาญคนเข้ารับบริการเยอะ แต่นี่กลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการตัดสินใจที่พลาดอีกหนึ่งอย่างของชีวิตเราเลยค่ะ

นับหนึ่ง... จุดเริ่มต้นมหากาพย์แห่งการซ่อมและซ่อมโดยไม่แจ้ง
วันส่งรถไปซ่อมเราติดทำงานไม่สามารถไปเองได้ และด้วยความที่ใกล้บ้านคุณพ่อ คุณพ่อจึงรับดูแลเรื่องนี้ให้ เพราะจะได้คุยกับช่างได้รู้เรื่อง 
1 อาทิตย์หลังส่งซ่อม... แจ้งว่าต้องทำเกียร์ซึ่งใช้เวลานาน สอบถามค่าใช้จ่ายช่างบอกให้คุยกับเถ้าแก่ร้าน ซึ่งไม่อยู่ร้านพอดี
2 อาทิตย์หลังส่งซ่อม... ยังไม่เสร็จ คุณพ่อเข้าไปดูที่อู่ได้มีการยกเกียร์ออกมาเพื่อทำงาน และไล่เริ่มไล่ดูปัญหาเบรก
3 อาทิตย์หลังส่งซ่อม... เกียร์ยังไม่เสร็จ เบรก abs ขอลูกเก่าที่เคยเอาออกไป มาซ่อมแทนและแจ้งว่าน้ำมันเครื่องเรียบร้อยแล้ว
1 เดือนผ่านไป... ขอเวลาอีก 1 อาทิตย์ ยังทำเกียร์ไม่เสร็จ ทำไปแล้วเกิดปัญหา + สอบถามค่าใช้จ่าย ยังไม่ตอบเพราะเถ้าแก่ไม่อยู่
1 เดือน 1 สัปดาห์... โทรมาแจ้งรถเสร็จแล้ว ราคา 21,000 พร้อมแจ้งว่าทำไดสตาร์ทให้ เพราะรถสตาร์ทไม่ติด เปิดมาเจอแต่น้ำ ก่อนเข้าอู่เอารถไปลุยน้ำมานิ แต่ผมเปลี่ยนให้แล้ว

บอกก่อนเลยว่าตอนนั้นเรารู้สึกโมโหมาก ที่อยู่ๆ เปลี่ยนไดสตาร์ทโดยไม่แจ้งก่อนการทำ และทุกครั้งที่เราได้อัปเดตคือคุณพ่อต้องเข้าไปดูเองที่อู่ (จริงๆ ไม่ได้อยากเข้าไปกดดันนะคะ แต่โทรไปสอบถามอะไรไม่เคยได้เลย) และที่ไม่ชอบใจเลยคือการกล่าวหาว่าเราเอารถไปลุยน้ำ ทำรถสตาร์ทไม่ติด โดยที่เราไม่เคยเอารถไปลุยน้ำเลย อย่างมากคือน้ำที่ขังบนพื้นถนนเพียงเวลาฝนตกระบายไม่ทันเท่านั้น และปัญหาเรื่องสตาร์ทไม่ติดนี้ก็ไม่เคยมีมาก่อนด้วยซ้ำ

นับสอง... เข้าสู่วันรับรถออกจากอู่ เข้าแล้วก็ออก เข้าแล้วก็ออก วนไป 
มาถึงที่อู่รถเราได้จอดเปิดฝากระโปรงอยู่ที่หน้าอู่ เครื่องด้านหน้ามีฝาครอบเครื่องมาให้อย่างดี และค่ะไม่ใช่ของรถเรา คุณพ่อเราถอดออกก่อนที่จะเอามาซ่อม ทุกคนจำอันนี้ไว้ก่อนเลยนะคะเพราะนี่เป็นจุดแรกที่เราและพ่อเริ่มเอ๊ะ จากนั้นก็มีผู้ชายคนนึงขับมอไซค์มาจอดหน้าร้าน และเดินมาหาเรา ซึ่งคนนี้เองที่เป็นเถ้าแก่ โอ้พระสงฆ์...ขอบคุณจริงๆ ที่เรามาแล้วได้เจอเถ้าแก่ มาถึงเขาก็อธิบายว่าทำอะไรกับรถเราไปบ้าง 
1. เกียร์ เขาก็อธิบายนะคะว่ามันเป็นอะไร แต่ค่อนข้างจะงง เนื่องจากมันเป็นส่วนช่างซึ่งเราไม่รู้ว่ามันคืออะไร และที่ล่าช้าเพราะมีปัญหาเกียร์ถอย ใส่แล้วถอยไม่ได้เลยต้องแก้อยู่นาน
2. น้ำมันเครื่อง เปลี่ยนแก้ปัญหาให้เรียบร้อย
3. เบรก abs แก้ไม่ได้เพราะหาสาเหตุไม่เจอ
4. เซ็นเซอร์ถอย ไม่ได้ทำ ไม่มีเวลา
5. ไดสตาร์ท ที่แจ้งว่าระหว่างซ่อมอยู่ๆ ก็สตาร์ทไม่ได้ ไล่เช็กเจอว่าไดสตาร์ทน้ำขังเลยเปลี่ยนให้
ซึ่งในระหว่างนั้นเราก็ถามคำถามเพื่อความเข้าใจ (เท่าที่จะเข้าใจได้) รวมถึงสอบถามว่าทำไมไม่เห็นแจ้งก่อนเปลี่ยนเลย ก็มีกระอักกระอ่วนหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ติดอะไร ร่วมถึงเราก็แจ้งบอกฝาครอบไม่ใช่ของเราไม่ต้องแถมให้ เขาก็ขอบคุณยกใหญ่ ไม่งั้นเจ้าของคันอื่นคงไม่มีฝาครอบของตัวเองแน่นๆ จากนั้นเถ้าแก่ก็บอกว่าเนี่ยเขาเจอปัญหากรองไอเสียมันตันนี้ เวลาจอดติดไฟแดง หรือจอดนานๆ มันจะร้อนแบบนี้ พร้อมเปิดรูปท่อกรองไอเสียที่ร้อนแดงเหมือนเวลาเหล็กร้อนๆ ให้ดูค่ะ คุณพ่อเลยถามว่าแล้วทำอะไรได้บ้าง เถ้าแก่ร้านบอกลองถลุงก่อน ได้ก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าไม่ได้ก็อย่าซ่อมเลยครับไม่คุ้ม คุณพ่อเลยให้ทำ ระหว่างนั้นก็ไปทานข้าวรอ ประมาณ 1 ชั่วโมง

ถึงเวลารับรถกลับบ้าน เคลียร์ค่าใช้จ่ายตามที่แจ้ง + ค่าทำท่อไอเสียที่ทำเพิ่ม พูดคุยเรื่องประกัน เกียร์รับดูแลให้ 2 ปี เราจึงถามเรื่องไดสตาร์ทถ้ามีปัญหาเข้ามาได้เลยไหม เถ้าแก่ยืนหัวเราะแล้วบอกว่า "ไม่ต้องห่วงอันนี้เลย ผมเปลี่ยนให้แล้ว ห่วงส่วนอื่นๆ เถอะครับ รถมันเก่าแล้วต้องซ่อมอย่างอื่นอีกเยอะ" แอบหน้าสั่นเลยค่ะ จากนั้นก็ถึงเวลาเอารถตัวเองกลับบ้านกันค่ะ จังหวะเปิดประตูขึ้นรถเราแทบร้องไห้ คราบน้ำมันที่ติดมือช่างเวลาทำเต็มคอนโซลและประตู เบาะรถคนขับก็ยังมี ณ จุดนี้คือถึงรถเราจะเก่า แต่เราไม่เคยปล่อยให้รถเละขนาดนี้มาก่อนเลย จริงๆ แล้วร้องไห้ไปแล้วด้วยค่ะ กระเป๋ากุญแจเปิดมาทั้งสนิมแล้วก็ราขึ้นเลย ในใจคือเขาเอารถเราไปตากฝนมาหรอ เอาไปซ่อมหรือทำอะไรมาอ่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แต่ก็นั่นแหละ เขาซ่อมรถมันก็ต้องมีบ้างที่เละ มีเปรอะกันได้ เดี๋ยวไปล้างเอา (ต้องไปเสียค่าคาร์แคร์เช็ดคราบน้ำมันอีก TT) ซึ่งในระหว่างที่เราขับกลับ เริ่มได้ยินเสียงก๊อบแกร๊บ เหมือนคนบีบขวดน้ำจากใต้ท้องห้องเครื่อง ตอนนั้นไม่ค่อยดังเท่าไหร่ ดังแป๊บๆ แล้วเงียบเลยปล่อยไป แต่สิ่งที่พบคือจอดรถขณะรถติดเครื่องสะอึก หอบหนักมาก และตอนสตาร์ทรถเครื่องกระตุกแรงมากจนตกใจ เราคิดว่ามโนไปเอง+กับน้ำมันกับแก๊สก็จะหมด คงเพราะเชื้อเพลิงน้อย เลยไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ใช้มาเรื่อยๆ 4-5 วัน เจอปัญหานี้ประปรอยเรื่อย มีเล่ากับคุณพ่อฟังตลอด และในวันที่เรากลับบ้านคุณแม่ระหว่างเดินทางกลับบ้านปรากฎเข็มวัดความเร็วมีปัญหา ถ้าขับน้อยกว่า 80 ไม่มีอะไรเลย แต่พอเหยียบ 90 ขึ้น เกวัดความเร็วเด้ง 0 กับ 90 เป็นเจ้าเข้าเลยค่ะ และสุดท้ายมันก็ไม่ขึ้นอีกเลย... เราจึงติดต่ออู่แจ้งปัญหา อู่โอเค รับทราบดูแลต่อให้

ซึ่งวันที่เราเอารถเข้าอู่ครั้งที่ 2 คุณพ่อให้เราไปรับที่บ้านก่อนเพื่อออกไปพร้อมกัน เจอคุณพ่อเราก็บอกเล่าปัญหาที่เคยบอก เล่าซ้ำให้เขาฟังก่อนเจอช่างอีกรอบ จากนั้นก็เลยเปิดฝากระโปรงเพื่อดูกัน คุณพ่อไล่ดูตรงจุดที่เราบอกว่ามีเสียงแปลกๆ  และก็เริ่มได้ยินเสียงลมดังจากหม้อแก๊สก็ไล่หาเสียงกันก่อนจะไปบอกอู่ แต่จังหวะนั้นตาเราก็เหลือบไปเห็นถุงมือผ้าถูกยัดอยู่ข้างๆ หม้อน้ำ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
คุณพ่อเริ่มโมโหแล้วจุดนี้ ช่างทำงานไม่เรียบร้อยเลย ตั้งแต่แถมฝาครอบของคันอื่นมาให้ ตอนนี้ก็ยังแถมถุงมือมาให้อีก และพอถึงอู่ในช่วงเช้าเราก็เล่าปัญหาที่เจอ พร้อมชี้บอกให้เขาดูว่าอันนี้ไม่เอานะ พอเขาเห็นก็หันไปมองลูกน้องเขานะคะ ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีรถกระบะเข้ามาซ่อม เขาเลยไปดูซ่อมให้ก่อน ตอนนั้นแอบหงุดหงิดค่ะ เพราะเรามาก่อนแต่ไม่ได้ซ่อม แต่ก็คิดบวกเขาคงนัดมาก่อน เลยออกไปกินข้าวรอ จนกินข้าวเสร็จก็ยังไม่ได้ซ่อม ต้องเรียกแท็กซี่กลับไปนั่งรอที่บ้านคุณพ่อแทน ใช้เวลาอีกเกือบ 2 ชั่วโมง เกวัดความเร็วกลับมาใช้ได้ เสียงลมหาย เสียงกร๊อบแกร๊บไม่ดังก็โอเคขับกลับมาส่งคุณพ่อที่บ้าน คุณพ่อเลยเปิดฝากระโปรงเพื่อล้างคราบน้ำมันที่เละตอนซ่อมในห้องเครื่องให้ เดชะบุญ... น็อตที่ยึดตัวหม้อแก๊สไม่ขันให้เรียบร้อยใส่ไว้เพียงหลวมๆ และสายท่อลมไม่ได้ใส่ ตอนนั้นกลั้นหายใจแทบกรี๊ดแล้วค่ะ คุณพ่อก็เลยขันน็อตใส่แล้วใส่สายลมเอง และล้างคราบน้ำมัน ทำไปบ่นไป เดชะบุญขณะบ่น เสียงก๊อกๆ แกร๊บๆ แปลก ดังไม่หยุดเลยค่าพี่ตา ต้องวนกลับไปเข้าอู่ แต่สุดพีค เอาเถ้าแก่ขึ้นรถมาฟังเสียงดันเงียบ จึงตกลงกันไว้ว่าถ้าเสียงดังอีกจะเอามาให้ดู ก่อนจากลาเถ้าแก่ชี้หม้อแก๊สเหมือนมีปัญหานะเท่าที่ผมดู เราเลยบอกว่าเพิ่งเช็กมาทำไมมีปัญหาล่ะ เขาก็อึกอักอีกครั้ง จบด้วยการบอกว่ามีปัญหาทักไลน์มา โทรหาได้เสมอ 

นับสาม...ไดสตาร์ทไหม้ ควันท่วม เครื่องดับไม่ได้รับการดูแลอีกเลย
อาทิตย์ถัดมาเสียงกร๊อบแกร๊บยังคงดังตลอด เพียงแต่เราไม่ว่างบวกกับต้องใช้รถทำธุระ ส่งเข้าอู่ไปไม่ได้กะว่าจบธุระสิ้นสัปดาห์นี้ก็จะเอาไปให้อู่ดู ช่วงนั้นเราใช้รถประปรายในระยะไม่เกิน 10 กม. 2-3 ครั้ง และในครั้งสุดท้ายออกไปตลาดซึ่งก็ไม่ได้เกิน 10 กม.เช่นกัน ขณะจอดรถหน้าบ้านเพื่อเอารถเข้าบ้าน ลงมาเริ่มได้กลิ่นไหม้แปลกๆ จางๆ จากหน้ารถ และในตอนที่น้องสาวเรากำลังถอยรถเข้าบ้าน รถก็ควันท่วม เราต้องตะโกนให้น้องดับเครื่องและรีบลงจากรถ แต่ยังไม่ทันดับ รถก็ดับไปเองก่อน พร้อมควันที่เริ่มจาง กลิ่นไหม้คุ้งไปทั่วบ้าน จากนั้นลองสตาร์ทเพื่อเอารถเข้าจอดให้เรียบร้อยก็คือสตาร์ทไม่ติดอีกเลย...

สิ่งที่เราหงุดหงิดคือคำเคลมของเขาที่ว่าไม่ต้องห่วงเขาทำแล้วเปลี่ยนแล้ว อวดว่าทำไว้ดีแล้ว ทำเอาหัวร้อนมากค่ะ แต่ที่สำคัญคือเราต้องใช้รถเดินทางในวันรุ่งขึ้นตอนเช้า (วันเสาร์) และใช่เราต้องขอยืมรถคนอื่นกระทันหันอีกแล้วเพื่อไปธุระ ส่งข้อความเล่าปัญหาทิ้งไว้ในไลน์ตอนกลางคืน เช้าให้ติดต่อทางคุณพ่อ เพื่อเข้ามาดูรถให้ รอจน 11 โมงก็ยังไม่ติดต่อ ทั้งๆ ที่อ่านข้อความแล้ว จนคุณพ่อต้องติดต่อเอง รอบนี้คุณพ่อด่าแล้วค่ะ ว่าทำไมซ่อมรถได้ชุ่ยมาก ไดสตาร์ทที่เปลี่ยนก็ขันน็อตไว้หลวม เขาก็ถามย้อนกลับนะคะว่าคุณพ่อรู้ได้ไงเป็นช่างหรอ แต่ที่รู้เพราะคุณพ่อเอารถยกขึ้นแล้วหมุดไปดูเองค่ะ (คุณพ่อก็พ่อรู้เรื่องรถอยู่บ้างค่ะ) จากนั้นเขาก็แจ้งว่าจะให้ลูกน้องเขามาทำ เราจึงส่งที่อยู่ให้เขา ผ่านไปจน 5 โมงครึ่งไม่ติดต่อและไม่มา สุดท้ายคุณพ่อจ้างช่างท่านอื่นมาทำให้แทนค่ะ เพื่อที่เราจะสามารถใช้รถในวันถัดไปได้

ทั้งนี้เราก็รอการติดต่อกลับของอู่เพื่อการดูแลนะคะ เอาจริงพอมีช่างมาทำให้เราก็ลบที่อยู่ที่เคยให้ไปออกก่อนด้วย เผื่อเขาจะมาจะได้ทักถาม และก็ตามคาดไม่มีการติดต่อดูแลอะไรทั้งสิ้น ขนาดทักไปบ่นว่ารอกับต่อว่าเรื่องที่เกิดเขายังไม่อ่านเลยค่ะ 2 วันผ่านไปถึงจะขึ้นอ่าน แต่ถ้าถามอีกแง่ทำไมเราถึงไม่โทรจะได้เร็วกว่า จุดนั้นไม่ได้อยากให้เขามาดูแลค่ะ ยิ่งทำยิ่งพัง แต่อยากรู้ว่าเขาจะกระตือรือร้นกับการดูแลไหม ซึ่งขณะเล่า เราก็ยังไม่พอใจกับสิ่งที่อู่ทำนะคะ แม้ว่าจะคิดบวกว่างานเขาเยอะ เขาไม่ทำนอกสถานที่เพราะไม่มีอุปกรณ์ หรือแบบวงการช่างเขาทำงานกันแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็อดคิดแย่ๆ ไม่ได้เช่นกันค่ะ

สุดท้ายนี้เราฝากเตือนผู้ใช้รถเชฟโรเรตนะคะ หากกำลังจะเอารถไปซ่อมที่นี่ เราขอให้คุณคิดเยอะๆ คุณเสียเงินเพื่อให้ได้รับการแก้ไข ไม่ใช่ปัญหาที่พ่วงกลับมาให้แก้ ยิ่งเป็นรถที่คุณใช้ ทุกครั้งที่ก้าวขึ้นนั่นคือชีวิตที่คุณต้องฝากไว้ และเราก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามให้คุณไปซ่อมนะคะ เพียงแต่ให้ชั่งใจเยอะๆ 

และสำหรับอู่ที่เราได้พูดถึง หากทีมช่าง หรือเถ้าแก่เจ้าของร้านมาเห็น เรายังจะบอกเช่นเดิมเหมือนที่เคยฝากข้อความทิ้งไว้ให้คุณนะคะ ขอให้เราเป็นรถคันสุดท้ายที่คุณทำรถที่เขารักเละเทะแบบนี้

สุดท้ายในสุดท้าย ใครมีประสบการณ์แย่ๆ กับอู่รถเล่าสู่กันฟังได้นะคะ แล้วกระซิบมากันหน่อยว่าทำยังไงกันบ้างกับเหตุการณ์แบบนั้น ขอบคุณค่า
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่