JJNY : ประจักษ์มึน‘ชัยวุฒิ’│ทูตรัศม์แนะแพลนบี จัดเอเปกให้ไม่กร่อย│พบท่วมขังกว่า1ล.ไร่│ห่วงไทยเร่ง“อีวี”ไม่ได้ประโยชน์

ประจักษ์ มึน ‘ชัยวุฒิ’ ถ้าไม่ปิดคูหา-เจอรปห. ‘ทำไมจะไม่ได้เลือกตั้ง ?’ เชื่อ มีสำนึกปชต.คงไม่พูด
https://www.matichon.co.th/politics/news_3581321
  
 
‘ประจักษ์’ มึน ‘ชัยวุฒิ’ ถ้าไม่ปิดคูหา-เจอรัฐประหาร ‘ทำไมจะไม่ได้เลือกตั้ง ?’ เชื่อ มีสำนึกประชาธิปไตยคงไม่พูด
 
เมื่อวันที่ 24 กันยายน จากกรณีที่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า หากมีม็อบออกมาเคลื่อนไหวมากๆ ในวันที่ 30 กันยายน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครบ 8 ปี ระวังจะไม่ได้เลือกตั้ง นั้น (อ่านข่าว : ‘ชัยวุฒิ’ เตือนม็อบ 30 ก.ย. ต้านรัฐบาล อยากให้ใจเย็นๆ เคลื่อนไหวมาก ระวังไม่ได้เลือกตั้ง)
บก.ลายจุด ถาม เอาเลยไหม นัดไล่ รมต.ชัยวุฒิ – อานนท์ บอก อยากปะทะแก๊สน้ำตาว่ะ
 
ด้าน รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทวีตข้อความตั้งข้อสงสัยถึงคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวว่า
 
ทำไมถึงจะไม่ได้เลือกตั้งครับ? ถ้าไม่มีม็อบมาปิดคูหาเลือกตั้ง และไม่มีทหารมาทำรัฐประหาร (ซึ่งหากทำเข่นนั้นก็คือ กบฏ ต้องติดคุกตลอดชีวิต/ประหารชีวิต) อย่างไรคนไทยก็ต้องได้เลือกตั้งภายในเดือน พ.ค.66 – หากมีจิตสำนึกเป็นประชาธิปไตยและเคารพประชาชน คำพูดเช่นนี้จะไม่ถูกเอ่ยออกมา
 
https://twitter.com/bkksnow/status/1573659820431114240
 


ทูตรัศม์ แนะแพลนบี จัดเอเปกให้ไม่กร่อย แต่ไม่รู้กึ๋นผู้นำจะคิดได้ไหม แค่ 1-8 ยังนับเองไม่ได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_3581386
 
ทูตรัศม์ แนะแพลนบี จัดเอเปกให้ไม่กร่อย แต่ไม่รู้กึ๋นผู้นำจะคิดได้ไหม แค่ 1-8 ยังนับเองไม่ได้
 
เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายรัศมิ์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย เจ้าของเพจทูตนอกแถว ได้เขียนข้อความเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “ลุงสี vs ป้าไช่ ? (จัด APEC 2022 ไทยได้อะไร?)” ความว่า
 
ประเทศไทยเรากำลังจะเป็นเจ้าภาพงานใหญ่ คือการประชุม APEC 2022 ในระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ ซึ่งไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศที่มีสมาชิกถึง 21 รายนี้มาแล้วเมื่อปี 2546 โดยในครั้งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ผู้นำโลกต่างมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกันทั้งสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย
 
อย่างไรก็ตามในสภาวะการแพร่ระบาดของโรคโควิดทำให้การประชุม APEC สองครั้งที่ผ่านมา ทั้งที่อาร์เจนตินาและนิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพ เปลี่ยนเป็นการจัดประชุมทางออนไลน์แทน แต่แม้กระนั้น ถึงตอนนี้ดูเหมือนทางการไทยจะยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดการประชุมครั้งนี้อย่างเต็มรูปแบบ ที่เชิญสมาชิกทั้งหมดบินมาร่วมที่กรุงเทพฯในระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายนนี้
 
ทำให้มีเสียงตั้งข้อสังสัย ซึ่งรวมทั้งในหมู่แวดวงการทูต ถึงความจำเป็นของไทยในการจัดการประชุมครั้งนี้อย่างเต็มรูปแบบ ส่วนตัวผมเองก็คิดว่าเราน่าจะจัดแบบออนไลน์มากกว่า เมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันที่ยังมีทั้งโควิดและสงครามในยูเครน และเพื่อเป็นการใช้งบประมาณของเราอย่างคุ้มค่าในสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่เปราะบางสืบเนื่องจากปัญหาต่างๆรวมทั้งความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารของรัฐบาลเอง
 
นอกจากนี้การจัดแบบออนไลน์ยังเป็นโอกาสให้ไทยสามารถนำเสนอขีดความสามารถด้าน IT ของไทยด้วย โดยอาจมีการลองทำ metaverse meeting session การจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมในรูปแบบออนไลน์ซึ่งภายหลังอาจเอาคลิปดังกล่าวมาเผยแพร่ในช่องทางอื่น ๆ เช่น YouTube เพื่อให้ประชาชนอื่น ๆ ที่สนใจได้รับชม และอีกน่าจะมีอีกหลายอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดยตรง เช่นกระทรวงดิจิทัลฯ น่าจะรู้ดีกว่าผม (และอาจมีเวลาว่างมานำเสนอและคิดเรื่องนี้ หากไม่มัวแต่ไปไล่ล่าปิดเว็บอื่น ๆ)
 
การจัดประชุมอย่างเต็มรูปแบบของไทยนั้น ผมเห็นว่าจะคุ้มค่าต่อเมื่อผู้นำสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย ได้มาร่วมประชุม ซึ่งนอกจากจะทำให้ประเทศไทยกลับมาสู่ความสนใจของโลกบ้าง (จากที่ตกจอเรดาร์ไปนานแล้ว) ก็จะเป็นโอกาสให้ผู้นำทั้งสามได้มาพบกันและใช้เวทีการประชุมนี้เพื่อหารือเกี่ยวกับทางออกของสงครามในยูเครน เพื่อช่วยนำสันติภาพคืนสู่โลก
 
ถ้าเป็นดังนี้ ผมก็เห็นว่ามันยังคุ้มค่า 
 
แต่ช้าก่อน! ไม่กี่วันก่อนหน้าการจัดการประชุม APEC ที่กรุงเทพ อินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด G20 ที่บาหลี ระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย. ซึ่งในชั้นนี้ดูเหมือนทั้งผู้นำสหรัฐฯ จีนและรัสเซียจะตอบรับแล้ว และไม่ต้องสงสัยเลยว่าทุกสายตาของโลกจะต้องจับไปที่การประชุมอันสำคัญยิ่งนั้น เพราะนี่คือการประชุมของกลุ่มประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ซึ่งมีทั้งประเด็นการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ ที่มีผลกระทบต่อทั้งโลก น้ำหนักความสำคัญของการประชุมนี้จึงมีมากกว่าการประชุมเอเปคยิ่งนัก
 
คำถามก็คือถ้าผู้นำมหาอำนาจทั้งสามเขาพบกันที่บาหลีสองวันก่อนหน้าแล้ว ใครเขาจะบินมาประชุมที่กรุงเทพฯอีกไหม?
เท่าที่ทราบ รมว. กต. ไทยที่เพิ่งถ่อบินไปรัสเซีย “แบบลับๆ” เมื่อต้นเดือนนี้ คาดว่าวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อไปยื่นหนังสือเชิญ ปธน. ปูติน พยามจะให้เขามาประชุมที่ไทย
 
(ก็เลยเป็นที่มาของการถูกฝ่ายรัสเซียเอาไปใช้โฆษณาต่อว่าไทยบินไปหาเพื่อแสดงความเข้าใจเหตุผลที่รัสเซียบุกยูเครน ซึ่งมันไม่ได้ทำให้ประเทศไทยดูดีในสายตาชาวโลกเลย)
 
ถึงกระนั้นมันก็ยังน่าคิดว่าถ้าปูตินไปบาหลีแล้ว เขาจะมาไทยอีกไหม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนักทั้งภายนอกและภายในของรัสเซียเอง?
กลายเป็นว่าบินไปให้เขาเอาไปโฆษณาชวนเชื่อให้เสียชื่อประเทศ แล้วเขาก็อาจไม่มาให้เมื่อยตุ้มอีกด้วย
 
และในช่วงที่ไปประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่นิวยอร์กที่มีขึ้นอยู่ขณะนี้ ก็ได้ยินว่า รมว. กต. ไทยพยายามจะขอเข้าพบ ปธน.ไบเดน แต่ยังไม่รู้เขาจะให้พบไหม และฟังมาว่าเขาอาจจะไม่มาไทย (ได้ยินว่าอ้างติดงานแต่งงานหลานสาว ซึ่งถ้าจริงมันเหมือนเขาไม่ให้ค่าเราเลย คือน่าอายมาก)
ทำให้ก็จะเหลือแต่แค่ลุงสีของจีน ซึ่งเมื่อประกอบกับการประชุม G20 ที่จะมีขึ้นก่อนหน้าไม่กี่วันและมีผู้นำสำคัญเข้าร่วมกันครบ การประชุม APEC 2022 ที่ไทยจัดก็มีสิทธิเป็นงานกร่อย จืดชืด ที่แทบไม่มีใครให้ความสนใจใดๆ และที่นับเป็นความล้มเหลวอย่างหนึ่ง
 
แต่ช้าก่อน! การประชุม APEC มีลักษณะพิเศษกว่าการประชุมระหว่างประเทศอื่นตรงที่มีไต้หวันรวมอยู่ด้วย ดังนั้นถ้า ปธน.ไต้หวันมาไทยก็จะเป็นโอกาสที่จะได้มีการพบกันระหว่างลุงสีกับป้าไช่ ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นจุดสนใจให้ชาวโลกได้ โดยเฉพาะหากไทยสามารถมีบทบาทช่วยให้ทั้งสองผู้นำปรับความเข้าใจกันได้ในระดับหนึ่ง
 
ก็ต้องขึ้นอยู่กับกึ๋นหรือฝีมือของผู้บริหารรัฐบาลยุคนี้ว่าจะมีเท่าไหร่ ที่จะทำให้การประชุมเอเปคนี้มีสีสันความน่าสนใจและคุ้มค่ากับงบประมาณจากภาษีที่ใช้ไปเพื่อการนี้ซึ่งไม่ใช่น้อยๆ
ถ้ายังจะเดินหน้าจัดอย่างเต็มรูปแบบ ผมเองก็ขอให้ประสบความสำเร็จด้วยดี เพราะมันคือเงินภาษีของคนไทยทุกคนที่ลงไป ว่าจะได้อะไรกลับคืนมากบ้าง?
แต่หากเป็นเพียงเพราะความดื้อดึงอยากจะจัดเต็มรูปแบบเพื่อจะมีโอกาสได้ชื่อว่าเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับอินเตอร์ที่มีผู้นำโลกเข้าร่วม จะได้ไม่น้อยหน้าอดีตผู้นำไทยที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนี้อย่างสำเร็จท่วมท้นก่อนหน้า และยิ่งหากไม่มีประเทศสำคัญเข้าร่วม ไม่สามารถดึงดูดความน่าสนใจใดๆได้
 
มันจะกลายเป็นความน่าเสียดายภาษีและน่าสงสารประชาชนคนไทยในภาวะปัจจุบัน
 
และที่หวังว่าจะเทียบเคียงผู้นำไทยในอดีตที่เคยจัดการประชุมนี้มาแล้วได้นั้น คือไม่ว่าในด้านการยอมรับของโลก วิสัยทัศน์ความสามารถส่วนตัว ตลอดจนความแตกต่างระหว่างศักดิ์ศรีความสง่างามของผู้นำที่ชนะการเลือกตั้งแท้จริง กับคนที่ทำรัฐประหารแล้วแก้กติกาเข้าข้างตนเอง ให้คนที่แต่งตั้งมาช่วยยกมือสนับสนุนเพื่อให้ได้ตำแหน่งมาอย่างไม่ต้องอาย
 
มันแตกต่างกันไกลลิบลับครับ
 
แถมบางคนยังไร้ซึ่งมารยาทและจริยธรรมที่ควรจะนับเลขหนึ่งถึงแปดได้เองอีกด้วย
 
https://www.facebook.com/thealternativeambassadorreturns/posts/pfbid0wifdJmg8tQy89xFWifNvciCbzV6CxnBWov54s1xxrenAQGnzhKv79khmqDSTjGdpl
 

  
ภาพจากดาวเทียมพบน้ำท่วมขังกว่า 1 ล้านไร่ ในพื้นที่หลายลุ่มน้ำหลัก
https://www.matichon.co.th/local/news_3581548

GISTDA ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมด้วยข้อมูลภาพจากดาวเทียม Radarsat-2 วันที่ 24 กันยายน 2565 พบพื้นที่น้ำท่วมในบริเวณบางส่วนของลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำน่าน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำสะแกกรัง ลุ่มน้ำป่าสัก ลุ่มน้ำท่าจีน และลุ่มน้ำบางปะกง ทั้งสิ้น 1,223,715 ไร่ ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ 274,920 ไร่ พิจิตร 192,201 ไร่ พระนครศรีอยุธยา 159,864 ไร่ สุโขทัย 144,253 ไร่ สุพรรณบุรี 138,452 ไร่ พิษณุโลก 109,124 ไร่ ปราจีนบุรี 45,973 ไร่ ลพบุรี 28,558 ไร่ ชัยนาท 27,210 ไร่ เพชรบูรณ์ 27,005 ไร่ อ่างทอง 20,721 ไร่ สระบุรี 13,413 ไร่ นครปฐม 12,916 ไร่ สิงห์บุรี 11,428 ไร่ นครนายก 7,666 ไร่ ฉะเชิงเทรา 7,415 ไร่ อุทัยธานี 1,680 ไร่ นครราชสีมา 530 ไร่ และสระแก้ว 385 ไร่
 
ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 139,659 ไร่ นอกจากนี้ ยังรวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมอื่นๆ ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมสองฝั่งแม่น้ำสายหลักและสายรอง ชุมชนที่อยู่อาศัยและเส้นทางคมนาคมบางส่วน

สถานการณ์ดังกล่าว GISTDA ได้ส่งข้อมูลภาพจากดาวเทียมดังกล่าวให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนในการบริหารจัดการตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน และการติดตาม เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป
 
สำหรับการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขัง GISTDA ได้วางแผนและปรับแผนรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์ ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง
 
โดยสามารถตรวจสอบพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://flood.gistda.or.th
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่