อยากให้พ่อแท้ๆของตัวเองไปที่ชอบๆสักที คนเป็นลูกสมควรคิดแบบไหม
(เราเป็นเด็กปี1นะคะ)
ตั้งแต่จำความได้ เราจะไม่ค่อยเห็นพ่ออยู่บ้านเพราะเขามักจะไปทำงานที่อื่นอยู่บ่อยๆ และไปนาน แต่ถึงเขาได้มาอยู่บ้านแล้ว เขาก็ยังทำงานของเขาเหมือนเดิม ไม่ค่อยอะไรกับ พวกเรา(พี่สาว เรา น้องชาย)
ส่วนแม่ เขาเป็นแม่ค้า กลับบ้านมาทีก็เที่ยงคืน จะได้เจอกันก็แค่ตอนเช้า กับวันที่เขาหยุดร้านหรือเราหยุดเรียน (ตอนเด็กเรารู้สึกว่าแม่ใจดีมาก เราจะรู้สึกว่าเป็นวันที่ดีมาก ๆ )
ในช่วงตอนแรกๆที่เราเป็นเด็กกัน ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินเลยค่ะ ค่อนข้างสบาย แต่แค่พ่อแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน
เวลาส่วนมากจะได้อยู่กับปู่ย่า แต่เอาเข้าจริงคนที่อยู่ในความทรงจำเราได้ก็มีแค่ย่านั่นแหละ
แล้วตั้งแต่เราเด็ก พ่อชอบทะเลาะกับแม่บ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาที่กินเหล้า จะตะโกน ด่า ทำร้ายข้าวของ เสียงดังมาก ทุกครั้งที่เราได้ยินเราต้องแสร้งทำเป็นหลับ เพราะกลัวมาก แล้วก็แอบร้องไห้เงียบ ๆ เพราะห้องพ่อแม่เชื่อมกับห้องพวกเราสามพี่น้อง และเป็นอย่างงี้มาเรื่อยๆ
( เหตุการณ์เหล่านี้ในวัยเด็ก ทำให้เราในทุกวันนี้กลัวการโดนตะคอกแล้วเสียงดังใส่มาก เวลาโดนจะใจสั่นหนักมาก (พิมพ์ไปน้ำตาไหลไปอีกแล้วจังหวะนี้) )
จนมาช่วงนึงช่วงที่มีรฐปห. สถานะการเงินเริ่มแย่ เรากับน้องต้องย้ายไปที่รร.ประจำ ส่งรร.เอกชนที่เดิมไม่ไหว แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอะไร ผ่านไป2ปีเรากลับมาอยู่บ้านเหมือนเดิม
พ่อเราก็ยังทำงานเดิม วันนึงเขาป่วยเป็นอัมพาต จนตอนนี้จะ5ปีกว่าแล้วมั้ง พ่ออารมณ์ฉุนเฉียวง่ายมาก พร้อมโมโหใส่ทุกคนที่ดูแลได้ตลอดเวลา มันไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเลย พวกเราทั้งบ้านต้องดูแลเขาตลอด
อีกเรื่องที่เราไม่ชอบมาก พ่อเป็นคนที่ชอบด่าย่าเรา (แม่แท้ๆของเขา)มากๆ จนทุกวันนี้ต้องแยกให้ย่าไปอยู่บ้านอีกที่ ตั้งแต่ก่อนป่วย จนป่วยอัมพาตครึ่งซีก ก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลย
พอเราโตขึ้นได้อีกเราก็เริ่มคุยกับแม่ ว่าทำไมแม่ไม่หย่ากับพ่อ แม่บอกแม่ทำเพื่อพวกเรา ( เราคิดว่าแบบ เพื่อไรแม่ คิดได้แค่นี้จริงๆ555 แต่ก็เข้าใจมุมแม่ ท่านกลัวพวกเราจะเป็นเด็กไม่มีพ่อ แบบนี้ด้วยแหละ และบวกกับท่านค่อนข้างเคร่งศาสนา ) เราก็ค่อยๆทำใจกับเหตุผลนี้
จนเรามาถามเรื่อง ค่าใช้จ่ายในบ้าน พ่อไม่เคยหาเงินมาใช้จ่ายอะไรในบ้านเลย ( โตมาเราเพิ่งรู้ว่างานที่เขาทำใช้ทุนเยอะมาก แต่กำไรไม่ได้เยอะตามเลย ใช้เงินแม่ลงทุนตลอด ) แม้กระทั่งค่าเทอมของลูก3คน
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ อาจจะเล่า งง หน่อยก็ต้องขออภัยมากจริงๆค่ะ
ไม่ชอบพ่อแท้ๆตัวเอง นี่เราเป็นลูกเลวไหม
(เราเป็นเด็กปี1นะคะ)
ตั้งแต่จำความได้ เราจะไม่ค่อยเห็นพ่ออยู่บ้านเพราะเขามักจะไปทำงานที่อื่นอยู่บ่อยๆ และไปนาน แต่ถึงเขาได้มาอยู่บ้านแล้ว เขาก็ยังทำงานของเขาเหมือนเดิม ไม่ค่อยอะไรกับ พวกเรา(พี่สาว เรา น้องชาย)
ส่วนแม่ เขาเป็นแม่ค้า กลับบ้านมาทีก็เที่ยงคืน จะได้เจอกันก็แค่ตอนเช้า กับวันที่เขาหยุดร้านหรือเราหยุดเรียน (ตอนเด็กเรารู้สึกว่าแม่ใจดีมาก เราจะรู้สึกว่าเป็นวันที่ดีมาก ๆ )
ในช่วงตอนแรกๆที่เราเป็นเด็กกัน ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินเลยค่ะ ค่อนข้างสบาย แต่แค่พ่อแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน
เวลาส่วนมากจะได้อยู่กับปู่ย่า แต่เอาเข้าจริงคนที่อยู่ในความทรงจำเราได้ก็มีแค่ย่านั่นแหละ
แล้วตั้งแต่เราเด็ก พ่อชอบทะเลาะกับแม่บ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาที่กินเหล้า จะตะโกน ด่า ทำร้ายข้าวของ เสียงดังมาก ทุกครั้งที่เราได้ยินเราต้องแสร้งทำเป็นหลับ เพราะกลัวมาก แล้วก็แอบร้องไห้เงียบ ๆ เพราะห้องพ่อแม่เชื่อมกับห้องพวกเราสามพี่น้อง และเป็นอย่างงี้มาเรื่อยๆ
( เหตุการณ์เหล่านี้ในวัยเด็ก ทำให้เราในทุกวันนี้กลัวการโดนตะคอกแล้วเสียงดังใส่มาก เวลาโดนจะใจสั่นหนักมาก (พิมพ์ไปน้ำตาไหลไปอีกแล้วจังหวะนี้) )
จนมาช่วงนึงช่วงที่มีรฐปห. สถานะการเงินเริ่มแย่ เรากับน้องต้องย้ายไปที่รร.ประจำ ส่งรร.เอกชนที่เดิมไม่ไหว แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอะไร ผ่านไป2ปีเรากลับมาอยู่บ้านเหมือนเดิม
พ่อเราก็ยังทำงานเดิม วันนึงเขาป่วยเป็นอัมพาต จนตอนนี้จะ5ปีกว่าแล้วมั้ง พ่ออารมณ์ฉุนเฉียวง่ายมาก พร้อมโมโหใส่ทุกคนที่ดูแลได้ตลอดเวลา มันไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเลย พวกเราทั้งบ้านต้องดูแลเขาตลอด
อีกเรื่องที่เราไม่ชอบมาก พ่อเป็นคนที่ชอบด่าย่าเรา (แม่แท้ๆของเขา)มากๆ จนทุกวันนี้ต้องแยกให้ย่าไปอยู่บ้านอีกที่ ตั้งแต่ก่อนป่วย จนป่วยอัมพาตครึ่งซีก ก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลย
พอเราโตขึ้นได้อีกเราก็เริ่มคุยกับแม่ ว่าทำไมแม่ไม่หย่ากับพ่อ แม่บอกแม่ทำเพื่อพวกเรา ( เราคิดว่าแบบ เพื่อไรแม่ คิดได้แค่นี้จริงๆ555 แต่ก็เข้าใจมุมแม่ ท่านกลัวพวกเราจะเป็นเด็กไม่มีพ่อ แบบนี้ด้วยแหละ และบวกกับท่านค่อนข้างเคร่งศาสนา ) เราก็ค่อยๆทำใจกับเหตุผลนี้
จนเรามาถามเรื่อง ค่าใช้จ่ายในบ้าน พ่อไม่เคยหาเงินมาใช้จ่ายอะไรในบ้านเลย ( โตมาเราเพิ่งรู้ว่างานที่เขาทำใช้ทุนเยอะมาก แต่กำไรไม่ได้เยอะตามเลย ใช้เงินแม่ลงทุนตลอด ) แม้กระทั่งค่าเทอมของลูก3คน
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ อาจจะเล่า งง หน่อยก็ต้องขออภัยมากจริงๆค่ะ