แชร์ประสบการณ์การผ่าตัดช็อคโกแลตซีสต์ในรังไข่ ขนาด 10 ซม. ด้วยประกันสังคม 100%

สวัสดีค่ะ 
ครั้งนี้อยากจะมาแชร์ประสบการณ์การรักษาโรคช็อคโกแลตซีสต์ในรังไข่ ด้วยสิทธิประกันสังคมค่ะ (รพ.หัวเฉียว)

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเราเลือกสิทธิประกันสังคมรักษาที่นี่มาตลอดค่ะ เพราะใกล้บ้านที่สุดแล้วที่สามารถเลือกได้ ส่วนตัวได้รับการบริการที่ดีตามมาตราฐานมาตลอดค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่ เจอคุณหมอดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ก็ไม่ถือว่าเลวร้ายอะไรมากนัก

จนเมื่อประมาณต้นปีนี้ เริ่มรู้สึกว่าเราเข้า รพ. บ่อยด้วยโรคติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ, กระเพาะปัสสาวะอักเสบ จริงๆ เราเป็นโรคนี้บ่อยค่ะ แต่จะป่วยจริงๆ ปีละครั้งหรือสองปีครั้ง ปีนี้เราป่วย 2 เดือนครั้งได้ เลยรู้สึกแล้วว่ามันแปลกๆ (เราทำงานร้านอาหารค่ะ อั้นฉี่จนติดเป็นนิสัย) บวกกับตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือนมา (เราประจำเดือนมาครั้งแรกตอน ม.1 ปัจจุบันอายุ 40 ค่ะ) เราไม่เคยปวดท้องเลยค่ะ ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว ชิวมากมาตลอด พอมีปีนี้ เริ่มมีไข้ต่ำๆ บ้างเวลาประจำเดือนจะหมด หรือ ปวดท้องหน่วงๆ เวลาขยับตัวลุกนั่ง ก็แปลกใจตัวเองนะคะ แต่คิดว่าคงเพราะเราแก่แล้วล่ะมั้งเลยไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน ก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรค่ะ

จนมาเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เราเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบอีกรอบ อาการคือมีไข้สูงช่วงหัวค่ำ ฉี่แล้วเสียวๆ ปวดเอว ปวดหลัง ก็ไปรักษา ได้ยามาทานปกติค่ะ แต่อยู่ๆ วันนึง (ประมาณ 22 มิ.ย.) กำลังนั่งรถกลับบ้าน เราก็สั่นแบบเหมือนตัวเองอยู่กลางหิมะเลย ปากสั่น ตัวสั่น หนาวสะท้านไปหมด แฟนเรารีบจับส่ง รพ. เลยค่ะ ไปถึง รพ. ด้วยความที่เป็นช่วงค่ำแล้ว ห้องฉุกเฉินวัดไข้เรา 39.8 องศา อีกนิดคือชักแล้วค่ะ หัวใจเต้นเร็วมากด้วย พยาบาลรีบ ว. หาคุณหมอ แล้วให้เราเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ (เราแจ้งด้วยว่ากำลังรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบอยู่) โดนแอดมิทคืนนั้นเลยค่ะ ระหว่างที่นอนสั่นหงึ่กๆ งั่กๆ พยาบาลกับเจ้าหน้าที่ก็รีบเดินเรื่องแอดมิทเราให้ เรามา รพ. ตอน 6 โมงกว่าๆ ขึ้นวอร์ดประมาณสองทุ่มได้ค่ะ เราขอใช้ตามสิทธิ ไม่เอาอะไรเพิ่มก็ได้นอนห้องรวม ห้องรวมที่เราได้นอนจะเป็นห้องของคนไข้ฝั่งปกติก่อนค่ะ เพราะเตียงของตึกประกันสังคมเต็ม ถ้าว่างค่อยย้ายกลับมา เป็นห้องแอร์ สะอาด กว้าง ดูดีเลยค่ะ ระหว่างที่กำลังสั่นอยู่ก็โดนจับฉี่ เจาะเลือด ใส่น้ำเกลือ ให้ยา หลายสิ่งอย่างมาก ดูทุกคนวุ่นวายกับเราคนเดียวสุดๆ

ตื่นเช้ามา คุณหมอคนแรก คุณหมอผู้หญิง (คุณหมออริสรา) ใจดีมากๆ ก็อธิบายว่าต้องรอเพาะเชื้อปัสสาวะเรา อาการแบบนี้คือติดเชื้อแน่นอน แต่ต้องรอว่าเป็นเชื้ออะไร ระหว่างนี้ต้องอยู่ รพ. ให้ยาฆ่าเชื้อก่อน แล้วต้องเจาะเลือดเช็คว่าติดเชื้อในกระแสเลือดด้วยมั้ย เราฟังแล้วใจแป้วเลย เราป่วยหนักขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ระหว่างที่นอนแอดมิท 3 วันแรกเรามีไข้ตลอด กลางวันปกติ กลางคืนไข้ 39 องศาทุกคืน คุณหมอเองก็เครียดเพราะหาสาเหตุที่ไข้สูงไม่ได้ เลยส่งเราไปตรวจเพิ่มคือเอ็กซเรย์ใหม่ทั้งตัว แล้วก็ทำอัลตร้าซาวน์ช่องท้อง คราวนี้เจอจริงๆ ค่ะ อัลตร้าซาวน์เจอ ซีสต์ที่รังไข่ค่ะ เราเลยโดนจับตรวจภายใน แล้วเย็นวันนั้น คุณหมอสูตินารีที่รับเคสเราก็สั่งให้ยาฆ่าเชื้อมาตัวนึง ซึ่งมันดีมาก ไข้เราลดลง ได้นอนสบายเป็นวันแรกเลยค่ะ ( เรายังไม่ได้เจอหมอนะคะ)

วันต่อมาคุณหมอสูตินารี (คุณหมอสุทธิชัย) ก็มาดูอาการแล้วอธิบายคร่าวๆ ว่าน่าจะเป็น ช็อคโกแลตซีสต์ ขนาดใหญ่อยู่ค่ะ 9 ซม.ได้ แล้วเจ้าซีสต์เนี่ยน่าจะติดเชื้อเลยทำให้ไข้เราสูง คุณหมอจะเพิ่มยาฆ่าเชื้อให้อีกตัวแล้วรอดูอาการ เราให้ยาอยู่ 2 วัน ไข้ไม่กลับมาแล้วค่ะ รวมแล้วนอน รพ. มา 6 วัน คุณหมอให้กลับได้ แต่ไปกินยาต่อแล้วค่อยกลับมาดูเจ้าซีสต์กันใหม่ (ตรงนี้เรามีค่าใช้จ่ายส่วนเกินอยู่ 3 ร้อยกว่าบาทตอนออกจาก รพ. ค่ะ เป็นค่าแพทย์ฉุกเฉินนอกเวลากับกระเป๋าอุปกรณ์ส่วนตัว)

เรากลับไปกินยาอยู่ 2 สัปดาห์ ก็มาพบคุณหมอสูตินารีเพื่อดูเจ้าซีสต์กัน นัดสัปดาห์แรกมาติดตามอาการ สัปดาห์ที่สองอัลตร้าซาวน์ใหม่เพื่อยืนยัน สัปดาห์ที่สามคุณหมอคุยเรื่องการรักษาค่ะว่าต้องผ่าตัดนะ เพราะขนาดซีสต์ล่าสุดคือ 9.3 ซม. มันใหญ่มากค่ะ ไม่สามารถฉีดยาให้ฝ่อเองได้ ส่วนการผ่าถ้าเราจะใช้การผ่าแบบส่องกล้องจะไม่ครอบคลุมสิทธิประกันสังคม ต้องจ่ายเพิ่มประมาณ 10,000 บาท เราเลยตัดสินใจผ่าหน้าท้องตามสิทธิค่ะ เพราะไม่อยากจ่ายเงินอะไรเพิ่ม คุณหมอทำเรื่องให้เราไปพบหมออายุรกรรมกับคุณหมอวิสัญญีเพื่อประเมินร่างกายก่อนว่าสามารถผ่าตัดได้มั้ย จากนั้นค่อยมานัดวันผ่าตัดกัน เสร็จสิ้นกระบวนการจนถึงนัดวันผ่าตัดประมาณ 1 เดือนหลังจาก ออกจาก รพ.

เราได้วันผ่าตัดคือ 30/8/65 ค่ะ มาแอดมิทก่อน 1 วันเพื่อเตรียมตัว คราวนี้ได้นอนห้องตึกประกันสังคมแล้วค่ะ ห้องไม่ต่างกันเลย แต่ไม่มีหน้าต่าง คุณพยาบาลจะเดินมาดูเราบ่อยมาก คอยเตรียมตัวให้เราหมด ให้งดน้ำ งดอาหาร สวนทวาร ให้อาบยาฆ่าเชื้อ โกนขนน้องหนู จนถึงห้องผ่าตัดพยาบาลจะคอยถามและอธิบายตลอดว่ากำลังจะฉีดยานะ จะแสบหน่อยนะ บลาๆ จนผ่าตัดออกมาเสร็จ ก็จะคอยถามว่าเจ็บมั้ย ปวดมั้ย เอายาแก้ปวดมั้ย ยาจะแสบนะ ยาจะทำให้เวียนหัวนะ และอื่นๆ ซึ่งเราว่ามันดีมากสำหรับคนที่เบลอๆ อย่างเราค่ะ คอยบอก คอยเตือน คอยดูแลดีมาก วันแรกเราหลับอย่างเดียวเลยค่ะ เบลอมาก รู้สึกแค่เวลา พยาบาลมาฉีดยาให้กับวัดความดัน 

วันรุ่งขึ้นคุณหมอมาเช็คเรา แล้วอธิบายว่า ซีสต์ของเราคือช็อคโกแลตซีสต์ ขนาดตอนผ่าออกมาคือ 10 ซม. (เดือนเดียวมันใหญ่ขึ้นไวมาก) แล้วมันเกาะกับรังไข่เหนียวมาก คุณหมอพยายามเลาะให้แล้วแต่รังไข่มีเลือดออกเยอะ เลยต้องตัดไป 1 ข้างค่ะ รังไข่อีกข้างที่เหลือไม่มีปัญหาเลย สวยงามดีมาก (คุณหมอพูดแบบนี้จริงๆ) แล้วคุณหมอขูดมดลูกเราด้วยเพราะเจอก้อนเนื้อในนั้น ต้องขูดออกมาตรวจดูว่ามันก้อนอะไร สรุปว่าผ่าตัดเสร็จสิ้นด้วยดี แผลเราก็ดี ให้พักฟื้นก่อน พรุ่งนี้จะเอาสายฉี่กับสายน้ำเกลือออก ให้เราเริ่มเดินเองเพื่อไม่ให้ท้องอืด จะบอกว่าเราปวดท้องแล้วก็เจ็บมากค่ะ ได้แต่นั่งเอนหลัง ใช้เวลานอน รพ. หลังจากผ่า 3 วันคุณหมอก็ให้กลับมาพักฟื้นได้ จากนั้นค่อยกลับไปเช็คแผลกับฟังผลชิ้นเนื้อค่ะ

จบเสร็จสิ้นทั้งหมดเราเสียค่าใช้จ่ายแค่กระเป๋าแอดมิทของ รพ. 120 บาทเท่านั้นค่ะ การรักษาครั้งนี้เราค่อนข้างแฮปปี้นะคะ พยาบาลวอร์ดทุกคนแม้จะดูเหนื่อยแต่คอยดูแลดีมาก คุณหมอเองก็อธิบายให้เราเข้าใจได้ง่าย น่ารักมากค่ะ ตอนนี้เราก็พักฟื้นตามอาการ เลยอยากเอาประสบการณ์มาแชร์ค่ะ เพราะเราไม่เคยปวดท้องประจำเดือนเลย ประจำเดือนมาตรง หรือ เลทไม่เกิน 7 วัน มาปกติ ไม่มาก ไม่น้อย เราเลยไม่เคยรู้ว่ามีระเบิดเวลาในท้องเราก้อนนึงมานานมาก ไม่เคยใส่ใจการตรวจสุขภาพของผู้หญิงด้วย ถ้าไม่มีไข้สูงวันนั้น เราคงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นซีสต์ แล้วอาจจะอันตรายกว่านี้ด้วย เพราะยิ่งขนาดใหญ่ยิ่งบิดขั้วง่าย อันตรายมาก

ที่แชร์ประสบการณ์ครั้งนี้ อยากบอกเพื่อนผู้หญิงอย่างเราอย่าประมาทนะคะ ถ้าทำได้ไปอัลตร้าซาวน์ ตรวจสุขภาพกันดีกว่าค่ะ เจอแต่แรกมันรักษาง่ายกว่าแล้วก็ไม่อันตรายด้วย ไม่ต้องเจ็บตัว นอนเป็นผักเป็นเดือนเหมือนเราค่ะ

ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่