เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

[CR] รีวิวสามัญชน: สปริงหลอด Swift vs RSR vs Silver ค่า K เท่ากัน ฟีลลิ่งต่างกันอย่างไร

กระทู้รีวิว
เรื่องของเรื่องมันค่อนข้างยาว เริ่มจากที่ผมได้สตรัท RSR ไม่ตรงรุ่นมาใช้ รถผมเป็น Toyota Altis 2004 ได้สตรัทตรงรุ่น Toyota Wish มาใช้ซึ่ง Wish จะหนักกว่าอัลติสประมาณร้อยกว่าโล และยังเป็นรถ Wagon ที่ท้ายจะหนักกว่าหน้า ในขณะที่ Altis หน้าจะหนักกว่าท้ายครับ หลังจากใส่สตรัทไปแล้ว (สปริงค่าเดิมเป็น 8K กับ 6K) ได้ลองไล่ค่า K สปริงโดยการเปลี่ยนเป็น 7K และ 6K จนรู้สึกว่าชอบฟีลลิ่งของความแข็งของสปริงหน้า 6 หลัง 6 ที่สุด แต่ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า ขอแวะเล่นข้างทางก่อนสักนิด ด้วยการลองฟีลลิ่งของสปริงต่างยี่ห้อที่ค่า K เท่ากัน รอบวงในหรือ id ไกล้เคียงกัน และความยาวหรือบางคนเรียกว่าความสูงก็ไกล้เคียงกัน เอามาลองใส่และจับความรู้สึกเปรียบเทียบกันว่าแต่ละยี่ห้อให้ฟีลลิ่งที่แตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ

ขอออกตัวก่อนว่าผมเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนธรรมดา ไม่ได้ทำงานในวงการยานยนต์และไม่ได้มีความรู้ในเชิงลึก เป็นเพียงผู้ที่ได้เสียตังค์ซื้อของมาทดลองใช้เองเลยอยากจะถ่ายทอดประสบการณ์แบ่งปันท่านอื่นๆครับ ความรู้ที่นำมาเขียนก็จากประสบการณ์ตรงบ้าง เสิร์ช  Google บ้างบนๆกันไปครับ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ 

สปริงรถยนต์มีกี่แบบ
ขอยกตัวอย่างสปริงที่ใช้งานกันโดยทั่วไปในรถยนต์นะครับ
1. Leaf Spring หรือแหนบ จะรับน้ำหนักและลดแรงสั่นสะเทือนโดย "โค้งหรืองอตัวของแผ่นแหนบ" ใช้ในรถกระบะและรถบรรทุก
2. Torsion Bar หรือคาน จะรับแรงสั่นสะเทือนโดยการ "บิดตัวของเพลา"
3. Air Spring หรือสปริงลม จะลดแรงสั่นสะเทือนจากการ "อัดตัวของลม" ในถุงลม
4. Coil Spring หรือ สปริงขด นิยมเรียกกันสั้นๆว่า สปริง จะเป็นสปริงที่เรามาพูดถึงกันในวันนี้ครับ

ref1: https://autoinfo.co.th/article/89487
ref2: https://www.facebook.com/1558239874427774/posts/2555191118065973/

Coil Spring
ขอโฟกัสที่ข้อ 4 Coil Spring กับเรื่องค่า K ของสปริงนะครับ หน้าที่หลักของสปริงคือการรับน้ำหนักตัวรถและการบลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนให้ถึงห้องโดยสารน้อยๆ ในสปริงของรถเดิมๆโรงงานจะมีค่าความแข็ง (ค่า K) ที่น้อยหน่อย ให้ประโยชน์ในเรื่องของความนุ่มนวลเป็นหลัก ส่วนสปริงโหลด (ใช้กับโช๊คเดิม หรือโช๊คแต่ง) และสปริงหลอด(ใช้กับสตรัทปรับเกลียว) มักจะมีค่า K ที่สูงขึ้น เพราะรถโหลดแล้วจะเหลือระยะยุบของโช๊คน้อยลง หากใช้สปริงที่อ่อนนุ่มโช๊คอาจจะยุบจนสุดจนยัน และเกิดความเสียหายได้ สปริงแต่ง (สปริงโหลด และสปริงหลอด) จึงต้องมีค่า K ที่สูงขึ้นเพื่อป้องกันความเสียหาย และรองรับการขับขี่ที่รุนแรง ลดอาการโคลงเคลงได้ดีขึ้นครับ

ความแข็งหรือค่าเคของสปริง
สปริง 1K หรือ 1Kg/mm คือสปริงที่มีความแข็งเท่ากับการ รับน้ำหนัก 1 กก. แล้วสปริงจะยุบลง 1 มม. เช่น หากรถท่านหนัก 1200 กก. ตัดช่วงล่างออกไปเหลือน้ำหนักด้านบนล้วนๆ (ตัวเลขสมมุติ) 1000 กก. หากเป็นรถซีดานขับหน้า น้ำหนักลงข้างหน้า 60% หลัง 40% จะแบ่งเป็นลงหน้า 600 กก. ลงหลัง 400 กก. แบ่งเป็นลงหน้าซ้าย 300 หน้าขวา 300 หลังซ้าย 200 หลังขวา 200 หากด้านหน้าใช้สปริง 2.5k และสปริงหลัง 2k ข้างหน้าจะยุบ 300/2.5 = 120 มม. หรือ 12 ซม. และด้านหลังจะยุบ 200/2 = 100 มม. หรือ 10 ซม. นั่นเองครับ ทั้งนี้ทั้งค่าเค และตัวเลขน้ำหนักเป็นเพียงตัวเลขสมมติให้เห็นภาพง่ายๆนะครับ

สิ่งที่มีผลทำให้สปริงแข็งหรือนุ่มมีดังนี้
1. ความหนาของสปริง - ยิ่งหนา ยิ่งแข็ง
2. ความยาวของสปริง - ยิ่งสั้น ยิ่งแข็ง (สปริงเส้นเดียวกัน พอเอาไปตัดให้สั้นลงเพื่อทำสปริงโหลด มันจะแข็งขึ้น)
3. ความห่างของขดสปริง - ยิ่งห่าง ยิ่งแข็ง

ในบรรดา Coil Spring แยกไปอีกหลายแบบตามแต่การใช้งาน ขอโฟกัสสปริง 2 แบบที่ถกเถียงกันบ่อยที่สุดคือ สปริงแบบ Linear และแบบ Progressive
1. Linear - เป็นสปริงที่มี ทรงของการพันขดตรง ความห่างของขดเท่ากัน และขนาดขดใหญ่เท่ากันทั้งสปริง เป็นสปริงที่มีความแข็งหรือค่า k เท่ากัน
2. Progressive - สปริงที่ให้ความแข็งไม่เท่ากันในแต่ละระยะการยุบ โดยบ้างก็จะออกแบบให้สปริงมีระยะห่างขดที่ไม่เท่ากัน หรือความกว้างของวงในไม่เท่ากัน (ทรงโอ่ง) ที่ทำให้การยุบจะเริ่มที่นุ่มนวลและเพิ่มความแข็งมากขึ้นทีละน้อย
3. Dual Rate (แถม) - เป็นสปริงที่มี 2 ค่า K อยู่ในตัวเดียว ระดับนึงจะแข็งกว่าและอีกระดับจะนุ่มกว่าครับ


รูป 1. จาก: https://bimmertips.com/linear-vs-progressive-springs-explained/
รูป 2. จาก: https://www.hypercoils.com/progressive-springs-vs.-linear

หมายเหตุ: ถึงแม้ว่าในทางทฤษฎี สปริง Linear ควรจะเป็นสปริงที่ค่า K เท่ากันทุกช่วงการยุบ แต่ในการใช้งานจริง ผมไม่แน่ใจว่าขอใหม่ๆเป็นไหม หรือต้องใช้ไปสักระยะจนสปริงล้า ค่า K มันจะเพี้ยนไป ทำให้ในการยุบแต่ละช่วงใช้น้ำหนักกดหรือใช้แรงกดไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น
1. ช่วง 1 ซม. แรก ใช้แรงกด 10 กก.
2. ช่วง 1 ซม. ต่อมา ใช้แรงกด 12 กก.
3. ช่วง 1 ซม. ต่อมา ใช้แรงกด 14 กก.
ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้กับสปริงทุกตัว ทุกยี่ห้อ แต่สปริงที่ใช้วัสดุและการผลิตที่ดีกว่า ก็มีมาตรฐานที่ดีกว่า หรือการคงคุณภาพได้นานกว่าสปริงที่ใช้วัสดุและการผลิตที่ด้อยกว่าครับ ดังตัวอย่างที่ฝรั่งนำสปริงยี่ห้อ Swift ไปขึ้นไดโน่วัดช่วงยุบของสปริงเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ เช่น https://www.northamericanmotoring.com/forums/suspension/157535-swift-springs-dynoed.html?fbclid=IwAR1QMD2wFFJ6jMql4yn2iPKW0Y-wVpQOXMDAKNtjJouFZMfRqor8KbuifKU

Megan(8kg. convert 450lbs) 1st inch-494lb, 2nd inch- 551lbs, it didnt even make it to the 3rd inch it was maybe about 2&1/4 of an inch where it maxed and it was already at 594lbs.
Swift (10kg. convert 564lbs) 1st inch- 559lbs, 2nd inch- 564lbs, 3rd inch- 566lbs, 4th inch- maxed. Every inch it was off no more than 5lbs. If that isnt accurate I dont know what is.

และ กราฟไดโน่ของสปริง Swift จะเห็นได้ว่าค่า k คงที่ เป็นเส้นเกือบตรงตลอดทั้งระยะยุบครับ https://www.s2ki.com/forums/s2000-brakes-suspension-249/why-swift-springs-upgrade-1095888/
 

ข้อมูลสปริง Swift
ยี่ห้อสปริงสัญชาติญี่ปุ่น โฆษณาว่าให้ช่วงโสตรคการทำงานยาวกว่ายี่ห้ออื่น เบากว่า ทนทานกว่า และค่าเคคงที่ตลอดการยุบ เป็นยี่ห้อที่ผลิตสปริงขายอย่างเดียว ไม่ได้ทำสตรัท เลยคิดว่าน่าจะเชี่ยวชาญเป็นพิเศษครับ สำหรับบ้านเราได้ชื่อว่าเป็นสปริงยี่ห้อท้อปๆที่สุดที่บ้านเรานิยมเล่นกัน นิยมทั้งในรถสนามและในรถบ้านอัพเกรดทั่วไป มันอาจไม่ใช่สปริงที่ดีที่สุดในโลก เพียงแต่เป็นตัวที่ดีมากๆ คุณภาพคุ้มค่า ราคาเอื้อมถึง บ้านเราจึงนิยมเล่นกันครับ มีใช้ไทเทเนียมเป็นส่วนผสม ทำให้มีความเชื่อว่ามันจะฟีลลิ่งดีกว่า เบากว่า และไม่เป็นสนิม (ที่ไหนละ ตัวที่ผมซื้อมือสองมานี่สนิมเพียบ แต่กินแค่ผิวๆนะครับ) ราคาของเบิกใหม่ 1 คู่ ประมาณ 1 หมื่นบาท บ้านเรานิยมซื้อขายกันมือสอง ราคาสภาพดีประมาณ 4500 สภาพไม่สวย (สนิม) ประมาณ 3500 ครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.swiftsprings.com/advantage/


ข้อมูลสปริง RSR Ti2000
เป็นยี่ห้อญี่ปุ่นที่ดังเรื่องทำท่อไอเสียซิ่งมาก่อน ตอนหลังมาทำสตรัทปรับเกลียวซึ่งก็ได้ชื่อว่าเป็นยี่ห้อสตรัทรถบ้านระดับ Hi-end เบอร์ 1 ของญี่ปุ่นครับ (เบอร์ 2 คือ Largus และเบอร์ 3 คือ Tein อันนี้ผมฟังเค้ามาอีกทีนะครับ) แต่ RSR เองก็มีสปริงหลอดจำหน่าย และเป็นอีกยี่ห้อที่ใช้ Titanium เป็นส่วนผสมด้วยครับ บ้านเราจึงให้ค่าว่ามันเป็นสปริงที่ดีเบอร์ 2 รองจาก Swift เลย เค้าเคลมว่าสปริง RSR Ti2000 (สปริงหลอด) เบากว่าสปริงปกติถึง 2 กก. หรือ 24% เลยทีเดียว ราคาของใหม่เคยถาม RSR Thailand อยู่ที่ประมาณ 5500+ มือสองสภาพดีขายกัน 2000-2500 ครับ สภาพไม่สวยไม่ค่อยเจอครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.rs-r.co.jp/e_suspension


ข้อมูลสปริง Silver
ข้อมูลผมไม่ชัวร์เท่าไรนะครับ Silver เป็นยี่ห้อสตรัทไต้หวัน แต่สปริงตัวที่ผมได้มาเป็นสปริงที่ติดมากับสตรัทปรับเกลียว Silver Neomax One ซึ่งผลิตในจีน ส่วนผสมหลักๆผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นโลหะจำพวกเหล็กเป็นหลัก ไม่มีไทเมเนียมผสม แต่ทางเวบก็โฆษณาว่าใช้วัสดุเกรดสูงสุดที่ใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่น และออกแบบมาเพื่อเหมาะกับถนนเมืองไทยครับ ราคา เบิกใหม่น่าจะประมาณ 1500 มือสองซื้อขายกันน้อยมากครับ ผมได้มา 1200 เพราะผมอยากได้สปริงมือสองมาเปรียบเทียบกับ RSR และ Swift ที่เป็นมือสองเหมือนกัน


ข้อมูลเกี่ยวกับรถ
ยี่ห้อ/รุ่น     : Toyota Altis หน้าหมู 1.6E AT ปี 2004
เครื่องยนต์ : เปลี่ยนเป็น 2zz-ge 1.8 6MT (ตามสเปค ประมาณ 190 แรงม้า) 
ยาง           : Otani KC2000 205/60/15
ช่วงล่าง     : สตรัทปรับเกลียว RSR Best-i ตรงรุ่น Toyota Wish แปลงใส่รุ่นผม

ข้อจำกัดในการทดสอบ
- ใส่กับสตรัทปรับเกลียว RSR Best-i ที่ฟีลลิ่งค่อนข้างนุ่มและย้วย
- สตรัทตรงรุ่น Toyota Wish แต่ใส่กับรถ Toyota Altis
- สปริงทั้ง 3 ยี่ห้อเป็นสปริงมือ 2 ทั้งหมด อาจผ่านการใช้งานมาไม่เท่ากัน
- ค่าเค 6 เค เท่ากันทั้ง 3 ตัว ความกว้างวงใน RSR 66 มม. ที่เหลือ 65 มม. ความยาว Silver 180 มม. ที่เหลือ 178 มม. ต่างกันนิดๆหน่อยๆครับ
- เริ่มแรกผมใส่ Swift หน้า rsr หลัง, แล้วสลับเป็น RSR หน้า Swift หลัง, หลังจากนั้นเปลี่ยน Silver แทน RSR ด้านหน้า, สุดท้ายเอา Swift อีกตัวมาใส่แทน Silver ด้านหน้า กลายเป็น Swift หน้าหลังครับ
- ทุกครั้งที่ใส่ ปรับเซ็ทโดยไม่มีการบีบสปริง (preload) เลย จะได้สัมผัสฟีลลิ่งได้ตรงไปตรงมา เหมือนๆกันครับ
- ทุกครั้งที่ใส่สปริงใหม่ผมจะปรับหนืดโช๊คไว้ที่ค่าเดิมเสมอ หลังใช้ไปสักระยะถ้ายังไม่พอดีถึงจะปรับเพิ่มลดอีกทีครับ
- เส้นทางประจำ รามอินทรา เลียบด่วน พระราม 9 เสาวรีย์ ทางด่วนเลียบด่วน นวมินทร์ ขับเส้นนี้ทุกวันครับ
ชื่อสินค้า:   สปริงหลอด Swift vs RSR vs Silver
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่