[CR] True Relaxing Trip 26 อัมพวา 19-20/8/22

ห่างหายจากการเขียนมานาน  จริงๆระหว่างนี้ก็มีไปเที่ยวบ้าง  แต่ไม่ได้เอามาเขียนเก็บไว้  ครั้งนี้เลยมาเขียนสักหน่อย  รอบนี้ได้ไปเที่ยวเพราะลุงตู่อีกแล้ว  ขอบคุณโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่สนับสนุนค่าห้องพักและของกิน   ครั้งนี้เป้าหมายอยากไปไหว้ท้าวเวสสุวรรณที่วัดจุฬามณี  และอยากไปตลาดน้ำอัมพวาที่ไม่ได้ไปมานานถึง 2 ปี  หลังจากหาที่พักอยู่นานเพราะที่อัมพวาที่พักเพียบมากๆก็ไปได้ที่ The Grace Amphawa  ที่พักราคาเต็ม 2,000 บาท  ใช้สิทธิเราเที่ยวด้วยกันเหลือ 1,200 บาท  ดูจากภาพแล้วสวยดี  มีอ่างด้วย  

ออกเดินทางกันแบบชิวๆเพราะใกล้ๆกรุงเทพ  ออกกันตอน 9.30 ก่อนไปวัดขอแวะเติมพลังที่แรกที่ร้านหายใจทิ้ง  เป็นร้านที่มีทั้งของคาวของหวานให้เลือกกิน  ราคาก็ถือว่าพอได้ไม่แพงมาก  ถ้าเทียบกับคาเฟ่ทั่วๆไปก็ราคาปกติ  ร้านตกแต่งน่ารักมาก  มุมถ่ายรูปเป็นร้อย  แค่ถ่ายรูปก็คุ้มแล้ว  เดินถ่ายรูปได้ทั่วร้านเลย  ไม่ว่าจะข้างในหรือข้างนอก  ชอบที่ร้านเปิดเพลงยุค 90 ฟังสบายๆชิวๆให้ฟังด้วย  แหม...มันตรงใจ  อาหารรสชาติอร่อยธรรมดาไม่ได้หวือหวา  แต่เพราะบรรยากาศดีๆ  มันก็เลยรู้สึกอาหารน่ากินขึ้น  โชคดีมาวันศุกร์  ไม่มีคนเท่าไหร่  จะเดินถ่ายรูปตรงไหนที่ไหนก็ได้  ที่นั่งจะนั่งด้านในห้องแอร์หรือข้างนอกในสวนก็สวยเหมือนกัน  แถมที่ร้านมีขาตั้งกล้องให้ยืมไปอีก  สั่ง Iced Mocha+ Iced Bubble Caramel Milk+ ปอเปี๊ยะแฮมชีส+ข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทย  รวมแล้วมื้อนี้หมดไป 364 บาท  วันนี้ฟ้าไม่ค่อยเปิด  แต่ก็ได้รูปสวยๆกลับมาเพียบ  กินหลักร้อย  ถ่ายรูปหลายร้อยกว่า



หลังจากแวะเติมพลังเสร็จก็มุ่งหน้าไปกันต่อที่เป้าหมายของเราในวันนี้  วัดจุฬามณี  อยากมาไหว้ท้าวเวสสุวรรณตั้งนานแล้ว  แต่ไม่ได้มาสักที  รอให้ผ่านพ้นช่วงคนเยอะๆก่อน  มาวันธรรมดาคนก็ไม่เยอะดี  ที่จอดรถสามารถจอดข้างๆวัดได้เลย  เป็นลานดินแฉะๆหน่อย  แต่ที่จอดรถเยอะมาก  มีรถบริการรับส่งสำหรับคนขี้เกียจเดินเข้าวัดด้วย  คนละ 10 บาท  ซึ่งเอาจริงมันก็ไม่ได้ไกลมา  แต่ถ้าคนจอดไกลๆหน่อย  เพราะที่จอดรถมันกว้าง  แล้วขี้เกียจเดิน  ก็ใช้บริการได้  ราคาไม่แพง  ตรงที่ไหว้คนก็ไม่เยอะไม่แออัด  ไหว้ได้สบายๆ  ของไหว้จะเป็นพานดอกกุหลาบ  ไหว้ท้าวเวสสุวรรณเสร็จก็ไปปิดทองฝังลูกนิมิตรต่อ  จริงๆเค้าให้ปิดทองก่อน  แต่เราเดินไปทำภารกิจที่ต้องการก่อนค่อยกลับมาปิดทอง  อ๋อ...ที่นี่มีน้ำเปล่าแจกด้วยนะ  น้ำเย็นด้วย     



จบภารกิจไหว้พระก็เดินทางต่อไปยังที่พักได้  ตื่นเต้นๆ  จะได้เจอที่พักแล้ว  เห็นในรูปสวยดี  ของจริงจะเป็นไงบ้างน้า  ที่พักติดแม่น้ำ  มีบริการตักบาตรตอนเช้าคนละ 100 บาท  แต่ไม่ตื่นและโชคดีมากที่มาถึงที่พักไม่นานฝนก็ตก  เลยไม่เปียกฝน   ฝนตกหนักมากกกกกกกกก ทีนี้เรามารีวิวที่พัก  บอกก่อนว่าห้องที่รีวิวคือห้อง River Wing 4A  เป็นห้องชั้นบน เตียงเดี่ยว ส่วนห้องอื่นเป็นไงไม่รู้นะ  และเป็นความคิดเห็นกับความชอบส่วนตัวนะ  
ข้อดีของที่พัก
1.          ราคาไม่แพง  มีอ่างจากุดชี่ให้แช่  ห้องน้ำใหญ่ไม่อึดอัด
2.          ห้องกว้างมากกกกกกกกก  กว้างแบบวิ่งเล่นได้เลย
3.          ห้องเพดานสูง  เลยยิ่งดูโปร่งโล่งสบาย
4.          ระเบียงด้านนอกใหญ่โตกว้างขวาง  มองวิวได้  ถึงแม้วิวจะไม่ค่อยมีอะไร
5.          จอดรถหน้าที่พักได้เลย  ไม่ต้องเดินไกล
6.          เตียงคือดี  นอนสบายมาก  ใหญ่มาก  และความนิ่มกำลังพอดี  มีปลั๊กข้างเตียงให้ทั้งสองข้างเลย
7.          ห้องที่พักใกล้กับห้องอาหารเช้าและสระว่ายน้ำ  เดินไปได้ใกล้ๆเลย  ไปดูวิวแม่น้ำยามเย็น  ใครชอบถ่ายรูปที่นี่มีมุมเพียบ
ข้อเสียของที่พัก
1.          ทีวีเล็กไปหน่อย  ถ้านั่งดูจากเตียงก็จะไม่สบายตา  ต้องยกเก้าอี้มานั่งดูปลายเตียง
2.          ไวไฟไม่ค่อยดี  ตอนกลางคืนคนใช้เยอะ  เพราะมีแขกพอสมควร  เล่นมือถือยังไม่ได้เลย
3.          ห้องมืดไปหน่อย  ถ้าใครอยากได้ห้องสว่างให้เลือกชั้นล่าง  เพราะชั้นบนเพดานมันสูง  แสงไฟมาไม่ถึง
4.          อ่างจากุดชี่ในห้องปรับระดับน้ำแรงไม่ได้  
5.          บันไดขึ้นชั้น 2 ชันมากกกกกกกก  ต้องเดินระวังๆเลย 
6.          หมอนแบนไปหน่อย  ถ้าใครชอบนอนหมอนแบนอาจจะโอเค  พอดีชอบหมอนหนาๆ
7.          แอร์ไม่เย็นเท่าไหร่ เปิด 22 ยังไม่หนาว และแอร์เสียงดัง  ใครเป็นพวกต้องห้ามมีเสียงตอนนอน  น่าจะนอนไม่หลับ



หลังจากรอฝนหยุดตกก็เย็นพอสมควร  ประมาณ 5.30 แล้ว  ก็ออกไปหาของกินกันที่ตลาดน้ำอัมพวา เจอนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะมากทั้งฝรั่ง คนจีนเต็มไปหมด  เข้าใจว่าวันศุกร์ตลาดจะเปิดเต็มที่ปกติ  แต่สงสัยช่วงนี้ยังไม่ปกติสินะ  ร้านเลยไม่ค่อยเปิด  เปิดประมาณ 80% ได้  พ่อค้าแม่ค้าบอกว่าวันเสาร์จะเปิดเต็มเลย  แถมวันนี้ฝนตกด้วยไง  แต่ของกินก็พอมีให้เลือกอยู่ จริงๆอยากกินริมน้ำ  กินอาหารตามเรือ  แต่หาเรือไม่เจอเลย  เจอลำเดียวเอง 555 เลยเปลี่ยนใจเข้าร้านก็ได้  ทุกร้านในนี้ไม่มีร้านไหนรับเราเที่ยวด้วยกันเลย  เลยเลือกสักร้านที่ดูคนน้อยอาหารมาไวเพราะหิวมากๆ  ไปได้ร้านตำถาดสาขา 3  สั่งผัดไทยปลาหมึก + กระเพราะทะเล + ตำข้าวโพด + น้ำเปล่า  มื้อนี้หมดไป 244 บาท  ผัดไทยให้น้อยไปนิด  แต่อร่อย  กระเพราะทะเลธรรมดา  ตำข้าวโพดคืออร่อยมากกกกกกก  แทบจะยกซด  แม่ค้าใจดีให้ให้เข้าห้องน้ำได้ด้วย  แรกๆว่าจะไม่ปวด  เจอแม่ค้าทักให้เข้าปุ๊บ  ปวดปั๊บเลย  กินเสร็จเดินเล่นหาขนมกินต่อ  ไปเจอร้านไอติมคุณลุงดูน่ากินเลยลองซื้อมา  อร่อยดี  หมดไปอีก 50 บาท  แน่นพุงก็กลับห้องไปพักผ่อนต่อไป



ตื่นเช้ามาด้วยอาการนอนไม่ค่อยหลับ  ไม่รู้ทำไม  หลับๆตื่นๆทั้งคืน  น่าจะเพราแอร์ไม่เย็นกับเสียงแอร์ดัง  เลยนอนไม่ค่อยได้  ไม่เป็นไรไว้ค่อยกลับไปนอนชดเชยที่ห้องตัวเองเอา  ป่ะ...ไปหาข้าวกินดีกว่า  ราคาที่พักที่นี่รวมอาหารเช้าแล้วด้วย   ห้องอาหารเช้าที่นี่ติดริมน้ำเลย  จะนั่งข้างในหรือข้างนอก  หรือริมน้ำก็ได้  วิวคือดี  อาหารที่นี่เน้นอาหารไทย  มีไม่มาก  แต่รสชาติดี  ชอบที่ของธรรมดาๆแต่อร่อย  ไม่ว่าจะข้าวผัด ผัดผัก  มีปาท่องโก๋จิ้มนมด้วย  ปาท่องโก๋ไม่เหนียว  ยังกรอบอยู่  แต่แค่ไม่ร้อนก็เท่านั้น  กินอิ่มพอแล้วก็ไปพักผ่อนที่ห้องต่อ  อาบน้ำแต่งตัวเตรียม check-out ไปเที่ยวต่อ




วันนี้ตั้งใจจะไปถ่ายรูปที่อาสนะวิหารพระแม่บังเกิด  เห็นในภาพว่าสวย  ฟิตติ้งชุดพร้อมเพื่อการนี้  ไปถึงพบว่ามีจัดงานแต่งงานอยู่  เลยไม่กล้าเดินเข้าไปข้างในเลย  กลัวคนคิดว่าเป็นแขก  ไม่เป็นไร  ถ่ายรูปเล่นข้างนอกก็ได้  สวยเหมือนกัน  วิหารจะเป็นสีฟ้าขาวดูสดใส  ถ่ายออกมาเหมือนเดินเล่นอยู่เมืองนอกเลย  จะถ่ายมุมไหนก็สวย  เสียดายอดเข้าข้างใน  มีเหตุนิดนึงตรงออกมาจากที่พักแล้วระหว่างเดินทางไปวิหาร  ที่พักโทรมาบอกว่าลืมของไปอีก  โถ..ชีวิต  หลังถ่ายรูปเสร็จเลยแวะกลับไปเอา  เห็นคนมารอ check-in เยอะมาก  สมกับที่ทางที่พักบอกว่าวันเสาร์คนจะเต็ม



จุดแวะสุดท้ายก่อนจบทริปคือ Salt Lake De Maeklong เป็นคาเฟ่ที่เห็นมานาน  ผ่านทางนี้บ่อยมากไม่เคยได้แวะเลยสักหน  คิดว่าต้องราคาสูง เพราะร้านสวยขนาดนี้ เลยไม่กล้าเข้าไปสักที  อีกอย่างมาทีไรเห็นคนเยอะทุกที  แต่รอบนี้คนไม่ค่อยเยอะ  อาจเพราะร้านมันเป็นเส้นขาเข้า กทม คนส่วนมากเลยน่าจะมาวันอาทิตย์มากกว่า ร้านรับเราเที่ยวด้วยกันด้วยนะ  ภายนอกว่าสวยแล้ว  ภายในก็สวย มีสองชั้น  ชั้นล่างได้วิวแต่ร้อน ชั้นบนห้องแอร์เย็นสบาย  ราคาอาหารก็แพงแบบไม่น่าประหลาดใจ  สั่งกาแฟเกลือเย็น + โกโก้เดอซอลท์ + ไก่ทอดนาเกลือ + ข้าวแมวร้องไห้ + ขนมปังปิ้งนม  รวมราคา 505 บาท ใช้ลุงช่วยจ่าย  เหลือจ่าย 303 บาท กินครบ 500 มีแถมเกลือหอมมา 1 ถุงด้วยนะ  รสชาติอาหารธรรมดา  แต่น้ำนี่  คือต้องบอกว่าไม่ชินมากกว่า  โกโก้กับกาแฟมันเอามาใส่เกลือแล้วกินไม่ได้อ่ะ  มันเค็มแปลกๆ  ไม่ชินเลย  อันนี้คือพลาดเอง  ไม่เป็นไร  เน้นถ่ายรูปเอาแล้วกัน  



จบทริปรอบนี้รวมๆค่ากิน+ค่าที่พัก+ค่าน้ำมัน+จิปาถะก็ตกที่ 2,700 บาท  ตกคนละ1,350 บาทเอง  ประหยัดไปเพราะมีโครงการช่วยจ่ายให้ 1,002 บาท   แต่ก็ใช้ได้ไม่คุ้มนะ  ลุงให้ค่าอาหาร 600 บาท  ใช้ไปแค่ครึ่งเดียวเอง  ทริปนี้จบลงด้วยรูปเป็นล้าน  เอาไว้ทริปหน้าเที่ยวไหนค่อยมาลุ้นกัน
ชื่อสินค้า:   อัมพวา The Grace Amphawa ตลาดน้ำ
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่