วัดพระเจ้าเม็งราย
เดิมชื่อ "วัดคานคาด" คงจะเพี้ยนมาจากคำว่า กาละก้อด หรือได้มาจากไม้คานหามพระพุทธรูปมาคาด หรือ กร่อน จนเกือบจะนำมาใช้หามพระพุทธรูปต่อไปอีกไม่ได้
เลยสร้างวัดขึ้นตรงนั้น แล้วตั้งชื่อว่า วัดคาดคอด อดีตพระ อ.การกุย ทูลสนโย เจ้าอาวาส อธิบายว่า วัดพระเจ้าเม็งรายนี้ นอกจากจะเรียกชื่อวัดว่า วัดกาละก้อด แล้ว ยังเรียกชื่อ "วัดศรีสร้อยท้าเจ่ง"
พระเจ้าค่าคิงพญามังราย #พระพุทธรูปองค์แรกของจังหวัดเชียงใหม่
พระพุทธรูปยืนที่ประดิษฐานในวิหารซึ่งถูกสันนิษฐานว่า
อาจเป็นพระพุทธรูปที่พญามังราย ได้โปรดให้หล่อถวายไว้ที่เวียงกุมกามก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ โดยเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธรูปดังกล่าว
ได้ปรากฏในตำนานเมืองเชียงใหม่ และในพงศาวดารโยนก บอกไว้ว่า
เมื่อพญามังรายได้สร้างเมืองเชียงใหม่เสร็จแล้ว ได้ยกถวายหอบรรทมของพระองค์ให้ตั้งขึ้นเป็นวัด นามว่า วัดเชียงมั่น และทรงมีพระบัญชาให้เหล่าเสนาอำมาตย์ข้าราชบริพารแต่งขบวนพยุหยาตราไปอัญเชิญพระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าค่าคิงมังราย ปางลีลาห้ามญาติ เนื้อสัมฤทธิ์ ซึ่งมีขนาดองค์พระใหญ่โตเท่าตัวของพญามังราย จากเวียงกุมกาม
ซึ่งมีขนาดองค์พระใหญ่โตเท่าตัวของพญามังราย จากเวียงกุมกามเพื่อนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดเชียงมั่น เพื่อความเป็นสิริมงคลไพบูลย์แก่อาณาประชาราษฎรทั้งหลาย รวมถึงพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์
พญามังราย มหาราชได้รับทูลเกล้าถวายต้นหน่อพระมหาโพธิ ที่สืบหน่อมาจากพุทธคยา โดยกษัตริย์แห่งประเทศศรีลังกาในเวลานั้น ตามพงศาวดารโยนกได้บันทึกไว้ว่า
พญามังรายได้ทรงปลูกต้นหน่อพระมหาโพธิ ด้วยพระองค์เองพร้อมกับการสร้างวัดพระเจ้าเม็งรายในปี 1839 พระมหาโพธินี้ได้ล่วงกาลมาถึงปัจจุบันนี้มีอายุราว 700 กว่าปี
ตามการสันนิษฐานของนักพฤษศาตร์ นับเป็นมหามงคบอันยิ่ง พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า "ต้นพระศรีมหาโพธิประดิษฐานอยู่ ณ ที่แห่งใด ก็เปรียบประดุจดังพระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ ที่แห่งนั้นด้วย"
การอธิษฐานขอพระจากต้นพระศรีมหาโพธิ เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ แค่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มากราบขอพร โดย สามารถเสี่ยงทายเหรียญอธิษฐานของตัวเอง ต่อหน้าพระแม่ธรณีผู้สถิตย์อยู่ ณ โคนต้นโพธิ เพื่อขอให้พรที่ตัวเองปราถนาสมดังใจนึกทุกประการ


#วัดเชียงใหม่ #วัดดังภาคเหนือ #พระพุทธรูปองค์แรกของเชียงใหม่ #วัดเก่าแก่ #สถานปฏิบัติธรรม #แหล่งขอหวย
เดิมชื่อ "วัดคานคาด" คงจะเพี้ยนมาจากคำว่า กาละก้อด หรือได้มาจากไม้คานหามพระพุทธรูปมาคาด หรือ กร่อน จนเกือบจะนำมาใช้หามพระพุทธรูปต่อไปอีกไม่ได้
เลยสร้างวัดขึ้นตรงนั้น แล้วตั้งชื่อว่า วัดคาดคอด อดีตพระ อ.การกุย ทูลสนโย เจ้าอาวาส อธิบายว่า วัดพระเจ้าเม็งรายนี้ นอกจากจะเรียกชื่อวัดว่า วัดกาละก้อด แล้ว ยังเรียกชื่อ "วัดศรีสร้อยท้าเจ่ง"
พระเจ้าค่าคิงพญามังราย #พระพุทธรูปองค์แรกของจังหวัดเชียงใหม่
พระพุทธรูปยืนที่ประดิษฐานในวิหารซึ่งถูกสันนิษฐานว่า
อาจเป็นพระพุทธรูปที่พญามังราย ได้โปรดให้หล่อถวายไว้ที่เวียงกุมกามก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ โดยเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธรูปดังกล่าว
ได้ปรากฏในตำนานเมืองเชียงใหม่ และในพงศาวดารโยนก บอกไว้ว่า
เมื่อพญามังรายได้สร้างเมืองเชียงใหม่เสร็จแล้ว ได้ยกถวายหอบรรทมของพระองค์ให้ตั้งขึ้นเป็นวัด นามว่า วัดเชียงมั่น และทรงมีพระบัญชาให้เหล่าเสนาอำมาตย์ข้าราชบริพารแต่งขบวนพยุหยาตราไปอัญเชิญพระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าค่าคิงมังราย ปางลีลาห้ามญาติ เนื้อสัมฤทธิ์ ซึ่งมีขนาดองค์พระใหญ่โตเท่าตัวของพญามังราย จากเวียงกุมกาม
ซึ่งมีขนาดองค์พระใหญ่โตเท่าตัวของพญามังราย จากเวียงกุมกามเพื่อนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดเชียงมั่น เพื่อความเป็นสิริมงคลไพบูลย์แก่อาณาประชาราษฎรทั้งหลาย รวมถึงพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์
พญามังราย มหาราชได้รับทูลเกล้าถวายต้นหน่อพระมหาโพธิ ที่สืบหน่อมาจากพุทธคยา โดยกษัตริย์แห่งประเทศศรีลังกาในเวลานั้น ตามพงศาวดารโยนกได้บันทึกไว้ว่า
พญามังรายได้ทรงปลูกต้นหน่อพระมหาโพธิ ด้วยพระองค์เองพร้อมกับการสร้างวัดพระเจ้าเม็งรายในปี 1839 พระมหาโพธินี้ได้ล่วงกาลมาถึงปัจจุบันนี้มีอายุราว 700 กว่าปี
ตามการสันนิษฐานของนักพฤษศาตร์ นับเป็นมหามงคบอันยิ่ง พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า "ต้นพระศรีมหาโพธิประดิษฐานอยู่ ณ ที่แห่งใด ก็เปรียบประดุจดังพระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ ที่แห่งนั้นด้วย"
การอธิษฐานขอพระจากต้นพระศรีมหาโพธิ เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ แค่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มากราบขอพร โดย สามารถเสี่ยงทายเหรียญอธิษฐานของตัวเอง ต่อหน้าพระแม่ธรณีผู้สถิตย์อยู่ ณ โคนต้นโพธิ เพื่อขอให้พรที่ตัวเองปราถนาสมดังใจนึกทุกประการ