คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
...
คนปฏิบัติธรรมก็เหมือนคนเดินทางมาไกล เดินทางมาก่อน มองย้อนหลังไปเห็นคนอื่นที่เดินตามมาหรือยังไม่ตามมาก็รู้ถึงความห่าง ความเพียร และการฝึกฝนที่ต้องการอีกมาก
เหมือนความห่างของคนที่ละความโกรธได้แล้ว...กับคนที่ยังโกรธอยู่
แต่หากมองด้วยอัสมิมานะ ความถือตัวถือตนว่าเราปฏิบัติแล้วดีแล้ว ก็กำเริบได้ พระท่านถึงให้ดูตนเป็นหลัก
ใจที่นึกตำหนิ เพ่งโทษผู้อื่น ไม่มีประโยชน์อันใด แต่ให้เห็นแล้วทรงไว้ด้วยพรหมวิหาร๔ครับ
ป.ล. อนุโมทนาในการรักษาจิตครับ
คนปฏิบัติธรรมก็เหมือนคนเดินทางมาไกล เดินทางมาก่อน มองย้อนหลังไปเห็นคนอื่นที่เดินตามมาหรือยังไม่ตามมาก็รู้ถึงความห่าง ความเพียร และการฝึกฝนที่ต้องการอีกมาก
เหมือนความห่างของคนที่ละความโกรธได้แล้ว...กับคนที่ยังโกรธอยู่
แต่หากมองด้วยอัสมิมานะ ความถือตัวถือตนว่าเราปฏิบัติแล้วดีแล้ว ก็กำเริบได้ พระท่านถึงให้ดูตนเป็นหลัก
ใจที่นึกตำหนิ เพ่งโทษผู้อื่น ไม่มีประโยชน์อันใด แต่ให้เห็นแล้วทรงไว้ด้วยพรหมวิหาร๔ครับ
ป.ล. อนุโมทนาในการรักษาจิตครับ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ถามท่านที่ปฏิบัติธรรม ธรรมะเข้าไปอยู่ในจิตใจของท่านมากน้อยแค่ไหนและท่านใช้ชีวิตประจำวันกันยังไงกันบ้าง แชร์กันหน่อยค่ะ
สำหรับการใช้ชีวิตของเรา เราจะรู้สึกว่าธรรมะเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราในเกือบจะทุกเรื่องทั้งตอนที่อยู่คนเดียวและตอนที่อยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม
ยิ่งปฏิบัติธรรมมากขึ้น เราก็รู้สึกว่าธรรมะเข้ามาอยู่ในความนึกคิดมากขึ้นทุกวันค่ะ เช่น เวลาเราได้ยินคนอื่นคุยโม้โอ้อวดหรือความมั่นใจในตนเอง เราก็จะนึกว่าเค้าคนนี้มีอัตตาอยู่มาก เมื่อเช้านี้ตอนเราจะเข้าไปในหมู่บ้านเราเห็นเพื่อนบ้านคนหนึ่ง (ที่มีนิสัยชอบตระหนี่) เดินถือถ้วยเล็ก ๆ ไปเรานึกว่าเค้าจะกับข้าวแบ่งไปให้เพื่อนบ้าน เราก็เลยถามแต่เค้าบอกจะไปขออะไรสักอย่าง เราเลยนึกไปถืงความตระหนี่ของเค้าขึ้นมาทันที 555 เวลาเราเห็นคนแต่งตัวหรือแต่งหน้าหรือให้ความสำคัญกับการแต่งตัว ตอนนี้เรานึกในใจว่าคนนี้คงยังไม่รู้จักความแก่ บางทีเรานึกไปถึงเวลาเค้าแก่หน้าตาเค้าจะเป็นยังไงนะ หรือมีบางครั้งเราจะนึกตามคำสอนของพระอาจารย์ว่าให้ลอกหนังเข้าไปดู เราก็นึกลอกหนังดูตอนนั้น และเราเห็นนกหรือสัตว์ เราก็นึกสงสารที่เค้าต้องมาเป็นสัตว์ ทำบุญเองไม่ได้ (เราก็มักจะแผ่เมตตาและแบ่งบุญกุศลให้ในใจ) และบางครั้งเราเห็นคนอยู่กันหลายคน ก็จะไม่ค่อยอยากเข้าไปร่วมวงด้วย กลัวเผลอสติที่ทำให้ศีลเราเศร้าหมอง เพราะเราเองก็ยังมีกิเลสอยู่เยอะ กลัวว่าจะตามรู้จิตตนเองไม่ทัน หรือเห็นคน (อายุเกิน 50 ปี) กำลังเต้นรำร้องเพลงกันสนุก เราก็รู้สึกว่าพวกเขาน่าจะหาอะไรที่เป็นทรัพย์แท้ให้กับตนเองมากกว่าความสุขชั่วครั้งชั่วคราวนี้ หรือเห็นคนที่นอนติดเตียงหรือคนที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรและเป็นคนที่ไม่ค่อยได้สร้างบุญกุศลบางคนไม่เคยเข้าวัด ฟังธรรม หรือสร้างกุศล เราก็นึกว่าเค้าน่าเสียดายแทนพวกเขาจริง ๆ
หรือแม้แต่เวลาอาบน้ำเสร็จแล้ว ก็เกิดความลังเลว่าจะทาครีมหรือทาแป้งฝุ่นดีไหม บางครั้งเราก็ไม่ทาเลย แต่บางครั้งก็จะมีทาแป้งฝุ่นหรือครีมบ้างแต่เวลาลูบใบหน้าก็จะนึกถึงหนังที่หุ้มห่อใบหน้าของเรา
ท่านผู้ปฏิบัติธรรมใช้ชีวิตประจำวันในเพศฆราวาสแบบไหนค่ะ แล้วธรรมะเข้าไปสิงสถิตอยู่ในความนึกคิดของท่านลึกขนาดไหน ช่วยแชร์ประสบการณ์ด้วยค่ะ