🇹🇭❤️มาลาริน❤️🇹🇭24ก.ค.ไทยไม่ติดTop10โลก/ป่วย2,390คน หาย2,358คน เสียชีวิต30คน/ประสิทธิภาพวัคซีน3ชนิด/WHOประกาศฝีดาษลิง



https://www.bangkokbiznews.com/social/1017057



https://www.bangkokbiznews.com/social/1017070

เพี้ยนปักหมุดเทียบประสิทธิภาพ 3 วัคซีนโควิด ป้องกันสายพันธุ์โอมิครอน



[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เพี้ยนแคปเจอร์WHO ประกาศฝีดาษลิง เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ -"อนุทิน"ประชุมด่วนพรุ่งนี้



อัปเดต! องค์การอนามัยโลก ประกาศ “ฝีดาษลิง” เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ด้าน "อนุทิน" เรียกประชุมด่วนพรุ่งนี้ (24 ก.ค.)
 
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2565 นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส (Dr. Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO)  แถลงภายหลังการหารือคณะกรรมาธิการผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิง  โดยล่าสุดประกาศให้โรคฝีดาษลิง เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ล่าสุดเวลา 22.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการด่วนถึงผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขทุกท่าน เข้าประชุมเพื่อตอบสนองการประกาศขององค์การอนามัยโลก ในเวลา 10.00 น. ที่ กระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ จะมีการหารือร่วมกับอธิบดีกรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) และผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เพื่อเตรียมแผนรับมือและแผนเชิญเหตุโรคฝีดาษลิง 

https://www.hfocus.org/content/2022/07/25589

ติดตามข่าวโควิดวันนี้ค่ะ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 12

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
รวมสไลด์แถลงสถานการณ์โควิด-19 จาก ศบค.
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2565
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid0nGcdGwTwSmUQzFQPctq6hdrBLuV6oTeV4wMdoJny8au3T8mS5EtoXEtj2eUkTuzNl


จำนวนการได้รับวัคซีนสะสม (28 ก.พ. 2564 - 23 ก.ค. 2565)
รวม 141,182,721 โดส ใน 77 จังหวัด

ภาพรวมยอดฉีดวัคซีน วันที่ 23 กรกฎาคม 2565
ยอดฉีดทั่วประเทศ 146,050 โดส

เข็มที่ 1 : 13,297 ราย
เข็มที่ 2 : 35,975 ราย
เข็มที่ 3 : 96,778 ราย

จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 57,101,910 ราย
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 53,433,998 ราย
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 30,646,813 ราย

แหล่งข้อมูล : MOPH-IC
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid0unFiick2YjNiWeUbbD4RmX98y1V7CZo918m9jEivfnoAJnr3M7eRt2boWR5hnbw4l


หมอเด็กเผย ภาวะ MIS-C ในเด็กสามารถรักษาได้

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยว่า จากการระบาดของโรค COVID-19 ส่งผลให้มีเด็กอายุ 0-18 ปีติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะทำให้มีการพบผู้ป่วย MIS-C (มิสซี) เพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากเป็นอาการที่พบในเด็กหลังติดเชื้อโควิด19

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า MIS-C (มิสซี) เป็นกลุ่มอาการอุบัติใหม่ที่พบในเด็กซึ่งร่างกายมีการอักเสบหลายระบบหลังจากมีการติดเชื้อ SARS- CoV-2 สาเหตุเชื่อว่าเกิดจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อเชื้อไวรัสนี้ที่มากเกินไป ทำให้เกิดความผิดปกติของร่างกายหลายระบบตามมา ภาวะนี้พบได้ในเด็กทุกกลุ่มอายุ อุบัติการณ์ประมาณร้อยละ 0.03 ของผู้ป่วยเด็กที่เป็น COVID-19 โดยผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ผื่น ตาแดง อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว อาจมีภาวะช็อคที่เกิดจากการอักเสบที่หัวใจ หรือหลอดเลือดหัวใจโป่งพองซึ่งเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้ ร่วมกับการตรวจพบเชื้อหรือภูมิคุ้มกันหรือประวัติสัมผัสเชื้อ SARS- CoV-2 การอักเสบของหัวใจพบได้ร้อยละ 30 อาจมีอาการรุนแรงจนจำเป็นต้องรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต ในประเทศไทยพบผู้ป่วย MIS-C แล้วมากกว่า 100 ราย ทั่วประเทศ ภาวะนี้ควรได้รับการรักษาด้วยอิมมูโนโกลบูลินและยากดภูมิคุ้นกัน

นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมีการพบผู้ป่วย MIS-C จำนวน 51 ราย อายุตั้งแต่ 9 เดือน ถึง 11 ปี อายุเฉลี่ย 4.8 ปี ผู้ป่วยมักมาด้วยไข้ ผื่น และ อาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย ในเด็กเล็กมักมีอาการตาแดง ปากแดง มือเท้าบวม คล้ายโรคคาวาซากิ การตรวจเลือดจะพบค่าการอักเสบที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ ผู้ป่วยร้อยละ 27 มีภาวะช็อค จำเป็นต้องให้การรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต ผู้ป่วยบางคนมีเส้นเลือดหัวใจโป่งพองคล้ายกับโรคคาวาซากิ ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดมีการตอบสนองต่อการรักษาดี การทำงานของหัวใจกลับมาทำงานเป็นปกติร้อยละ 90 ระยะเวลาที่รักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตขึ้นกับความรุนแรงและการตอบสนองต่อการรักษา ในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พบการเสียชีวิตจากภาวะนี้จากเส้นเลือดหัวใจโป่งพอง 1 ราย การวินิจฉัยและการรักษาที่ทันท่วงทีจะช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคนี้และลดภาวะแทรกซ้อนได้

ที่มา : กรมการแพทย์
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid02sL4XQHYCYLW8rM9fgoCiBsHUfweQYQB7zr49tsNiBFcck9k8EnPHc4Uj6HsK8Dvul


ผู้ป่วยโควิด-19 สิทธิบัตรทอง 30 บาท (สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) รักษาที่ไหนได้บ้าง ?

หน่วยบริการ (สถานพยาบาล) ประจำที่ท่านลงทะเบียนไว้
หรือหน่วยบริการปฐมภูมิทุกที่ ตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ได้แก่
• ศูนย์บริการสาธารณสุข (พื้นที่ กทม.)
• คลินิกชุมชนอบอุ่น
• สถานีอนามัย
• โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.)
• หน่วยบริการปฐมภูมิของโรงพยาบาล
• ศูนย์สุขภาพชุมชน

ท่านสามารถค้นหาหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) สำหรับผู้มีสิทธิบัตรทอง 30 บาท ได้ที่นี่ (โรงพยาบาลรัฐ/เอกชน/คลินิก) https://www.nhso.go.th/page/hospital

เลือกประเภทการขึ้นทะเบียน ที่ระบุว่า
• บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป หรือ
• หน่วยบริการประจำในระบบหลักประกันสุขภาพ

แล้ว Walk in (เดินทาง) ไปรักษาได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น รักษาแบบผู้ป่วยนอกและแยกกักตัวที่บ้าน (เจอ แจก จบ) หรือการรักษาอื่นๆ ตามดุลพินิจของแพทย์

4 วิธีเช็คสิทธิรักษาพยาบาล ทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง
1. โทร.สายด่วน สปสช. 1330 กด 2
2. เว็บไซต์ สปสช. https://eservices.nhso.go.th/eServices/mobile/login.xhtml
3. แอปพลิเคชัน สปสช. เลือกเมนู ตรวจสอบสิทธิตนเอง
4. ไลน์ สปสช. @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 เลือกเมนู ตรวจสอบสิทธิ

ที่มา : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid02KkHDcwNNzsp4Zu7o9cMkRiGYGutHVxFvgXyNzWYzoUJAPJfxBtJCArRraFN9j6ZGl


วัคซีนโควิด19 แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ป้องกันโอมิครอน ใกล้เคียงกัน
https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02L8tRJ8Eq1bg9Gia8qmEy2xrTG7utedbZuu389Lm7BY4gEp2nnkDidUyA8t7HdTTBl&id=100068069971811


การรับบริการผู้ป่วยโควิดของ รพ. ในสังกัดกรุงเทพมหานคร

ที่มา : สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร
https://web.facebook.com/Sumnakkaow.PRD/posts/pfbid02PfmMSL82dTiJjebdwAaJsDDQzJUewUA8LzX7dFU58sBFxCBpY622qT37DQmEZPSPl


องค์การเภสัชกรรม เร่งจัดหา “ยาโมลนูพิราเวียร์ ” คาดอีก 3 ล้านแคปซูล ได้ไม่เกินปลายเดือน ก.ค. นี้

เภสัชกรหญิงศิริกุล เมธีวีรังสรรค์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรม ได้ดำเนินการจัดหายาต้านโควิด โมลนูพิราเวียร์ ยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน เพื่อใช้รักษาโรคโควิด – 19

การจัดหา “ยาโมลนูพิราเวียร์” (Molnupiravir) จำนวน 5 ล้านแคปซูลนั้น องค์การเภสัชกรรม ได้ส่งมอบแล้วจำนวน 2 ล้านแคปซูล เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 อีก 3 ล้านแคปซูล คาดว่าสามารถส่งมอบได้ไม่เกินปลายเดือนกรกฎาคม 2565

สำหรับการจัดหายาโมลนูพิราเวียร์ องค์การเภสัชกรรม ได้จัดตั้งคณะทำงานพิจารณาการนำเข้ายาโมลนูพิราเวียร์ Molnupiravir 200 mg Capsules เพื่อนำข้อมูลเชิงคุณภาพ มาใช้ในการคัดเลือกแหล่งที่มีคุณภาพจากประเทศอินเดีย หรือประเทศอื่น โดยค่ายาต่อคอร์สการรักษาไม่เกิน 1,000 บาท (40 เม็ด) ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น

องค์การเภสัชกรรมจะมีการติดตามและประเมินสถานการณ์ความต้องการใช้อย่างใกล้ชิด ตามความต้องการของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC)โดยองค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ดำเนินการจัดส่ง กระจายให้กับหน่วยบริการแม่ข่ายในแต่ละพื้นที่ ทุกวันไม่มีวันหยุด
https://web.facebook.com/Sumnakkaow.PRD/posts/pfbid036vLgV9DTWkZfJEiCswnN6wjfQWgoibc7z9J7BxLYekTAqHdFptwNiPusDxCY4AWYl


สปสช. จับมือ สธ. จัดระบบส่งยาฟาวิพิราเวียร์ให้ผู้ป่วยโควิดทุกสิทธิการรักษา พื้นที่ กทม.-ปริมณฑล โทร.แจ้งสายด่วน 1330

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 สปสช.ได้ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด จัดส่งยาฟาวิฟิราเวียร์ให้กับผู้ป่วยโควิด-19 อีกครั้ง โดยกระทรวงสาธารณสุขได้สนับสนุนยาฟาวิพิราเวียร์เพื่อเป็นการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการและจำเป็นต้องได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ ได้รับยาโดยเร็ว

การจัดส่งยาฟาวิพิราเวียร์ให้ผู้ป่วยโควิด-19 ในครั้งนี้ จะเป็นระบบเสริมการให้บริการของหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่เป็นระบบหลัก โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา โดยผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล 5 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ที่ต้องการรับยาฟาวิพิราเวียร์ ให้โทร.มาที่สายด่วน สปสช. 1330 เจ้าหน้าที่จะทำการคัดกรองอาการตามหลักเกณฑ์ของกรมการแพทย์ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกร หากพบว่าผู้ติดเชื้อเริ่มมีอาการที่จำเป็นต้องได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ สปสช.ก็จะจัดส่งยาให้ผู้ติดเชื้อทันทีภายใน 24 ชั่วโมง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

ที่มา : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
https://web.facebook.com/Sumnakkaow.PRD/posts/pfbid025P1QFpP5Nukn4wHPQ6tPEBfBN2fEnQiKYTzqDt7GBu5tNXmCJBbAW4GsQrvbzb9ul
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่