อายุ 26 ปี อยากซื้อบ้านแต่ที่บ้านไม่เห็นด้วย

เกริ่นก่อนนะคะ

ครอบครัวเราค่อนข้างเข้มงวด ทำให้เราเป็นคนขี้กลัว (กลัวคนในบ้าน) เวลาตัดสินใจเรื่องต่างๆต้องถามคนในบ้านก่อนเสมอ แม้ตัวเองจะมีคำตอบในใจ แต่สุดท้ายก็ยอมคนในบ้านอยู่ดี...

ปัจจุบันเราอายุ 26 ปี เป็นพนักงานประจำที่สนามบินนานาชาติแห่งหนึ่ง อายุงานเกิน 1 ปี รายได้ 22,000-27,000 บาท (ขึ้นอยู่กับโอที) มีโอกาสก้าวหน้าในสายงาน ทุกอย่างค่อนข้างพร้อม แต่...บ้านห่างจากที่ทำงาน 30 กม. ไปกลับก็ 60 กม. รูปแบบงานในสนามบิน คืองาน overtime เพราะฉะนั้น ระยะทางค่อนข้างมีผลกับการทำงาน นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เรา "อยากซื้อบ้าน"

แรกๆพ่อแม่เชียร์ให้ซื้อบ้าน ด้วยเหตุผลว่า ที่ทำงานไกล ค่าเช่าห้องเพิ่มอีกหน่อยเอาไปผ่อนบ้านดีกว่า... แต่ล่าสุดมีกระแสรถไฟฟ้า สืบจากน้ำมันแพงขึ้นทุกวัน เค้าก็เชียร์ให้ไปซื้อรถไฟฟ้าแทน ซึ่งจากที่ศึกษามา รถไฟฟ้าในระยะยาวไม่ได้ดีเท่าไหร่ และยังมีข้อบกพร่องอีกเยอะ เราคิดว่าหากจำเป็นหรืออยากได้ขึ้นมา ก็สามารถซื้อหลังจากที่ซื้อบ้านแล้วได้

กับทางญาติ เค้าอยากให้เราเก็บเงินได้เยอะๆ บ้านก็มีอยู่แล้ว (แต่มันไกลไง...) เอาเงินไปเที่ยว ไปทำอย่างอื่นดีกว่า ถ้าอยากซื้อบ้าน ค่อยซื้อตอนมีเงินมากพอ

สุดท้าย เราเลยลองทำตามความคิดตัวเอง คือไปดูบ้าน 2-3 โครงการ ลองคุยกับ sale แล้วเอามาเสนอคนที่บ้าน เค้าก็ไม่โอเคเพราะมีค่าส่วนกลาง เค้ามองว่าการจ่ายค่าส่วนกลางก็ไม่ต่างจากการเช่าบ้านอยู่ ซึ่งเรายอมรับว่าบางโครงการแพงจริงๆ... แต่ล่าสุด เราหาบ้านที่ไม่ต้องเสียค่าส่วนกลางหมู่บ้านได้แล้ว ทำเลดี ใกล้ที่ทำงาน เป็นบ้านที่เจ้าของที่ยกเอง มี 6 หลัง ราคาหลังละ 2.1 ล้าน ซึ่งเราลองยื่นเช็ควงเงินกับ ธอส. ได้ประมาณ 2.6 - 3.3 ล้าน (กู้คนเดียว)

ที่เราจะปรึกษาคือ ควรคุยกับคนที่บ้านยังไงให้เข้าใจว่าเราอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง  เรามีความสามารถ มีความรับผิดชอบ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และเราอยากได้บ้าน ไม่ได้อยากได้รถไฟฟ้า...

เรากังวลว่าต้องทะเลาะกับคนในบ้านอีก ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เราเข้าใจว่าเค้าเป็นห่วง ด้วยความที่เป็นลูกคนโตและหลานคนแรกของบ้าน แต่บางทีก็เหมือนเค้าจะลืมไปว่า เราโตและสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว

ถามว่าเราซื้อบ้าน ทำทุกอย่างโดยไม่ถามได้มั้ย ก็ได้แหละค่ะ แต่เราอยากให้เกียรติเค้าอยู่ ก็เท่านั้นเอง
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
คุณแคร์คำพูดคนอื่นมากเกินไปจริงๆค่ะ ยิ่งที่คุณตอบในคห.ที่ 5 นี่ชัดเลย
คือคุณมีความคิดของตัวเองอยู่แล้ว แต่ต้องการให้ทุกคนยอมรับในความคิดของคุณด้วย จึงเป็นที่มาของกระทู้นี้

การเปลี่ยนแปลงความคิดคนอื่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ เปลี่ยนความคิดตัวเองยังจะเป็นไปได้มากกว่า
คุณทำได้มั้ยล่ะคะ เปลี่ยนวิธีการพูดคุยกับที่บ้าน เปลี่ยนจากการขออนุญาตเป็นการแจ้งให้ทราบ
ถ้าตัวคุณยังเปลี่ยนแปลงนิสัยตัวเองข้อนี้ไม่ได้ ก็เลิกคิดที่จะไปเปลี่ยนแปลงความคิดของคนที่บ้านเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ผมแนะนำ คุณเช่าบ้าน หรือคอนโดใกล้สนามบินอยู่ดีกว่า
รายได้เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่อน ยังเป็นภาระหนัก
แล้วสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อเกิดวิกฤตโลก การท่องเที่ยว สายการบิน กระทบสิ่งแรกเลย
คุณเช่าอยู่สักพัก ให้อายุงาน 3-5ปี คิดจะปักหลักกับงานนี้ มีความก้าวหน้าในสายงาน รายได้มากขึ้น ซื้อบ้านยังไม่สาย

ปล.เพื่อนผมทำงานสายการบินหลายสิบปี เจอวิกฤตที่ผ่านมา จากเงินเดือน สวัสดิการมากมาย
ตอนนี้ยอมลดเงินเดือน รายได้พอแค่ได้ชื่อว่ามีงานทำ
ความคิดเห็นที่ 7
เท่าที่อ่าน จขกท มีคำตอบในใจอยู่แล้ว แต่พอมีคนออกความเห็นว่าอย่าเพิ่งซื้อบ้านก็ไม่ค่อยจะชอบใจ
เลยอยากแนะนำว่าถ้ามีเงินพอ หรือคิดว่าผ่อนไหว ก็ซื้อเองไปเลย แค่แจ้งให้ครอบครัวทราบแล้วทำสัญญาซื้อบ้านเองเลย
ครอบครัวคุณคงเสียความรู้สึกแหละ แต่ถ้าเค้ารักคุณ ในที่สุดก็ยอมรับได้แหละ และในที่สุดเค้าก็คงเข้าใจการตัดสินใจของคุณมากขึ้นก็ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่