แม่แฟนให้กู้เงินมาเป็นสินสอดเพื่อแต่งตัวเอง

ขออนุญาตปิดกระทู้นะคะ เนื่องจากเราได้รับคำแนะนำมามากพอแล้ว และเราตัดสินใจที่จะปรึกษาทางครอบครัวเพื่อหาทางออก และแก้ปัญหาตามคำแนะนำของพี่ๆ เพื่อนๆ เรียบร้อยแล้วค่ะ

[แก้ไขย้ายข้อความในความคิดเห็น 126 มาใส่ค่ะ]

มาอัพเดตนะคะ ตอนนี้เราคุยกับครอบครัวเราเรียบร้อยแล้วนะคะ เราก็เล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราจะขอสรุปสั้นๆนะคะ พ่อเราบอกว่าถ้าจะให้เรากู้เพื่อมาแต่งตัวเอง แม่แฟนเราเห็นแก่ตัวมาก ไม่คิดจะให้ลูกได้เจริญในหน้าที่การงาน หรือตั้งตัวได้เลยหรือ พ่อเรายอมที่จะเลื่อนงานแต่งออกไปก่อนค่ะ พ่อบอกว่ารอเขาพร้อมก็ได้ ไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้น อีกอย่างก็เพื่อให้แฟนเราได้ทำอะไรที่มันชัดเจนว่ามั่นคงกับเรา อยู่ข้างเรามากกว่านี้ ส่วนเรื่องงานที่เตรียมไปบ้างแล้ว จะพักไว้ก่อนค่ะ การ์ดที่แจกไปแล้วบางส่วนก็เรียกคืนก่อนค่ะ จริงๆพ่อเราก็ด่านะคะ อมยิ้ม20 แม่เราบอกว่า ถ้าจะให้แม่วางเงินตัวเองในวันแต่ง แม่ก็วางให้ได้ แต่ถ้าแม่ยอม เขาก็จะคิดว่าเราง่าย ต่อไปพอมีอะไรเขาก็จะไม่พยายาม พ่อกับแม่เราอยากคุยกับพ่อกับแม่แฟนเหมือนกันค่ะ ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ พ่อเราก็ให้เราโทรหาแฟนเรา เพื่อคุยกันค่ะ แต่พ่อกับแม่เขาบอกยังไม่พร้อมคุย พร้อมคุยแล้วจะโทรหา พ่อเราจึงบอกให้แฟนหางานทำข้างนอก ไม่ต้องไปวุ่นวายกับเงินพ่อแม่แฟน เดี๋ยวเขาจะคิดว่าแฟนยังพึ่งเขาอยู่ ยังดูแลตัวเองไม่ได้ ในส่วนของงานแฟน พ่อจะคอยดูอยู่ห่างๆ ซึ่งพ่อจะหาคอนเนคชั่นช่วยแฟนค่ะ พ่อให้โอกาสแฟนภายในปีนี้ เพื่อพิสูจน์ตัวเองใหม่ ว่าจะสามารถปกป้องเราได้ ถ้าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แฟนจะไม่ทิ้งเราแน่นอน แฟนเราก็ยอมพ่อแม่เราทุกอย่างนะคะ เนื่องจากแฟนเราเองก็ผิดหวังกับแม่ตัวเองเช่นกันค่ะ ในส่วนที่หลายๆท่านสงสัยเรื่องงานนะคะ ว่าทำไมถึงจะยกธุรกิจให้เด็กพึ่งจบใหม่บริหาร คือครอบครัวเราไม่ใช่ว่าจะยกให้เลยนะคะ ต้องมาเรียนรู้งานก่อน ตอนนี่เราก็เป็นลูกน้องพ่อกับแม่เพื่อเรียนรู้งานอยู่ค่ะ ตอนแรกแม่เราก็อยากให้แฟนออกมาจากบ้านแฟน มาเริ่มเรียนรู้งานกับทางเรา แต่จะให้แยกกันอยู่นะคะ แม่เราจะให้เป็นเงินเดือน แต่พ่อเราไม่เห็นด้วยค่ะ บอกว่ารู้ความคิดของแม่แฟนเราแล้ว กลัวว่าอนาคตเขาจะคิดว่าลูกเขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราแล้วจะยิ่งไม่เห็นคุณค่าเราค่ะ แล้วพ่อเราก็ไม่เชื่อคำพูดของแม่แฟนแล้วค่ะ พ่ออยากให้แฟนเรามาคุยต่อหน้ากันที่บ้าน เพื่อตกลงเรื่องการอยู่หลังแต่งให้ชัดเจน (บ้านแฟนอยู่คนละจังหวัดค่ะ แต่จังหวัดติดกัน ห่างกัน 90 กว่ากิโลค่ะ) แม่เราบอกเราว่า ไปหาแม่แฟนได้นะ ไม่ได้จะให้ลูกตัดขาดกับพ่อแม่ แต่ถ้าหากต้องช่วยเหลือก็ควรดูด้วยว่าสมควรช่วยไหม ตัวเองเดือดร้อนหรือเปล่า ขนาดแค่ให้เงินมาเพื่อเป็นทุนลูก เขายังไม่ให้เราเลย ก็แสดงว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากได้เราไปเป็นสะใภ้ พ่อแม่เข้าโนงพยาบาล ต้องใช้เงิน พ่อแม่เราไม่ห้ามที่จะให้ส่งนะคะ แต่ถ้าส่งแล้วทะเลาะกัน หรือเดือดร้อนพวกเราเอง พ่อแม่เราห้ามเด็ดขาดค่ะ พ่อกับแม่เราเองก็ไม่ได้อยากให้เราเลิกกันค่ะ เพราะเราคบกันมานานมาก อีกอย่างแฟนก็น่ารักกับครอบครัวเราด้วยค่ะ แต่พ่อแค่อยากให้แฟนมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจมากกว่านี้ก่อนค่อยแต่งก็ได้ค่ะ ตอนนี้ก็โล่งขึ้นมาก

อยากขอขอบคุณทุกๆคำแนะนำ ทุกๆคอมเมนต์ ทุกๆคำเตือนของพี่ๆ เพื่อนๆ ในพันทิปมากๆนะคะ บางคอมเมนต์เราอ่านแล้วเราก็คิดตาม เราก็พึ่งจะคิดได้เหมือนกันค่ะ ส่วนสำหรับใครที่คิดว่าเป็นเรื่องแต่ง เราก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ หากสำนวนเรามันเหมือนนิยายมากเกินไป บางท่านบอกว่ารวยแล้วทำไมมีเวลามานั่งพิมพ์ คือเราคิดมากมาหลายวันแล้วค่ะ เราไม่รู้จะพึ่งใคร หรือปรึกษาใคร เลยมาจบที่ตั้งกระทู้ค่ะ

สุดท้ายนะคะ เราได้รับคำแนะนำมามากพอแล้ว เราขอปิดกระทู้เพียงเท่านี้นะคะ เพราะตอนนี้คอมเมนต์เยอะมาก เรากลัวขึ้นเป็นกระทู้แนะนำ แล้วคนรู้จักเรามาอ่านค่ะ บางเรื่องมันก็เรื่องภายในมากๆ ก็ไม่อยากให้คนรู้จักมารับรู้ด้วยค่ะ ซึ่งถ้าคนรู้จัก หรือเพื่อนสนิทเรามาเห็น เขาต้องรู้แน่นอนค่ะว่าเป็นเรา เนื่องด้วยเราลงอาชีพบ้านแฟนตามจริง สายที่แฟนจบมาตามจริง และการลงทุนธุรกิจของเราตามจริงค่ะ

ปล. ก่อนจะจบด้วยดีก็เล่นเอาเสียน้ำตาไปเยอะเหมือนกันค่ะ รู้สึกรักพ่อกับแม่ขึ้นมาเยอะมาก รู้สึกว่าต่อไปเราคงกล้าปรึกษาพ่อกับแม่มากขึ้นค่ะ ขอบคุณชาวพันทิปทุกคนมากๆจริงๆนะคะ

โคมาวอ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 125
ข้อมูลที่อ่านรวบรวมมา(อาจมีตกหล่น) :

-คบกันมา 7 ปีแล้ว แฟนดูแลดี
-แฟน จข.กท.ทำงานกับแม่ ไม่มีเงินเดือน ได้เงินใช้ครั้งละพันสองพัน
-แม่แฟนไม่ยอมให้ลูกชายไปทำงานข้างนอกเพื่อเก็บเงิน บอกว่าจะจ่ายค่าสินสอดให้เอง แฟนเลยยอมทำงานที่บ้าน
-จข.กท.หมั้นกับแฟนแล้ว (ไปกู้เงินมาหมั้นตัวเอง ไม่บอกพ่อแม่) แม่แฟนไปคุยอวดว่า จ่ายค่าหมั้นให้ลูกชาย
-แม่แฟน อยากให้ลูกชายเข้ามาทำงานที่บ้าน จข.กท.หลังหมั้น แต่แม่ จข.กท.อยากให้แต่งก่อน
-ตกลงกันว่า สินสอด 1,200,000 แม่ จข.กท.ไม่คืนให้ เพราะจะใช้ลงทุนต่อในกิจการ 20ล้าน ที่เตรียมไว้ให้ จข.กท.
-แม่ จข.กท.จะเป็นฝ่ายจัดงานแต่งงานเอง เจ้าบ่าวมาแต่ตัวกับสินสอด แต่งแล้วก็จะได้กิจการ 20ล้าน
-แม่แฟน ไปคุยอวดว่าจ่ายค่าสินสอดล้านสอง และเชิญแขกตัวเองมามากมายหลายคน+ขอค่าเดินทางด้วย
-ใกล้วันแต่ง แม่แฟนบอกว่า หาเงินไม่ทัน ให้ไปกู้เงินล้านมาวางเอง
-จข.กท.กับแฟนจะกู้เงินกันคนละครึ่ง แต่แฟนกู้เงินไม่ได้เพราะไม่มีสลิปเงินเดือน สงสัยว่า จข.กท.จะต้องกู้เองคนเดียว
-จข.กท.อยากให้แม่แฟนมาคุยกับครอบครัว เรื่องไม่มีค่าสินสอด อาจจะได้ลดหรืองดไปเลย
-แม่แฟน ไม่ยอมมาคุย จข.กท.เลยสับสน มาตั้งกระทู้ถามพันทิป

แฟน จข.กท.เป็นลูกชายที่ดี แต่อาจจะไม่ใช่สามีที่ดีถ้ามีแม่เป็นแบบนี้
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 27
สร้างสตอรี่แต่เรื่องสุดโต่ง น่ารำคาญ พึ่งมาโพสครั้งแรก ไอดีใหม่ๆ ร้อนๆ
แล้วเราจำสำนวนคุณได้ ทุกเรื่องก็จะมาแนวๆ เดียวกัน เวนวรรคแบบเดียวกัน
และดูเหมือนไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ตัวเองเมคขึ้นมาสักเท่าไหร่อีก

pantip มาแบนๆ ไปหน่อยเถอะค่ะ รกบอร์ดมาก คนเก่าๆ จะไม่เล่นกันอยู่แล้ว
นี่เล่นมา 20 ปี พักหลังนี่ไม่ไหวจริงๆ สังคมถอยคุณภาพ มีแต่กระทู้ปั่น (ไอดีเก่าลืมรหัสไปละ)

บางทีแอบคิดว่าเป็นคนในไหม ที่สมัครมาปั่น เพื่อเอากระแสไปแชร์ในเพจ
ความคิดเห็นที่ 93
จขกท คะ แฟนคุณอาจจะดีจริงๆ หรือเป็นเพราะคุณยังเจอคนน้อยเกินไปก็ได้ค่ะ คุณสมบัติ ไม่เที่ยว ไม่ดื่ม ไม่สูบ ขยันทำงานมันเป็นปกติมากๆ เลยนะคะ คือเราแค่อยากจะบอกว่าโปรไฟล์ระดับครอบครัวคุณหาแบบนี้ได้อีกเยอะมากๆ  

ถ้าคุณเคยคบคนมีฐานะคนเดียวแล้วจะตัดสินว่าทุกคนเป็นแบบนั้น คบด้วยแล้วไม่สบายใจ อาจจะเป็นการด่วนตัดสินเกินไป แต่ทั้งนี้เราไม่ได้บอกให้คุณต้องเลิกกับแฟนคนปัจจุบันนะคะ แฟนอาจจะดีมากจริงๆ แต่แค่อยากให้คุณลองตั้งสติ เปิดตาเปิดใจกว้างๆ ดูก่อนว่า อายุก็เพียงเท่านี้ ท้องหรือก็เปล่า มีความจำเป็นที่ต้องรีบแต่งงานขนาดนั้นเลยเหรอ ในเมื่อทุกอย่างยังไม่ลงตัว?

จขกทยืนยันว่าจะตัดขาดกับครอบครัวฝั่งนู้นแน่พอได้ลูกชายเค้ามา >>>> อยากบอกว่าคุณมองโลกในแง่ดีมากกกกกค่ะ  T T การแต่งงานไม่ได้แค่แต่งกับตัวเค้าแน่นอนมันคือการผูกและแชร์ชีวิตระหว่างสองครอบครัวแล้วค่ะ ไม่ว่าคุณจะต้องการแบบไหน แต่ลูกชายเค้าไม่สามารถตัดขาดพ่อแม่ตัวเองได้หรอกนะคะ และเมื่อถึงเวลานั้นหากคุณจะเรียกร้องอะไรก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวค่ะ ถ้าแต่งไปแล้วทุกอย่างไม่เป็นตามที่ตกลงไว้ ฝั่งครอบครัวแฟนผิดคำพูดอีกเหมือนเรื่องงานแต่ง คุณทำใจไว้รึยังเอ่ย?

ถ้าทำใจว่ารับสถานการณ์เลวร้ายสุดๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้จริงๆ ก็แต่งเลยค่ะ แต่ถ้าไม่แน่ใจก็ไม่ได้ต้องทำอะไรมากเลย แค่เล่าทุกอย่างให้พ่อแม่ตามตรง แล้วเลื่อนงานไปก่อน ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอายค่ะ เชื่อเรา อายอยู่ไม่เกิน 2-3 วันหรอก หลังจากนั้นโล่งอกเลย เอาเวลาไปคิดทบทวนดูการแก้ปัญหาของแฟนก่อนค่ะ อย่าโทษแม่แฟนอย่างเดียวเลย เราว่าแฟนจขกทเค้าอาจจะแค่คบด้วยแล้วสบายใจเพราะชินกับการอยู่ภายใต้อำนาจแม่เค้า ทำให้เค้าถนัดตามใจจขกทก็ได้นะคะ

แต่นั่นล่ะ มันมีแนวโน้มว่าต่อไปเค้าก็จะยังไม่ชอบตัดสินใจ ไม่ชอบจัดการ ปล่อยให้จขกทเผชิญหน้ากับแม่เค้าเอง (และปัญหาอื่นๆ) เรื่อยๆ เหมือนจะเป็นคนดี ไม่มีปากเสียง หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง แต่ที่จริงคือไม่เด็ดขาด ไม่เห็นแก่คุณมากกว่าความลำบากใจของตัวเอง แบบนี้เป็นได้แค่แฟน ยังไม่ควรรับรับมาเป็นคู่ชีวิตนะคะ (ถ้าเค้าลงมือแก้ปัญหาจริงจังได้หลังจากนี้ ค่อยแต่งกันก็ไม่สาย)
ความคิดเห็นที่ 56
ดูแล้วก็เหมือนคุณอยากแต่งมากนี่คะ ขนาดงานหมั้นยังกล้ากู้มาหมั้นตัวเอง (จริง ๆ ควรคิดได้ตั้งแต่ตอนหมั้นแล้วนะ) พอเป็นแบบนี้ ทางโน้นก็เห็นแล้วว่าไม่จำเป็นต้องทำอะไร เดี๋ยวคุณก็หาทางออกเลยแหละ เพราะคุณคงกลัวเสียหน้าหรือไม่ก็รักหลงผู้ชายมาก

ในเมื่อตัวเองเหนือกว่าทุกอย่าง แต่ทำตัวเป็นเบี้ยล่างของเขา ก็คิดดูเถอะค่ะว่าจะเป็นอย่างไร (ถ้ามีลูกติดท้องแล้ว คุณก็เลี้ยงเองได้นะ ถ้ามีฐานะ ไม่ต้องเลี้ยงทั้งผู้ชาย ทั้งครอบครัวหรอก แม่เลี้ยงเดี่ยวมีเยอะแยะ ใครนินทาเหรอ เอาเงินตบปากไปสิ)

ขนาดแม่ของคุณยังลงทุนธุรกิจให้เพื่อไม่ให้คุณลำบาก แต่คุณยังเลือกที่จะประเคนทุกอย่างให้ผู้ชาย อยากแต่งมากมาย

ผู้ชายดีเหรอ ก็ดีสิ คุณเป็นถังข้าวสารให้เขาเกาะนี่น่า ตอนแต่งก็ไม่ต้องอะไร แต่ตอนหย่าก็จะน่าจะทรัพย์สินของคุณ (ที่กลายเป็นสินสมรส) ไปด้วย สบายจะตาย ดีไม่ดี แม่สามีได้มาเกาะอีกต่างหาก แถมยังพูดได้ชั่วชีวิตเลยว่า คุณอยากแต่งจนประเคนทุกอย่างให้ ดีออก

ยกเลิกงานแต่ง เสียไม่กี่บาทเ ดีกว่าตอนหย่า เสียความรู้สึก เสียเงินตัวเอง เป็นหนี้  ทำพ่อแม่ตัวเองเสียใจ
ความคิดเห็นที่ 52
แนะนำให้ทำสัญญาก่อนแต่งงานค่ะ คือ ถ้าเลิกกันไม่มีการแบ่งสินสมรส และธุรกิจทุกอย่างให้ชื่อคุณเป็นเจ้าของ สามีมีสถานะเป็นลูกจ้าง จะผอ. หรืออะไรก็เป๋นลูกจ้างค่ะ

แล้วเรื่องกู้ ก็กู้ร่วมได้ ผ่อนด้วยกันได้ (ถ้าคุณยังคิดอต่งกับเค้านะคะ)

ขอแชร์ประสบการณ์ว่า บาวคนพอแต่งงานปุ๊บ หน้ามือเป็นหลังตีนเลยค่ะ เลิกกันไปเค้ายังได้เงินติดไม้ติดมือไปอีก

ถ้าฝั่งเค้ายืนยันให้คุณไปกู้คุณก็ยืนยันให้เค้าเซ็นสัญญาก่อนแต่งค่ะ ปรึกษาทนายให้ร่างสัญญาให้เลยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 126
มาอัพเดตนะคะ ตอนนี้เราคุยกับครอบครัวเราเรียบร้อยแล้วนะคะ เราก็เล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราจะขอสรุปสั้นๆนะคะ พ่อเราบอกว่าถ้าจะให้เรากู้เพื่อมาแต่งตัวเอง แม่แฟนเราเห็นแก่ตัวมาก ไม่คิดจะให้ลูกได้เจริญในหน้าที่การงาน หรือตั้งตัวได้เลยหรือ พ่อเรายอมที่จะเลื่อนงานแต่งออกไปก่อนค่ะ พ่อบอกว่ารอเขาพร้อมก็ได้ ไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้น อีกอย่างก็เพื่อให้แฟนเราได้ทำอะไรที่มันชัดเจนว่ามั่นคงกับเรา อยู่ข้างเรามากกว่านี้ ส่วนเรื่องงานที่เตรียมไปบ้างแล้ว จะพักไว้ก่อนค่ะ การ์ดที่แจกไปแล้วบางส่วนก็เรียกคืนก่อนค่ะ จริงๆพ่อเราก็ด่านะคะ อมยิ้ม20 แม่เราบอกว่า ถ้าจะให้แม่วางเงินตัวเองในวันแต่ง แม่ก็วางให้ได้ แต่ถ้าแม่ยอม เขาก็จะคิดว่าเราง่าย ต่อไปพอมีอะไรเขาก็จะไม่พยายาม พ่อกับแม่เราอยากคุยกับพ่อกับแม่แฟนเหมือนกันค่ะ ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ พ่อเราก็ให้เราโทรหาแฟนเรา เพื่อคุยกันค่ะ แต่พ่อกับแม่เขาบอกยังไม่พร้อมคุย พร้อมคุยแล้วจะโทรหา พ่อเราจึงบอกให้แฟนหางานทำข้างนอก ไม่ต้องไปวุ่นวายกับเงินพ่อแม่แฟน เดี๋ยวเขาจะคิดว่าแฟนยังพึ่งเขาอยู่ ยังดูแลตัวเองไม่ได้ ในส่วนของงานแฟน พ่อจะคอยดูอยู่ห่างๆ ซึ่งพ่อจะหาคอนเนคชั่นช่วยแฟนค่ะ พ่อให้โอกาสแฟนภายในปีนี้ เพื่อพิสูจน์ตัวเองใหม่ ว่าจะสามารถปกป้องเราได้ ถ้าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แฟนจะไม่ทิ้งเราแน่นอน แฟนเราก็ยอมพ่อแม่เราทุกอย่างนะคะ เนื่องจากแฟนเราเองก็ผิดหวังกับแม่ตัวเองเช่นกันค่ะ ในส่วนที่หลายๆท่านสงสัยเรื่องงานนะคะ ว่าทำไมถึงจะยกธุรกิจให้เด็กพึ่งจบใหม่บริหาร คือครอบครัวเราไม่ใช่ว่าจะยกให้เลยนะคะ ต้องมาเรียนรู้งานก่อน ตอนนี่เราก็เป็นลูกน้องพ่อกับแม่เพื่อเรียนรู้งานอยู่ค่ะ ตอนแรกแม่เราก็อยากให้แฟนออกมาจากบ้านแฟน มาเริ่มเรียนรู้งานกับทางเรา แต่จะให้แยกกันอยู่นะคะ แม่เราจะให้เป็นเงินเดือน แต่พ่อเราไม่เห็นด้วยค่ะ บอกว่ารู้ความคิดของแม่แฟนเราแล้ว กลัวว่าอนาคตเขาจะคิดว่าลูกเขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราแล้วจะยิ่งไม่เห็นคุณค่าเราค่ะ แล้วพ่อเราก็ไม่เชื่อคำพูดของแม่แฟนแล้วค่ะ พ่ออยากให้แฟนเรามาคุยต่อหน้ากันที่บ้าน เพื่อตกลงเรื่องการอยู่หลังแต่งให้ชัดเจน (บ้านแฟนอยู่คนละจังหวัดค่ะ แต่จังหวัดติดกัน ห่างกัน 90 กว่ากิโลค่ะ) แม่เราบอกเราว่า ไปหาแม่แฟนได้นะ ไม่ได้จะให้ลูกตัดขาดกับพ่อแม่ แต่ถ้าหากต้องช่วยเหลือก็ควรดูด้วยว่าสมควรช่วยไหม ตัวเองเดือดร้อนหรือเปล่า ขนาดแค่ให้เงินมาเพื่อเป็นทุนลูก เขายังไม่ให้เราเลย ก็แสดงว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากได้เราไปเป็นสะใภ้ พ่อแม่เข้าโนงพยาบาล ต้องใช้เงิน พ่อแม่เราไม่ห้ามที่จะให้ส่งนะคะ แต่ถ้าส่งแล้วทะเลาะกัน หรือเดือดร้อนพวกเราเอง พ่อแม่เราห้ามเด็ดขาดค่ะ พ่อกับแม่เราเองก็ไม่ได้อยากให้เราเลิกกันค่ะ เพราะเราคบกันมานานมาก อีกอย่างแฟนก็น่ารักกับครอบครัวเราด้วยค่ะ แต่พ่อแค่อยากให้แฟนมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจมากกว่านี้ก่อนค่อยแต่งก็ได้ค่ะ ตอนนี้ก็โล่งขึ้นมาก

อยากขอขอบคุณทุกๆคำแนะนำ ทุกๆคอมเมนต์ ทุกๆคำเตือนของพี่ๆ เพื่อนๆ ในพันทิปมากๆนะคะ บางคอมเมนต์เราอ่านแล้วเราก็คิดตาม เราก็พึ่งจะคิดได้เหมือนกันค่ะ ส่วนสำหรับใครที่คิดว่าเป็นเรื่องแต่ง เราก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ หากสำนวนเรามันเหมือนนิยายมากเกินไป บางท่านบอกว่ารวยแล้วทำไมมีเวลามานั่งพิมพ์ คือเราคิดมากมาหลายวันแล้วค่ะ เราไม่รู้จะพึ่งใคร หรือปรึกษาใคร เลยมาจบที่ตั้งกระทู้ค่ะ

สุดท้ายนะคะ เราได้รับคำแนะนำมามากพอแล้ว เราขอปิดกระทู้เพียงเท่านี้นะคะ เพราะตอนนี้คอมเมนต์เยอะมาก เรากลัวขึ้นเป็นกระทู้แนะนำ แล้วคนรู้จักเรามาอ่านค่ะ บางเรื่องมันก็เรื่องภายในมากๆ ก็ไม่อยากให้คนรู้จักมารับรู้ด้วยค่ะ ซึ่งถ้าคนรู้จัก หรือเพื่อนสนิทเรามาเห็น เขาต้องรู้แน่นอนค่ะว่าเป็นเรา เนื่องด้วยเราลงอาชีพบ้านแฟนตามจริง สายที่แฟนจบมาตามจริง และการลงทุนธุรกิจของเราตามจริงค่ะ

ปล. ก่อนจะจบด้วยดีก็เล่นเอาเสียน้ำตาไปเยอะเหมือนกันค่ะ รู้สึกรักพ่อกับแม่ขึ้นมาเยอะมาก รู้สึกว่าต่อไปเราคงกล้าปรึกษาพ่อกับแม่มากขึ้นค่ะ ขอบคุณชาวพันทิปทุกคนมากๆจริงๆนะคะ

โคมาวอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่