สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
ลองสมมุติว่าคุณมีบ้านหลังหนึ่ง อยากแบ่งขายครึ่งนึง แต่อยากได้คนที่อยู่ร่วมดีๆเลยตกลงว่าให้อยู่ฟรีๆไปก่อน จะได้รู้ว่าจะไปกันรอดมั๊ย
อยู่ไปแรกๆก็ทำสัญญาปากเปล่าว่า พอมีเงินก็มาจ่ายค่าบ้านอีกครึ่งนะ จะได้เป็นเจ้าของร่วม ตอนนี้ยังไม่พร้อมก็อยู่ฟรีไปก่อน
ปีที่ 1 ผิดสัญญาคุณก็ให้อยู่ต่อ
ปีที่ 4 ก็ให้อยู่ต่อ
ปีที่ 7 เริ่มคิดได้ว่าควรจะเรียกร้องได้แล้ว คุณว่าคนที่อยู่บ้านจนบ้านเก่า เริ่มเห็นว่าตรงนั้นไม่สวย ตรงนี้น่าเบื่อ สภาพก็มีแต่จะทรุดโทรมลง แล้วอยู่ฟรีมาตลอด จะอยากเสียเงินมาจ่ายค่าบ้านอีกครึ่งที่เหลือมั๊ย ถ้าเขารู้ว่าจ่ายไม่จ่ายเขาก็ได้อยู่เหมือนเดิม
อยู่ไปแรกๆก็ทำสัญญาปากเปล่าว่า พอมีเงินก็มาจ่ายค่าบ้านอีกครึ่งนะ จะได้เป็นเจ้าของร่วม ตอนนี้ยังไม่พร้อมก็อยู่ฟรีไปก่อน
ปีที่ 1 ผิดสัญญาคุณก็ให้อยู่ต่อ
ปีที่ 4 ก็ให้อยู่ต่อ
ปีที่ 7 เริ่มคิดได้ว่าควรจะเรียกร้องได้แล้ว คุณว่าคนที่อยู่บ้านจนบ้านเก่า เริ่มเห็นว่าตรงนั้นไม่สวย ตรงนี้น่าเบื่อ สภาพก็มีแต่จะทรุดโทรมลง แล้วอยู่ฟรีมาตลอด จะอยากเสียเงินมาจ่ายค่าบ้านอีกครึ่งที่เหลือมั๊ย ถ้าเขารู้ว่าจ่ายไม่จ่ายเขาก็ได้อยู่เหมือนเดิม
จอมสับขาระดับโลก ถูกใจ, ปลาตัวอ้วน ถูกใจ, Light Cotton ถูกใจ, oowowa ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3015437 ถูกใจ, Gaysorndokmai ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 749526 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2908446 ถูกใจ, Teavana ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3163873 ถูกใจรวมถึงอีก 35 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 26
ก็ "ง่าย" ขนาดนี้ แล้วเขาจะทำเรื่อง "ยาก" ทำไมหล่ะครับ
เหนื่อยจะตาย ยังไงก็ได้เอาทุกวันง่ายๆ อยู่แล้ว จะต้องไปหาเงินมาแต่งงานทำไมหล่ะ
หรือไม่จริง?
เหนื่อยจะตาย ยังไงก็ได้เอาทุกวันง่ายๆ อยู่แล้ว จะต้องไปหาเงินมาแต่งงานทำไมหล่ะ
หรือไม่จริง?
คิน * คาเนะ ถูกใจ, Le droit ถูกใจ, Teavana ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3163873 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2363856 ถูกใจ
ความคิดเห็นที่ 5
ผิดขั้นตอนตั้งแต่ให้ผู้ชายเข้าไปนอนค้างที่บ้านแล้ว พ่อแม่คุณก็รับได้เนอะที่ให้ผู้ชายเข้าไปนอนที่บ้าน
คิน * คาเนะ ถูกใจ, Teavana ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3163873 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2476842 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1932133 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2951263 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5260862 ถูกใจ, ศุกร์ที่3 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1428399 ถูกใจ, ตัวกินเห็ด ถูกใจรวมถึงอีก 4 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 3
เท่าที่เราเห็นมานะ คนที่คบกันนานๆ แบบอยู่ก่อนแต่ง (5 ปีขึ้นไป)
โอกาสที่จะได้แต่งงานจะน้อยลงตามจำนวนปีที่เพิ่มขึ้น เว้นซะแต่ว่าเกิดท้องขึ้นมา นั่นแหละถึงแต่งได้
ยิ่งที่คบหลัก 10 ปี อยู่ด้วยกันนานขนาดนี้ยังไม่ได้แต่งละก็
งานแต่งก็ไม่มีความสำคัญแล้ว
โอกาสที่จะได้แต่งงานจะน้อยลงตามจำนวนปีที่เพิ่มขึ้น เว้นซะแต่ว่าเกิดท้องขึ้นมา นั่นแหละถึงแต่งได้
ยิ่งที่คบหลัก 10 ปี อยู่ด้วยกันนานขนาดนี้ยังไม่ได้แต่งละก็
งานแต่งก็ไม่มีความสำคัญแล้ว
คิน * คาเนะ ถูกใจ, Le droit ถูกใจ, Teavana ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3163873 ถูกใจ, แมวน้อยสีส้มคาบปลาซาดีน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2476842 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1932133 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2951263 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5260862 ถูกใจ, โมลลาโย ถูกใจรวมถึงอีก 16 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
คบกับแฟนมา 7 ปี อยู่ก่อนแต่งแล้วก็ยังไม่มาขอสักที T^T ( ขอให้อ่านรายละเอียดก่อนนะคะ..)
ทางบ้านแฟนเรากับเราก็ได้มีการนัดตกลงกันเรื่องหมั้นไว้ก่อน และตกลงกันว่าค่าสินสอดทองหมั้นจะให้เรากับแฟนทั้งหมด เพื่อให้ได้ไปตั้งตัวกัน และได้กำหนดว่าเดือนหน้า.. พอคุยได้ผ่านไป 1 สัปดาห์ แม่แฟนโทรมาขอเลื่อนบอกว่าเร็วเกินไป ตั้งหลักไม่ทัน ทางบ้านเราก็โอเคค่ะ.. แม่แฟนก็บอกว่าปลายปี..ก็คือเราจะเรียนได้1เทอมพอดี จะมาหมั้นช่วงปิดเทอม.. พอไปๆมาๆเขาโทรมาขอลดค่าทองหมั้น แม่เราก็โอเค เดี๋ยวทางบ้านเราโปะให้เอง (ค่าสินสอดทองหมั้นให้เรากับแฟนทั้งหมดเพื่อตั้งตัวกัน) แม่เราก็โอเค ได้หมดเพราะไม่ได้อยากรีบร้อนอะไรแต่ที่อยากให้หมั้นไว้เพราะ แฟนเราก็เข้ามานอนที่บ้านได้ ปี-2ปีแล้วค่ะ จะได้ไม่มีใครเขาว่าได้
ไปๆมา.. แม่แฟนบอกว่าขอให้เราเรียนจบ มีงานทำก่อนได้มั้ย.. และถือเป็นการยืดเวลาให้แฟนกับเราช่วยกันเก็บเงินด้วยค่ะ ทางบ้านเราก็ยอมหมดตอนนี้เราเก็บเงินได้ตอนเรียนได้ 4-5 หมื่นแล้วค่ะ แต่แฟนเราเป็นคนเก็บเงินไม่เป็น เราเลยให้เขาโอนเงินเข้าบช.เราที่ปล่อยว่างเดือนละ 2000 เพื่อเราจะช่วยเก็บ แต่ก็ให้เราได้แค่ 2-4 รอบ ก็ส่งๆหายๆ บอกว่าไม่พอใฃ้ เราก็เข้าใจค่ะ ไม่ได้คะยั้นคะยออะไร ส่วนตัวเขาเป็นคนดีคนนึง รักพ่อแม่เขามาก แต่เค้าดูเป็นคนไม่ค่อยคิดไกล ไม่มองอนาคต เราพยามสร้าง เค้ารักษาความสัมพันธ์ดีนะคะ ไม่นอกใจ และก็รักเรา แต่เค้าดูไม่ค่อยพยายามเหมือนที่เราพยายามเลยค่ะ เราคุยกันเรื่องแต่งงานกันทีไร เราต้องน้ำตาตกในทุกครั้ง บางทีก็พูดไปร้องไห้ไป ด้วยความน้อยใจ ที่เค้าดูไม่พยายาม เราพูดกับเขาว่า "ถ้าเธอรักพ่อแม่เธอมาก เธอต้องช่วยเขาเก็บเงินสิ ไม่ใช่คอยแต่จะพูดว่าไม่มี " แต่เขาก็บอกจะพยายาม แต่ว่าก็ได้ไม่เท่าไร ก็กลับไปเหมือนเดิม ..
เราสับสนว่าเราต้องทำยังไงต่อดีคะ..เรารู้สึกว่าเฉยเมยเรื่องความสัมพันธ์เรามากเกินไป และเราก็รักพ่อแม่เรามากเหมือนกัน พ่อแม่เราอายุมาก พ่อแม่เขาอายุน้อย ทางบ้านเราเลยอยากให้มีงาน เพื่อจะได้อยู่ร่วมงาน พ่อเรา 62ละค่ะ แม่ 53 อาจจะไม่มากสำหรับบางคนแต่ด้วยสุขภาพเขาไม่ค่อยดีทั้งคู่ และเราอยากเองก็อยากมีน้องให้พ่อแม่อุ้ม เขาอยู่บ้านเราสักพักแล้ว หรือเพราะว่าอยู่ก่อนแล้ว เลยไม่สนใจเรื่องพิธีรีตองคะ แต่เรายังถืออยู่นะคะ ถึงจะข้ามมาแล้วก็เถอะ ยังไงก็ควรทำให้มันถูกต้องอยู่ดี...
จากข้อตกลงเขาบอกรอเราเรียนจบ มีงานทำ.. ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้นแล้วค่ะ แต่ก็ยังเงียบๆอยู่ พอพูดกับแฟนไปก็เงียบ
เข้าใจว่าความพร้อมคนเราไม่เท่ากัน.. แต่ถ้ารอให้ "พร้อม" ก็มีคำถามต่อว่า... "แล้วเมื่อไรจะพร้อม" -*-
แล้วถ้ามีคนดีๆเข้ามา เราควรเปิดใจมั้ยคะ มันก็มีนะคะหลายๆคน แต่เราก็ไม่คุยกับใคร เห้ออ อึดอัดใจที่มันไม่เป็นอย่างที่คิดค่ะ TT