ไม่ชอบเวลาที่ต้องอยู่คนเดียว ทำไงดี

*อยู่คนเดียว* ในที่นี้ รวมถึงการใช้ชีวิต กินข้าว ดูหนัง ไปเที่ยว ออกกำลังกาย ช้อปปิ้ง

เราเป็นคนที่ไม่ชอบมากเวลาที่ต้องทำอะไรคนเดียว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้นะ 
เริ่มเรื่องเลย สมัยก่อนเราเป็นคนติดเพื่อนติดฝูง สมัยเรียนมัธยมเป็นเด็กกิจกรรม ทำมาเกือบหมด ทั้งนางรำ แดนซ์เซอร์ คัลเลอร์กาด ประธานสี ประธานชุมนุม รวมถึงสภานักเรียน ไปไหนก็มีคนรู้จัก ชื่อเสียงเลื่องลือรวมถึงวีรกรรมด้วยอะ นิสัยส่วนตัวก็จะเป็นแนวโก๊ะๆ ตลก และชอบช่วยเหลือคนอื่น(อันนี้ชมตัวเอง) นั่นแหล่ะ เลยทำให้ชินกับการที่ไปไหนก็จะมีเพื่อนอยู่เสมอ กล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออก เวลาเจอปัญหาอะไรก็ไม่เคยกลัวเลย มั่นใจตลอดว่าเราเอาอยู่ และทั้งหมดที่เคยเป็นอยู่นั้นกลับเปลี่ยนไป เมื่อวันที่มาเรียนต่อมหาลัยที่ ไต้หวัน 
ทุกอย่างที่เคยเป็นเคยชอบกลับเปลี่ยนแปลงไปหมด รวมถึงการใช้ชีวิต แน่นอนว่าประเทศและสิ่งแวดล้อมที่ต่าง การใช้ชีวิตมันก็ต้องต่าง แต่ต่างของเรา มันคือไม่เหมือนคนเดิม ไม่ใช่ไต้หวันไม่ได้ ประเทศพัฒนากว่า สะอาดน่าอยู่ ทุกอย่างเอื้ออำนวย แต่ด้วยพื้นฐานของสังคมส่วนใหญ่เติบโตมาโดยการใช้ชีวิตคนเดียว กินข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียว ไปเที่ยวคนเดียวได้ และออกกำลังคนเดียวก็ได้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ดูแปลกตาอะไรนัก เพราะประเทศไทยก็อาจจะมีสังคมแบบนี้ที่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่กับเราที่ชินกับการมีเพื่อน ไม่เคยทำไรคนเดียวก็ต้องพยายามที่จะทำคนเดียวให้ได้ บางคนก็สงสัยว่าแล้วทำไมไม่หาเพื่อน ด้วยภาษาที่ยังไม่แข็งพอ บวกกับต้องทำงานหาค่าเทอมเอง ทำให้ไม่มีเวลาไปทำความรู้จักกับใครเลย และอีกเรื่องนึงเลย คนอื่นอาจไม่เจอเหมือนเรานะ  คือเราเรียนคณะเอเชียตะวันออก แต่ดูเหมือนคนที่นี่จะให้ค่านิยมคนเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือมากกว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เฉียงเหนือ ก็จะโซนเกาหลี ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง มาเก๊า ส่วนเฉียงใต้ เข้าใจง่ายๆก็10อาเซี่ยนบ้านเราเนี่ยแหล่ะ) ก็คือเขาจะไม่ค่อยสนใจนักเรียนไทย หมายถึงคนในคณะอะนะ เราเองก็เป็นหนึ่งในคนไทยที่ไปเรียนคณะนี้ -..- ด้วยความที่ไม่ค่อยมีคนสนใจด้วย ขนาดครูเองก็ยังมีค่านิยมคล้ายๆกัน

**ขอแวะเล่าแปป  คือคณะเก็บเหมือนจะไม่ผ่าน ครูเลยบอกให้มาพรีเซ้นงาน แล้วจะให้ผ่าน ทั้งคลาสมีเรากับเพื่อนญี่ปุ่นที่ไม่ผ่าน ทีนี้ครูก็ให้หัวข้อแบบแนะนำสถานที่ประวัติศาสตร์ประเทศตัวเอง เพื่อนพรีเซ้นก่อนเพื่อนบอกครูว่าขอพรีเซ้นเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ไหมภาษาจีนไม่แข็ง ครูก็ตอบว่าได้ ตอนนี้ก็อึ้งไปหน่อยนะ แบบเอ่อ .. แล้วก็อะเครช่างมัน พอถึงคิวเรา จิงๆก็อยากหยอกครูดูเลยลองพูด ( ในใจรู้คำตอบแหล่ะ ) ขอพรีเซ้นเป็นภาษาไทยบ้างได้ไหม จีนไม่แข็ง ครูตอบว่าไม่ได้ มาเรียนจีนก็ต้องพูดจีนสิ ผมฟังไทยไม่ออกหรอกนะ 55 กะนั่นแหล่ะ จากนั้นมา ก็เริ่มเจอเรื่องราวความลำเอียงนี้บ่อยเข้าๆ จนชินละชากับมัน 

ต่อๆ  นอกจากจะเจอค่านิยมเหล่านั้น เราที่มีเชื้อสายจีนและมีชื่อจีนที่พ่อตั้งให้มาแต่เด็ก ทำให้สำเนียงการพูดและชื่อก็จะดูคล้ายกับคนไต้หวันมาก จนหลายคนไม่คิดว่าแท้จิงคือคนไทย ปัญหานี้ก็ส่งผลให้หลายคนไม่รู้สึกว่าเราเป็นต่างชาติ ถูกเมินบ่อยครั้ง 

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้เราเกิดความไม่ไว้ใจในตัวเอง เริ่มระแวงคนที่จะเข้ามา เริ่มปิดกั้นตัวเองอัตโนมัติ ไม่กล้าคุยกับเพื่อน กลัวเพื่อนไม่ชอบ จากที่ชอบกิจกรรม กลับไม่ชอบ ไม่อยาก จากที่กล้าแสดงออกกลับเป็นคนเก็บตัว จากที่เคยมั้นใจกลับไม่มั้นใจอะไรเลย จนเรียนจบแล้วทำงาน ก็เริ่มได้รู้จักกับพี่ๆคนไทยที่อยู่ไต้หวัน เริ่มสนิท เริ่มกลับมามีฝูงอีกครั้ง เริ่มติด แต่ก็แน่นอน มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ไม่เหมือนตอนเด็กที่ไปไหนก็มีเพื่อนไปด้วย พี่ๆเขาไปกับเราไม่ได้ทุกที่ ทุกคนก็มีธุระการงานที่ต้องทำ ก็พยายามเข้าใจ แต่ลึกๆแล้วก็จะน้อยใจทุกครั้งที่ต้องอยู่คนเดียว งอลตลอดเวลาที่ชวนใครไปไหนแล้วไม่มีใครไปด้วย รู้ว่านิสัยที่ทำมันงี่เง่า และเด็กมาก แต่เราไม่รู้จะแก้ยังไง ไม่รู้จะทำยังไงให้ทุกอย่างมันดีขึ้น เวลาที่เราเจอเพื่อนเราก็จะปกติ เฮฮาร่าเริง แต่เวลาที่ไม่ได้เจอใคร เราก็จะเข้าสู่โหมดเดิม คือโหมดเศร้า นอย เหงา รู้สึกตัวเองแย่ แล้วก็จะเริ่มโทษตัวเองไม่ดีนั่นนี่ เลยไม่ชอบเวลาที่ต้องอยู่คนเดียว ทำให้อยากหากิจกรรมทำอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ตัวเองเข้าสู่โหมดนั้น
ทุกวันนี้ยังพยายามที่จะเรียนรู้และใช้ชีวิตคนเดียว แบบพยายามไม่พึ่งใคร แต่ก็ทำไม่ได้ สุดท้าย ก็ต้องโทรหาใครสักคนคุยเป็นเพื่อนก็ยังดี

อาการเหล่านี้มีใครเคยเป็นบ้างคะ มันคืออะไร แล้วเราจะแก้มันได้ยังไง ช่วยบอกเราหน่อยได้มั้ยคะ 
ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่