.

..
.
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางว่า
กระดูกที่อุดมไปด้วยแคลเซียมเป็นปุ๋ยที่มีคุณค่า
และภายในเวลาไม่กี่ปีหลังจากความพ่ายแพ้ของนโปเลียน
ตัวแทนของผู้ผลิตปุ๋ยก็กำจัดซากศพคนและม้าในสนามรบ
กระดูกของคนและม้าถูกนำออกจากสถานรบในที่ต่าง ๆ
เช่น ที่ Austerlitz Leipzig และ Waterloo
ทั้งหมดถูกส่งไปยัง
Hull
ที่มีโรงงานเครื่องบดกระดูก เพื่อผลิตปุ๋ย
นี่ไม่ใช่ธุรกิจที่มีเอกสารครบถ้วน
แต่มีรายงานและกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของนิทานพื้นบ้าน/ตำนานยอดนิยม
ในปี ค.ศ. 1822 นักข่าวคนหนึ่งเขียน
ใน The Observer ว่า
“ ขณะนี้ เป็นที่แน่ชัดโดยปราศจากข้อสงสัย
จากการทดลองจริงในวงกว้างว่า
ทหารที่เสียชีวิตแล้วกลายเป็นสินค้าที่มีค่าที่สุด
และในทางกลับกัน เกษตรกรที่ดีใน Yorkshire
ก็เป็นหนี้กระดูกสำหรับผลผลิต
สำหรับขนมปังประจำวันของพวกเขา ”
ดูเหมือนเป็นการดูหมิ่นที่น่าตกใจสำหรับเรา
แต่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันในอดีต
มันเป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้ว
ที่ศพทหารในสนามรบที่ต่าง ๆ
ต่างถูกผู้ติดตามในสนามรบ และชาวนาท้องถิ่น
ปล้นฉกฉวยสิ่งของมีค่าจากศพไปใช้งานต่อ
และในสงครามนโปเลียนก็ไม่ต่างกัน
ก่อนที่พ่อค้ากระดูกจะเข้ามา
ศพจำนวนมากที่ Waterloo จะถูกถอดฟันออก
นี่เป็นข้อดีสำหรับอุตสาหกรรมฟันปลอม
ของสหราชอาณาจักร ที่ชุดปลอมทั้งหมด
ทำจากฟันมนุษย์เรียกว่า Waterloo teeth
และเป็นเวลาหลายปีหลังจากนั้น
ศพของคนยากจน/ทหารในสนามรบ
ต่างกลายเป็นสินค้า ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย
ฟันปลอม หรือการสอนกายวิภาคสำหรับนักศึกษาแพทย์
.
.
.
เนินสิงโตที่มองเห็นพื้นที่การรบใน Waterloo
ปกคลุมด้วยลูกด้วยต้น Beets ใน Braine-l’Alleud, Belgium
โดย Myrabella CC-BY 3.0
.
.
บางครั้งการได้ยินเรื่องราวบางอย่าง
ที่ดูเหมือนโหดร้ายจนไม่สามารถยอมรับความจริงได้
กระดูกของทหารอังกฤษ ฝรั่งเศส ปรัสเซีย
ที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นถูกขุดขึ้นมาจากสนามรบ Waterloo
ถูกนำมาบดขยี้และใช้เป็นปุ๋ยใน Yorkshire จริงหรือไม่
ชาวนาใช้กระดูกของเพื่อนร่วมชาติ/ศัตรู
เป็นปุ๋ยเพื่อปลูกพืชจริงหรือไม่
คนสหราชอาณาจักรรุ่นใหม่ ไม่ค่อยคิดถึงมาก
เกี่ยวกับสงคราม
Battle of Waterloo
(สงครามครั้งสุดท้ายที่ นโปลีออง แพ้หมดรูป
เพราะ หลักนั๊งพะจิกนั๊ง หกคนตีคนเดียว)
แต่ในปี 2015 จะเป็นวันครบรอบ 200 ปี
และในวันนั้นวันเดียวของการสู้รบ
มีผู้เสียชีวิตถึงราว 60,000 คน
บางคนเชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิต
จากสงครามโดยนโปลีอองมีมากกว่า 6 ล้านคน
ทั้งหมดนี้ ผมได้ข้อมูลจาก Wikipedia
(หลายบทความตอนนี้ ค่อนข้างนิ่งและใช้อ้างอิงได้)
ผมก็รู้เรื่องนี้น้อยเหมือนกับคนอื่น ๆ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมค้างคาในในใจเกี่ยวกับ
สงคราม Waterloo จากรายงานของนักข่าวสงคราม
ถึงเรื่องราวที่เหลือเชื่อและดูโหดร้ายมาก
.
.
.
Robert Fisk ที่ Al Jazeera Forum ในปี 2010
โดย Mohamed Nanabhay CC-BY 2.0
ผู้ค้นคว้า/เรียบเรียงเรื่องนี้
.
.
ในปี 1815 หลังสงคราม Waterloo
กระดูกของคนตาย ทหารอังกฤษในกองทัพ Wellington
ทหารฝรั่งเศสในกองทัพ Napoleon
และทหารปรัสเซียในกองทัพ Blücher และอีก 4 ชาติ
กระดูกของทหารจำนวนมากถูกส่งกลับไปยัง Hull
เพื่อแปรรูปเป็นปุ๋ย สำหรับดินแดนที่เขียวขจีด้วยหญ้า/พืช
และพื้นที่ที่น่ารื่นรมย์ของอังกฤษ
และฟันจากคนตายกลายเป็นฟันปลอม
สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องฟันใช้งานในชีวิตประจำวัน
คำกล่าวอ้างที่ฟังดูป่าเถื่อนนี้ เป็นเรื่องจริงได้หรือไม่
สิ่งแรกที่ผมทำคือ ค้นหาความคิดเห็นทางวิชาการ
เกี่ยวกับทัศนคติของคนในศตวรรษที่ 19
เกี่ยวกับต่อยุทธการสงคราม Waterloo
อย่างอยากรู้อยากเห็น เหมือนเด็กที่สงสัยเรื่องราวต่าง ๆ
ผมทีแรกกำลังสันนิษฐานว่า
ผู้คนจะต้องรู้สึกเศร้าโศกเมื่อมีการสูญเสียชีวิตเกิดขึ้น
แต่ดูเหมือนว่า ไม่ใช่กรณีแบบนี้เลย
อันที่จริง สงคราม Waterloo กลับกระตุ้นให้
เกิดการพัฒนารูปแบบใหม่ของธุรกิจ
นั่นคือ การท่องเที่ยว การสันทนาการ
เรื่องที่น่าประหลาดใจคือ มีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ
เข้าร่วมชมการทำสงครามในสนามรบแบบ Real time
เหมือนผู้ชมที่เกมกีฬาต่าง ๆ ในสนามกีฬา
และอีกไม่กี่ปีต่อมา มีการจัดทัวร์จากบริษัทใหม่ ๆ
เช่น Thomas Cook พานักท่องเที่ยวผู้มั่งคั่ง
ไปสัมผัสกับสถานที่ในสนามรบ Waterloo
ถึงความรุ่งโรจน์ชัยชนะของทหารอังกฤษ
Stuart Semmel นักประวัติศาสตร์จาก Yale University
ได้เขียนบทความที่น่าสนใจ
เกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว
ที่มาเยี่ยมชมสถานที่สู้รบ Waterloo
โดยได้กล่าวถึงเรื่องราวร่วมสมัย
ของการมาเยือนของผู้มั่งคั่ง
และมีชื่อเสียงในสมัยนั้น กวีและจิตรกร
ที่ใช้สถานที่นี้เป็นฉากหลังในการทำงานของพวกเขา
และของนักท่องเที่ยวที่ดูเหมือนไม่ค่อยใส่ใจ
กับการซื้อของที่ระลึก ที่ดูเหมือนว่าเป็น กระดูกคน
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องปกติในสถานที่แห่งนี้
ที่จะมีชิ้นส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
หรือแม้กระทั่งหัวกระโหลกของทหารที่ทราบชื่อ
เพื่อขายให้ผู้ต้องการนำไปสะสมเป็นของที่ระลึกในยุคนั้น
เรื่องราวทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะแสดงให้ความเชื่อถือบางอย่าง
กล่าวคือ สังคมในศตวรรษที่ 19 ไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับ
ชะตากรรมของศพผู้ตายมากกว่าสังคมในศตวรรษที่ 20
บทความดังกล่าวนี้ยังกล่าวถึง ฟันวอเตอร์ลู
(ที่ระบุว่า ถูกดึงออกจากปากคนตายเพื่อใช้ทำฟันปลอม)
และในไม่ช้า ผมก็พบว่า มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในยุโรป
ได้จัดแสดงฟันปลอมที่นำมาจากฟันคนตาย
มีหนังสือประวัติทันตกรรม ที่ชี้ให้เห็นถึง แคตตาล็อก
จากผู้ผลิตฟันปลอมในอดีต ซึ่งรวมถึงฟันมนุษย์ด้วย
.
.
.
ฟันวอเตอร์ลูที่ Dresden Military Museum
โดย Adam Jones CC-BY 3.0
.
.
จำนวนฟันจากศพที่มาจากสนามรบวอเตอร์ลู
นั้นยากจะระบุจำนวน เพราะช่วงเวลานั้น
ฟันของคนล้นตลาดในช่วงกลางศตวรรษที่ 19
เพราะข้อบ่งชี้ว่ามาจากศพคนที่ตายในสนามรบ
บางคนระบุว่ามาจากศพทหารในสงครามกลางเมืองอเมริกา
.
.
.
ภาพที่นำมาจากหน้า 119 ของ
Beeton's Christmas Annual' 1860
โดย British Library - สาธารณสมบัติ
.
.
แน่นอน ฟันของทหารที่ตายในสนามรบ
ต่างถูกนำไปใช้/ขายเป็นฟันปลอม
แล้วกระดูกล่ะ
สิ่งนี้ในระดับอุตสาหกรรมจะต้องการหรือไม่
เพื่อผลิตกระดูกให้เพียงพอในด้านการเกษตรหรือไม่
เพื่อพยายามตอบคำถามเรื่องนี้
ผมได้เจาะลึกลงไปในหนังสือพิมพ์และวารสารร่วมสมัย
บทความแรกสุดที่ ผมพบว่าพูดถึงการนำเข้ากระดูกในสนามรบ
มาจาก London Spectator เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 1829
เรือขนส่งกระดูกมนุษย์
เรือจาก Hamburg มาถึง Lossiemouth เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เต็มไปด้วยกระดูกมนุษย์ ทรัพย์สินของเกษตรกร Morayshire
และมีไว้สำหรับการผลิตปุ๋ย
นายเรือระบุว่ากระดูกถูกเก็บรวบรวม
จากที่ราบและทางสัญจรไปมาใน Leipsic (sic)
และส่วนหนึ่งเป็นของซากศพของคนหลายพันคน
ที่ตายในการรบระหว่างฝรั่งเศส
และพันธมิตรในเดือนตุลาคม 1813
รายงานฉบับอื่นก็ยืนยันว่า
ผู้ค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสหราชอาณาจักร
กำลังเร่งรีบรับกระดูกที่มีอยู่ทั้งหมด
ในภาคพื้นยุโรปอย่างรวดเร็ว
.
.
.
รายงานจาก Morning Post 1820
.
.
หมายเหตุประกอบ
Quintal อีกชื่อหนึ่งสำหรับน้ำหนัก 100 ปอนด์
ดังนั้นรายงานฉบับนี้จึงกำลังพูดถึง
การขนส่งกระดูก 200 ตันของจักรวรรดิอังกฤษ
ตามทะเบียนการเดินเรือปี 1822
และมีการนำเข้ากระดูกมากกว่า ล้านบุชเชล bushels
บุชเชล คือ หน่วยวัดปริมาตรของจักรวรรดิอังกฤษ
จำนวนบรรทุกของเรือ แต่ละลำที่มีนัยสำคัญ
.
.
.
อ้างถึง Gentleman’s Magazine เดือนพฤศจิกายน 1822
.
.
ตามแหล่งข้อมูลอื่น อังกฤษมีพฤติกรรมเช่นนี้จริง
ในวารสาร London Quarterly ปี 1819 รายงานว่า
“กระดูกมนุษย์จำนวนมากถูกส่งไปทางเหนือทุกปี ”
จากสุสานขนาดใหญ่ในลอนดอน
และกระดูกทั้งหมดมีคำอธิบายในการนำเข้า
และยังพบชิ้นส่วนของเครื่องแต่งกาย
ที่ผุพังไปแล้วราวครึ่งหนึ่งในนั้น”
ชุมชนชาวเกษตรกร The Farmer’s Cabinet
เป็นวารสารของสหรัฐอเมริกา
มีส่วนช่วยเหลือพิเศษ ที่ผู้อ่านส่งมา
ในปี 1838 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเรื่องราวมาจากอังกฤษ
เป็นการสนทนา/จินตนาการ
ระหว่างชาวนากับลูกชายของเขา
บางครั้งผมคิดว่า
“ชีวิตและการผจญภัยของกระดูก”
อาจจะเป็นหนังสือที่น่าสนใจมากสำหรับเด็ก
มันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการ
ถึงสถานการณ์ที่ชาวนาใจดี
นั่งลงพูดคุยกับลูกชายของตนเอง
และอธิบายว่าอุบัติเหตุทางการเกษตร
ที่โชคร้ายอาจนำไปสู่ความตายของตนได้อย่างไร
แต่ในทางกลับกันก็อาจทำให้พืชมีผลผลิตที่ดีขึ้นได้
ฟันปลอม ปุ๋ย มาจากศพทหาร/ม้า ในสนามรบ
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางว่า
กระดูกที่อุดมไปด้วยแคลเซียมเป็นปุ๋ยที่มีคุณค่า
และภายในเวลาไม่กี่ปีหลังจากความพ่ายแพ้ของนโปเลียน
ตัวแทนของผู้ผลิตปุ๋ยก็กำจัดซากศพคนและม้าในสนามรบ
กระดูกของคนและม้าถูกนำออกจากสถานรบในที่ต่าง ๆ
เช่น ที่ Austerlitz Leipzig และ Waterloo
ทั้งหมดถูกส่งไปยัง Hull
ที่มีโรงงานเครื่องบดกระดูก เพื่อผลิตปุ๋ย
นี่ไม่ใช่ธุรกิจที่มีเอกสารครบถ้วน
แต่มีรายงานและกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของนิทานพื้นบ้าน/ตำนานยอดนิยม
ในปี ค.ศ. 1822 นักข่าวคนหนึ่งเขียน
ใน The Observer ว่า
“ ขณะนี้ เป็นที่แน่ชัดโดยปราศจากข้อสงสัย
จากการทดลองจริงในวงกว้างว่า
ทหารที่เสียชีวิตแล้วกลายเป็นสินค้าที่มีค่าที่สุด
และในทางกลับกัน เกษตรกรที่ดีใน Yorkshire
ก็เป็นหนี้กระดูกสำหรับผลผลิต
สำหรับขนมปังประจำวันของพวกเขา ”
ดูเหมือนเป็นการดูหมิ่นที่น่าตกใจสำหรับเรา
แต่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันในอดีต
มันเป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้ว
ที่ศพทหารในสนามรบที่ต่าง ๆ
ต่างถูกผู้ติดตามในสนามรบ และชาวนาท้องถิ่น
ปล้นฉกฉวยสิ่งของมีค่าจากศพไปใช้งานต่อ
และในสงครามนโปเลียนก็ไม่ต่างกัน
ก่อนที่พ่อค้ากระดูกจะเข้ามา
ศพจำนวนมากที่ Waterloo จะถูกถอดฟันออก
นี่เป็นข้อดีสำหรับอุตสาหกรรมฟันปลอม
ของสหราชอาณาจักร ที่ชุดปลอมทั้งหมด
ทำจากฟันมนุษย์เรียกว่า Waterloo teeth
และเป็นเวลาหลายปีหลังจากนั้น
ศพของคนยากจน/ทหารในสนามรบ
ต่างกลายเป็นสินค้า ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย
ฟันปลอม หรือการสอนกายวิภาคสำหรับนักศึกษาแพทย์
.
.
.
เนินสิงโตที่มองเห็นพื้นที่การรบใน Waterloo
ปกคลุมด้วยลูกด้วยต้น Beets ใน Braine-l’Alleud, Belgium
โดย Myrabella CC-BY 3.0
.
บางครั้งการได้ยินเรื่องราวบางอย่าง
ที่ดูเหมือนโหดร้ายจนไม่สามารถยอมรับความจริงได้
กระดูกของทหารอังกฤษ ฝรั่งเศส ปรัสเซีย
ที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นถูกขุดขึ้นมาจากสนามรบ Waterloo
ถูกนำมาบดขยี้และใช้เป็นปุ๋ยใน Yorkshire จริงหรือไม่
ชาวนาใช้กระดูกของเพื่อนร่วมชาติ/ศัตรู
เป็นปุ๋ยเพื่อปลูกพืชจริงหรือไม่
คนสหราชอาณาจักรรุ่นใหม่ ไม่ค่อยคิดถึงมาก
เกี่ยวกับสงคราม Battle of Waterloo
(สงครามครั้งสุดท้ายที่ นโปลีออง แพ้หมดรูป
เพราะ หลักนั๊งพะจิกนั๊ง หกคนตีคนเดียว)
แต่ในปี 2015 จะเป็นวันครบรอบ 200 ปี
และในวันนั้นวันเดียวของการสู้รบ
มีผู้เสียชีวิตถึงราว 60,000 คน
บางคนเชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิต
จากสงครามโดยนโปลีอองมีมากกว่า 6 ล้านคน
ทั้งหมดนี้ ผมได้ข้อมูลจาก Wikipedia
(หลายบทความตอนนี้ ค่อนข้างนิ่งและใช้อ้างอิงได้)
ผมก็รู้เรื่องนี้น้อยเหมือนกับคนอื่น ๆ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมค้างคาในในใจเกี่ยวกับ
สงคราม Waterloo จากรายงานของนักข่าวสงคราม
ถึงเรื่องราวที่เหลือเชื่อและดูโหดร้ายมาก
.
.
Robert Fisk ที่ Al Jazeera Forum ในปี 2010
โดย Mohamed Nanabhay CC-BY 2.0
ผู้ค้นคว้า/เรียบเรียงเรื่องนี้
.
ในปี 1815 หลังสงคราม Waterloo
กระดูกของคนตาย ทหารอังกฤษในกองทัพ Wellington
ทหารฝรั่งเศสในกองทัพ Napoleon
และทหารปรัสเซียในกองทัพ Blücher และอีก 4 ชาติ
กระดูกของทหารจำนวนมากถูกส่งกลับไปยัง Hull
เพื่อแปรรูปเป็นปุ๋ย สำหรับดินแดนที่เขียวขจีด้วยหญ้า/พืช
และพื้นที่ที่น่ารื่นรมย์ของอังกฤษ
และฟันจากคนตายกลายเป็นฟันปลอม
สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องฟันใช้งานในชีวิตประจำวัน
คำกล่าวอ้างที่ฟังดูป่าเถื่อนนี้ เป็นเรื่องจริงได้หรือไม่
สิ่งแรกที่ผมทำคือ ค้นหาความคิดเห็นทางวิชาการ
เกี่ยวกับทัศนคติของคนในศตวรรษที่ 19
เกี่ยวกับต่อยุทธการสงคราม Waterloo
อย่างอยากรู้อยากเห็น เหมือนเด็กที่สงสัยเรื่องราวต่าง ๆ
ผมทีแรกกำลังสันนิษฐานว่า
ผู้คนจะต้องรู้สึกเศร้าโศกเมื่อมีการสูญเสียชีวิตเกิดขึ้น
แต่ดูเหมือนว่า ไม่ใช่กรณีแบบนี้เลย
อันที่จริง สงคราม Waterloo กลับกระตุ้นให้
เกิดการพัฒนารูปแบบใหม่ของธุรกิจ
นั่นคือ การท่องเที่ยว การสันทนาการ
เรื่องที่น่าประหลาดใจคือ มีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ
เข้าร่วมชมการทำสงครามในสนามรบแบบ Real time
เหมือนผู้ชมที่เกมกีฬาต่าง ๆ ในสนามกีฬา
และอีกไม่กี่ปีต่อมา มีการจัดทัวร์จากบริษัทใหม่ ๆ
เช่น Thomas Cook พานักท่องเที่ยวผู้มั่งคั่ง
ไปสัมผัสกับสถานที่ในสนามรบ Waterloo
ถึงความรุ่งโรจน์ชัยชนะของทหารอังกฤษ
Stuart Semmel นักประวัติศาสตร์จาก Yale University
ได้เขียนบทความที่น่าสนใจ
เกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว
ที่มาเยี่ยมชมสถานที่สู้รบ Waterloo
โดยได้กล่าวถึงเรื่องราวร่วมสมัย
ของการมาเยือนของผู้มั่งคั่ง
และมีชื่อเสียงในสมัยนั้น กวีและจิตรกร
ที่ใช้สถานที่นี้เป็นฉากหลังในการทำงานของพวกเขา
และของนักท่องเที่ยวที่ดูเหมือนไม่ค่อยใส่ใจ
กับการซื้อของที่ระลึก ที่ดูเหมือนว่าเป็น กระดูกคน
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องปกติในสถานที่แห่งนี้
ที่จะมีชิ้นส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
หรือแม้กระทั่งหัวกระโหลกของทหารที่ทราบชื่อ
เพื่อขายให้ผู้ต้องการนำไปสะสมเป็นของที่ระลึกในยุคนั้น
เรื่องราวทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะแสดงให้ความเชื่อถือบางอย่าง
กล่าวคือ สังคมในศตวรรษที่ 19 ไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับ
ชะตากรรมของศพผู้ตายมากกว่าสังคมในศตวรรษที่ 20
บทความดังกล่าวนี้ยังกล่าวถึง ฟันวอเตอร์ลู
(ที่ระบุว่า ถูกดึงออกจากปากคนตายเพื่อใช้ทำฟันปลอม)
และในไม่ช้า ผมก็พบว่า มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในยุโรป
ได้จัดแสดงฟันปลอมที่นำมาจากฟันคนตาย
มีหนังสือประวัติทันตกรรม ที่ชี้ให้เห็นถึง แคตตาล็อก
จากผู้ผลิตฟันปลอมในอดีต ซึ่งรวมถึงฟันมนุษย์ด้วย
.
.
ฟันวอเตอร์ลูที่ Dresden Military Museum
โดย Adam Jones CC-BY 3.0
.
จำนวนฟันจากศพที่มาจากสนามรบวอเตอร์ลู
นั้นยากจะระบุจำนวน เพราะช่วงเวลานั้น
ฟันของคนล้นตลาดในช่วงกลางศตวรรษที่ 19
เพราะข้อบ่งชี้ว่ามาจากศพคนที่ตายในสนามรบ
บางคนระบุว่ามาจากศพทหารในสงครามกลางเมืองอเมริกา
.
.
ภาพที่นำมาจากหน้า 119 ของ
Beeton's Christmas Annual' 1860
โดย British Library - สาธารณสมบัติ
.
แน่นอน ฟันของทหารที่ตายในสนามรบ
ต่างถูกนำไปใช้/ขายเป็นฟันปลอม
แล้วกระดูกล่ะ
สิ่งนี้ในระดับอุตสาหกรรมจะต้องการหรือไม่
เพื่อผลิตกระดูกให้เพียงพอในด้านการเกษตรหรือไม่
เพื่อพยายามตอบคำถามเรื่องนี้
ผมได้เจาะลึกลงไปในหนังสือพิมพ์และวารสารร่วมสมัย
บทความแรกสุดที่ ผมพบว่าพูดถึงการนำเข้ากระดูกในสนามรบ
มาจาก London Spectator เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 1829
เรือขนส่งกระดูกมนุษย์
เรือจาก Hamburg มาถึง Lossiemouth เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เต็มไปด้วยกระดูกมนุษย์ ทรัพย์สินของเกษตรกร Morayshire
และมีไว้สำหรับการผลิตปุ๋ย
นายเรือระบุว่ากระดูกถูกเก็บรวบรวม
จากที่ราบและทางสัญจรไปมาใน Leipsic (sic)
และส่วนหนึ่งเป็นของซากศพของคนหลายพันคน
ที่ตายในการรบระหว่างฝรั่งเศส
และพันธมิตรในเดือนตุลาคม 1813
รายงานฉบับอื่นก็ยืนยันว่า
ผู้ค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสหราชอาณาจักร
กำลังเร่งรีบรับกระดูกที่มีอยู่ทั้งหมด
ในภาคพื้นยุโรปอย่างรวดเร็ว
.
.
รายงานจาก Morning Post 1820
.
หมายเหตุประกอบ
Quintal อีกชื่อหนึ่งสำหรับน้ำหนัก 100 ปอนด์
ดังนั้นรายงานฉบับนี้จึงกำลังพูดถึง
การขนส่งกระดูก 200 ตันของจักรวรรดิอังกฤษ
ตามทะเบียนการเดินเรือปี 1822
และมีการนำเข้ากระดูกมากกว่า ล้านบุชเชล bushels
บุชเชล คือ หน่วยวัดปริมาตรของจักรวรรดิอังกฤษ
จำนวนบรรทุกของเรือ แต่ละลำที่มีนัยสำคัญ
.
.
อ้างถึง Gentleman’s Magazine เดือนพฤศจิกายน 1822
.
ตามแหล่งข้อมูลอื่น อังกฤษมีพฤติกรรมเช่นนี้จริง
ในวารสาร London Quarterly ปี 1819 รายงานว่า
“กระดูกมนุษย์จำนวนมากถูกส่งไปทางเหนือทุกปี ”
จากสุสานขนาดใหญ่ในลอนดอน
และกระดูกทั้งหมดมีคำอธิบายในการนำเข้า
และยังพบชิ้นส่วนของเครื่องแต่งกาย
ที่ผุพังไปแล้วราวครึ่งหนึ่งในนั้น”
ชุมชนชาวเกษตรกร The Farmer’s Cabinet
เป็นวารสารของสหรัฐอเมริกา
มีส่วนช่วยเหลือพิเศษ ที่ผู้อ่านส่งมา
ในปี 1838 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเรื่องราวมาจากอังกฤษ
เป็นการสนทนา/จินตนาการ
ระหว่างชาวนากับลูกชายของเขา
บางครั้งผมคิดว่า
“ชีวิตและการผจญภัยของกระดูก”
อาจจะเป็นหนังสือที่น่าสนใจมากสำหรับเด็ก
มันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการ
ถึงสถานการณ์ที่ชาวนาใจดี
นั่งลงพูดคุยกับลูกชายของตนเอง
และอธิบายว่าอุบัติเหตุทางการเกษตร
ที่โชคร้ายอาจนำไปสู่ความตายของตนได้อย่างไร
แต่ในทางกลับกันก็อาจทำให้พืชมีผลผลิตที่ดีขึ้นได้