หัวใจสีฟ้า ภูผาสีทอง บทที่ 35

กระทู้สนทนา
หัวใจสีฟ้า ภูผาสีทอง
ดรัสวันต์
35

        “ค..คุณ  นอนหน้าเตียงนะ” หล่อนพยายามทำเสียงเคร่ง แล้วดึงผ้านวมจากมือเขาออกมาพับทบให้เป็นเบาะรองนอนที่พื้นพรมเก่าๆ หน้าเตียงที่แคบเพียงสองฟุต แคบชนิดที่ผู้ชายตัวโตๆ จะต้องนอนตะแคง 

       แม้ว่ามันไม่น่าสบายอะไรนัก  แต่ก็ยังดีกว่าต้องนอนในรถ ปนนท์คิด

      “คุณนอนได้ไหม”

        ปนนท์พยักหน้ารับ ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร นอนไม่ได้ก็ต้องได้ ไม่มีทางเลือก พลางนึกเยาะตัวเองอยู่ในใจว่าที่หล่อนยอมลงทุนขอให้เขามานอนร่วมห้องก็เพื่อเป็นไม้กันหมาเท่านั้นเอง ถ้าหล่อนไม่ได้กลัวไอ้หมอนั่นมากมายขนาดนี้ เขาก็คงต้องนอนหนาวอยู่ในรถทั้งคืน แต่เอาเถอะ ไหนๆ เขาก็ยอมลำบากมาช่วยหล่อนขนาดนี้แล้ว จะลำบากอีกหน่อยเพื่อให้ณนิสาปลอดภัย คงไม่กระไรนัก

       ณนิสาคลานขึ้นไปอยู่บนเตียงแล้วแบ่งหมอนมาให้ใบหนึ่ง

        “ขอบคุณคร้าบ กู้ดไนท์” ปนนท์รับหมอนมาวางแล้วล้มตัวลงนอน ทั้งง่วงทั้งเพลียขึ้นมาบ้างแล้ว 

        เวลาผ่านไป ปนนท์เริ่มแปลกใจตัวเองที่พยายามข่มตาแล้วแต่ทำไมจิตใจไม่ยอมหลับ เสียงคนบนเตียงพลิกตัวไปมา ตามด้วยเสียงถอนหายใจ

        “ยังไม่หลับหรือคุณ” เขาส่งเสียงถามออกไป

        เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับมา อาการพลิกตัวหยุดนิ่งไป ปนนท์จึงผงกตัวขึ้นมามอง ภาพที่เห็นคือหญิงสาวขดตัวอยู่ในผ้าห่มผืนบาง คลุมโปงทั้งหัว แต่โผล่ลูกตาออกมามองเขาตาแป๋ว

       “ทำไมยังไม่หลับอีก”

       “แล้วคุณล่ะ ทำไมยังไม่หลับ”

       “ก็คุณมัวแต่พลิกตัว เตียงมันยวบยาบ นอนดิ้นแบบนี้ใครจะหลับได้”

       “ไม่ได้นอนดิ้นซะหน่อย” รีบเถียงพร้อมกับตวัดสายตาค้อน

       “ไม่ไว้ใจผมซิท่า”

        ณนิสาหลบตา แม้ส่วนหนึ่งจะคิดอย่างนั้น แต่ก็ปฏิเสธออกมาว่า

       “เปล่า”

        ปนนท์ทิ้งตัวลงนอนพร้อมกับส่งเสียงมาบอกว่า “นอนได้แล้ว”

       ต่างคนต่างเงียบไปไม่ถึงห้านาที ปนนท์ได้ยินเสียงบ่นพึมพำเบาๆ ว่า

        “บ้านนี้เขาไม่มีฮีตเตอร์หรือไงนะ”

        ชายหนุ่มนอนนิ่งไปสักพักก็ได้เสียงถอนหายใจขึ้นมาอีก มันทำให้เขาต้องลุกขึ้นมานั่งมองท่านอนขดตัวคลุมโปงนั้น

       “หนาวใช่ไหม” เขาเดาท่าทางนั้นออก ห้องใต้หลังคาเช่นนี้ มักจะหนาวกว่าห้องอื่นในบ้าน 

        ไม่มีคำตอบจากร่างที่เขาดูก็รู้ว่าหล่อนแกล้งทำเป็นนอนนิ่งไม่ไหวติงให้เขาเข้าใจว่าหล่อนหลับไปแล้ว

        ปนนท์ก้มลงมองผ้านวมที่เขาสอดตัวเข้ามานอนคล้าย Sleeping bag พลางคิดว่า เพราะผ้าห่มผืนหนามาอยู่ที่เขา ณนิสาจึงมีเพียงผืนบางไว้ห่ม ไม่พอสำหรับอากาศที่ลดต่ำลงในตอนดึกเช่นนี้ มิน่าหล่อนถึงนอนไม่หลับ เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วดึงผ้านวมขึ้นมาจากพื้นพรม สะบัดแล้วคลี่ออกคลุมให้ หญิงสาวสะดุ้งตกใจที่เขายังไม่นอนแถมเอาผ้านวมมาห่มให้หล่อนอีกชั้นด้วย

       “เอาผ้านวมมาห่มให้นิแบบนี้แล้วคุณจะนอนยังไง”

        ปนนท์ไม่ตอบ แต่ทรุดตัวลงนอนกับพื้นพรมแข็งๆ ณนิสาค่อยๆ ขยับมาที่ริมเตียงมาดูว่าเขานอนอย่างไร

        “พื้นมันแข็งนะ หนาวด้วย คุณนอนไม่ได้หรอก”

         ปนนท์ยังคงนอนตะแคงหันหลังให้ ตาหลับ แต่ในใจอุ่นซ่าไปกับความห่วงใยที่ณนิสามีต่อเขา ผู้หญิงอ่อนโยนอย่างหล่อนคงทนเห็นใครลำบากไม่ได้อยู่แล้ว แม้คนนั้นจะเป็นคนที่หล่อนโกรธเกลียดก็ตาม

         ณนิสามองผู้ชายตัวโตที่นอนตะแคงอยู่บนพื้นห้องแคบๆ อย่างชั่งใจอยู่เป็นนานสองนานก่อนจะบอกว่า

        “คุณนนท์ อย่านอนที่พื้นเลย มานอนบนนี้เถอะ”

        ชายหนุ่มพลิกหันมามองคนพูดอย่างแทบไม่เชื่อหู

        ณนิสาร้อนผ่าวไปทั้งหน้าเมื่อคิดว่าหล่อนกำลังบอกให้ผู้ชายมานอนร่วมเตียง

        “แน่ใจ ? ” เขาถามพร้อมทั้งลุกขึ้นมานั่งมองหน้า

        ณนิสาพยักหน้าไม่ยอมสบตา แล้วถอยไปสุดริมเตียงอีกด้าน เริ่มใจเต้นแรงเมื่อเขาก้าวขึ้นมานั่งบนเตียงตามที่หล่อนชวนจริงๆ 

        “คุณนอนริมนั้นนะห้ามล้ำเส้น” ณนิสาบอกเสียงกร้าวเป็นเชิงขู่ พร้อมทั้งลากนิ้วแบ่งเส้นกึ่งกลางที่นอน

         ปนนท์อยากจะขำ นี่หล่อนคงกลัวเขาอยู่เหมือนกัน และคงต้องรวบรวมความกล้าอยู่นานกว่าจะตัดสินใจยอมให้เขาขึ้นมานอนร่วมเตียงแบบนี้

        “คุณก็ห้ามล้ำเส้นเหมือนกัน” ปนนท์แกล้งทำหน้าเคร่งใส่บ้าง

         “เอ๊ะ !”

        “ว่าได้เหรอ เกิดดึกๆ เปล่าเปลี่ยวขึ้นมา คว้าผมไปกอดจะว่ายังไง”

        “ตาบ้า ! ไม่มีทาง ใครเขาจะไปทำแบบนั้น มีแต่คุณนั่นแหล่ะ” พร้อมทั้งค้อนให้วงใหญ่

         “รูปหล่อ พ่อรวยอย่างผมน่ะ ไม่ปล้ำผู้หญิงหรอก มีแต่จะโดนผู้หญิงปล้ำ”

        “ชิ หลงตัวเอง”

        ปนนท์หัวเราะ มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกที่มานั่งต่อปากต่อคำกับณนิสากลางดึกเช่นนี้

         “เอาน่า ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก อุตส่าห์ไว้ใจให้ร่วมห้องร่วมเตียงขนาดนี้แล้ว” ปนนท์มองสบตาคู่นั้นที่เริ่มอ่อนโรยแสงลง “นอนพักซะนะ คุณเหนื่อยมามากแล้ว”

        น้ำเสียงปรานีนั้นทำให้ณนิสาค่อยๆ เอนตัวลงนอน ปนนท์ดึงผ้าห่มที่ซ้อนกันทั้งสองผืนคลุมให้  แล้วตัวเขาเองก็ขยับตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มที่ริมเตียงอีกด้านอย่างพยายามรักษาระยะห่างไม่ให้ณนิสาตะขิดตะขวงใจ แต่พอเขาพลิกตะแคงตัวหันหน้ามาทางเธอ ก็พบว่าณนิสายังไม่ยอมหลับ ตาจ้องมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ

        “หันไปทางโน้น ไม่ต้องมามอง” หญิงสาวทำเสียงแข็งใส่

       “ว้า ผมหันหน้ามาเฉยๆ แต่หลับตาอยู่เห็นไหม ไม่ได้มองซะหน่อย”

       “ไม่รู้ล่ะ” หล่อนยังแง่งอน

       ปนนท์จึงใช้วิธีดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า

       “เอ๊ะ นั่นจะทำอะไร !” ณนิสารีบประท้วงเพราะคิดว่าเขากำลังจะมุดลงไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับเธอ

        ปนนท์รีบโผล่หน้าออกมามองอย่างแปลกใจ

       “ผมทำอะไร?”

        “ก็ คุณกำลังมุดลงไปใต้ผ้าห่มแบบนั้น...ทะลึ่ง” ณนิสาขึ้นเสียงหน้าแดง

        “ผมไม่ได้มุด ผมแค่ดึงผ้าขึ้นมาปิดหน้า ก็คุณบอกไม่ให้มองไง”

        “มันก็ไม่ต่างกันหรอก”

        “โอ๊ย ! จะได้นอนไหมนี่” ปนนท์ใกล้จะหมดความอดทน เขาผุดลุกขึ้นนั่งทำท่าเอาเรื่อง

         ณนิสาสะดุ้งทำหน้างอใส่

         ชายหนุ่มจึงตัดปัญหาด้วยการพลิกตัวหันหลังให้

         ณนิสาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ แม้ในส่วนลึกจะไว้ใจเขา เชื่อว่าเขาจะไม่ทำอะไรเธอ แต่ความรู้สึกตะขิดตะขวงใจยังอยู่ตรงนั้น  หล่อนไม่คุ้นเคยกับการนอนร่วมเตียงกับใครอยู่แล้ว ตลอดการเดินทางมานี้ แม้จะอยู่ร่วมห้องกับเกื้อกูล แต่ก็จะเลือกห้องพักที่เป็นเตียงแยก แต่มาตอนนี้นอกจากจะต้องนอนเตียงร่วมกับคนอื่นแล้ว คนคนนั้นยังเป็นผู้ชายอีกด้วย หล่อนจะทำใจให้หลับลงได้อย่างไร

        แต่เผลอไม่เท่าไหร่ ความอ่อนเพลียจากการไม่ได้พักผ่อนเต็มที่มากว่า 30 ชั่วโมง ทำให้ณนิสาผล็อยหลับไปได้ในไม่ช้า
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่