เมื่อวันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2565 เวลา 9.30 น. ณ อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีการจัดงานในโครงการโครงการสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย "ถักร้อยเรื่องราวอาหารไทยผ่านวรรณคดี" จัดโดยกองกิจการนักศึกษาและรายวิชา HEC4006 , รายวิชา HEC4212 ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวของกับอาหารไทยที่น่าสนใจ ภายใต้การนำเสนอข้อมูลและเรื่องราวโดยผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับอาหารไทย ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวรรณคดีไทย และอาจารย์ผู้ชำนาญการในการสอนวิชาอาหาร รวมทั้งได้ชิมอาหารไทยโบราณรสชาติอร่อยถูกใจ จากฝีมือการปรุงของนักศึกษาภาควิชาคหกรรมศาสตร์ ที่แต่งชุดไทยมาปรุงอาหารสาธิตให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชมและได้ชิมกันอย่างอิ่มท้อง
สำหรับงานกิจกรรมในวันนี้ ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่เราจะมาเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอาหารไทย ว่าสิ่งที่เรารับประทานกันในแต่ละวันมีความเป็นมาอย่างไร? อาหารไทยของเราไม่แพ้อาหารชาติอื่นใดในโลกนี้เลย ผมเชื่อว่าถ้าท่านเป็นผู้ที่ชื่นชอบในอาหารไทย ต้องไม่พลาดชมเนื้อหาในกระทู้นี้ โดยเฉพาะการนำเสนอผ่านคลิปวีดีโอบันทึกการเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ น่าจะมีประโยชน์แก่ทุกท่านแน่ครับ ไปตามชมผ่านรูปภาพและคลิปวีดีโอเลยครับ
พิธีเปิดงาน "ถักร้อยเรื่องราวอาหารไทยผ่านวรรณคดี"
โครงการสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย งานเสวนาเรื่อง "ถักร้อยเรื่องราวอาหารไทยผ่านวรรณคดี" วิทยากรโดย 1.รศ.ดร.ประภาส พาวินันท์ 2.รศ.ดร.สายวรุณ สุนทโรทก 3.ดร.เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ และ 4.รศ.ภูชิษย์ สว่างสุข จัดโดยกองกิจการนักศึกษาและรายวิชา HEC4006 , รายวิชา HEC4212 ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
“อาหารไทยเป็นอาหารประจำชาติของชนชาติไทยมานาน ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน มีกำเนิดมาพร้อมกับการจัดตั้งชนชาติไทย โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่สมัยสุโขทัยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยอาศัยหลักฐานทางศิลาจารึกที่ปรากฏหลักฐานผ่านรูปแบบต่างๆ อาหารไทยจึงเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการประกอบอาหาร การแปรรูป การปรุงรส การตกแต่ง รวมทั้งการตั้งชื่อของอาหารในรูปแบบต่างๆ
คุณค่าของอาหารไทยยังขาดการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทำให้คนไทยยังขาดความเข้าใจในความเป็นมาของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหารไทย โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบทำอาหาร และหลากหลายเมนูที่ชอบก็ได้รู้หลาย ๆ อย่างในเวลาที่ไปค้นหา ยิ่งปัจจุบันเราสามารถหาข้อมูลได้จากในอินเตอร์เน็ต โดยการเสิร์ชจากกูเกิ้ล จึงได้รู้ว่าหลากหลายอาหารไทยนั้นมีมาที่ที่ไปอย่างไร? มีอยู่หนึ่งเมนูที่สงสัยคือ หมูผัดท้าววรจันทร์ ที่มีความเป็นมาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 สมัยนั้นท้าววรจันทร์เป็นเจ้าจอมมารดาของรัชกาลที่ 4 ท่านได้ทำขนมจีนน้ำยาไก่เพื่อทานกับหมูผัดเป็นเครื่องเคียง จนกระทั่งเมนูนี้สืบทอดกันมา โดยพยายามค้นหาสูตรดั้งเดิมว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง? แล้วสูตรแท้ๆ นั้นมาจากไหน? จึงต้องเข้าไปค้นหาในประวัติศาสตร์ หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับอาหารไทยที่เราอยากจะรู้ ก็เพิ่งรู้ว่าสามารถสืบสาวราวเรื่องได้จากงานวรรณกรรมต่างๆ งานวรรณคดีต่างๆ
ในวันนี้จึงเป็นกิจกรรมที่ดี ที่พวกเราทุกคนจะได้มาเรียนรู้ความเป็นมาในอาหารหลายๆ อย่าง ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการดำเนินงาน “ถักร้อยเรื่องราวอาหารไทยผ่านวรรณคดี” อันได้แก่ กองกิจการนักศึกษา , รศ.ภูชิษย์ สว่างสุข อาจารย์ประจำวิชา HEC4006 , รายวิชา HEC4212 ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตลอดจนผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนที่ให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ขออวยพรให้การดำเนินงานสำเร็จสมดังมุ่งหมายทุกประการ”
เรียบเรียงจากสุนทรพจน์กล่าวเปิดงาน “ถักร้อยเรื่องราวอาหารไทยผ่านวรรณคดี” โดย ผศ.ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ผศ.ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ภาพบรรยากาศในงานฯ
ถักร้อยเรื่องราวอาหารไทยผ่านวรรณคดี
สำหรับงานกิจกรรมในวันนี้ ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่เราจะมาเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอาหารไทย ว่าสิ่งที่เรารับประทานกันในแต่ละวันมีความเป็นมาอย่างไร? อาหารไทยของเราไม่แพ้อาหารชาติอื่นใดในโลกนี้เลย ผมเชื่อว่าถ้าท่านเป็นผู้ที่ชื่นชอบในอาหารไทย ต้องไม่พลาดชมเนื้อหาในกระทู้นี้ โดยเฉพาะการนำเสนอผ่านคลิปวีดีโอบันทึกการเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ น่าจะมีประโยชน์แก่ทุกท่านแน่ครับ ไปตามชมผ่านรูปภาพและคลิปวีดีโอเลยครับ
คุณค่าของอาหารไทยยังขาดการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทำให้คนไทยยังขาดความเข้าใจในความเป็นมาของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหารไทย โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบทำอาหาร และหลากหลายเมนูที่ชอบก็ได้รู้หลาย ๆ อย่างในเวลาที่ไปค้นหา ยิ่งปัจจุบันเราสามารถหาข้อมูลได้จากในอินเตอร์เน็ต โดยการเสิร์ชจากกูเกิ้ล จึงได้รู้ว่าหลากหลายอาหารไทยนั้นมีมาที่ที่ไปอย่างไร? มีอยู่หนึ่งเมนูที่สงสัยคือ หมูผัดท้าววรจันทร์ ที่มีความเป็นมาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 สมัยนั้นท้าววรจันทร์เป็นเจ้าจอมมารดาของรัชกาลที่ 4 ท่านได้ทำขนมจีนน้ำยาไก่เพื่อทานกับหมูผัดเป็นเครื่องเคียง จนกระทั่งเมนูนี้สืบทอดกันมา โดยพยายามค้นหาสูตรดั้งเดิมว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง? แล้วสูตรแท้ๆ นั้นมาจากไหน? จึงต้องเข้าไปค้นหาในประวัติศาสตร์ หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับอาหารไทยที่เราอยากจะรู้ ก็เพิ่งรู้ว่าสามารถสืบสาวราวเรื่องได้จากงานวรรณกรรมต่างๆ งานวรรณคดีต่างๆ
ในวันนี้จึงเป็นกิจกรรมที่ดี ที่พวกเราทุกคนจะได้มาเรียนรู้ความเป็นมาในอาหารหลายๆ อย่าง ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการดำเนินงาน “ถักร้อยเรื่องราวอาหารไทยผ่านวรรณคดี” อันได้แก่ กองกิจการนักศึกษา , รศ.ภูชิษย์ สว่างสุข อาจารย์ประจำวิชา HEC4006 , รายวิชา HEC4212 ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตลอดจนผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนที่ให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ขออวยพรให้การดำเนินงานสำเร็จสมดังมุ่งหมายทุกประการ”
เรียบเรียงจากสุนทรพจน์กล่าวเปิดงาน “ถักร้อยเรื่องราวอาหารไทยผ่านวรรณคดี” โดย ผศ.ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง