[CR] รีวิวสายการบิน ZIPAIR Tokyo เที่ยวบิน ZG51 จากนาริตะสู่สุวรรณภูมิแบบ FULL FLAT

สวัสดีครับ ผมแทน จาก Rule Of TAN's
www.facebook.com/Ruleoftan
www.youtube.com/c/RuleOfTANs

กระทู้ที่แล้วผมได้ลงรีวิวสายการบิน ZIPAIR Tokyo ไปแล้วในกระทู้นี้ >> https://pantip.com/topic/40628560 ครับ แต่เป็นการรีวิวในที่นั่งแบบ Economy ราคาถูกที่สุดของสายการบิน ผลตอบรับค่อนข้างดีมากๆ และมีเสียงเรียกร้องผ่านมาทางหลังไมค์ว่าอยากให้ลองรีวิวตัวที่นั่งแบบ Full Flat ของทาง ZIPAIR วันนี้ด้วยความบังเอิญและความประจวบเหมาะหลายๆ อย่าง เลยได้มีโอกาสใช้บริการและมารีวิวที่นั่งแบบ Full Flat ของทาง ZIPAIR ให้ชมกันครับ

**ขอ Disclaimer ก่อน รีวิวนี้ผมจ่ายเองทุกบาททุกสตางค์ ไม่มีสปอนเซอร์ ไม่ได้รับเงินจากอะไรทั้งสิ้น และจองทุกอย่างผ่านช่องทางปกติที่ทุกท่านจะได้จองกัน ไม่มีการติดต่ออะไรผ่านหลังบ้านทั้งสิ้นครับ และภาพทุกใบในรีวิวนี้ ผมไม่ปรับแต่งสีเลย และพยายามปรับแต่งแสงให้น้อยที่สุดครับ รูปจะมาจากทั้งสมาร์ทโฟนและกล้องในเวลาเดียวกันครับผม

สำหรับสายการบิน ZIPAIR ตอนนี้น่าจะได้ยินกันชื่อกันค่อนข้างหนาหูแล้ว เนื่องจากเปิดบริการมาได้ราวๆ สองปีกว่าๆ แล้วครับ เป็นสายการบินลูกของ JAL (Japan Airlines) ที่อยากกำหนดมาตรฐานของสายการบินให้กับอุตสาหรรมใหม่ว่า สายการบินไม่จำเป็นต้องมีเพียง Low Cost หรือ Full Service เท่านั้น และ ZIPAIR คือตัวอย่างของสายการบินที่อยู่ตรงกลางระหว่างสายการบินสองประเภท (ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วเรื่องของบริการจะเอนเอียงไปทาง Low Cost และช่วงหลังๆ ราคาเอนไปทาง Full service ก็เถอะ)
ส่วน Base ของทาง ZIPAIR แน่นอนว่าอยู่ที่ NRT, Narita จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่นครับ
ส่วนเส้นทางการบินตอนนี้เพิ่มจาก 3 เป็น 5 เส้นทางทั้งไปและกลับแล้วครับ
BKK - NRT
ICN (อินชอน เกาหลีใต้) - NRT
SIN (สิงคโปร์) - NRT
HNL (โฮโนลูลู) - NRT
LAX (Los Angelis) - NRT
สำหรับไฟลท์วันนี้ที่เราจะโฟกัสกันคือ ZG51 จาก NRT-BKK ในรูปแบบที่นั่ง Full Flat ครับผม
ไฟลท์ ZG51 จะทำการ Board จาก Narita Terminal 1 North Wing และทำการบินทุกวันในเวลา 17:05 (JST) ETA 21:45 (GMT +7.00) ครับ
และนี่คือ invoice ของผม แพกเกจที่ผมจองวันนี้เป็น Full Flat Value ครับ ซึ่งสามารถสั่งอาหารได้หนึ่งอย่าง สามารถเลือกตำแหน่งที่นั่งได้ และได้น้ำหนักในการ check in 23KG 1 ใบครับ สำคัญมากๆ เพราะว่าถ้าไม่จ่ายเพิ่มเลย สิ่งของที่เราสามารถทำไปได้มีแค่ carry on 7KG 1 ใบเท่านั้นครับ
ที่สำคัญอีกอย่างคือถ้าจะจองแล้วแก้ไขพวกน้ำหนัก รีบทำครับ และควรทำให้เสร็จตั้งแต่ตอนจองเลย ไม่งั้นยุ่งยากและหาทางออกยากมาก สายการบินนี้เรื่องน้ำหนัก inflexible มากๆ ครับ เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมไม่ชอบที่สุดสำหรับสายการบินนี้
รวมราคาแล้วทั้งหมด 58,452 เยน ราคานี้ไม่บวกค่าภาษีสนามบินอะไรเพิ่มแล้วครับ นี่คือราคา Final แปลงเป็นเงินไทยเรท .27 ตอนที่ผมจองก็ 15,782 บาทไทยครับ

ก่อนหน้าที่จะเข้ารีวิวกัน เรามาดู"ฝูง"บินของ ZIPAIR ในตอนนี้กันก่อนครับ ทาง ZIPAIR ยังใช้ฝูงบินทั้งฝูงเป็น Boeing 787-8 Dreamliner ที่แปลงโฉมมาจาก JAL แต่รอบนี้เขาเพิ่มฝูงบินแล้วครับ จาก 2 เป็น 4 เครื่อง เย้ ฝูงบินสี่ลำ JA822J (Parked) JA824J JA826J JA827J

สำหรับเครื่องบินแล้วผมไม่มีปัญหาเลย 788 ผมนั่งมาหลายรอบแล้ว ผมชอบด้วยซ้ำ เพราะว่าความดันปรับได้เสมือนอยู่ในอากาศที่ความสูงระดับ 6000 ฟุท (1800 เมตร) ซึ่งต่ำกว่าเครื่องบินยุคก่อนหน้าอย่าง 777 ที่ Pressurize cabin ได้เสมือนความสูง 8000 ฟุท (2400 เมตร) จากระดับน้ำทะเลครับ ซึ่งความรู้สึกมันต่างกันพอสมควรเลยนะ (ยิ่งสูง มนุษย์ยิ่งหายใจยากเพราะอากาศเบาบาง เพราะฉะนั้น Pressurize ได้ยิ่งใกล้ระดับพื้นดินเท่าไหร่ยิ่งขยับตัวสะดวกครับ) ผมนั่ง 787 มายังไม่เคยรู้สึกอึดอัด หูอื้อ หรือหายใจไม่ออกซักครั้งเลยครับ ส่วนเสียงรบกวนใน Cabin ถ้าวัดเป็น dB แล้วจะน้อยกว่า 777 แต่ว่าเสียงย่านที่มนุษย์ได้ยินและน่ารำคาญจะดังกว่า 777 เพราะฉะนั้นก็เลยรู้สึกไม่ได้ต่างอะไรกันขนาดนั้นครับ หลักๆ คงจะเป็นเรื่องความดันมากกว่า
**Hold my ANC headphone again**

ส่วนการบินในวันนี้ ผมได้นั่ง JA824J ที่เข้ามาเป็นส่วนร่วมของฝูงบิน ZG ตอนเดือนธันวาคม ปี 2021 ครับ
JA824J
JA826J
JA822J

เข้าส่วนรีวิวจริงๆ แล้วนะครับ

อย่างที่เคย Mention ไว้ในกระทู้ที่แล้วว่า ZIPAIR จะมีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ เป็น Economy กับ Full Flat และทั้งคู่จะแตกต่างกันแค่ที่นั่งจริงๆ ไม่มี Priority Check in หรือ Lounge หรืออะไรทำนองนั้น เพราะฉะนั้นผมเลยไม่เรียกว่าเป็น Business Class หรือชั้นพิเศษ แต่จะเรียกว่าเป็น Premium Economy ที่ได้ที่นั่งเทียบเท่าหรืออาจจะดีกว่า Business Class ในบางสายการบินครับ

*เช็คอิน*

เช่นเคย ในช่วงของยุคโควิด Auto Check in ยังไม่เปิดใช้บริการ คนที่จะทำการบินต้องยื่นเอกสารต่างๆ หน้าเค้าเตอร์ครับ ในกรณีของผมก็คือ Thailand Pass และพวกพาสปอร์ตและบัตรไซริว ถ้าเดินทางหลังจากนี้ก็อาจจะมีกระบวนการต่างๆ ต่างกันออกไปอีก ก็ติดตามประกาศกันด้วยนะครับ อย่าใช้ข้อมูลในนี้อ้างอิงนะ

และสำหรับน้ำหนักที่ผมซื้อมา 23KG มันไม่พอ ผมเลยกดซื้อในวันสุดท้ายอีก 23KG เป็นจำนวนเงิน 4500 เยนผ่านเว็บ และการกดซื้อแบบนี้ไม่สามารถนำน้ำหนักไปรวมกับกระเป๋าใบเดิมได้นะครับ ต้องขึ้นใบใหม่เท่านั้น เพราะฉะนั้นชั่งน้ำหนักกันดีๆ และซื้อทีนึง ซื้อไปเลย อย่างกครับ ไม่งั้นจะมาจบแบบผมสองรอบ และไม่ใช่ผมคนเดียวที่มีปัญหากับเรื่องน้ำหนัก หน้าเค้าเตอร์เช็คอิน หลายๆ คนก็ต้องเปิดกระเป๋าเพื่อถ่ายน้ำหนักเหมือนกันครับ เพราะ ZIPAIR เข้มงวดกับน้ำหนักมาก ไม่ค่อยมีการอลุ่มอล่วยครับ อย่างของผมกระเป๋าเป้ 7KG น้ำหนักเกินมา 2xx กรัม ก็ต้องถ่ายให้เข้ากระเป๋าเดินทางให้เหลือ 7KG เป๊ะๆ เกินกว่านั้นหลักสิบกรัมอาจจะรับได้ แต่หลักร้อยกรัมเมื่อไหร่ ถ่ายออกลูกเดียวครับ และผู้โชคดีของผมในวันนั้นคือเลนส์กล้อง..... เพราะถ้าไม่เป็นเลนส์ ก็ต้องเป็น Laptop หรือตัวกล้องแล้วครับ แนะนำคนที่ทำงานประมาณผม (ถ่ายภาพ ทำวีดีโอ พกกล้อง พกคอม) 7KG ไม่มีอลุ่มอล่วยนะครับ ซื้อเพิ่มเถอะะะะะะะะะะ ไม่งั้นลำบากแย่ ที่สำคัญ หลายท่านสงสัยว่าจะซื้อเพิ่มหน้าเค้าเตอร์ได้ใช่ไหมครับ
NO
23KG เท่านั้น จะมา + 5 โลเพิ่มสองพันเยนอะไรแบบนั้นไม่มีนะครับ ถ้าซื้อ 23KG มาแล้วขนกระเป๋า 24KG มา อยากได้น้ำหนัก 1KG นั้นต้องซื้อน้ำหนักของกระเป๋า 32KG เพิ่มอีกใบครับ อันนี้คือที่ผมเข้าใจจากที่ทาง Chat Support บอกมา คิดว่าควรมีขายแพกเกจเสริมหน้าเค้าเตอร์เหมือนเดิม สำหรับ Flight ที่น้ำหนักยังมีที่ว่างเหลือครับ เข้าใจว่าน้ำหนักเป็นเงินเป็นทองในธุรกิจการบิน แต่ว่าถ้าจะบอกว่าไม่มีที่ว่างให้กระเป๋าอีกซัก 300KG (Assume ว่า ผดส ทุกคนพลาดกันคนละโลกว่าหน่อยๆ) นี่น่าจะเกินไปหน่อยครับ

Board แล้ว ไปดูห้องโดยสารและที่นั่งในชั้น Full Flat กันครับ

แน่นอนว่าต้องอยู่โซนหัวเครื่อง ที่นั่งจัดแบบ 1-2-1 ตามปกติของที่นั่งแบบ Business การออกแบบใช้สีขาวตัดกับดำเหมือนกับบน economy เป๊ะๆ
บรรยากาศใน Cabin
Cabin ของ JA824J ตัวนี้ดูใหม่มากครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเครื่องเพิ่มทำการ Reconfig มาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา บรรยากาศใน Cabin ดู Modern เหมือนเดิม สีขาวดำตัดกันสวยงามดีครับ ชุดของ Crew ก็เข้ากับธีมของ Cabin ดีเลยครับ ขาวดำแล้วมีเขียวตัดหน่อยๆ

ที่นั่ง Full Flat
แน่นอนว่าเป็นที่นั่งคลาสเดียวกับ Business Class ในหลายๆ สายการบิน ไม่ใช่แค่เป็นที่นั่ง Economy ที่เพิ่ม Leg room หรือเปลี่ยนชนิดเบาะนิดๆ หน่อยๆ ครับ อย่างที่เห็นคือตัวที่นั่งจะไม่มีจอเหมือนกับที่นั่ง Economy แต่เราสามารถเข้าถึงความบันเทิงต่างๆ ได้ใน in flight WiFi ซึ่งเดี๋ยวจะพูดถึงในอีก Section นะครับ ที่นั่งแน่นอนว่านั่งสบาย สมกับที่เป็นที่นั่งคลาสเดียวกับพวก BC พอเข้ามานั่งแล้วผมรู้สึกว่านี่คือพื้นที่ส่วนตัวของผมเลยครับ ไม่ใช่เป็นแค่ที่นั่ง ที่วางของต่างๆ มีเยอะมาก อยู่ในพื้นที่ตรงนี้แล้วไม่ได้รู้สึกว่าอึดอัดเลยจริงๆ ตอนขึ้นมานั่งแล้วรู้สึกเลยว่า ไฟลท์นี้คงสบายมากแน่ๆ เลย 5555
แต่ตรงนี้พูดตรงๆ ว่าผมไม่ได้มีประสบการณ์กับ BC ดีๆ ระดับ ANA หรือ Emirates มาเหมือนกัน แต่ถ้าคิดว่านี่เป็นครั้งแรกสำหรับที่นั่งระดับ BC ของผมแบบ 6 ชม.+ นี่คือสิ่งที่ผมประทับใจมากๆ แล้วติดใจแล้วเรียบร้อย 555

Full Flat ยังไง?
ที่นั่งอย่างที่เห็น ว่าปรับได้สามระดับ เป็นแบบนั่งหลังตรง (Take off & Landing position) / นั่งแบบเอนๆ สามารถกดค้างเพื่อปรับองศาตามที่ต้องการได้ / และ Position แบบราบเลยครับ ซึ่งมันราบจริงๆ แต่ผมว่าเอนหัวนิดหน่อยสบายกว่า สิ่งที่ต้องเตรียมมาเองคือหมอนและผ้าห่มครับ เพราะนี่ไม่ใช่ Business Class service แต่ผมไม่มีทั้งคู่ก็พอนอนได้อยู่ครับ
อ๋อ ผมสูงประมาณ 160 เหลือเยอะมาก ยังไง 170-180 ก็นอนราบได้สบายๆ ครับ

ปุ่ม ปลั๊ก และที่แขวน
เดี๋ยวมาต่อในคอมเม้นท์ครับ[/ce
ชื่อสินค้า:   ZIPAIR ZG51
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่