วันวาน 9

กระทู้สนทนา

.

           ใกล้วันสงกรานต์เข้าทุกที ตอนเด็ก ๆ ใครเคยทำสีผมยกมือขึ้น!!! ตัวผอม ๆ หัวแดง ๆ เล่นน้ำตากแดดทั้งวัน ใครบ้าง! ยกมือขึ้น ฮา

             ย้อนวันวานกลับไปตอนเด็ก ๆ กัน หลายคนเลยวัยสาดน้ำกันแล้ว ฉันก็อีกคนที่เลยวัยสาดน้ำมาไกลแล้ว เลยวัยนั่งกระบะเข้าไปสาดน้ำในเมืองแล้ว แต่ยังไม่เลยวัยตั้งวงนะจ๊ะ ฮา วัยเรา ๆ มันต้องดริ้งค์กันเนอะ ตั้งวงน้ำเต้าปูปลา ป๊อกเด้ง แคงก็ว่ากันไป ปล่อยให้เรื่องสาดน้ำมันเป็นเรื่องของเด็ก ๆ

               และวันวานก็จะพาย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ ย้อนไปหาความสนุกในวันสงกรานต์ ไม่ได้ให้พาตัวเองกลับไปอยู่กับอดีต เพียงลองมองย้อนกลับไปแว่บหนึ่งของชั่วชีวิตที่ผ่านมา หาความสุขกับมันในเวลาอันสั้น ๆ เท่านั้นเอง

               เรื่องมีอยู่ว่า….

              วันนี้วันที่สิบเมษายน อีกสองวันก็จะเป็นวันสงกรานต์แล้ว หมายถึงวัน ‘เอาพระลง’ หรือวันนำพระมาสรงน้ำนั่นเอง แต่ละบ้านจะต้องนำพระพุทธรูปลงมาสรงน้ำ และ นำตัวแทนพระพุทธรูปไปร่วมสรงน้ำที่วัดด้วย จากนั้นก็เริ่มสาดน้ำเล่นสงกรานต์กันได้เลย

              พวกเธอตื่นเต้นมาก ยิ่งวันเวลาคืบคลานเข้าใกล้เท่าไหร่ พวกเธอยิ่งตื่นเต้น ที่จะได้เล่นน้ำแบบไม่มีใครด่า ได้ไปเที่ยว ได้ของขวัญ ได้ชุดสวย ได้เงินจากญาติ ๆ ที่กลับมาจากทำงานต่างจังหวัด

              วันนี้ในหมู่บ้านมีการเล่นสาดน้ำกันแล้ว ใครที่มีบ้านอยู่ติดถนนต่างได้เปรียบในเทศกาลนี้ที่สุด บอสอิจฉาคนที่มีบ้านติดถนนมาก เพราะจะได้สาดน้ำได้ทั้งวัน มีรถวิ่งผ่านไปผ่านมา ทว่าถึงบ้านของบอสไม่ได้อยู่ติดถนนก็ไม่เป็นปัญหา ทุก ๆ ปีบอสจะไปเล่นที่บ้านสองฝาแฝดหรือไม่ก็บ้านของย่าก็ได้ โดยเฉพาะบ้านของย่าเล่นได้จุใจไปเลย ย่าไม่หวงน้ำ

                 ผู้คนที่ไปทำงานที่กรุงเทพต่างทยอยกันกลับมาเล่นน้ำสงกรานต์ที่บ้าน บ้างก็มาถึงแล้ว บ้างก็กำลังเดินทาง พ่อกับแม่ของเธอกำลังเดินทางมาในวันนี้ เธอกับน้องบีมตั้งตารอคอยที่สุด ไม่ลืมกำชับให้แม่ซื้อกระบอกฉีดน้ำมาฝากด้วย ไม่ใช่ปืนฉีดน้ำ แต่เป็น ‘กระบอกฉีดน้ำ’ แม่รับปากแต่โดยดี แล้วเธอกับน้องบีมก็รอคอยด้วยใจจดจ่อ

                  คนที่มาถึงบ้านก่อนต่างก็เริ่มเปิดเพลง บรรยากาศสงกรานต์กำลังจะเริ่มขึ้น เริ่มครึกครื้นกันแล้ว ทั้งเสียงเพลง และ เสียงรถวิ่งตามถนนที่เพิ่มขึ้น ที่หน้าประตูวัดมีซุ้มเล่นสงกรานต์แล้ว เณรที่บวชภาคฤดูร้อนกำลังช่วยกันทำซุ้มสาดน้ำ นำแคร่มาวางพร้อมถังน้ำพร้อมสาดน้ำกันแล้ว คงสนุกน่าดู หลวงตาเจ้าอาวาสอนุญาตให้เหล่าเณร ๆ เล่นสนุกทุกปี

            “ยายพวกเณรน้อยอยู่วัดตั้งฮ้านแล้วบอสเห็น” บอสพูดปนยิ้มกับยาย ตอนนี้ใคร ๆ ต่างก็มีความสุข แม้กระทั่งยายที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้ม เพราะลูก  ๆ ของยายกำลังเดินทางกลับบ้าน

             “อย่าพากันลงไปเล่นคุ้มใต้หรือไปเล่นไสไกลเด้อ คนลงมาตะกรุงเทพรถแฮงหลาย” ยายกำชับ ห่วงว่าพวกเธอจะไปเล่นที่อื่นนอกจากคุ้มบ้านของย่า บางครั้งบอสก็รับปากและทำตาม บางครั้งบอสกับน้องบีมก็แอบไปเล่นคุ้มโรงเรียนบ้านของจ๋อมกับสองฝาแฝด โดยที่ยายไม่รู้

               “บอสไปเล่นเฮือนลุงวิทย์ บอสสิไปสาดน้ำ อี่ยายคือบ่เฮ็ดเฮือนอยู่ติดถนนคือเพิ่นแน บอสล่ะบ่ได้เล่นน้ำจักเทือ” บอสถามอย่างใคร่รู้จริง ๆ บ่นไปตามประสา

               “เอ้า! อิหนิซางว่าน้อ บ่มีเงินซื้อที่นั่นเด้ ไปขอที่นำย่ามืงถะแหมะ มาสร้างเฮือนจังได้เฮือนติดถนน จังได้เล่นน้ำคือเขา” ยายพูดติดตลก

               “เราบ่ให้! ฮ่า” บอสเองก็พูดกลั้วหัวเราะกับยาย ระหว่างทานข้าวเช้า พี่บอมบอกยายว่าจะไปเล่นกับเพื่อนเช่นกัน ยายก็ไม่ห้าม หลังทานข้าวเช้าเรียบร้อย พวกเธอก็แยกย้ายกัน ตอนเย็น ๆ พ่อกับแม่น่าจะมาถึงบ้าน

                บอสกับน้องบีมชวนกันไปเล่นกับสองฝาแฝด ไปสาดน้ำ ยายไม่ห้ามเพียงกำชับว่า ห้ามวิ่งเข้าไปหารถที่กำลังวิ่งมา สาดอยู่ขอบถนนไกล ๆ ก็พอ พวกเธอสองพี่น้องตกปากรับคำอย่างดี จากนั้นก็ชวนคอกันเดินไปหาพิมพ์กับแพรวที่บ้าน กระโดดโลดเต้นกันไปสองพี่น้อง เวลานี้น้องบีมก็ไม่ได้ไปเล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ตามบอสไปเล่นทุกที่ตลอด

              “น้องบอสพ่อกับแม่มามื้อใดนาง” ระหว่างทางป้าตะโกนถามก่อนจะเดินไปถึงบ้านสองฝาแฝด

               “มามื้อหนิ น้องบีมบอกอี่แม่ซื้อปืนฉีดน้ำมาให้นำ” น้องบีมชิ่งตอบก่อนเธอ อวดของฝากกับป้าด้วย ป้าอมยิ้มไปกับคำพูดของหลานสาวคนเล็ก

             “มามื้อหนิบ่! ฮอดไสแล้วฮั่น” ป้าเล่นด้วย

               “ฮอดขอนแก่นแล้วจ้า!” น้องบีมตอบมั่ว ๆ ไปตามประสา เรียกรอยยิ้มของป้าที่ยืนคุยด้วยได้

            ป้าหัวเราะ “ใกล้ฮอดแล้วตั้วหนิ ป้ากินขนมนำเด้อ” ป้าแซวน้องบีม น้องบีมพยักหน้าหงึก ๆ อย่างจริงจัง พวกเธอสองพี่น้องยืนคุยกับป้าสักพัก จากนั้นขอตัวไปหาสองฝาแฝดกันเลย ซึ่งบ้านก็อยู่เยื้อง ๆ กันเท่านั้น เดินมาครู่เดียวก็ถึง

               “แฝดเฮ็ดหยัง?!” มาถึงหน้าบ้านบอสก็ตะโกนส่งเสียงไปถามก่อน สายตาจับจ้องไปที่เปล กะจะไม่เข้าไปหาในบ้าน เพราะตอนนี้เปลยังว่าง ไกวเปลเล่นสนุกกว่าดูทีวีเป็นไหน ๆ ตะโกนถามแล้วก็รีบวิ่งแซงน้องบีมมาจองเปลเลย ส่วนพี่ ๆ กำลังเปิดทีวีดูกันอยู่ วันนี้ป้าแพงกับลุงวิทย์ก็อยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตากัน ไม่ได้ไปขายของตลาดนัด

              “พ่อมาแล้วบ่บอสมื้อหนิ” ลุงวิทย์ถาม ลุงวิทย์นั่งบนแคร่ดูดบุหรี่มองรถวิ่งผ่านไปผ่านมาอย่างคนอารมณ์ดี มองไกล ๆ นึกว่าครูนิพนธ์ลูกชายย่าน้อยมานั่งเล่นที่บ้าน แฝดคนละฝานี่คือฉายาของลุงทั้งสองคน ส่วนป้าแพงกำลังตากเสื้อผ้าอยู่ที่ราวตากผ้าข้างบ้าน ซึ่งทำจากไม้ไผ่ง่าย ๆ

               “อี่พ่อกำลังมา สงกรานต์ลุงวิทย์พาบอสกับอี่แฝดไปเล่นหาดดอกเกดนำเด้อ เข้าใจบ่!” บอสคุยกับผู้เป็นลุงอย่างคุ้นเคย บอสนั่งที่เปลไกวไปด้วย ลุงวิทย์นั่งบนแคร่ น้องบีมเดินเข้าไปในบ้านหาสองฝาแฝด

              “พุ่น! พ่อจะของกะมาให้พาไปถะแหมะ ให้ลุงพาไปเฮ็ดหยัง”

              “บ่! ให้ลุงวิทย์นั่นล่ะพาไปคือเก่า ฮ่า” บอสพูดกับผู้เป็นลุง บอสนั่งไกวเปลพูดคุยกับลุงไปเรื่อย มองรถวิ่งผ่านหน้าบ้านไปมาอย่างเพลินตา เด็ก ๆ วัยเดียวกันต่างทำสีผมต้อนรับสงกรานต์ ทั้งสีแดง สีทอง สีเขียวก็มี พวกพี่ ๆ วัยรุ่นก็ทำสีผมกันทั่ว เป็นแฟชั่นต้อนรับวันสงกรานต์ทุกปี พวกเพื่อน ๆ ที่เป็นผู้ชายตัดทรงผมอะไรก็ไม่รู้ตลกมาก

              “ลุงวิทย์! เป็นหยังลุงวิทย์คือหน้าตาคือครูนิพนธ์แถะ” บอสถามไปเรื่อยเปื่อย คิดแบบไหนก็ถามไปแบบนั้น “เบิ่งแนบอสแนมมาตะไกล ๆ บอสนึกว่าแมนครูนิพนธ์มานั่งอยู่หนิเฮ้ย”

                  “บ่คือเด้อ! ลุงหล่อกว่าบักคัก” ลุงวิทย์พูดปนยิ้ม หัวเราะอึกอักไปกับเธอ พ่นควันบุหรี่ลอยขึ้นบนอากาศอย่างคนสบายใจ

               “ฮือ… ย้องจะของเป็นคนเฮา ฮ่า!” บอสตอบ หัวเราะไปกับการสนทนากับลุง “เอาลุงวิทย์เป็นหยังคือบ่เรียนหนังสือคือเราฮั่น”

               “ลุงขี้คร้าน!” ลุงวิทย์ก็ตอบเธอทุกคำถาม ตอบปนยิ้มปนหัวเราะไปด้วย แล้วเธอก็ฮาลั่นทุกคำตอบของลุง  

                 บอสไกวเปลไปคุยกับลุงวิทย์ไป มองไปยังบ้านของย่า เห็นญาติ ๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดมาถึงกันแล้ว วันนี้พ่อกับแม่ก็กำลังจะมาถึงอีกคน ย่าคงมีความสุขน่าดู แม้จะปีละหนสองหนก็ตาม มองไปบ้านย่าน้อยก็อุ่นหนาฝาคั่งเช่นกัน รถยนต์จอดเต็มหน้าบ้าน คงเป็นรถลูก ๆ ของย่าน้อยนั่นแหละ

              สาย ๆ ของวันที่สิบมันก็ยังค่อนข้างเงียบเหงา แม้จะได้ยินเสียงเพลงจากบ้านของคนที่เดินทางมาถึงแล้วบ้างก็ตาม บรรยากาศก็ยังแลดูเงียบ ๆ วันที่สิบสามเมษายนก็คงจะครึกครื้นกว่านี้แน่นอน

               “ลุงวิทย์ บอสเอาน้ำมาเล่นสงกรานต์เด้อ” บอสนึกอะไรขึ้นมาได้ นี่แหละคือจุดประสงค์ที่มาบ้านหาสองฝาแฝด เพราะอยากสาดน้ำคนที่ผ่านไปผ่านมา สองคนนั้นก็มัวแต่ดูทีวีในบ้าน เป็นตนเองหน่อยไม่ได้ มีบ้านติดถนนขนาดนี้ จะตื่นขึ้นมาสาดน้ำตั้งแต่ไก่โห่กันเลย

            “ฮ่วยทันฮอดสงกรานต์อยู่ เอาน้ำไปสาดเพิ่น เพิ่นกะด่าตายท่อนแหล่ว วันที่สิบสองเอาพระลงจังเล่น” ลุงวิทย์ไม่อนุญาต! บอสได้แต่อ้าปากค้างเถียงไม่ได้ หน้ามุ่ยลงถนัดตา ไม่เป็นไรรอวันที่สิบสองตอนเย็นก็ได้ เอาพระลงหมายถึง นำพระไปสรงน้ำที่วัดก่อนค่อยสาดน้ำ

               “กะได้! อ้ายเจไปไสหั่นลุงวิทย์… หาลุงวิทย์ อ้ายเจไปไส” จริงอย่างที่ลุงวิทย์พูด บอสจึงถามหาพี่ชายแก้เขินไป บอสได้แต่ไกวเปลเงียบ ๆ อยู่คนเดียว สองฝาแฝดกับน้องบีมดูทีวีอยู่ในบ้านยังไม่ยอมออกมาเล่นที่หน้าบ้านกัน บอสก็ไม่เข้าไปเรียกด้วย ปล่อยให้พี่ ๆ ดูละครไป ตนเองไกวเปลเล่นอยู่อย่างนั้น

               “ไปทางใดบุ…” ลุงวิทย์ตอบ

               บอสคุยกับลุงที่หน้าบ้านไปเรื่อย ไม่รู้จะไปเล่นที่ไหน ที่บ้านของย่าเวลานี้ญาติ ๆ มากันครบ ไม่อยากไปที่นั่น รอไปพร้อมพ่อกับแม่อีกที เมื่อไม่มีที่ไปบอสกับน้องบีมก็มาเล่นอยู่ที่นี่กันทั้งวัน ที่บ้านของพิมพ์กับแพรว

              “แม่อยากย้อมสีผม พิมพ์ขอย้อมผมเล่นสงกรานต์เด้อแม่” จู่ ๆ พิมพ์เดินออกมาหยุดยืนที่ประตูบ้าน ตะโกนคุยกับผู้เป็นแม่ของตน ป้าแพงยังตากเสื้อผ้าไม่เสร็จเลย

            “แพรวกะอยากย้อมผมสีทอง อี่พ่อแพรวย้อมผมเด้อ” แพรวมาช่วยน้องสาวอ้อนอีกคน จู่ ๆ สองฝาแฝดก็พากันออกมาข้างนอก มาอ้อนลุงกับป้าทำสีผมซะอย่างนั้น “บอสย้อมผมนำตุ๊กูบ่” แพรวหันมาถาม ด้วยความที่ว่าทั้งสองคนทำอะไร บอสก็จะต้องทำตามด้วย บอสยักคิ้วเอาด้วย ไม่รู้เลยว่าย้อมเสร็จจะโดนยายดุหรือใครด่าหรือไม่ ย้อมไว้ก่อนค่อยแก้ไขทีหลัง

             “ย้อมผมอิหยังฮั่น พ่อเห็นตะเขาย้อม พ่อว่าแมนหัวนกแก้ว ย้อมมากะเป็นนกแก้วคัก ๆ นั่นแหล่ว” ลุงวิทย์พูดปนยิ้ม พูดตลก ๆ กับพวกเธอ น้อยครั้งที่จะเห็นลุงวิทย์ดุ พูดจบทำเอาพวกเธอฮาลั่นบ้านกันเลย ลุงวิทย์ผู้ไม่เคยห้ามลูก ๆ หลานอย่างพวกเธอสองคนก็ได้อานิสงส์ไปด้วย

              “ฮือ…. ลุงวิทย์บ่แมนหัวนกแก้ว บ่ได้ย้อมสีเขียว ฮ่า!” บอสเถียงลุงวิทย์ปนเสียงหัวเราะ “ย้อมสีทอง!”

            “กะนั่นล้า! สีทองกะหัวนกแก้วคือเก่า สีแดง สีเขียวมูนั่น”

               “กะยาพิมพ์ย้อมคือเก่า! เด้ออี่พ่อ” พิมพ์คะยั้นคะยอเอาคำตอบ พวกเธอสี่คนพี่น้องมายืนเรียงแถวหน้ากระดานกันต่อหน้าลุงวิทย์ที่แคร่ กดดันลุงวิทย์ให้ตอบตกลง

             “ไปขอแม่มืง!” ลุงวิทย์ปัดความรับผิดชอบไปให้ป้าแพงผู้เป็นภรรยา แพรวกับพิมพย์ยิ้มหน้าบาน เพราะอย่างไรเสียป้าแพงก็อนุญาตเสมอถ้าลุงวิทย์อนุญาตแล้ว จากนั้นพิมพ์ก็เดินไปขอเงินป้าแพงเพื่อไปซื้อน้ำยาย้อมสีผม

              ป้าแพงตากเสื้อผ้าเสร็จพอดี เดินมาหาพวกเธอที่หน้าบ้าน “แม่ย้อมผมให้พิมพ์แนเด้อ พิมพ์อยากย้อมผมเล่นสงกรานต์คืออี่จ๋อมแหมะ” พิมพ์ขออนุญาตแม่

               “ย้อมผมอี่หยัง ไผสิเฮ็ดเป็นบ่แมนร้านเสริมสวย!” ป้าแพงค้านลูกสาวคนเล็ก

              “เฮ็ดเป็น! อี่แม่คือสิเฮ็ดบ่เป็น อี่จ๋อมว่าแม่มันย้อมให้ เฮ็ดง่าย ๆ นึง”

               “ไป ๆ ไปซื้อมาขั้น หาตะแนวเฮ็ด ย้อมผมแนผมขาดเบิดหัวโลด” ถึงจะกระแนะกระแหนแต่มีหรือจะขัดใจลูกสาว ยิ่งเป็นพี่เจลูกชายคนเดียวยิ่งตามใจกันใหญ่ พอได้เงินกับป้าแพงแล้ว สองฝาแฝดก็รีบไปซื้อน้ำยาย้อมผมเลย โดยคนย้อมผมให้ก็ป้าแพงนั่นแหละ

            “บีมถ่าเอื้อยอยู่หนิแป๊บ เอื้อยไปขออี่ยายก่อนว่าย้อมผม” บอสบอกกับน้องสาวระหว่างที่รอสองฝาแฝดไปซื้อน้ำยาย้อมผม บอสรีบจึงวิ่งกลับบ้านเพื่อไปขอยาย

               มาถึงบ้านไม่มีใครอยู่บ้านสักคน ประตูบ้านถูกปิดเอาไว้ บอสรู้ในทันทีว่ายายอยู่ที่ไหน ยายต้องอยู่บ้านป้าสุ่มหรือไม่ก็อยู่บ้านยายอ้วนแน่นอน บอสจึงตัดสินใจไปที่บ้านของป้าก่อน แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ คลาดเคลื่อนกับสองฝาแฝดนิดหน่อย เนื่องจากบ้านของป้าสุ่มเปิดร้านขายของ ขายน้ำยาย้อมผมด้วย สองคนนั้นมาซื้อที่นี่

             “ยาย! บอสย้อมผมเด้อ” บอสพูดทั้งยืนหอบเพราะวิ่งมา “ย้อมคือเก่า ย้อมหน่อย ๆ กับอี่บีม” ยายยังไม่ตอบแต่ว่าบอสยัดเยียดคำตอบให้กับยายแล้ว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่