สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
ขอเล่าตัวอย่างจากเรานะคะ
ตอนเราแต่งงานราคา ณ. ตอนนั้น (เมื่อ 2 ปีก่อน) ของช่างเราคือ 65k ค่ะ เป็นมือ top ในวงการช่างแต่งหน้าเจ้าสาวและเป็นราคารอบเย็นอย่างเดียว (รอบเช้าแต่งหน้ากับอีกคน 35K) จองล่วงหน้า 1 ปี มัดจำ 10k เป็นช่างที่เราถูกใจสไตล์แต่งหน้าที่สุด ชอบที่สุดเลยยอมจ่ายค่ะ (เราจ่ายเองค่ะ) ถามว่าแล้วออกมาถูกใจไหม ราคาขนาดนี้ บอกเลยถูกใจมากค่ะ คิดว่าคงแต่งครั้งเดียวในชีวิต ไม่เสียดายเงินเลย พอรูปจากทีมกล้องออกมาเราดูสวย ผิวดูดี ออร่า โดนแสงแฟลชก็ฆ่าไม่ตาย ไม่โป๊ะ มีความสุขล้นออกมาในรูปเลย เราแฮปปี้มากๆเลยค่ะ
อยากให้มองว่า ที่ยอมจ่าย เพราะเราไม่อยากมานั่งกังวลว่า ในเมื่อเรามีกำลังในการจ่าย ทำไมต้องมาประหยัดตรงนี้ ฟังจากเพื่อนที่แต่งงานมาก่อน ทุกคนบอกว่าเจ้าสาวควรลงทุนกับช่างแต่งหน้าและช่างภาพ อย่าไปเสียดายเพราะอาจจะเสียใจภายหลัง แบบว่า รู้งี้ น่าจะจ้างคนนี้เนอะ อะไรประมาณนี้
ความต่างกับเวลาเราแต่งหน้าออกงานคือ นอกจาก คสอ. ราคาแพงและอุปกรณ์แล้ว ช่างจะวิเคราะห์โครงหน้าเราค่ะ ว่าเรามีจุดเด่น-จุดด้อยตรงไหน แล้วจะปรับแก้จุดด้อยให้ออกมาดี จุดเด่นให้ดียิ่งขึ้นไป เช่นเราตา 2 ชั้นไม่เท่า, ใต้ตาคล้ำ ฯลฯ ช่างสามารถแก้ไข กลบ ปกปิดตรงนี้ได้โดยใช้เทคนิคแต่งหน้าค่ะ
นอกจากนั้น การแต่งหน้าเหมือนงานศิลปะเลยค่ะ ช่างผสมสีรองพื้นให้เนียนกับผิวเราที่สุดแบบไม่โบ๊ะ ไม่ได้กดจากขวดสำเร็จ ดูผิวว่าเราโทนเย็นหรือร้อน เลือกสีแบบไหนจะขับผิวได้ดีที่สุด ฯลฯ
นี่ก็เป็นความต่างคร่าวๆค่ะ และอยากให้เข้าใจเจ้าสาวที่อยากแต่งกับช่างมีฝีมือด้วยนะคะ เขียนยาวไปเลย หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์นะคะ
ตอนเราแต่งงานราคา ณ. ตอนนั้น (เมื่อ 2 ปีก่อน) ของช่างเราคือ 65k ค่ะ เป็นมือ top ในวงการช่างแต่งหน้าเจ้าสาวและเป็นราคารอบเย็นอย่างเดียว (รอบเช้าแต่งหน้ากับอีกคน 35K) จองล่วงหน้า 1 ปี มัดจำ 10k เป็นช่างที่เราถูกใจสไตล์แต่งหน้าที่สุด ชอบที่สุดเลยยอมจ่ายค่ะ (เราจ่ายเองค่ะ) ถามว่าแล้วออกมาถูกใจไหม ราคาขนาดนี้ บอกเลยถูกใจมากค่ะ คิดว่าคงแต่งครั้งเดียวในชีวิต ไม่เสียดายเงินเลย พอรูปจากทีมกล้องออกมาเราดูสวย ผิวดูดี ออร่า โดนแสงแฟลชก็ฆ่าไม่ตาย ไม่โป๊ะ มีความสุขล้นออกมาในรูปเลย เราแฮปปี้มากๆเลยค่ะ
อยากให้มองว่า ที่ยอมจ่าย เพราะเราไม่อยากมานั่งกังวลว่า ในเมื่อเรามีกำลังในการจ่าย ทำไมต้องมาประหยัดตรงนี้ ฟังจากเพื่อนที่แต่งงานมาก่อน ทุกคนบอกว่าเจ้าสาวควรลงทุนกับช่างแต่งหน้าและช่างภาพ อย่าไปเสียดายเพราะอาจจะเสียใจภายหลัง แบบว่า รู้งี้ น่าจะจ้างคนนี้เนอะ อะไรประมาณนี้
ความต่างกับเวลาเราแต่งหน้าออกงานคือ นอกจาก คสอ. ราคาแพงและอุปกรณ์แล้ว ช่างจะวิเคราะห์โครงหน้าเราค่ะ ว่าเรามีจุดเด่น-จุดด้อยตรงไหน แล้วจะปรับแก้จุดด้อยให้ออกมาดี จุดเด่นให้ดียิ่งขึ้นไป เช่นเราตา 2 ชั้นไม่เท่า, ใต้ตาคล้ำ ฯลฯ ช่างสามารถแก้ไข กลบ ปกปิดตรงนี้ได้โดยใช้เทคนิคแต่งหน้าค่ะ
นอกจากนั้น การแต่งหน้าเหมือนงานศิลปะเลยค่ะ ช่างผสมสีรองพื้นให้เนียนกับผิวเราที่สุดแบบไม่โบ๊ะ ไม่ได้กดจากขวดสำเร็จ ดูผิวว่าเราโทนเย็นหรือร้อน เลือกสีแบบไหนจะขับผิวได้ดีที่สุด ฯลฯ
นี่ก็เป็นความต่างคร่าวๆค่ะ และอยากให้เข้าใจเจ้าสาวที่อยากแต่งกับช่างมีฝีมือด้วยนะคะ เขียนยาวไปเลย หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์นะคะ

แสดงความคิดเห็น
แต่งหน้างานแต่ง กับแต่งหน้าออกงานปกติมันใช้เครื่องสำอาง หรือเทคนิคพิเศษอย่างไรทำไมมันถึงแพงกว่ากันมากขนาดนั้น ?
ขอบคุณครับ
ปล. โปรดแสดงความเห็นอย่างสุภาพ ❤️