เพราะความไว้ใจ ไม่คิดว่าจะนำพาหายนะมาให้

กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกค่ะ ตั้งเพื่อเตือนสติทุกคนทั้งคนอายุน้อย อายุมาก ที่คิดจะออกรถให้ญาติ ให้ครอบครัว ให้คนรู้จัก ให้เพื่อนสนิท ให้คนที่ทำงาน ให้คนสนิท เพื่อจะได้ไม่พลาดพลั้งอย่างเรา ตอนนี้เราอายุ 29 ย่าง 30 เหตุเกิดเพราะความไว้ใจ เชื่อใจ และตั้งกระทู้เพื่ออยากจะระบายเพราะตอนนี้เครียด โดนกดดัน จนบางครั้งคิดอยากฆ่าตัวตายไปซะ แต่พอคิดดีๆ การฆ่าตัวตายไม่ใช่ทางออกที่ดี มันเป็นการหนีปัญหาและทิ้งปัญหาให้คนข้างหลังต้องมารับผิดชอบแทน เราเลยต้องมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อแก้ไขปัญหา เพราะคนเราเมื่อเจอปัญหาต้องเดินหน้าแก้ไข อย่าวิ่งหนีปัญหาจะได้สมกับการที่เกิดมาเป็นมนุษย์

เริ่มเล่าเลยนะคะ เมื่อปี 61- 62 เราเปิดร้านกาแฟเล็กๆในกรุงเทพ ขายของออนไลน์นิดหน่อย ผ่านมากลางๆปี 62 วันนึงได้เจอนายเอ (นามสมมติ) ได้มาซื้อของออนไลน์ร้านเรา ซื้อหลายครั้ง ซื้อให้ลูกน้องบ้าง ให้หลานบ้าง ซื้อจนนายเอ (นามสมมติ) ทักมาคุย ทักทาย ต่างคนก็ต่างคุย จากนั้นเขาก็เล่าสารทุกข์สุกดิบชีวิตเขาให้เราฟัง เขาเล่าว่าชีวิตเขาเคยทำงานมาเยอะ เคยแต่งงานมาแล้วแต่ภรรยาไม่ยอมจดทะเบียนสมรส  มีเงิน มีทรัพย์สินให้เเป็นชื่อภรรยาหมด แต่พอเลิกกันภรรยาไม่แบ่งทรัพย์สินมาให้เลยสักชิ้น เขาบอกเราว่าเขาก็ไม่หวังที่จะได้ ไม่ตายก็หาใหม่ได้ หลังจากนั้นเขาก็ไปบวชอยู่ที่วัดดังย่านปทุมฯ ที่เป็นข่าวดังตลอดแถวคลองหลวง เราก็ฟัง เราก็สงสารและเห็นใจ ตอนนั้นที่เขาเล่าเขาอาศัยอยู่กับคนรู้จักที่สนิทเรียกได้ว่าเป็นรุ่นพี่ในวงการทำงาน อยู่จังหวัดที่มีหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ แต่บ้านเกิดเขาอยู่ที่หินสามเกลอ

หลังจากนั้นไม่นานเมื่อต้นปี 63 เราได้เซ้งร้านกาแฟและกลับไปอยู่บ้านจังหวัดที่มีทะเล และหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์โรคระบาดโควิดพอดี และตอนนั้นก็ยังคุยกับนายเอ (นามสมมติ) อยู่ จนนายเอ (นามสมมติ) ก็ได้ไปช่วยงานจัดสวนสวยที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในจังหวัดที่มีทะเลกับอาจารย์ที่เขารู้จัก หลังจากนั้นไม่กี่วันเขานัดเราไปเจอที่ร้านกาแฟ เราก็พาแม่ไปด้วย เขาก็พูดจาดีกับแม่และยังเล่าชีวิตเขาเหมือนที่เล่าให้เราฟัง เล่าให้แม่เราฟังอีก หลังจากนั้นไม่นานนายเอ (นามสมมติ) ได้ทำงานเสร็จและกลับไปยังจังหวัดที่มีหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่

และเมื่อกลับไปได้ไม่นานนายเอ (นามสมมติ) ก็เล่าชีวิตให้เราฟังว่าเขาได้งานจากรุ่นพี่ที่เขาอยู่ด้วย ให้งานมาทำเป็นงานพวกรับเหมาก่อสร้าง คุมงานต่างๆ ของรัฐ ที่รุ่นพี่เขาได้รับมอบหมายของท่านผู้ใหญ่มาอีกที จากนั้นเขาก็ทำการเปิดบริษัทเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้าง เพื่อที่จะได้รับงานต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน หลังจากนั้นเขาก็เล่าว่าทุกวันนี้เวลาเขาไปทำงานเขาจะติดรถคนอื่นไปทำงานตลอด ไม่ค่อยสะดวก ต้องมารอ

ทุกคนพอจะมองออกแล้วใช่มั้ยคะว่า ต่อจากนั้นคืออะไร ใช่ค่ะ...นายเอ (นามสมมติ) ขอให้เราออกรถให้ เขาบอกเราว่าเขาออกรถไม่ได้เพราะติดเครดิตบูโร ค่าโทรศัพท์และเขาก็ไปจ่ายและคงจะออกรถไม่ได้ และเขาเป็นผู้ค้ำ เขาบอกเราว่าไม่ต้องกลัวว่าจะหนี ยังไงเขารับผิดชอบเองเพราะเขาเป็นคนค้ำ ตอนนั้นสาบานได้เลยคิดแค่ว่าเขาคงมีจ่ายตลอด ชีวิตที่เขาผ่านมาไม่น่าจะโกหก หลอกลวงเราหรอก งานก็มี บริษัทก็เปิด ณ ตอนนั้นเขาก็ให้เราไปเอาสเตทเม้นท์มา และทางเขาจะไปเดินเรื่องเอกสาร เรื่องรถเอง หลังจากนั้นเขาก็ส่งเอกสารต่างๆ จากจังหวัดหลวงปู่ทวด มาให้เราเซ็นที่บ้านจังหวัดที่มีทะเล เราก็เซ็นแต่ตอนนั้นเราไม่ได้ปรึกษาใครเลย พ่อแม่เพื่อน ไม่ได้ปรึกษาเลย เซ็นเสร็จเราก็ส่งกลับไป เขาก็ออกรถได้

4 เดือนแรก เราออกค่างวดรถให้ก่อน หลังๆไม่อยากจ่ายให้แล้ว หลังจากนั้นนายเอ (นามสมมติ) ก็ได้งานรับเหมาเพิ่มที่นิคม 304  พอผ่านไปครบปีเราก็บอกเขาให้เปลี่ยนสัญญา เขาก็บ่ายเบี่ยง ตอนนั้นค่างวดจ่ายบ้าง ไม่จ่ายบ้าง เราเห็นถ้าไม่ดีเลยขอเขาเปลี่ยนสัญญามาตลอด ทวงค่ารถตลอด  ทวงค่านู้น ค่านี่ ที่เขายืมเราไปรวมหลายหมื่นบาท และยังบอกว่าถ้าส่งไม่ไหวก็เอารถไปคืน ก็เงียบ แถมได้ใบสั่งขับขี่เกิดความเร็ว เหตุเกิดจากเมืองจัน แต่ผู้ส่งคือเขตฉะเชิงเทรา แม่ก็โทรไปบอกให้เปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อ บอกไปว่าช่วยแล้วอย่าทำให้เดือนร้อนทีหลัง เขาก็รับปากดิบดี แต่ก็ไม่ทำตาม ทวงอะไรไปอ่านก็เงียบ และวันที่ 25 เดือนธันวาคม 64 ที่ผ่านมา นายเอ (นามสมมติ) ลบไลน์ ลบเฟส เบอร์มือถือติดต่ออะไรไม่ได้  จุดนี้แหละที่ทำให้ทุกวันนี้ทำเรานอนหลับไม่สนิท  ยิ่งหาอ่าน หัวสมองก็ยิ่งคิดไปต่างๆนาๆ ว่าจะเกิดอะไรกับเราขึ้นบ้างหลังจากนี้ สงสารพ่อแม่ที่เราทำให้ท่านเดือดร้อนแทนไปด้วย 

ณ ตอนนี้ครบ 4 เดือนแล้ว ก่อนหน้านี้เราก็ไม่นิ่งนอนใจโทรไปหาไฟแนนซ์เล่าให้เขาฟังว่าเรื่องเป็นมายังไง จะทำยังไงดี ไปปรึกษาเขา บอกให้เขาช่วยตามหารถช่วยอีกทาง ไปแจ้งความใกล้บ้านตำรวจก็ไม่รับแจ้ง บอกให้ไปแจ้งที่สน.ที่ออกรถ แต่ก็มีปรึกษาทนายให้ทนายส่งจดหมายเรียกตัวมาเปลี่ยนสัญญาก็เงียบ หลังจากนั้นพี่จนท.ของไฟแนนซ์ก็โทรมาถามเรื่องเป็นยังไง ก็เล่าให้ฟัง เขาก็บอกจะพยายามช่วยหาและบอกว่าเราอาจจะเสียรู้ เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันจะมีพวกหลอกให้ออกรถให้ที่ไม่ใช่ญาติ พี่น้อง

และ 2-3 วันที่ผ่านมาก็มีจนท.เร่งรัดหนี้สินผู้หญิงที่ไฟแนนซ์จ้างให้มาทวงค่ารถ เขาก็ถามเราเรื่องเป็นมายังไง เพราะมีหมายเหตุแจ้งว่าผู้ค้ำเอารถไปใช้และติดต่อผู้ค้ำไม่ได้ เล่าให้ฟังเขาก็หัวเราะ  เขาก็อธิบายว่าต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ๆ เราบอกไปว่าไม่จ่าย ที่บ้านก็บอกยังไม่ต้องจ่าย ค่อยไปไกล่เกลี่ยที่ศาล จะไปเล่าให้ศาลฟังว่าเรื่องเป็นมายังไง แล้วให้ศาลช่วยตัดสิน เขาก็พูดไปถึงเรื่องบังคับคดี เขาบอกว่าเขาเคยทำอยู่กรมบังคับคดีมาก่อน ถ้าน้องไม่จ่ายน้องจะต้องเสียใจที่พูดคำนี้ออกมา น้องคิดว่า 10 ปีน้องจะไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยหรอ น้องจะไม่ทำงานหรอ เขาก็บอกเราถึงเราจะออกรถให้คนอื่น เราก็ต้องมีความรับผิดชอบ แล้วเขาก็วางไป 

หลังจากนี้เราคงต้องรอหมายศาลให้ไปไกล่เกลี่ยเพราะยอดรถทั้งหมด 6 แสนกว่าบาท ผ่อน 72 งวด จ่ายไปแล้ว 16 งวด เหลือ 4 แสนกว่าบาท จ่ายต่องวดงวดละ 8 พันกว่าบาท เราผ่อนลมไม่ไหวเลยต้องขอความเห็นใจ ขอความเมตตาจากศาลและไฟแนนซ์ลดยอดหนี้ให้ต่ำกว่านี้ถ้าเราจะรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำ เพราะเราไปเอาเงินเขามาให้คนเลวทรามไปซื้อรถ  ตอนนี้ไม่รู้จะไปตามหาคนค้ำและรถได้ที่ไหน ได้แค่ขอให้ไฟแนนซ์ช่วยตามกับตร.ทางหลวงให้ดูรถช่วยอีกทาง ร่วมถึงเพจที่ให้ความช่วยเหลือเรา หวังว่าสักวันคงจะได้ยินข่าวดีก่อนที่เราจะขึ้นศาล ตอนนี้มีแค่ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชนคนค้ำ และข้อมูลรถเท่านั้น

หลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อจะมาอัพเดตให้ฟังอีกทีนะคะ  เผื่อจะได้เป็นอุทาหรณ์ ประสบกาณ์ ให้แก่เพิ่อน พี่น้องร่วมโลก อย่าได้ไปออกรถหรือค้ำให้ใคร เพราะจะกลายเป็นบทเรียนราคาที่แสนแพงที่สุดในชีวิต บางคนเจอปัญหาหนักถึงขั้นต้องแก้ปัญหาด้วยการแลกกับชีวิต แต่สำหรับเราเราจะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไปให้ได้ และจะไม่ให้พ่อแม่ต้องมาเสียทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากกว่าหนี้สินของเราเด็ดขาด ส่วนตัวไม่มีทรัพย์สินอะไรเป็นของตัวเองเลย และคิดแค่ว่าชาติก่อนเราอาจจะไปทำเขาเขาเลยมาเอาคืน หรือถ้าเขามาทำกับเราชาติแรก ชาตินี้หรือชาติหน้าเขาจะได้รับผลกรรมที่เขาทำไว้กับเราเอง ไม่ว่าช้าหรือเร็วคนชั่วจะต้องได้รับผลกรรม ขอบคุณทุกคนที่เข้ามารับฟังค่ะ 🙏🏻
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ค่ะ อ่านแล้วเจ็บปวดกับคนดีๆ ที่ต้องถูกหลอกใช้

แต่อย่างไรก็ตาม อย่ายอมแลกชีวิตกับคนแบบนี้เชียว ชีวิตคุณมีค่ากว่านั้นมากค่ะ เวลานี้ทำทุกอย่างที่กฏหมายเอื้ออำนวย ปรึกษาทนาย นักสืบให้ช่วยหารถ ตามหาคน และเก็บข้อมูลหลักฐานทุกอย่างไว้ ถ้าสุดทาง ต้องชดใช้ ก็ถือว่าคุณได้ต่อสู้อย่างเต็มที่แล้ว และมันคือราคาที่ต้องจ่ายให้กับการตัดสินใจที่ผิดพลาดไป

แต่มันไม่ได้ทำให้ชีวิตคุณสิ้นสุดค่ะ มันเพิ่งเริ่มต่างหาก เมื่อเรื่องราวมีความชัดเจน ชีวิตก็จะมีทางไป ขอเพียงยังมีลมหายใจ ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
งงว่า ไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมไปออกรถให้คนอื่น
ต้องย้ำว่าไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะ
ความคิดเห็นที่ 3
อ่านแล้วรู้สึกว่า ไว้ใจคนง่ายเกินไป ถึงแม้จะมีการพูดคุยกันบ่อยครั้ง เจอหน้ากันหลายหน แต่ก็ยังเรียกว่าเพื่อนไม่ได้ด้วยซ้ำ ถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิทก็ไม่ควรจะเซ็นค้ำ หรือไปออกรถให้ใครด้วยซ้ำ

อันนี้บอกคนเข้ามาอ่านเลยนะครับ ถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิท ก็ไม่ควรค้ำประกัน หรือไปทำอะไรให้ใครในนามตัวคุณเอง นอกจากทำให้คนในครอบครัวอย่างน้อยก็ยังพอคุยกันได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่