รู้สึกอยากตาย เวลามีปัญหาครอบครัว (ระบายความรู้สึกยาวมาก)

พอถึงช่วงอายุนึงปัญหานี้ก็เกิดขึ้น
(ตอนนี้เราอยู่มหาลัยปี 4 ทำงานฟรีแลนด์ไปด้วยและทำธีสิสและต้องหาที่ฝึกงาน)
เรารู้สึกอยากตายมากๆ ตอนนี้เรารู้สึกเหมือนอยู่บ้านที่วนลูปไปมาไม่จบสิ้นและเราเบื่อมากๆ เวลามีปัญหาเราจะได้ยินแต่คำพูดเดิมๆ

(ยาวโคตรๆ บ่นล้วนๆ)
ตอนปวช.เราเริ่มมีงานทำ โน๊ตบุคเราอยู่ส่วนกลางของบ้าน เวลาทำงานต้องใส่หูฟังเพราะ พ่อเปิดทีวีนอนพร้อมกับเปิดมือถือไปด้วย แม่ก็เล่นมือถือ เสียงดังตีกันจนเวียนหัว และเราต้องนั่งตัดต่องาน เรามึนหัวมากจนต้องหยุดทำงานนอนรอให้พ่อแม่ขึ้นบ้านถึงจะทำงานได้  ในที่สุดเราก็ทนไม่ไหวและเอาโนตบุคขึ้นมาทำบนห้อง จนเกิดปัญหา แม่ขึ้นมาบนห้องและร้องไห้บอก
..รู้สึกอยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่เจอกันเลย เราไม่สนใจครอบครัวเลยย
..แต่ปกติเวลาอยู่ข้างล่างก็ไม่ได้คุยกันนะอยู่ข้างบนหรืออยู่ข้างล่างหนูก็นั่งทำงานแบบนี้ปกติ
(อธิบายสาเหตไป)..
..แต่อยู่ข้างล่างยังได้เจอหน้าไง
..ก็คุยอธิบายกันไปแม่ก็ร้องไห้ต่อเป็นแบบนี้อยู่หลายวัน(เป็นครั้งแรกที่ทำแม่ร้องไห้ รู้สึกแย่มาก)

โตขึ้นก็มีปัญหาวัยรุ่นโผล่มาเรื่อยๆ เลิกเรียนให้กลับบ้านเลย พอแวะดูหนังกับเพื่อนหรือเล่นเกมเซนเตอจะโดนโทรตามยิกๆ และบอกให้กลับบ้าน เดินเข้าบ้านมาก็ไม่ยอมคุย พอพูดทีก็บอกเราทะเหลทะไหลไม่ยอมกลับบ้าน ทุกครั้งเราจะเป็นคนเดียวที่ต้องออกจากกลุ่มเพื่อนเพื่อกลับบ้านมาเจอพ่อแม่ที่ไม่คุยด้วยนั่งดูทีวีปกติแต่ไม่มีเสียงบ่นเหมือนตอนเที่ยวกับเพื่อน
เราทำงานออกกองพอปิดกองถ่ายก็มีกินเลี้ยง แต่เราอยู่สนุกได้แค่แปบเดียวเพราะโดนมาตามให้กลับบ้านแม้ที่กินเลี้ยงจะยุหน้าปากซอยซึ่งเฟวมากๆ (ไม่มีแอลกอฮอลกินข้าวบิงซูปกติ) และเชื่อไหมเวลาพูดความรู้สึกตัวเองออกไปให้แม่ฟัง (แม่คนเดียวในครอบครัวที่คุยได้ทุกเรื่องมาตลอด) 
..รู้สึกแย่อะ ตอนนี้วัยรุ่นแล้วเป็นวัยที่คบหาเพื่อน อยากออกไปเที่ยวกับเพื่อน สัญญาว่าจะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ทำเรื่องแย่ๆหรอก
..รู้สึกแย่ที่แม่เป็นห่วงหรอ (คำพูดนี้เราจุกเลย) ลูกอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นห่วงไม่อยากให้กลับบ้านดึกมันอันตรายเราเป็นผู้หญิง แม่ผิดใช่ไหมที่เป็นห่วง อืม..สรุป แม่ผิดเนอะ..

หลังจากนั้นเราชาไปทั้งตัวพร้อมกับรู้สึกผิดไปเลยและรู้สึกแย่มากๆจนไม่อยากพูดเรื่องนี้กับแม่อีก

แต่พอเวลาผ่านไปความรู้สึกเราก็เหมือนเดิมที่ต้องการอิสระ แม่เป็นห่วงเราที่เราดูแลตัวเองไม่ได้ใช่ไหม..ได้เราจะแสดงให้ดูว่าเราดูแลตัวเองได้ไม่เถรไถร..เราฝึกงาน ออกไปทำงาน รับจ็อบ แข่งได้เกียจติบัตรมากมาย จบมาด้วยเกรด 4 เข้ามหาลัยมีงานประจำทำ ได้เงินเดือนมาเลี้ยงข้าวพ่อแม่ หาตังมาซื้อของที่อยากได้เอง..ใช่เราแสดงทุกอย่างแล้ว ปล่อยหนูไปเถอะ

แต่ไม่ว่าจะแสดงให้เห็นแค่ไหนเรากลับไม่ได้การยอมรับจากพ่อแม่จริงๆเลย เวลาทำงานกลับดึก กลับได้ ดึกแค่ไหนก็ได้ แต่พอกับเพื่อนกับแฟนทำแบบนั้นไม่ได้ ..ฉันเริ่มรู้สึกไม่ใช่ละ

มหาลัยปี1-4
และสิ่งที่ทำให้เราแตกหักคือตอนเราเลิกกับแฟน
เราเสียใจมากเราไประบายกับแม่..สิ่งที่ได้กลับมาคือ
..ไม่รักแม่หรอ แม่ทำให้ขนาดนี้หาข้าวให้กินอยากได้อะไรก็ซื้อให้(จุกดับเบิ้นจุก) จะเสียใจอะไรขนาดนั้นให้กับผู้ชาย...หลังจากนั่นแม่ผู้อะไรต่อจำไม่ได้แต่ใจมันแตกจนร้าวไปหมด แต่ที่จำได้ดีคือพ่อเดินมาและบอกว่า
..ร้องไม มีอะไรกับมันแล้วหรอ...ในช่วงเวลานั้นที่เราเศร้ามากๆ เราคุยกับพ่อแม่แล้วเราเจ็บยิ่งกว่าเดิม
วินาทีนั้นเราไม่ยากคุยกับพ่อแม่อีกเลย

ฉันเริ่มหยุดคุยกับแม่หลังจากโดนล่วงละเมิดทางเพศที่มหาลัย (คนล่วงละเมิดเป็นเพื่อนผู้ชายที่สนิทกับเรามากๆ) เพราะก่อนหน้านี้เล่าอะไรไปแม่กับเอาไปเล่าอย่างสนุกเพราะเคมีดูเข้ากันเลยจับจิ้น เราก็ไม่ได้คิดอะไรแต่หลังๆการล่วงละเมิดเริ่มหนักขึ้น เราก็เลยไปคุยกับคนที่ล่วงละเมิดเราจนมันเงียบไปสักพัก เราก็ใช้ชีวิตได้สงบใจจนไม่ระวังตัวมันก็เริ่มทำเหมือนเดิมอีก เราไม่ไหวเราคุยกับมันไม่รู้เรื่องพูดไปก็ทำอีกจะพูดแรงแค่ไหนมันก็ไม่สเทือนเพราะสนิทกันมากจนมันได้ใจ หลีกเลี่ยงก็แล้วแต่เรียนห้องเดียวกันจึงเลี่ยงยากเผลอแปบเดียวก็โผล่มาใกล้ เราเอาไปปรึกษาแม่เพราะรู้สึกไม่ดีเอามากๆ แม่บอกปล่อยไปเราพูดแล้วไม่ได้ทำไรผิดเราจะเปลี่ยนตัวเองทำไมใช้ชีวิตปกติของเราไป

จนเรารู้สึกไม่ดีจนทนไม่ไหวมันถึงขั้นเริ่มคุยเรื่องเซ็กแล้ว เล่าให้ใครฟังก็คิดว่าเราแค่ทะเลาะกับเพื่อนสนิท เราเลยเอาไปเล่าให้คนคุยฟังจนปัจจุบันเป็นแฟนกัน เขาฟังและบอกนี่มันล่วงละเมิดทางเพศแล้วและหลังจากนั้นเขาก็จัดการให้ทุกอย่างไปคุยกับคนล่วงละเมิดทางเพศจัดการให้มันไม่มายุ่งกับเราอีกและพาเพื่อนมาช่วยปลอบใจเรา วินาทีนั้นเราพึ่งรู้สึกเหมือนมีคนเป็นห่วงเราจริงๆในเวลาที่เราต้องการใครสักคน เราหันกลับไปมองพ่อแม่และเริ่มเสียใจ
คนที่พูดเป็นห่วงเรากลับทำให้เราเสียใจนับครั้งไม่ถ้วนด้วยคำพูด แต่เวลาเกิดปัญหาไม่ได้ยืนอยู่เคียงข้างกันเลย แม่เรามารู้ว่าแฟนได้มาช่วยแก้ปัญหาแต่ปัญหาไม่จบง่ายๆเพราะคนล่วงละเมิดไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลย แม่จึงมาช่วยคุยกับคนที่ล่วงละเมิดทางเพศและมาบอกว่าพึ่งรู้ว่าลูกโดนหนักขนาดนี้หลังจากแม่คุยเสร็จทำให้แฟนได้มาเครียกับตำรวจที่เป็นญาติอีล่วงละเมิดทางเพศจนปัญหาทุกอย่างจบแม่เดินมาหาและบอกเราห้ามบอกพ่อนะเดี๋ยวพ่อเสียใจและไม่ปลอบเราสักคำ

หลังจากนั้นจนปี 4 ทุกอย่างก็วนลูปไปเรื่อยๆๆๆๆ..เรื่อยๆๆๆ
แฟนทำให้เรามีความกล้ามากขึ้นและทำให้มีความสุข
แต่เพราะการมีแฟนเนี่ยแหละจึงมีปัญหาในบ้านเกิดขึ้นตามภาษาพ่อแม่หวงลูกสาวเวลามีแฟน..
เวลามีปัญหาแม่เดินมาที่ห้องร้องไห้ แม่ผิดใช่ไหม ..พ่อไม่พูดด้วยงอน หรือ นั่งเฉยๆยุๆก็โดนว่า จะเรียนจบยุแล้วยังไปค้างข้างนอกไม่ได้นอกจากไปทำงานหรือเรียน เคยทำงานจนร้องไห้เพราะมันเหนื่อยมากๆที่ต้องทำอะไรหลายๆอย่างในคราวเดียว ชีวิตมีแต่เรียนกับทำงานสิ่งที่ได้กลับมาคือ จะร้องทำไมร้องแล้วงานจะเสร็จไหม ไม่รู้ว่าแม่จำคำพูดนี้ได้ไหม แต่สำหรับเรามันจุกมากๆ
หลังจากนั้นเราไม่ร้องไห้ให้ใครเห็นอีกเราไม่อยากเจ็บปวดกับคำพูดคนแล้ว กลับเย็นโดนโทรจิกทุกอย่างไม่ว่าจะโตขึ้นแค่ไหนก็เหมือนเดิม
เวลามีปัญหากับครอบครัวสิ่งเหล่านี้ถาโถมเข้ามาจนเราชาไปหมด และเราจะเห็นภาพตัวเองอยู่ในกรงขังตลอด จนวาดออกมาหลากหลายภาพ ปัจจุบันกลายเป็นเราไม่กล้าที่จะพูดกับพ่อแม่ แม้ปัญหาตอนนี้จะเล็กลงมากแค่ไหน แต่คำพูดที่ฟังอยู่ในความทรงจำมันแปร๊ดขึ้นมาเสมอและทรมาน เราไม่รู้ว่าเราเป็นซึมเศร้าไหม แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ร้องไห้เลยนอกจากเรื่องครอบครัว เอาไปปรึกษาใครก็บอกว่าพ่อแม่เขาเป็นห่วง ซึ่งเราก็รู้แต่เราก็เจ็บปวด

สุดท้ายละ
เราคุยกับแม่ทั้งหมดที่เล่าไปข้างบนแล้ว..เพราะเราทะเลาะกันหนักมาก เพราะฉันทำในสิ่งที่อยากทำแต่พ่อแม่ไม่ปลื้ม..ฉันเก็บกดถึงขีดสุดและเราความรู้สึกทั้งหมดที่ผ่านมาให้ฟัง สิ่งที่ตอบกลับมาคือ
..อืม เรื่องในอดีตมันผ่านมาแล้วไม่ต้องเล่าถึงมันเอาปัจจุบันก่อน ทำให้ดีเหมือนเดิม เดี๋ยวเรียนจบก็เป็นอิสระแล้ว..และหลังจากนั้นก็มีปัญหาอีกนิดจนออกมาพิมพ์เรื่องนี้..จบ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่